ตอนที่ 1
ภายในคอนโดย่านใจกลางเมือง บริเวณใกล้ๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็ร้านอาหารหลากหลายชาติ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่สิ่งบันเทิงก็มีเพียบ
ห้องนอนภายในคอนโดที่ค่อนข้างหรูเมื่อเทียบกับนักเรียนมหาวิทยาลัยที่เริ่มขึ้นปีที่สี่ ชายหนุ่มผมสีดำตัดสั้นที่กำลังนอนหลับอย่างสบาย
7.00 น.
เสียงนาฬิกาปลุกดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือ ชายหนุ่มงัวเงียปรือตาขึ้นมาช้าๆ ไม่รีรอทำการปิดเสียงปลุกอย่างรำคาญเล็กน้อย ก่อนจะทำท่าอยากงีบต่ออีกหน่อย
เสียงประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวที่มีสีผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่ดูอบอุ่นยิ้มกรุ่มออกมา
“เ้าเด็กขี้เซาตื่นได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกไม่ใช่เหรอ ทั้งที่นาฬิกาปลุกก็ดังแท้ๆ แต่กลับไปปิดซะอย่างนั้น ไม่ไหวเลยนะ”
น้ำเสียงที่แสนอบอุ่นยามเช้า แววตาที่ดูเป็ประกายเข้าไปเขย่าตัวชายหนุ่มเบาๆ
"ขออีกสิบนาทีน่า"
เสียงงัวเงียดังออกมาเบาๆ พลางคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงอย่างรำคาญ แต่หญิงสาวกลับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้สึกรำคาญเท่าไหร่
เธอใช้ปลายนิ้วจังคางตัวเองพลางครุ่นคิดเล็กน้อย ว่าจะทำยังไงให้เ้าเด็กนี่ตื่นดี มุมปากยกขึ้นอย่างนึกสนุก เอื้อมมือไปกระชากผ้าห่มหลุดออกร่างชายหนุ่มอย่างแรงพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าของเขา
"ถ้าไม่ตื่นเดี่ยวพี่สาวคนนี้จะหอมแก้มละนะ"
น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความยั่วยวนกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ ทำเอาชายหนุ่มเบิกตาโพลงอย่างใก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นทันที
โป๊ก !
หน้าผากที่กระทบกันจนเจ็บแปล๊บทำเอาชายหนุ่มและหญิงสาวใช้มือกุมหน้าผากของตัวเอง
"เลิกทำแบบนี้สักทีเถอะน่าพี่ไอลีน ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ"
ชายหนุ่มบ่นก่อนจะเขยิบตัวถอยหนีไปชิดกำแพงพลางลูบหน้าผากตัวเองอย่างเ็ป
"วันนี้เปิดเทอมยังจะนอนตื่นสาย จนพี่สาวคนนี้ต้องเข้ามาปลุกไม่ใช่เหรอไง เซริน"
ไอลีนที่เรียกตัวเองว่าพี่สาวจริงๆ แล้วไม่ใช่สายเืเดียวกัน เพราะพ่อและแม่ของพวกเขาสนิทกันมากั้แ่เรียนจนมีครอบครัว และพวกเขาทั้งคู่เรียกว่าเพื่อนสมัยเด็กกันก็ไม่ผิดนัก
ไอลีนอายุมากว่าเซรินหนึ่งปีและตอนนี้อยู่ในวัยทำงานแล้ว
ทำไมชื่อถึงคล้ายกันงั้นเหรอก็เพราะพ่อแม่ของพวกเขาอยากตั้งชื่อลูกให้คล้ายกันเท่านั้นแหละ สองครอบครัวที่อยู่บ้านติดกันพ่อและแม่ของทั้งสองมักจะไปออกทริปด้วยกันเสมอ ตอนเด็กๆ เซรินก็ไปด้วยตลอด
พออายุสิบสิบสามสิบสี่ปีก็เริ่มี้เีที่จะออกไปไหน พอเขาไม่ไปก็ทำให้ไอลีนไม่อยากไปกลายเป็ว่าเธอต้องดูแลน้องชายต่างสายเืตลอด
"แล้วจะตื่นได้ยังคุณน้องชาย"
"ตื่นแล้วคร้าบบบ"
เซรีนรับคำอย่างเหนื่อยใจ จะว่าไปเขาก็อยู่ด้วยกันกับไอลีนั้แ่เข้ามหาลัยปีหนึ่งจนถึงปีสี่ และไอลีนก็ช่วยเหลื่อเหลือเขาหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวัน
งานบ้าน ทำกับข้าว และมีอีกหน้าที่หนึ่งซึ่งก็คือผู้จัดการส่วนตัวของเขา
เซรินนอกจากจะเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่สี่ อีกด้านหนึ่งเข้าก็เป็นักเขียนนิยายชื่อดังที่มีผลงานและเป็ที่นิยมในวงกว้าง มีอยู่สองเื่ที่โด่งดังจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็ซีรี่ย์และภาพยนตร์
และนี่คือเห็นผลที่เขาสามารถซื้อคอนโดที่ดูแพงเกินวัยได้อย่างสบายๆ มีห้องสามห้อง หนึ่งคือห้องนอนของเขา ห้องนอนของไอลีนและสุดท้ายก็ห้องรับแขกไว้สำหรับให้เพื่อนหรือพ่อแม่พักผ่อนเวลามาเยี่ยม
ผลงานของเขาที่ดังที่สุดก็คือ "ฝนพรำในฤดูหนาว เขาและเธอพบกัน"
ด้วยความที่เซรินเป็คนที่ไม่ชอบออกสังคมเท่าไหร่ ต่อให้ผลงานดังขนาดไหนแต่เขาก็ไม่เคยเปิดเผยตัวตน ไม่ออกสื่อสาธารณะ มีเพียงผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นักเขียนชื่อดัง
ดังนั้นไอลีนต้องจัดการงานต่างๆ ให้เขาในฐานะผู้จัดการส่วนตัว ทั้งติดต่อ ประสานงานต่างๆ และยังต้องคอยดูแลน้องชายต่างสายเืไปด้วย
แต่เธอก็ไม่บ่น แต่กลับมีความสุขมากกว่าเสียอีก
หน้าตาของไอลีนเรียกได้ว่าตอนเรียนเป็ดาวมหาลัย ด้วยนิสัยที่ดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น หน้าตาที่จัดได้ว่าสวยน่ารัก ดูอบอุ่นให้ดูมีความเป็ผู้ใหญ่ เลยมีคนมาสารภาพรักอยู่ตลอดเวลา
เธอไม่เคยตอบรับคำสารภาพรักจากใคร
หลังจากเซรินที่เตรียมตัวเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้อง แต่หน้าตายังไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เหมือนกับอยากจะนอนต่อ
"เอากาแฟไหมคุณน้องชาย"
"ก็ดีครับ"
เขารับคำอย่างเคยชิน ไอลีนที่ยิ้มน้อยๆ มองเขาก่อนจะเดินออกจากห้องไปชงกาแฟ และเตรียมอาหารเช้าให้เขาอีกนิดหน่อย
ใช้เวลาไม่นานเซรินก็อยู่ในสภาพเรียบร้อย เสื้อเชิ๊ตสีดำกับกางเกงยีนส์ เขาเดินออกมาก่อนจะรับประทานอาหารเช้าอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่
ไม่นานนักเขาก็จัดการทุกอย่างเสร็จ ตอนนี้ได้มาอยู๋หน้าประตูห้องกำลังก้มตัวผูกเชือกรองเท้า ไอลีนก็เดินออกมาส่งเขาอย่างทุกที
"ไม่ลืมของอะไรแน่นะ"
"วันนี้ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่มีพิธี่เช้าบ่ายๆ ก็กลับแล้ว"
เขารู้สึกขอบคุณไอลีนไม่น้อยที่คอยดูแลเขามาตลอด ด้วยการดูแลจะคุณพี่สาวทำให้เขาถ้าออกไปใช้ชีวิ คนเดียวคงลำบากเอาเื่
"ว่าแต่วันนี้พี่จะเข้าไปสำนักพิมพ์เหรอ"
พอเห็นว่าไอลีนแต่ชุดอย่างเป็งานเป็การเขาก็ถามอย่างสงสัย ที่จริงวันนี้เขารู้ว่าไม่มีงาน
"อ่อ พอดีมีเื่ด่วนเข้ามากะทันหันนะ มีบริษํทโปรดักชั่นหนั่งติดต่อผ่านสำนักพิมพ์อยากจะเอานิยายของเราไปทำเป็หนัง เลยคิดว่าน่าจะคุยเื่ลิขสิทธิ์กัน"
"อ้าวเหรอครับ ไหนว่าเป็อาทิตย์หน้า"
"ทางโน้นน่าจะรีบละมั้ง คงกลัวเ้าอื่นมาแย่งลิขสิทธิ์ไป"
ไอลีนว่าพลางหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองน้องชายต่างสายเืที่ทำหน้าเฉยๆ ราวกับไม่ใช่เื่สำคัญ
ทั้งที่เขามีฉายาว่านักเขียนอัจฉริยะ
เพราะฉะนั้นไอลีนเลยต้องจัดการงานต่างๆ แทนเขาที่ไม่ค่อยชอบออกสังคม ปกติก็มักจะอยู่บ้านทำงานเขียนนิยาย ไม่ชอบออกไปไหนเท่าไหร่ ถ้าไอลีนไม่ชวนไปเที่ยว
ในฐานะผู้จัดการเธอกลับไม่บ่นแต่กลับชอบเสียอีกที่ได้ดูแลเขา และทางครอบครัวก็เห็นชอบสนับสนุนอย่างเต็มที่
"อืม ต้องรบกวนพี่แล้วแหละ"
"ไม่หรอก สนุกดีออก"
สวบ
จู่ๆ ไอลีนก็เข้ามาสวมกอดข้างหลังเขาเหมือนเป็เื่ปกติ ก่อนจะลูบผมอย่างอ่อนโยน
"นี่พี่ ผมโตเกินไปแล้วที่จะทำแบบนี้นะ"
"ในสายตาพี่เซรินก็เป็เด็กน้อยที่ต้องดูแลให้อยู่ในสายตาอยู่ตลอดแหละ"
"ไม่เบื่อบ้างหรือไงนิ"
"ม่ายยยเบื่อ"
เซรินถอนหายใจแต่ก็ยอมรับความอบอุ่นนี้ เขารู้ดีกว่ายังไงก็ไม่มีทางขัดเธอได้ บางทีก็ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง จนเขาต้องถอนหายใจออกมา
ไอลีนผู้ที่เหมือนแสงแดดอันอบอุ่น ที่คอยสาดส่องลงมายังตัวเขาอยู่ตลอด เหมือนเป็ตะเกียงที่คอยนำทางเขา เดินจูงมืออยู่ตลอดไม่ให้เขาหลงทาง
"เอาล่ะ ได้เวลาออกจากบ้านแล้วมั้ง"
"นั้นสิ"
เซรินจัดการสิ่งของที่ต้องเตรียมก่อนจะลุกออกจากโต๊ะกินข้าว ก่อนจะดื่มกาแฟจนหมดแก้ว กำลังเดินออกไปที่หน้าประตู
"ไปแล้วนะครับ"
"ไปดีมาดีนะ อ่อเกือบลืม..."
เธอวิ่งมาก่อนจะโผเข้ามาหอมแก้มเขาราวกับเป็เื่ปกติ
เซรินรีบผละออกจากคุณพี่สาวอย่างเขินอายก่อนจะรีบออกจากประตูไปทันที ถึงแม้จะโดนไอลีนหอมแก้มั้แ่เด็กๆ แต่พอโตขึ้นเธอก็ยังไม่เลิกทำ
ไอลีนมองเขาอย่างขบขันก่อนจะโบกมือให้
"ให้มันได้อย่างนี้สิ"
เซลินบ่นเล็กน้อยก่อนจะให้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยลิปสติกที่ติดอยู่ตรงแก้มจางๆ ออก พลางบ่นอุบกับพี่สาวที่ชอบทำอะไรตามใจแปลกๆ อยู่ตลอดเวลา
ไม่สิต้องบอกว่าทำอะไรตามใจตอนอยู่กับเขามากกว่า
เขาเคยเห็นไอลีนตอนทำงานที่ดูสุขุม เป็ผู้ใหญ่ พูดจาชัดถ้อยชัดคำ สามารถวางตัวให้น่าเชื่อถือได้เป็อย่างดี เธอต้องทำงานเบื้องหน้าแทนเขาหลายๆ อย่างจนรู้สึกซึ้งใจ
ถ้าจะถามว่าเขารู้สึกยังไงกับไอลีน เซรินสามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่า เขารักไอลีน แต่ไม่ใช่ในฐานะเพศตรงข้าม เขารักและชื่นชมเธอในฐานะพี่สาวต่างหาก
ถ้าไม่นับว่าต่างสายเืกัน เซรินกับไอลีนก็โตมาด้วยกันเหมือนจะเป็พี่น้องแท้ๆ ด้วยซ้ำ
เขาก็คิดว่าไอลีนก็คงรู้สึกกับเขาไม่ต่างกันหรอก
เซรินยืนรอตรงป้ายรถประจำทางครู่หนึ่งไม่นานรถก็มาถึง เข้าก้าวขึ้นไปพลางเล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาไปด้วย
พอรถแล่นออกไปช้าๆ ผ่านย่านต่างๆ เขาเงยหน้าก็พบเจอจอโฆษณาขนาดใหญ่ กำลังฉายตัวอย่างภาพยนตร์เื่หนึ่ง
'ฤดูหนาวที่สายฝนโปรยลงมา การพบพานกับเขาและเธอ....หนึ่งคนที่เฉยชา.....หนึ่งคนที่โดดเดี่ยว.....จากความหนาวเหน็บ สู่ความอบอุ่นจากปลายมือที่ยืนมาให้เธอจับ...กลายเป็โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน'
'ฉายแล้ววันนี้ ฝนพรำในฤดูหนาว เขาและเธอได้เจอกัน จากนิยายชื่อดังยอดขายมากกว่า 500,000 เล่ม แปลแล้วมากกว่า 10 ภาษา มาให้คุณได้พบกับเื่ราวอันอบอุ่นหัวใจได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์'
เซรินที่มองดูผลงานของตัวเองที่มีนักลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ไปเมื่อสามปีก่อน จนตอนนี้ผลงานของเขาในรูปแบบจอเงินก็พร้อมฉายแล้ว
เซรินยกโทรศัพท์ถ่ายภาพไว้ก่อนจะส่งแชทไปหาไอลีน
[จริงด้วยฉายวันนี้นี่น่า]
[เกือบลืมแล้วเหมือนกัน]
[อยากไปดูเหรอ ^^]
[ไม่อ่ะ..มันน่าอายจะตาย]
[แต่พี่สาวคนนี้อยากดูนะ]
[ค่อยว่ากันอีกทีละกัน]
[TT TT]
เซรินตัดบทก่อนที่จะโดนพี่สาวอ้อน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดูผลงานของตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเขินอายไม่น้อย
ไม่ถึงยี่สิบนาทีรถบัสก็ถึงที่หมาย
เซรินที่มองดูประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยอันคุ้นเคย พลางมองไปรอบๆ ก็เห็นบรรดานักศึกษาทยอยเดินเข้าประตูอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกำหนดการวันนี้ไม่มีอะไรมาก ก็แค่พิธีเปิดภาคเรียน่เช้า ช่องบ่ายเป็เวลาอิสระ มักจะมีรุ่นพี่แต่ละชมรมต่างๆ ตั้งบูธประกาศหาสมาชิกเข้าชมรม
ถ้าเป็ผู้ชายก็หาคนที่หน้าตาหล่อดูดี ถ้าผู้หญิงก็หาคนที่สวยหรือน่ารักออกมาเชิญชวนรุ่นน้อง เซรินที่เลือกเรียนคณะจิตวิทยา และตอนนี้สังกัดชมรมวรรณกรรมและปรัชญา
"เห็นว่ามีนักเรียนปีสี่เข้ามาใหม่ ว่ากันว่าเธอโคตรสวยเลย"
"จริงดิ แต่บางคนก็ว่าเธอดูเ็าและเข้าถึงยากยังไงไม่รู้"
เสียงจอแจที่ดังมาจากรอบตัวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรถชาติ กล่าวถึงนักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่กันอย่างออกรสชาติ
"นักเรียนใหม่ ปีที่สี่...หายากแฮะ"
เซรินพึมพำก่อนจะแปลกใจที่มีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามาตอนปีสี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายาก ปกติมักจะเลือกเรียนที่เดียวจนจบไปเลยมากกว่า
แต่ก็ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องสนใจ
เซรินที่ว่างยังพอมีเวลาอยู่บ้านก่อนจะถึงพิธีเปิด เขาก็เดินไปอย่างไม่เร่งรีบไปยังหอประชุม เขามองไปรอบๆ ก็พบมามีคนเข้ามารอกันบางส่วน
เขาหาที่นั่งที่เป็ห้องของเขาก่อนจะก้าวไปนั่งรอ และไม่นานนักห้องประชุมก็เต็มไปด้วยนักเรียนที่มากันเต็ม
ผู้อำนวยการที่กล่าวทักทายนักเรียนอย่างเป็กันเองบนเวที แทรกมุกขำขันเป็จังหวะไม่ให้เหล่านักศึกษาเบื่อ
"เอาล่ะ...ดูท่าจะเบื่อกันแล้ว ถ้างั้นลำดับต่อไป เป็การกล่าวปิดพิธีเลยละกัน"
ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม ณ จุดหนึ่งของห้องประชุมสายตาจากผู้ชายนับร้อยคู่เหมือนกับกำลังมองไปยังจุดเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เหมือนกับจะบอกว่าสิ่งที่อยู่ตรงนั้นมันช่างดึดดูดสายตาจนอดที่จะหันไปมองไม่ได้
หญิงสาวคนหนึ่ง เส้นผมสีดำยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีดำฉายแววเ็า เธอมองไปข้างหน้าเวทีอย่างไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ ใบ้หน้าขาวได้รูป แต่บรรยากาศรอบตัวที่แผ่ซ่านออกมาราวกับมีอะไรบางอย่างปกคลุมอยู่
เซรินที่มองเธอแว๊บหนึ่ง พลางติดว่าไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตา
"คนนั้นใช่ไหมนักศึกษาใหม่ปีสี่ที่เขาว่ากันว่าสวยมาก"
"น่าจะใช่ สวยกว่าที่คิดอีก"
"สวยก็จริงก็ดูท่าทางเข้าถึงยากยังไงไม่รู้"
เสียงรอบข้างที่จอแจทำให้เซรินรู้ว่าเธอคนนั้นอนักศึกษาใหม่ที่ร่ำลือกัน และเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงไม่คุ้นหน้า ถ้าหากมีใบหน้าที่สวยและน่ารักขนาดนี้คงถูกจัดอันดับสาวงามประจำมหาลัยไปตั้งนานแล้ว
เซรินมองครู่หนึ่งก่อนจะไม่คิดอะไร สำหรับเขาที่ชินกับความสวยและน่ารักของคุณพี่สาวไอลีน ที่ชอบเข้ามาใกล้ชิด ออดอ้อนอยู่ตลอดเวลา และทำให้เขานิสัยเสียอย่างหนึ่งคือเวลาใครที่ว่าสวย เขามันจะเอาไปเปรียบเทียบกับไอลีนตลอด
ทำให้เขามีภูมิต้านทานความสวยของเพศตรงข้ามมากกว่าใคร แต่บรรยากาศรอบตัวของนักศึกษาใหม่คนนั้นก็ดูเหมือนมีกำแพงขวางกั้น เข้าถึงอยากแปลกๆ
ใช้เวลาไม่นานพิฑีเปิดภาคเรียนใหม่ก็จบลง หญิงสาวคนนั้นลุกขึ้นเป็คนแรกก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูทางออกอย่างไม่สนสายตาใคร ทุกฝีก้าวการเดินราวกับเจา้หญิง แผ่นหลังตั้งตรง สายตามองตรงไปข้างหน้า
น่าแปลกที่การกระทำทุกอย่างของเธอสะกดสายตาได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ยังไม่มีใครลุกขึ้นราวกับร่างกายถูกตรึงติดกับเก้าอี้ไว้
จนเธอลับสายตาออกจากประตูไป
และหลังจากนั้นก็มีเสียงลุกพรึบจากเหล่าชายหนุ่มที่รีบวิ่งออกไปจากห้องประชุมทันที ทุกอย่างก็กลับมาสู่สถานการณ์ปกติอีกครั้ง
เซรินไล่สายตามองไป เพลงคิดว่า…เธอคนนั้นน่าจะตกเป็เป้าหมายของเหล่าชายหนุ่มแน่นอน
แต่สำหรับเขา…เพียงแค่อ้าปากห้าวอย่างี้เีก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่
ดูเหมือนความสวยของนักศึกษาใหม่จะไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย