บทที่ สิบหก
เมืองผิงต๋าเป็พื้นที่ทางใต้อยู่ห่างจากเล่อเฟิ่งไกลแบบข้ามแคว้นไม่รู้ว่าจางหยงหยวนไปได้ยินข่าวลือนี้มาได้อย่างไรลู่อิงิใช้เวลาเดินทางทั้งสัปดาห์ทั้งขนาดลงเขาแล้วสามารถควบม้าเร็วได้ยังใช้เวลานานขนาดนี้เขตเมืองผิงต๋าอยู่ด้านติดทะเล หรือว่าง่ายกว่าคือเป็เมืองบนน้ำมีเพียงสะพานยาวใช้ข้ามจากแผ่นดินใหญ่สู่เมือง
ทั้งที่ดูเหมือนการเดินทางไม่สะดวกและไม่ใช้เมืองอาณาเขตใหญ่แต่กลับคึกคักเป็อย่างมากเพราะเมืองผิงต๋าเป็ท่าขนส่งก่อนเข้าแคว้นเรือน้อยใหญ่ต้องมาจอดเทียบท่าที่นี่ไม่สามารถเข้าใกล้แผ่นดินใหญ่ได้เพราะน้ำตื้นเกินไปเมืองบนน้ำแห่งนี้จึงเป็เมืองที่ร่ำรวยกว่าเมืองโดยรอบจากเก็บค่าเทียบท่าขนส่ง
เมื่อมาถึงเมืองผิงต๋าร่างกายที่ชินกับอากาศหนาวแล้วมาเจออากาศของเมืองติดทะเลก็รู้สึกอบอ้าวไม่น้อยทั้งที่ความจริงอากาศไม่ได้ร้อนเลยแท้ๆ ลู่อิงิปลดเสื้อคลุมออกไปนานแล้วเหลือเพียงเสื้อนอกตัวเดียวผู้คนที่นี่จึงพากันแต่งตัวกันด้วยผ้าบางๆ พลิ้ว สีสันสดใสสมเป็เมืองทะเลว่าไปเซียน์อย่างนางั้แ่ที่ทะลุมิติเข้ามาในนิยายก็ไม่ได้ไปทะเลอีกเลยแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้เปิดหูเปิดตาบ้าง
แต่ไม่ใช่ว่าจะมาเที่ยวเล่นเสียอย่างเดียวนางยังไม่ลืมที่ต้องมาทำภารกิจให้จบๆ ไปเซียนน้อยควบม้าข้ามสะพานแขวนแล้วมองหาโรงเตี๊ยมเอาไว้ฝากม้าจะได้หาข่าวว่าเป็เื่จริงไหมที่เศษดาวตกลงมาเมืองบนน้ำแห่งนี้
“เสี่ยวเอ้อร์เตรียมห้องให้ข้าหนึ่งห้อง”
“ได้ขอรับคุณชาย” การแต่งตัวของแขกผู้เข้าพักดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนแถวนี้เนื้อผ้าหนาเช่นนี้ใส่ที่ผิงต๋าอบอ้าวไปไม่สบายตัวกันพอดีเสี่ยวเอ้อร์ผู้มีจิตใจรักการขายก็เอ่ยต่อทันที“คุณชายให้ข้าเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้หรือไม่ เดินทางมาไกลคงเหน็ดเหนื่อยแล้ว”
“อ่อ มีชุดให้เปลี่ยนหรือ เช่นนั้นนำมาก็ได้” ลู่อิงิไม่ปฏิเสธนางอยากจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วพักสักชั่วยามก่อนจะออกไปเดินชมเมืองเอ๊ย..สำรวจเมืองอยู่แล้ว
“ยินดีขอรับคุณชาย ข้าจะเตรียมห้องและชุดให้ โปรดรอสักครู่”
“เดี๋ยวๆ ก่อนไปขอถามอะไรอีกอย่าง ที่นี่สองเดือนก่อนมีดาวตกบ้างไหม”
“อ่อ ดาวตก มีขอรับ ตกลงกลางเมืองเลยคุณชาย”ชัดเจนเกินไปแล้วอะไรจะง่ายปานนั้น ข่าวลือที่จางหยงหยวนว่าเป็จริงสถานที่ตกก็รู้แน่ชัด ์เข้าข้างนางอยู่ใช่หรือไม่นะ
“เช่นนั้นรู้หรือไม่เศษดาวอยู่ที่ไหนแล้ว”
“อยู่กับท่านเ้าเมืองขอรับคุณชาย” เ้าเมืองหรือทำไมเศษดาวถึงต้องไปอยู่กับพวกมีอันจะกินกันนักแล้วนางก็ต้องไปเสี่ยงตายหาวิธีเอาเสี้ยวผลึกกลับมาไม่รู้ว่าเ้าเมืองตอนนี้มีปัญหาอะไรให้นางช่วยหรือเปล่าหลังจากนี้คงต้องสืบดูก่อนด้วยว่ายังอยู่ที่เ้าเมืองจริงๆ
“ขอบใจมาก”นางส่งเงินให้ผู้เป็เสี่ยวเอ้อร์แล้วรอคนมานำไปที่ห้องที่จัดเตรียมไว้
พอได้อาบน้ำก็สดชื่นไม่น้อยเร่งเดินทางมาที่นี่จนนางไม่ได้อาบน้ำมาสองวันเต็มๆหลังจากนั้นลู่อิงิก็ได้งีบหลับพักผ่อนจนเกินกำหนดเวลาที่ตั้งใจกว่าจะออกมาจากห้องก็เกือบเย็นเสียแล้ว พอก้าวเท้าออกมาก็อดที่จะมองห้องข้างๆไม่ได้ เพราะนางเผลอคิดไปว่าอาจจะมีใครคนนั้นตามมาพักด้วยกันหรือว่าบางครั้งที่เดินๆ อยู่เขาก็จะโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงอะไรแบบนั้นคิดได้ทุกครั้งก็ถอนหายใจทุกทีที่ตัวเองเริ่มชินที่มีเงาเด็กหนุ่มเดินตาม..ให้ตายเถอะ
เซียนน้อยส่ายหน้าไล่ความคิดเช่นนั้นออกไปแล้วตั้งสติแต่ความจริงเล็กๆ ก็ไม่อาจปฏิเสธคือนางไม่ได้เกรงกลัวเขาอีกแล้วอย่างตอนแรกเจออีกแล้ว
ขณะที่เดินสำรวจมองเมืองผิงต๋าก็คิดถึงในนิยายว่ากล่าวถึงที่นี่อย่างไรบ้างลู่อิงิพยายามจะทบทวนความจำ
ผิงต๋าถ้าให้เปรียบกับโลกเก่าน่าจะเรียกว่าลาสเวกัสมั้งเป็เมืองท่าสำคัญ ยามดึกก็ยังคงมีไฟส่องสว่างทั่วเมือง ต่างจากเมืองอื่นๆที่จะเป็แค่ตรอกที่มีสถานเริงรมย์ เพราะที่นี่ทุกที่ก็ย่านเริงรมย์ร้านค้าก็เปิดตลอด ร้านอาหารมีบริการทั้งกลางวันกลางคืนและที่สำคัญมีบ่อนพนันกับหอคณิกาที่กระจายอยู่ทุกหัวถนน ที่นี่คือแหล่งค้าบริการจนนับว่าเป็สินค้าหนึ่งที่ขึ้นชื่อของผิงต๋าก็หญิงงามนี่แหละ
เช่นนั้นเ้าเมืองที่ถือครองเศษดาวอยู่มันก็‘มู่จงซิน’ นี่ไง เ้าเมืองที่คลั่งไคล้เงินทอง บ้าอำนาจคนที่เปลี่ยนเมืองผิงต๋าเป็เมืองเริงรมย์บนน้ำ ขึ้นภาษี เก็บส่วยว่าไปนี่นางต้องไปขอเศษดาวจากคนแบบนี้นะหรือ แทบเป็ไปไม่ได้เลยมู่จงซินหวงสมบัติตัวเองยิ่งกว่าอะไร
แต่สิ่งที่มู่จงซินจะยอมทำทุกอย่างนั้นย่อมมีข้อยกเว้นสิ่งที่ยกเว้นก็คือเื่เกี่ยวกับบุตรสาวนั้นเอง
ลู่อิงิจึงตระหนักได้ว่าตนจะต้องไปข้องเกี่ยวกับผู้หญิงของสวีจ้าวหรงกี่คนกันกันไม่รู้ว่าชะตาลิขิตหรือเพราะเขาเมียมีมากเกินไปจริงๆนางถึงไปที่ไหนก็เจอเมียพระเอก!
“มีอะไรที่นางพอจะมีเพื่อใช้แลกกับเศษดาวได้ไหมนะ”ระหว่างเดินอยู่บนถนนกลางตัวเมืองผิงต๋าที่ตอนนี้เข้า่เวลากลางคืนเรียบร้อยเซียนน้อยก็หน้านิ้วคิ้วขมวดใช้ความคิด จนหญิงสาวที่เดินรับแขกอยู่หน้าหอมาเจอเข้าก็ตรงเข้าออดอ้อนทันทีด้วยหวังจะมีแขกซื้อค่ำคืนหรรษากับพวกนางแล้วยิ่งลู่อิงิแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างคุณชายมีเงินถุงเงินถังยิ่งเป็เป้าหมาย
“คุณชายมีเื่กลุ้มใจอันใดให้เสี่ยวจินคลายความกังวลให้ดีไหมเ้าคะ”ไม่ว่าเปล่า นางผู้แทนตนว่าเสี่ยวจินหลงใหลนั้นก็ลูบแขนเซียนน้อยไปด้วย
“อย่าเลยมะ..แม่นาง ขะ..ข้ามิกล้า” ครั้งแรกในชีวิตที่โดนหญิงสาวจีบซึ่งจริงๆ คงจีบกลิ่นเงินมากกว่า นางพลันใตอบติดๆ ขัดๆแสดงออกมาหมดว่าเป็ไก่อ่อน เสี่ยวจินเห็นก็ยิ่งรุกหนัก
“ดูสิ เหงื่อไหลเต็มเลย เข้าข้างในก่อนเถอะเ้าค่ะข้าจะปรนนิบัติคุณชายเอง”หญิงสาวยกผ้าเช็ดหน้าที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานหอมรัญจวนขึ้นเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าของลู่อิงิหวังจะให้เขาติดบ่วงเล่ห์ยอมเชื่อฟัง ตามเข้าไปในหอด้วยกัน
“อย่าเลย ข้าขอตัว” เซียนน้อยพยายามจะปัดผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกแล้วเดินหนีแต่ใครจะไปคิดว่าหลังเสี่ยวจินจะมีเสี่ยวเพ่ยเสี่ยวหนิงและอีกมากมายที่พยายามเข้ามาอ้อนนางให้ยอมไปด้วยกันอีกหลายคนจากปกติที่คิดว่าแต่งเป็ชายจะปลอดภัยอาจจะใช้ไม่ได้กับเมืองผิงต๋ายามค่ำคืน
จนในที่สุดลู่อิงิก็เดินมาถึงกลางเมืองที่นี่ไม่มีสถานเริงรมย์เท่าไรจึงเดินสบายๆ ไม่ต้องคอยหลบซ่อนที่กลางเมืองจะเป็จัตุรัสลานกว้างคงเอาไว้จัดงานอะไรบางอย่างเมื่อถึงเป็เทศกาลประจำของเมืองล่ะมั้งนางคิดที่ริมจัตุรัสจะมีกระดาษติดประกาศต่างๆ จากทั้งของทางการและชาวบ้าน
แต่สิ่งหนึ่งที่ลู่อิงิสนใจก็คือกระดาษติดประกาศคนหายเป็ภาพวาดเหมือนมีเขียนบรรยายลักษณะและชื่อ มีทั้งหมดสามแผ่นและทุกคนล้วนเป็ผู้หญิง
“นี่จะใช่หรือเปล่า” เพราะถ้าการหายตัวไปของทั้งสามเกี่ยวข้องกันก็อาจจะเกี่ยวกับบุตรสาวของมู่จงซินด้วยเช่นกันอาจจะมีหนทางให้นางไม่ต้องคิดจนปวดกะโหลกว่าจะหาทางเอาเศษดาวมาอย่างไร
ลู่อิงิมองใบประกาศล่าสุดหญิงสาวคนนี้หายไปเมื่อสามวันที่แล้ว ถ้านับย้อนไปก็แรมหนึ่งค่ำพอดีคนก็หน้าเดือนที่แล้วก็ใช่แรมหนึ่งค่ำเหมือนกัน คนแรกสุดก็อย่างที่คาด ตรงกันหมดนี่มันคดีลักพาตัวหญิงสาวแห่งเมืองผิงต๋า และนางก็รู้ใครทำแม้แต่เ้าเมืองก็รู้เช่นกัน แต่เขากลับปล่อยให้มันเกิดขึ้น เอาล่ะพรุ่งนี้นางมีเื่ที่จะเอาไปต่อรองกับมู่จงซินแล้ว
วันต่อมาเซียนน้อยเดินทางมาถึงหน้าจวนเ้าเมืองเป็จวนที่ใหญ่ที่สุดั้แ่นางพบเจอมาบนโลกมนุษย์สมแล้วที่เพิ่มภาษีเอาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง
“ข้ามาพบมู่จงซินเื่หญิงสาวที่หายทุกแรมหนึ่งค่ำ”ลู่อิงิแจ้งความประสงค์ต่อผู้เฝ้าหน้าประตูแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะเยาะ
“ฮ่าๆๆ คุณชาย ถ้าเมียเ้าหายไปแจ้งศาล ไม่ใช่ท่านเ้าเมือง”นางไม่อยากจะพูดอะไรเยอะ พวกนี้ไม่มีความจำเป็ต้องพูดด้วยแค่ไปแจ้งเื่ให้ก็จบๆ แล้ว
“ไม่ใช่เมียข้า แต่ถ้าพวกเ้าจะไปแจ้งผู้มีอำนาจกว่าก็จะช่วยได้มากว่าข้ามาเื่หญิงสาวที่หายไปทุกแรมหนึ่งค่ำ” นางพูดย้ำชัดเน้นหนักหวังจะให้ผู้เฝ้าประตูเข้าใจ แต่ก็ไม่สำเร็จ ไม่แน่ว่าบุกเข้าไปเองจะง่ายกว่าพวกนี้ดูทำหน้าที่แค่เฝ้าประตูจริงๆอาจจะไม่รู้ว่าในจวนมีเื่อะไรเกิดขึ้นกับวันแรมหนึ่งค่ำ
แต่โชคดีระหว่างที่นางเจรจากับผู้เฝ้ายามอยู่ที่ปรึกษาของมู่จงซินก็มาหยุดรถม้าหน้าทางเข้าจวนและบังเอิญได้ยินนางเอ่ยเกี่ยวกับแรมหนึ่งค่ำเข้า
“คุณชาย ท่านมีธุระอะไรถึงมาที่นี่” ที่ปรึกษาของมู่จงซินนามว่าโจวเจิ้งฉีโบกมือให้ผู้เฝ้ายามหลบไป แล้วเอ่ยถามลู่อิงิ
“ข้ามาเื่หญิงสาวที่หายไปทุกแรมหนึ่งค่ำ” โจวเจิ้งฉีได้ยินไม่ผิดจริงๆคนผู้นี่จับสังเกตเื่หญิงสาวที่หายตัวไปได้ว่าเป็ทุกแรมหนึ่งค่ำ ไม่รู้มาด้วยเจตนาใดและรู้มากขนาดไหนแต่จะสนทนาตรงนี้ไม่ได้ อาจจะมีคนอื่นมาได้ยินเข้า
“เชิญคุณชายด้านใน”
โจวเจิ้งฉีเดินพาลู่อิงิเข้าไปด้านในก่อนจะผ่านประตูเข้าไปนางก็ยังไม่วายหันไปมองคนเฝ้ายามแล้วพยักหน้าให้ที่เมื่อครู่ไม่ยอมปล่อยนางเข้าไปตอนนี้เป็ไง นางถูกเชิญเข้าไปแล้วห้ามก็ไม่ได้
“ข้าโจวเจิ้งฉี ที่ปรึกษาของท่านมู่จงซิน ขอทราบนามของคุณชายได้หรือไม่”ที่ปรึกษาโจวเชิญลู่อิงิเข้ามาแล้วรับรองอย่างดี รินน้ำชาส่งให้พร้อมแนะนำตัวก่อนจึงถามกลับ
“ข้าแซ่ลู่ นามว่าิ”
“ยินดีที่ได้พบคุณชายลู่” ที่ปรึกษาของมู่จงซินนั้นในนิยายแทบไม่มีมีบทบาทไม่เคยบรรยายรูปลักษณ์มาก่อนตอนนั้นที่อ่านนางคิดว่าจะค่อนข้างมีอายุเพราะเป็ถึงที่ปรึกษาแต่พอได้มาเจอตัวจริงไม่คาดคิดว่าจะหนุ่มขนาดนี้ตอนที่เห็นหน้าจวนยังคิดเลยว่าคงเป็ญาติของตระกูลมู่ ที่ไหนได้เป็ที่ปรึกษาแม้จะไม่ได้รูปงามโดดเด่นแต่ก็ดูสูงใหญ่องอาจขัดกับตำแหน่งที่ปรึกษาคล้ายเป็นักรบมากกว่า
“ถ้าขอเสียมารยาททราบเื่ที่คุณชายจะคุยกับท่านมู่จงซินก่อนได้หรือไม่หากข้าเห็นว่าท่านมู่ควรทราบเรี่องข้าจะนำไปแจ้งต่อให้เอง”
“ได้ ไม่มีความลับอยู่แล้ว แค่บอกท่านเ้าเมืองให้ทีว่าข้ารู้เื่ทั้งหมดเกี่ยวกับแรมหนึ่งค่ำแล้ว”
“ทั้งหมดมีขอบเขตหรือไม่เพราะให้ข้าเอ่ยตามตรงเื่นี้รู้กันแค่ภายในไม่กี่คน” โจวเจิ้งฉีถามกลับอยากจะหลงใหลเื่ราวดูก่อน ว่าจะลอบทำเป็รู้แล้วมาหลอกถามเอาไปใช้เพื่อเป็ประโยชน์แทนหรือไม่
“ทั้งหมดจริงๆ ท่านโจว เื่ที่้าบุตรสาวท่านมู่แต่ถ้าไม่ยอมส่งให้จะลักพาตัวหญิงสาวในเมืองแทน” ที่ปรึกษาโจวอึ้งไปครู่ใหญ่คำตอบของลู่อิงิแสดงให้รู้อย่างที่พูดว่าทั้งหมดจริงๆ
“นี่ท่านทราบเื่ได้อย่างไร มีคนในนำเื่ไปแพร่งพรายหรือ”
“ไม่ใช่ๆ อย่าสงสัยกันเองเลย ให้ข้าได้พบท่านเ้าเมืองเถอะ”นางรีบตอบปัดพยายามกลับเข้าเื่ เจอมู่จงซินเร็วเท่าไรจะได้คุยตกลงกันให้จบๆไปให้รู้แล้วรู้รอด
“ก็ได้ งั้นรอสักครู่”
ที่ปรึกษาโจวเจิ้งฉีหายไปแล้วคงไปตามเ้าเมืองมาให้นาง ถ้าตกลงแลกเปลี่ยนเศษดาวสำเร็จนางจะได้จากไปเสียที่อยู่ใกล้เมียสวีจ้าวหรงทีไรไม่นานเขาก็โผล่หัวออกมาทุกทีเหมือนนางจะเป็เข็มทิศหาหญิงงามมากกว่าหาดาวที่ตกลงมาเสียอีก
ผ่านไปนานจนเกือบเข้าเวลาเที่ยงวันก็ไม่มีใครออกมาให้พบถ้าไม่ว่างไม่อยู่จวนก็พอเข้าใจได้แต่ถ้าเื่มารยาทการทิ้งแขกให้รอแบบนี้ในฐานะเ้าบ้านคือแย่ที่สุดอย่างน้อยก็ต้องให้คนมาแจ้งสักหน่อยสิ
จนในที่สุดก็น่าจะเข้าเวลาเที่ยงจนได้แสงแดดร้อนๆ ส่องมาให้ลู่อิงิรู้สึกร้อนอบอ้าว รวมกับทั้งอารมณ์เสียที่รอนานนางก็ไม่ทนอีกต่อไปจะเดินไปหาตัวมู่จงซินด้วยตัวเอง
ลู่อิงิเดินอยู่ในจวนผ่านทั้งสาวใช้และคนเฝ้ายามหลายคน ทุกคนล้วนมองนางอย่างสงสัยว่าเป็ใครเข้ามาในจวนได้อย่างไร จนกระทั่งเสียงหนึ่งเรียกขึ้นมาลั่นระเบียงทางเดิน
“เ้าเป็ใครเข้ามาในจวนข้าได้อย่างไร” เสียงเล็กใสเอ่ยถามอย่างท้าทายลู่อิงิหันไปมองก็รับรู้ทันทีว่านางคือใคร ‘มู่ซิ่วฟาง’บุตรสาวแสนสวยของเ้าเมือง คนที่เป็ต้นเื่ของคดีหญิงสาวหายของเมืองผิงต๋า
“ข้ามาพบท่านเ้าเมือง”
“ด้วยเื่อะไร” หญิงสาวยังไม่วางใจเอ่ยถามด้วยใบหน้าเย่อหยิ่งมองประเมินคุณชายร่างบางตรงหน้า
“เื่ที่พวกท่านปล่อยให้หญิงสาวหลายคนถูกลักพาตัวไปวันแรมหนึ่งค่ำ”
“นะนี่เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร”หญิงงามตรงหน้าชี้หน้าลู่อิงิพูดเสียงสั่นที่โดนรู้ความลับเข้า
เดิมที่ตัวละครในนิยายอย่างมู่ซิ่วฟางนั้นลู่อิงิก็ไม่ค่อยพอใจอยู่แล้วนางเป็คุณหนูคนเล็กที่เกิดจากฮูหยินที่มู่จงซินหลงใหลนัก ทำให้เลี้ยงมาอย่างตามใจถึงจะมีรูปลักษณ์ที่งดงามมากแต่ก็โหดร้ายมากพอกัน ฉุนเฉียวง่ายลงโทษคนรับใช้ก็รุนแรง แต่พอเป็พระเอกกลับหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อเขากลายเป็คนน่ารักออดอ้อนเอาใจสวีจ้าวหรงที่สุด แต่เฉพาะพระเอกเท่านั้นยังนิสัยเสียกับคนอื่นเหมือนเดิม และคนที่เป็เ้าของดอกหลันหลิ่งก็นางนี่เลยไม่อ้อนเก่งมีหรือพระเอกจะไปหอบเอาดอกไม้มาให้
“อยากรู้มากกว่านี้ก็ไปตามท่านเ้าเมืองมาพบข้า”
“ได้ รอข้าที่ศาลานั่น”มู่ซิ่วฟางชี้ไปที่ศาลาทรงสี่เหลี่ยมแล้วพาสาวรับใช้เดินหายไปอย่างรวดเร็วไม่แน่วิธีนี้อาจจะยอมทำให้มู่จงซินมาเจอนางเร็วกว่าฝากที่ปรึกษาโจวไปเสียอีก
อย่างที่คาดไม่มีผิดไม่ถึงเค่อดีมู่ซิ่วฟางก็เดินมาหานางที่ศาลาพร้อมกับบิดาและที่ปรึกษาโจวอีกคน
“ท่านพ่อ คนผู้นี้ที่รู้เื่ข้า” มาถึงไม่มีแนะนำอะไรทั้งนั้นคุณหนูผู้เอาแต่ใจชี้หน้าฟ้องบิดาอย่างเดียว
“คำนับคุณชายลู่”
“ท่านพ่อรู้จักเขาหรือ” มู่ซิ่วฟางเอ่ยถามงุนงงทำไมบิดาถึงรู้จักกับบุคคลนี้ แต่นางกับไม่รู้เื่สักนิด
“เงียบก่อนซิ่วซิ่ว พ่อขอคุยกับคุณชายลู่”เ้าเมืองผิงต๋าเอ่ยกับบุตรสาวแล้วหันมาหาลู่อิงิ
“คำนับท่านเ้าเมือง” เซียนน้อยมองสำรวจมู่จงซินทุกอย่างเป็ดั่งที่ในนิยายบรรยายเอาไว้ ร่างท้วมปากหนาหนังตาตกแต่คิ้วแหลมชี้ขึ้นเห็นแล้วก็สงสัยว่ามีบุตรสาวเป็มู่ซิ่วฟางได้อย่างไร
“ขออภัยที่มาช้า ตอนที่จะมาพบคุณชายธุระด่วนมาแทรกจึงเผลอลืมไปดีที่ได้บุตรสาวมาเตือน” แก้ตัวชัดๆ พอบุตรสาวไปเรียกธุระก็เสร็จพอดีเลยหรือแกล้งปล่อยให้แขกรอมากกว่า คิดจะเล่นาประสาทกับนางอย่างไรอย่างนั้น
“เข้าเื่ดีกว่า ไหนๆ ก็เสียเวลามาครึ่งวันแล้ว” ลู่อิงิไม่เอ่ยให้อภัยแต่ข้ามไปหาเหตุผลที่มาจวนตระกูลมู่ตรงๆเลย
“ได้ คุณชายลู่มีอะไรว่ามา ที่นี่พูดได้ทุกอย่าง”เพราะคนรับใช้ถูกไล่ออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงแต่คนที่รู้เื่จริงเท่านั้น
“ปีศาจพรายน้ำ้าตัวมู่ซิ่วฟางแต่ถ้าท่านไม่ส่งตัวให้มันจะจับตัวหญิงสาวไปทุกๆ แรมหนึ่งค่ำ ถูกอย่างที่ข้าว่าไหม” เื่มันเป็เช่นนี้แต่ที่มากกว่านั้นเหตุผลที่เ้าเมืองผิงต๋าปล่อยให้หญิงสาวในเมืองหายไปเดือนละคนไม่ทำอะไรเพราะปีศาจพรายน้ำขู่เอาไว้ถ้าแจ้งเื่ให้พวกนักพรต ผู้ฝึกวิชามาขับไล่มันปีศาจพรายน้ำจะทำให้น้ำท่วมเมืองผิงต๋าและทำให้น้ำขึ้นสูงจนเรือไปจอดที่แผ่นดินใหญ่ได้แบบนั้นก็จะไม่มีใครเหลียวแลเมืองบนน้ำเล็กๆ แห่งนี้นั้นเป็เหตุผลที่ทำให้มู่จงซินปล่อยเื่ผ่านไป ไม่เห็นค่าชีวิตคน เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวและความร่ำรวยจุดนี้นางนึกถึงแล้วก็โมโหนัก
“คุณชายทราบเื่แล้ว้าอะไร เงินทองหรือตำแหน่ง”เ้าเมืองผิงต๋าเสนอทางเลือกให้ลู่อิงิ
“ท่านต่างหากมีสองทางเลือกไม่ส่งตัวบุตรสาวไปจบเื่ก็ต้องหาคนมาปราบปีศาจพรายน้ำ” นางเอ่ยตอบ
“ไม่นะท่านพ่อ ข้าไม่ยอมเป็เ้าสาวปีศาจพรายน้ำเด็ดขาด”คุณหนูเล็กของตระกูลเขย่าแขนบิดา มีหรือนางไม่ยอมแล้วบิดาจะยอม
“พ่อรู้แล้วซิ่วซิ่ว”มู่จงซินตบลงที่มือของบุตรสาวอย่าง้าจะปลอบขวัญแล้วหันมาคุยกับเซียนน้อยต่อ“วิธีอื่นเถอะ คุณชายมีอะไรจะเสนอก็ว่ามา”
ความจริงนางไม่อยากช่วยเหลืออะไรตระกูลมู่สักนิดแต่จะปล่อยให้หญิงสาวถูกลักพาตัวต่อไปไม่ได้ก็กว่าสวีจ้าวหรงจะมาปราบปีศาจพรายน้ำหญิงสาวในเมืองก็หายไปเกินสิบคนแล้วนางต้องลงมือเอง