มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 3 ตอนที่ 128.เส้นทางสู่เมืองแห่งหมอก

    หน้าประตูเมือง บรรยากาศ

    เริ่มวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อทุกคน

    ขึ้นไปอยู่บนสัตว์พาหนะของตัวเองเรียบร้อยแล้ว

    อาเรนอยู่ด้านหน้า ไคกับรันอยู่ไม่ไกล

    ส่วนสมาชิกทั้งสี่คน

    จากโบสถ์แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์

    ก็เตรียมตัวเสร็จแล้วเช่นกัน

    นัทนั่งอยู่บนหลังรีอัส

    มือข้างหนึ่ง จับสายบังคับเอาไว้

    ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง

    กล้ายังยืนอยู่ที่เดิม นัทขมวดคิ้ว

    “พี่ไม่ขึ้นเหรอ?”

    กล้ามองไปรอบ ๆ

    ก่อนตอบ

    “ขึ้นตัวไหน?”

    นัทเงียบไป มาร์โกที่อยู่ไม่ไกล

    มองภาพนั้น ก่อนค่อย ๆ หันหน้าหนี

    แต่ไหล่ของเขา กลับสั่นเล็กน้อย

    นัทมองสัตว์พาหนะ ของคนอื่น

    จากนั้นก็มองกล้า

    ก่อนถอนหายใจ

    “งั้นขึ้นมา”

    กล้าเลิกคิ้ว

    “ไหน?”

    นัทตบเบา ๆ

    ไปที่ด้านหลังของตัวเอง

    “รีอัส”

    กล้ามองสัตว์พาหนะ ก่อนมองนัท

    “นั่งได้สองคน?”

    “วันนี้ก็คงต้องได้”

    กล้าเดินเข้ามา

    ก่อนปีนขึ้นไปด้านหลังนัท

    รีอัสหันหัวกลับมาเล็กน้อย

    เหมือนกำลังสงสัยว่า

    ทำไมวันนี้ ถึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

    นัทลูบคอของมัน

    “ทนหน่อยนะ”

    กล้าพูดจากด้านหลัง

    “มึงพูดเหมือนกูหนักมาก”

    นัทหันกลับไป

    “พี่คิดว่าไง?”

    “กูไม่ตอบ”

    ไม่ไกลออกไป

    มาร์โกหัวเราะออกมาเบา ๆ

    อาเรนที่อยู่ด้านหน้า

    หันกลับมามอง

    ก่อนถอนหายใจ

    “ถ้าพร้อมแล้ว”

    “ไปได้”

    นัทหันไปมองกล้า

    “จับดี ๆ”

    กล้าตอบทันที

    “กูไม่ได้เด็ก”

    รีอัส เริ่มขยับตัว

    ก่อนที่นัทจะพูดขึ้น

    “งั้นอย่าตกก็แล้วกัน”

    เสียงหัวเราะเบา ๆ

    ดังขึ้นจากหลายคนในทีม

    ก่อนที่ขบวน จะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมือง ...

    ช่วงแรกของการเดินทาง

    บรรยากาศยังค่อนข้างผ่อนคลาย

    เส้นทางสายหลัก เต็มไปด้วยผู้คน

    นักผจญภัย พ่อค้า และขบวนสินค้า

    เดินทางผ่านไปมา นัทมองคนทั้งสี่

    จากโบสถ์แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์

    ที่เดินทางร่วมกับพวกเขา

    ตั้งแต่เมื่อคืน เขารู้เพียงว่า ทั้งสี่คน

    ถูกส่งมาร่วมภารกิจ

    แต่ยังไม่รู้จักใครจริง ๆ

    จนกระทั่งอาเรน พูดขึ้น

    “ก่อนจะไปถึงที่นั่น”

    “แนะนำตัวกันหน่อยก็ดี”

    ทุกคน หันมามอง อัศวินคนหนึ่ง

    ที่ขี่สัตว์พาหนะอยู่ทางด้านขวา

    ยกมือแตะบริเวณอก

    “ผมชื่อ โรแวน”

    ชายอีกคน พูดต่อ

    “ดาเรียส”

    ทั้งสองคน แต่งกายด้วยชุดเกราะเต็มตัว

    แต่แตกต่างจากนักผจญภัยทั่วไป

    บนชุดเกราะ มีสัญลักษณ์ของโบสถ์

    ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน

    จากมุมมองของนัท และกล้า

    หากใครมองจากโลกเดิม

    ก็คงไม่มีใครเรียกพวกเขา

    อย่างอื่น นอกจาก พาลาดิน

    นัทหันไปมองกล้า

    กล้าหันมามองนัท

    ทั้งสองคน

    ไม่ต้องพูดอะไร

    แต่เข้าใจตรงกันทันที

    จากนั้น หญิงสาวคนหนึ่ง ที่อยู่ด้านหลัง 

    ก็ยิ้มเล็กน้อย

    “ฉันชื่อ เอเลีย”

    อีกคน พูดต่อ

    “มีรา”

    ทั้งสองคน สวมชุดคลุมของโบสถ์

    และมีไม้เท้าอยู่ในมือ

    นัทพยักหน้าเบา ๆ

    “นัทครับ”

    “มาร์โก”

    “กล้า”

    กล้าโบกมือ

    จากด้านหลังของนัท

    “ผมเป็นผู้ติดตาม”

    คำตอบนั้น ทำให้ไคหันกลับมามอง

    “นายพูดเหมือนภูมิใจ”

    กล้าตอบทันที

    “อย่างน้อยกูก็ไม่ต้องเดิน”

    ไคนิ่งไป ก่อนหัวเราะออกมา ...

    การเดินทาง ดำเนินต่อไป

    ระยะทางค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

    ผู้คนบนเส้นทาง เริ่มลดลง

    จนกระทั่ง เส้นทางด้านหน้า

    เริ่มเงียบลงกว่าเดิม

    เอเลียมองไปข้างหน้า ก่อนพูดขึ้น

    “พวกคุณเคยเข้าไปในเมืองแห่งหมอกแล้วใช่ไหม?”

    อาเรนพยักหน้า

    “เคย”

    “แล้วกองทัพอันเดด”

    มีราถาม

    “มีจริงหรือเปล่า?”

    คราวนี้ อาเรนไม่ได้ตอบทันที

    เขามองไปข้างหน้า

    ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “มีจริง”

    บรรยากาศ บนเส้นทาง เริ่มเงียบลง

    โรแวนจับสายบังคับ แน่นขึ้นเล็กน้อย

    “จำนวนมาก?”

    ไคตอบแทน

    “มากพอ”

    “จนพวกเราไม่คิดเข้าไปนับ”

    รันหัวเราะออกมาเบา ๆ

    แต่ไม่มีใคร หัวเราะตาม

    นัทหันไปมองกล้า

    เขาเอง เห็นสีหน้าของพี่ชายเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    คำว่า กองทัพ กับคำว่า อันเดด เมื่อรวมกัน

    ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกดีนัก

    เอเลียพูดขึ้น

    “ถ้าเป็นอันเดด”

    “พลังแสงอาจมีประโยชน์”

    มาร์โกที่เงียบมาตลอด

    จึงถามขึ้น

    “อาจ?”

    เอเลียหันมามอง

    “พลังแสงมีผลกับอันเดด”

    “ไม่ได้หมายความว่าจะจัดการได้ทุกตัว”

    “ยิ่งสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีพลังมากขึ้น”

    “พลังแสงก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างจบง่าย ๆ”

    ดาเรียสพยักหน้า

    “โดยเฉพาะถ้ามีบางอย่างควบคุมพวกมันอยู่”

    คำพูดนั้น

    ทำให้อาเรน

    มองไปข้างหน้า

    “นั่นคือสิ่งที่เราต้องการรู้”

    นัทถามขึ้น

    “แล้วภารกิจครั้งนี้”

    “เราจะเข้าไปลึกแค่ไหนครับ?”

    อาเรนหันกลับมา มองทุกคน

    ทีละคน ก่อนตอบ

    “ลึกพอ”

    “ที่จะได้ข้อมูล”

    “และไม่ลึกจนกลับออกมาไม่ได้”

    นัทนิ่งไป ประโยคหลัง

    ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ

    แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกแปลก ๆ

    อาเรนพูดต่อ

    “จำเอาไว้ทุกคน”

    น้ำเสียงของเขา จริงจังขึ้น

    “เราไม่ได้ไปทำสงคราม”

    “เราไปเอาข้อมูล”

    ทุกคน เงียบลง

    “ถ้าสู้ไม่ไหว”

    “หนี”

    “ถ้าถูกพบ”

    “ถอนตัว”

    “ถ้าเห็นสิ่งผิดปกติ”

    “จำมันเอาไว้”

    “และกลับมารายงาน”

    นัทพยักหน้า

    “เข้าใจแล้วครับ”

    กล้าเอง ก็พยักหน้าเช่นกัน

    แต่จากด้านหลัง มาร์โก

    ยังคงเงียบ...

    ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงเวลานั้น

    มาร์โก ไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับพวกเขา

    เพียงคนเดียว ภายในรัศมี สองกิโลเมตร

    มีอีกสองร่าง กำลังเคลื่อนไหว

    ร่างแรก อยู่ด้านหน้า มันวิ่งนำออกไป

    ห่างจากขบวนพอสมควร

    ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีลมหายใจ

    และไม่มีความเหนื่อยล้า

    ต่อให้ต้องวิ่ง ด้วยความเร็วมากกว่าม้า

    มันก็ไม่จำเป็นต้องหยุดพัก

    ร่างที่สอง อยู่ด้านหลัง

    ค่อย ๆ เคลื่อนตามขบวน

    รักษาระยะห่าง เพื่อคอยดูเส้นทาง

    ที่พวกเขาเพิ่งผ่าน

    มาร์โกนั่งอยู่บนสัตว์พาหนะ

    เหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่การรับรู้ของเขา

    กลับถูกแบ่งออก เป็นสองส่วน

    เขาเพิ่งทำได้ หลังจากฝึกฝนมา หลายวัน

    และแม้ตอนนี้ จะสามารถควบคุมได้ พร้อมกันสองตน

    แต่มาร์โก ก็ยังไม่คิดประมาท

    ร่างเงาทั้งสอง ถูกจำกัดให้อยู่ในระยะ

    ไม่เกินสองกิโลเมตร

    หากไกลกว่านั้น เขายังไม่แน่ใจว่า

    การควบคุม จะเสถียรแค่ไหน

    และหากเกิดอะไรขึ้น

    เขาต้องสามารถเรียกพวกมัน

    กลับมาได้ทันเวลา

    นัท รู้ว่ามาร์โก

    ส่งร่างเงาออกไปสำรวจ

    แต่สิ่งที่นัทไม่รู้คือ มาร์โก

    ไม่ได้ส่งออกไป เพียงหนึ่งตน

    เขายังไม่คิดบอกใคร แม้แต่นัท

    อย่างน้อย ไม่ใช่ตอนนี้

    มาร์โกมองตรงไปข้างหน้า

    สีหน้า ยังคงเหมือนเดิม แต่ภายในใจ

    กลับคอยรับข้อมูล

    จากร่างเงาทั้งสองตลอดเวลา

    ด้านหน้า ไม่มีสิ่งผิดปกติ

    ด้านหลัง ยังไม่มีใครตามมา

    ทุกอย่าง ดูปกติ จนกระทั่ง 

    เวลาผ่านไป อีกระยะหนึ่ง

    ร่างเงาที่อยู่ด้านหน้า

    กำลังเริ่มสำรวจพื้นที่

    ก่อนที่พวกเขา จะไปถึงเสียอีก

    และก็ค่อย ๆพาไปสู่ เมืองแห่งหมอก

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน