ลุคส์ อัลเบอร์ทีนเดินเข้าไปในอาคารบริษัทคาร์ไดมอนด์ วันนี้เขามีนัดหมายกับประธานบริษัทจำหน่ายรถยนต์ระดับประเทศพนักงานมากมายต่างหยุดมอง มาถึงห้องประชุมใหญ่ซึ่งทางบริษัทจัดไว้ต้อนรับพนักงานเปิดประตูให้เขาเข้าด้านในพร้อมบอดี้การ์ดลุคส์กวาดตามองบรรดาผุ้บริหารกำลังนั่งรอเขา
ภูมิชัยจัดการให้พนักงานพรีเซ็นต์การทำงานของบริษัท ฝ่ายของชายหนุ่มพรีเซ็นต์สินค้าทั้งสองได้จัดการเซ็นสัญญาเป็หุ้นส่วนกันเรียบร้อยด้วยดี ลุคส์จึงเดินทางกลับภูมิชัยมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกพึงพอใจกับการทำงานของอีกฝ่าย
รถยนต์แล่นตามเส้นทาง ลุคส์เหม่อมองวิวเมืองไทยจนกระทั่งรถขับผ่านโรงเรียนประถมเอกชนแห่งหนึ่งปรางค์ปรียาจูงมือลูกออกมาจากโรงเรียนพร้อมกับเพื่อน การจราจรหยุดชะงักอยู่ด้านหน้าโรงเรียนลุคส์ยังคงมองวิวเหมือนเดิม แต่ฉับพลันสายตากลับหยุดลง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันลมหายใจขาดหายเป็ห้วงๆมือสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อภาพที่เห็นทำให้เขาคิดว่าตนนั้นกำลังฝันอยู่ ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ จ้องมองภาพของผู้หญิงคนหนึ่งจูงมือเด็กผู้ชายแล้วหยุดอยู่หน้าโรงเรียน ตัดสินใจขยับกายไปชิดหน้าต่างแล้วจ้องมองอย่างเอาเป็เอาตายอีกครั้งหัวใจเขากำลังเต้นตุบๆ ไม่เป็จังหวะเมื่อยิ่งมองเขาก็ยิ่งมั่นใจ จำไม่ผิดแน่เป็เธอแน่ๆผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืมจนถึงตอนนี้
บอดี้การ์ดหนุ่มเหลือบมองนายตนด้วยความรู้สึกสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไป จึงหัน มองวิวนอกหน้าต่างที่เ้านายให้ความสนใจอยู่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้เห็น
ลุคส์จ้องมองทุกการกระทำทุกอากัปกิริยา แล้วมองเลยไปถึงเด็กชายที่กำลังจูงมือเธอแน่นสายตาจ้องมองเด็กชายไม่วางตา เด็กคนนั้นหน้าตาผิวพรรณไม่ได้เกิดจากพ่อซึ่งเป็ชาวเอเชียแน่เกิดอะไรขึ้น เด็กคนนั้นเป็ใครมีความเกี่ยวข้องยังไงกับปรางค์ปรียา
รถยนต์ขยับเคลื่อนไปด้านหน้า ลุคส์ยังคงจ้องมองสองร่างจนกระทั่งรถแล่นผ่านเลยไปเขาไม่อาจละสายตา จนกระทั่งรถขับเลย
“มาติช!”
“ครับนาย”
“ไปสืบเื่ผู้หญิงคนนั้นให้ฉันหน่อย!”ลุคส์สั่งเสียงเข้ม
“ผู้หญิงคนไหนครับ?”บอดี้การ์ดหนุ่มกวน
“แกก็เห็นเหมือนฉันแล้วจะมาย้อนทำไม!”ชายหนุ่มเริ่มฉุน
“ได้ครับ เ้านาย”
รุ่งเช้าวันใหม่ปรางค์ปรียาแต่งตัวในชุดเดรสสีสดใสก่อนจะเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน เธอย้ายออกมาอยู่ที่บ้านใหม่ไม่ได้อาศัยอยู่กับเพื่อนเหมือนเคยเพราะเกรงใจ ไทม์เองก็โตขึ้น ไม่อยากรบกวนพ่อแม่พินไปตลอดชีวิตเธอจำต้องออกมาสร้างครอบครัวด้วยตนเอง
ยิ่งเติบโต ไทม์ยิ่งเหมือนเหลือเกิน ใบหน้าของลูกทำให้คิดถึงเขาไม่เคยลืม...ลูกชายที่เป็เหมือนแก้วตาดวงใจเป็เด็กฉลาดไม่ดื้อ เป็เด็กว่านอนสอนง่ายไม่เหมือนพ่อที่โหดร้ายป่าเถื่อนต่อเธอ
เสียงรถยนต์จอดเทียบหน้าบ้าน กวินภพโบกมือเมื่อเห็นเ้าของบ้านออกมาพร้อมกับบุตรชายเขาลงจากรถอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนด้วยความเอ็นดู
“สวัสดีครับอาวิน”ไทม์ยกมือไหว้
“สวัสดีครับน้องไทม์ วันนี้อาจะไปส่งนะครับ”กวินภพบอก
“ครับ”
ลุคส์จ้องมองภาพนั้น แล้วขบกรามแน่น เธอแต่งงานแล้วใช่ไหม อยากจะไปตะบันหน้ามันจริงๆ แสดงว่าเด็กคนนั้นคงเป็ลูกของเธอกับชายคนนั้นแต่ใบหน้าและสีผมของเด็กคนนั้นทำไมถึงไม่เหมือนคนเอเชีย แต่กลับเหมือนเด็กลูกครึ่งทางยุโรปมากกว่าคงคิดทางเดียวเท่านั้น
สองแม่ลูกขึ้นรถก่อนยานพาหนะคันนั้นจะเคลื่อนออกจากบริเวณรั้วบ้านลุคส์กัดฟันแน่น เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกของใครกันแน่เพราะเขาไม่มีวันให้ไอ้ผู้ชายหน้าไหนมาสมอ้างเป็พ่อเด็กแน่นอนหากเด็กคือลูกของเขา
พินอาภาหน้าบึ้งตึง เม้มริมฝีปากไม่พอใจเหตุใดพ่อถึงได้บังคับเธอหนักหนาให้มาทำงานเป็เลขา มันเป็งานที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลยแค่เห็นเอกสารก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว
“แกไม่คิดจะทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันบ้างหรือไงยัยพิน!” ภูมิชัยเหลืออด
“ก็หนูไม่ชอบทำงานกับพ่อนี่ ให้หนูไปทำงานกับปรางค์ได้ไหม?”ทำเสียงอ่อนลงแล้วยิ้มหวานรอให้พ่ออนุมัติ
“ไม่ต้องมาอ้อนพ่อไม่อนุญาต อย่างแกถ้าไม่มีคนคุมล่ะก็มีหวังได้ชิ่งหนีไม่มาทำงานแน่!”
หญิงสาวชักสีหน้าไม่พอใจ แล้วรีบหันไปหาเพื่อนตนเองที่กำลังจัดเอกสารการประชุมอยู่ที่โต๊ะเพื่อขอความเห็นใจแต่เธอกลับเห็นเพียงเพื่อน กำลังสนใจอยู่กับการทำงาน ได้รับมอบหมายจากบิดา วันนี้บิดาให้ปรางค์มาทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยเพราะตัวเธอเองยังไม่เก่งงานด้านเอกสารมากนัก
ปรางค์ปรียามองเพื่อนแล้วลอบยิ้มออกมา เธอเห็นความรักความอบอุ่นแบบนี้มานานแล้วระหว่างเพื่อนกับบิดาสนิทสนมกันมาก จนบางครั้งเธอยังแอบอิจฉาเล็กๆ
พนักงานและผู้ถือหุ้นเริ่มเข้ามาในบริษัทปรางค์ปรียาทำหน้าที่จดย่อรายละเอียดการประชุมในวันนี้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเดินเข้ามาภายในบริษัทเพื่อร่วมประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นทุกคนเข้ามาแล้วแยกย้านนั่งประจำที่ตนเอง
ลุคส์เดินตรงไปที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง แต่เท้ากลับหยุดชะงักดวงตาเรียวคมทอดมองร่างบางที่กำลังยืนอยู่หญิงสาวในความทรงจำอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจเต้นระรัว มันอิ่มเอมจุกแน่นจนบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาถึงเพียงนี้
ปรางค์ปรียาก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารเพื่อเตรียมงานโดยไม่ได้มองว่าใครมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพินอาภารู้สึกได้ถึงใครบางคนจึงเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวตกอยู่ในสภาวะไม่ต่างจากถูกแช่แข็งอ้าปากค้างด้วยความใ มือไม้ก็อ่อนไปหมดจนปากกาตกลงสู่พื้นโดยไม่ตั้งใจปรางค์ปรียามองปากกาแล้วย่อกายลงหยิบส่งคืนให้เพื่อน
“พินปากกาหล่นแล้วทำอะไรอยู่!”
ยื่นปากกาให้เพื่อนแต่กลับรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าของพินอาภาเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้ทำหน้าราวกับเห็นผี เงยมองตามเพื่อน ร่างบางนิ่งงันราวกับถูกสาปหัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าเริ่มซีดเซียวริมฝีปากสั่นระริก มือบางสั่นเทาจนแทบจับอะไรไม่ได้ขากำลังอ่อนแรงลงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น พินอาภารีบเข้าไปประคองเพื่อนงจ้องหน้าเขาอย่างไม่วางตา
ลุคส์ยืนผสานสายตา ทุกคนในห้องประชุมเริ่มงุนงงกับอาการแปลกๆ ของเลขาประธานและผู้ถือหุ้นรายใหม่ พินอาภารู้สึกได้ถึงอาการสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเลยโอบเอวแล้วพยุงออกจากห้อง
“ปรางค์อดทนหน่อยนะ ใกล้จะถึงประตูแล้ว!”พินอาภาบอก
ภูมิชัยมองบุตรสาวและเพื่อนด้วยสีหน้างงๆ แล้วรีบเดินตามไปทันที เขายืนนิ่งอยู่ต่อหน้าลูกเหลือบมองเลขาจำเป็ ปรางค์ปรียานั่งนิ่งน้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสายเขาสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นยัยพิน”
“พ่อคะ ผู้ชายคนนั้นเขาเป็ใครคะ?”พินอาภาถาม
“คนไหนล่ะ”ภูมิชัยย้อนบุตรสาว
“ผู้ชายฝรั่งคนนั้นไงคะ ทำไมเขาถึงมาประชุมร่วมกับเราล่ะคะพ่อ!”
“เค้าชื่อลุคส์ เป็นักธุรกิจฝรั่งเศสเค้าเป็หุ้นส่วนของพ่อ เราเพิ่งเซ็นสัญญากันไปเมื่อวาน”ประธานบริษัทบอกก่อนจะยิ้มกว้าง
พินอาภาทำท่าจะขยับปากพูดเื่ราวในอดีตออกมา แต่ถูกเพื่อนจับมือไว้พร้อมกับส่ายหน้าไม่ให้พูดความจริงหากภูมิชัยรู้เื่นี้ต้องยกเลิกสัญญาแน่นอนแล้วบริษัทจะเสียหายอย่างใหญ่หลวง เธอจำต้องกัดฟันระงับความโกรธของตนเอง พินอาภาแววตาหม่นลง
อีกแล้ว... ไม่สามารถช่วยอะไรเพื่อนได้อีกแล้ว
“พ่อไปประชุมเถอะ ปรางค์ไม่สบายหนูก็เลยพาออกมา วันนี้ยังไงให้พนักงานที่เก่งงานด้านเอกสารจัดการแทนปรางค์ไปก่อนแล้วกันนะคะ”
ภูมิชัยถึงกับพูดไม่ออกดูนาฬิกาข้อมือชายวัยทองรีบจ้ำกลับไปที่ห้องประชุมเมื่อเห็นว่าได้เวลาพินอาภารีบกุมมือเพื่อนไว้แน่น มองดูใบหน้าที่ซีดเซียวด้วยความสงสารไม่รู้ว่าเพราะอะไรโลกมันถึงกลมขนาดนี้ ทำไม์ต้องกลั่นแกล้งให้พบเจอผู้ชายคนนั้นอีกแล้วแบบนี้ปรางค์จะทำเช่นไรเล่า
ปรางค์ปรียาพยายามข่มน้ำตาเอาไว้ในอก อดทนกล้ำกลืนมานานกว่าจะยอมรับและทำใจกับมันได้แต่เวลานี้แผลเป็ในใจของเธอกำลังกลัดหนอง ภาพความเ็ปทรมานที่เคยได้รับมันวนกลับมาให้หวาดผวาอีกครั้งความโหดร้ายของเขายังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก และรสัั เธอเหมือนคนกำลังจะขาดใจทำไม! ต้องเจอเขาอีกครั้งทำไมกัน! อุตส่าห์อยู่ห่างจากเขาตั้งไกล พรหมลิขิตบ้าบออะไรที่ทำให้มันเป็แบบนี้ เธอไม่้าเจอเขาอีกแล้ว
ลุคส์ขบกรามแน่น คิดแล้วไม่ผิดว่าต้องเป็เธอ...การประชุมเริ่มขึ้นชายหนุ่มจึงหันไปสนใจกับงานแทน เขาจำต้องอดทนฟังหลายชั่วโมงผ่านไปจนกระทั่งจบ ชายหนุ่มรีบเดินออกจากห้อง แต่กลับไม่พบคนที่้าจเอภูมิชัยมองตามด้วยความสงสัยก้าวเข้ามายืนเคียงหุ้นส่วนคนใหม่
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”ภูมิชัยถาม
“เปล่าครับ”
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกผมได้นะครับ”
ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อย เปิดปากถามคำถามภูมิชัยออกไปด้วยความสงสัย
“ผู้หญิงที่เดินออกจากห้องมา เธอทำหน้าที่อะไรเหรอครับ?”ลุคส์ถาม
“ผู้หญิงคนไหนเหรอครับ?”ภูมิชัยถาม เพราะผู้หญิงที่ออกมาจากห้องมีสองคน
“คนที่เหมือนว่าจะไม่สบายน่ะครับ?”
“อ๋อ ปรางค์ปรียาน่ะเหรอครับ เธอเป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของที่นี่ พอดีเธอเป็เพื่อนลูกสาวของผมผมเลยไหว้วานให้เธอช่วยเป็เลขาจำเป็แทนลูกสาวผมในวันนี้ครับ”
ลุคส์มีสีหน้าครุ่นคิด พยักหน้าช้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณภูมิชัย แล้วหันหลังเดินออกมาภูมิชัยงุนงงๆ กับท่าทีของเขา
“ใช่เธอจริงๆ ด้วยสินะปรางค์ปรียา” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง
กวินภพรีบจูงมือเด็กชายมาที่บ้านปรางค์ปรียาเมื่อเห็นบุตรชายตนเองร่างบางรีบตรงเข้าไปกอดไว้พร้อมกับสะอื้น ไทม์มองมารดาแล้วแหงนหน้ามองเพื่อนแม่ด้วยความงุนงงมือเล็กรีบโอบกอดมารดาตอบแล้วลูบแผ่นหลังเบาๆ หญิงสาว คลายอ้อมกอดแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นสภาพแม่ตัวเองเป็เช่นนี้
“แม่ครับ แม่เป็อะไรทำไมแม่ต้องร้องไห้ละครับ?”เด็กชายถามมารดา
“แม่ไม่เป็อะไรหรอกครับไทม์ แม่แค่คิดถึงไทม์มากเท่านั้นเองเดี๋ยวไทม์ไปอาบน้ำนะครับจะได้ลงมาทานข้าวกับแม่...”เธอเอ่ยปากบอกบุตรชายเบาๆ พร้อมกับลูบศีรษะเล็กด้วยความรัก
“ครับแม่”
ร่างเล็กรีบวิ่งขึ้นห้องตนเองไป กวินภพมองหญิงสาวมือหนารีบรั้งมือบางมากุมไว้แล้วจูงไปพูดคุยกันดวงตาคมมองมายังสาวที่หมายปองนิ่งหลังจากที่ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนหลังบ้าน
“ปรางค์เป็อะไร ทำไมถึงได้เป็แบบนี้?”เขาถาม แล้วสบตาหญิงสาว
“ปรางค์ไม่ได้เป็อะไรวิน ปรางค์แค่เครียดเื่งานนิดหน่อยเท่านั้นเอง...”
มือหนาคว้ามือบางกุมไว้แน่น ปรางค์ปรียาระบายลมหายใจ เธอรับรู้ความรู้สึกของกวินภพได้แต่ไม่อาจรับมันไว้ในใจ
“ดูแลตัวเองบ้างนะปรางค์ วินเป็ห่วงมากรู้ไหม...”เขาบอกเสียงเบา
“เข้าใจแล้ววิน ไม่ต้องเป็ห่วงปรางค์หรอกนะ”
หลังจากมื้ออาหารผ่านไป ร่างบางเดินมาส่งเพื่อนชายหน้าบ้าน กวินภพยิ้มให้ เขาเอื้อมมือทำท่าจะเปิดประตูเข้าไปในรถแต่กลับชะงักแล้วหันกายกลับมามองอีกครั้ง เธอแปลกใจเมื่อเห็นเขาเดินมาหายืนนิ่งไม่พูดอะไรแต่กลับรั้งร่างบางมากอดไว้แน่นคนถูกกอดใกับท่าทีของเพื่อนชายแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามผลักไส เพราะเธอเองได้รับความช่วยเหลือจากเขามามากไม่นานอ้อมกอดถูกคลายเขายิ้มเขินๆ ให้
ในที่สุดเขาก็ยอมกลับไปขึ้นรถตนเองแล้วขับออกไป ดวงตาคมจ้องมองการกระทำที่ผ่านมาสักครู่ของทั้งสองเขาขบกรามเป็สันนูน ในอดเดือดดาลอยากกระชากไอ้ผู้ชายคนนั้นมาซัดให้หมอบราบคาบแต่เขาไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้นผู้หญิงคนนั้นเธอไม่ใช่ของเขาและไม่เคยเป็มาั้แ่แรก การพบกันในวันนี้ทำให้เขาได้รู้ว่า เธอทั้งรังเกียจและกลัวเขามากเพียงใด
มาติชส่ายหน้า ทำอะไรไม่ได้คงได้แค่เอาใจช่วยเ้านายเท่านั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ง่ายเลยที่จะทำให้หญิงไทยยอมรับเพราะเธอได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจและร่างกายมากมาย ถอนหายใจเฮือกใหญ่หวังแค่เธอคนนั้นจะยอมอ่อนลงบ้างให้นายได้แก้ตัว
ปรางค์ปรียาจูงมือบุตรชายออกมาจากบ้าน วันนี้เธอสัญญากับไทม์ว่าจะพาไปเที่ยวที่สวนสนุกเด็กชายตัวน้อยยิ้มด้วยความดีใจ
“พร้อมไปเที่ยวกับแม่หรือยังครับไทม์?”เธอถามบุตรชาย
“พร้อมแล้วครับ”เด็กชายรีบตอบ
“งั้นก็ไปกันเลย”
หญิงสาวจูงมือบุตรชายพากันเดินมานอกบ้าน เโบกแท็กซี่แล้วพากันเข้าไปนั่ง ไม่นานนักรถก็มาจอดยังสวนสนุกใจกลางเมืองไทม์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจวิ่งนำมารดาอย่างรวดเร็ว ดวงตาซุกซนมองเครื่องเล่นมากมายด้วยความตื่นเต้นยิ่งเห็นมารดาเดินช้ายิ่งขัดใจมือเล็กจึงรีบจูงมือแม่ไว้แล้วลากให้ตามมาทันที เกือบเย็นถึงจะสิ้นฤทธิ์ของจอมซนลงได้
“ง่วงหรือยังครับ?”หญิงสาวถามเมื่อเห็นบุตรชายตาปรือ
“ครับแม่”
“งั้นกลับบ้านเรากันนะครับ”
ปรางค์ปรียาจูงมือบุตรชายมายืนรอรถที่หน้าสวนสนุก รถแท็กซี่จอดรอรับ ไทม์รีบเข้าไปก่อนรถเคลื่อนได้สักระยะเด็กน้อยผล่อยหลับศีรษะหนุนตักแม่ มือบางลูบไล้ใบหน้าบุตรชายเบาๆด้วยความเอ็นดูแล้วจุมพิตที่หน้าผาก
รถแท็กซี่แล่นมาตามทาง แต่ดันเกิดอาการรวน รถเลยจอดเทียบข้างทางโชเฟอร์แท็กซี่รีบลงมาดูแล้วส่ายหน้า
“ขอโทษนะครับ พอดีรถผมเสีย”
“เหรอคะ ไม่เป็ไรค่ะงั้นฉันลงตรงนี้เลยก็ได้เพราะใกล้ถึงบ้านแล้ว...”
หญิงสาวรีบปลุกบุตรชาย ไทม์งัวเงียตื่นแล้วมองมารดาตนเองด้วยความงุนงงร่างเล็กลงมาจากรถตามแรงจูงของมารดา
“เดินอีกหน่อยนะลูก นิดเดียวก็ถึงบ้านแล้วครับ”
“ครับแม่”
ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าปากซอยบ้านแต่ตอนนี้เป็เวลาหัวค่ำแล้วทำให้ซอยนี้ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวไม่น้อยลุคส์นั่งดูสองแม่ลูกในรถเขาถอนหายใจหนัก มีบางอย่างสงสัยเกี่ยวกับเื่เด็กคนนั้นให้มาติชไปสืบมา เด็กคนนั้นไม่มีบิดาในเอกสารการเกิดที่โรงพยาบาล แล้วใครกันที่เป็พ่อเด็กจากการคำนวณระยะเวลาที่เขาและเธอแยกจากกันมันประจวบเหมาะกับอายุของเด็กคนนี้พอดี แล้วจะให้ คิดยังไงได้หน้าตาของเด็กคนนั้นไม่ได้เหมือนชาวเอเชียแต่กลับมีลักษณะบางส่วนที่ออกไปทางยุโรปผสมกับเอเชียเด็กคนนี้เป็ลูกครึ่งแน่นอน
ร่างบางพาบุตรชายมาถึงหน้าบ้านแล้วรีบไขประตูเข้าด้านใน ไทม์วิ่งเข้าบ้านก่อนมารดาเธอจึงหันมาเพื่อปิดรั้วบ้านแต่กลับชะงักเมื่อพบใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าประตู กุญแจในมือหล่นลงพื้นทันทีร่างบางถอยหลังอ้าปากค้างด้วยความกลัวกายสาวสั่นเทา ดวงตาคมกริบกำลังจ้องมองมาปรางค์ปรียาจำได้ไม่มีวันลืมว่าเขาคือใคร
“คุณมาทำไมออกไปนะ!”เธอตวาดไล่เขาลั่น
“ฉันมีเื่ที่้ารู้”
“เื่บ้าอะไร ออกไป! ออกไปนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
“เธอคิดว่าฉันกลัวตำรวจหรือไง ถ้ากลัวฉันคงไม่มาที่นี่หรอก!”
“คุณ้าอะไร!”หญิงสาวถามเสียงสั่น
“เด็กคนนั้น ฉัน้าพบลูกของเธอ”เขาประกาศกร้าว
“ไม่มีวัน อย่ามายุ่งกับลูกของฉัน ออกไปซะแล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก!”
ลุคส์เดินเข้าไปกระชากท่อนแขน แล้วรวบเอวบางไว้แน่น ดวงตากร้าวแข็งขึ้น ริมฝีปากหนายิ้มเหยียดออกมาเมื่อรู้สึกถึงอาการสั่นสะท้าน
“เธอยังไม่ลืมฉันใช่ไหม ถึงได้สั่นแบบนี้...”เขาเย้ย
หญิงสาวรีบดันแผงอก หันหน้าหนี พยายามดิ้นรนให้พ้นจากการกอดรัด แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์
“ฉันขอร้อง... ปล่อยฉันไปเถอะ... อย่าทำร้ายฉันอีกเลยฉันทรมานเพราะคุณมามากแล้ว ฮือๆๆๆ”ปรางค์ปรียาอ้อนวอนพร้อมกับสะอื้นออกมา
“เด็กคนนั้นเป็ลูกของฉันใช่ไหม?”เขาถาม
“ไม่! เขาไม่ใช่ลูกคุณ!”หญิงสาวปฏิเสธทันควัน
เสียงเอะอะหน้าบ้านส่งผลให้ร่างเล็กรีบวิ่งออกมา เด็กน้อยยืนนิ่งเมื่อเห็นแม่กำลังร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายร่างสูงใหญ่ดูเหมือนเป็คนต่างชาติ
“แม่ครับ...”เด็กชายเรียกแม่
เสียงเล็กๆ ทำให้ทั้งสองหันมามอง ลุคส์จ้องมองไปยังร่างเล็กแล้วพิจารณาดู ไม่ผิดแน่ลักษณะของเด็กคนนี้มีเค้าโครงเหมือนเขาตอนเด็กมากสีผมของเด็กคนนั้นก็คล้ายกับเขา จะให้คิดว่าเป็ลูกคนอื่นได้ยังไง นอกจากผู้หญิงคนนี้จะไปมีความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
เธอชะงักเมื่อเห็นบุตรชายเดินมา ไทม์มองแม่แววตาสับสนผสมกับความหวาดหวั่น เขาไม่ชอบเลยผู้ชายคนนี้เป็ใครทำไมถึงทำแบบนี้กับแม่
“ไทม์ไปที่ห้องก่อนนะลูก แม่กำลังคุยกับเพื่อนอยู่ครับ”หญิงสาวบอกบุตรชายแล้วแสร้งยิ้ม
“แต่แม่ครับ...”ไทม์มองด้วยความสงสัย
“ไปเถอะครับ เดี๋ยวแม่ตามไป”
เด็กชายหันไปสบตากับชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ เหตุใดถึงกล้าทำกับแม่แบบนี้ เห็นหน้าแม่มีน้ำตาด้วยเขานึกว่าในโลกนี้คนที่ทำแม่ร้องไห้ได้จะมีแต่เขาเสียอีก ยังมีผู้ชายคนนี้อีกคนหรือนี่
“ครับแม่...”ไทม์รับคำแม่เสียงอ่อย
ลุคส์หันให้ความสนใจกับเธออีกครั้ง เอวบางที่ถูกเขาโอบรัดกลับถูกรัดแน่นยิ่งขึ้นเหมือนจงใจจะแกล้งให้เธอต้องทรมาน ปรางค์ปรียาใช้มือดันแผงอกไว้ไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็เหยื่อโดยง่าย
“ถ้าเด็กคนนั้นเป็ลูกของฉันแล้วละก็ ฉันจะแย่งเธอมาให้ได้ เพราะฉันจะไม่มีวันให้ไอ้หน้าไหนมาเลี้ยงทายาทของอัลเบอร์ทีนเด็ดขาดเธอคงเข้าใจใช่ไหมปรางค์ปรียา”ลุคส์เข่นเสียงแล้วปล่อยร่างบางเป็อิสระ
“คุณไม่มีสิทธิ์มาแย่งเขา เขาเป็ลูกของฉันไม่ใช่ของคุณ!”เธอตวาดลั่น
“เธอคิดว่าฉันโง่หรือปรางค์ปรียา คนอย่างฉันถ้าไม่มั่นใจอะไรแล้วคงไม่ทำ...ฉันสืบมามากพอเื่ของเด็กคนนี้ บางทีหากเธอยอมเป็ของฉันอีกครั้ง ฉันอาจจะให้เธอได้เลี้ยงดูเขาในฐานะเมียเก็บของฉันก็ได้”น้ำเสียงเย้ยยันทำเอาคนฟังเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจคิดว่าทุกอย่างมันจบ แล้วทำไม์ถึงได้กลั่นแกล้งพาเขากลับมาเจอเพื่อพรากสิ่งสำคัญไปจากชีวิตอีก
“สารเลว! คุณมันเลวไม่มีที่ติ! ฉันไม่มีวันยอมเป็เมียเก็บคุณ และไม่มีวันให้คุณเอาตัวลูกฉันไปเด็ดขาด!”
“เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน ปรางค์ปรียา”ชายหนุ่มหัวเราะลั่นราวกับผู้กำชัยชนะ
“แกจะทำร้ายฉันไปถึงไหน ฉันทำอะไรให้แกถึงได้ทำกับฉันแบบนี้!”หญิงสาวต่อว่าเขาทั้งน้ำตา
ร่างบางทรุดกายลงกับพื้นปล่อยโฮ ไทม์แอบมองแม่กับชายแปลกหน้า เขาไม่อาจทนเห็นแม่ต้องร้องไห้อีกต่อไปแล้วสองเท้าเล็กรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วขวางหน้าชายคนนั้นไว้ด้วยความโกรธ
“อย่ามายุ่งกับแม่ผม!”เด็กชายบอก
ลุคส์จ้องมองเด็กชายแล้วยิ้มออกมา แววตาของเด็กคนนี้ทำให้เขาพอใจ เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวดีมันทำให้พึงพอใจไม่น้อย ไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรยังไงเสียเด็กคนนี้ก็จะต้องมาอยู่ในกำมือของเขา
หญิงสาวกัดฟันแน่น ทำไมต้องมาเจอกันอีก ผู้ชายที่พรากความสาวของเธอไปผู้ชายที่ร้ายกาจดุจปีศาจคนนั้น ทำไมต้องเป็เธอที่ต้องมาพบชะตากรรมอันโหดร้ายแบบนี้ไทม์โผเข้ากอดมารดา เด็กชายไม่รู้ว่าแม่กำลังร้องไห้เื่อะไรแต่มือน้อยก็โอบกอดมารดาไว้เพื่อปลอบประโลม