“ครั้งหน้าพบข้า ไม่ต้องทำเช่นนี้ แล้วต่อไปให้เรียกข้านายน้อย” โจวเฉินกวาดมองอีกฝ่ายที่พูดได้ด้วยความยินดี
ในที่สุดข้าก็หาโอกาสดูแลเสี่ยวฉีได้ แล้วยังมีเวลาทำอย่างอื่นอีก
“ทราบแล้วนายน้อย”
โจวเฉินเร่งส่งมอบขวดยารวมพลัง แล้วกล่าวว่า ”รับนี่ไป ในหัวเ้ามีคัมภีร์ นำทางิญญาหมื่นัั ได้ใช่ไหม”
“ใช่ นายน้อย”
“ดี ต่อไปให้บ่มเพาะพลังด้วยวิธีการนั้น เ้าใช้ห้องฝึกฝนนี้ได้นะ เอาล่ะเริ่มการบ่มเพาะพลังได้แล้ว”
ก่อนจะออกไป เขาก็ไม่ลืมที่จะประทับตราคำสาปิญญาให้อีกฝ่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝนพลังกับร่างิญญา
จากนั้น นายน้อยที่สามใช้เวลาที่เหลือไปกับการตระเตรียมของสวมใส่ ที่ช่วยปกปิดตัวตน
และนำไม้ชนิดพิเศษที่ได้จากหอทรัพยากร มาสร้างหน้ากากอย่างง่าย ๆ ขึ้นมาหลายชิ้น
เอาไว้ได้หยกนั่นมาค่อยเปลี่ยนเป็หน้ากากหยก แล้วปรับรูปลักษณ์ใหม่ให้เป็ไปตามเอกลักษณ์ของสมาชิกแต่ละคน
ในความคิดเขานึกไปถึงกลุ่มที่กำลังจะสร้าง ต้องเป็องค์กรที่รับสมาชิกหลักเฉพาะยอดพร์เหนือยอดพร์อีกขั้นเท่านั้น
ตัวตนในระดับนี้หากหาทางเชิญให้เข้าร่วมไม่ได้ บางทีเขาอาจต้องรับเป็สมุนิญญาเข้ามาแทน
ชีวิตที่แล้วข้าตัวคนเดียวจะทำอะไรก็ได้ แต่ครั้งนี้คงต้องลองเล่นบทเ้านายใหญ่อยู่เื้ัดูบ้างแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น เขาคงต้องแก้ไขเื่ทรัพยากรที่คอยสนับสนุนให้ได้เสียก่อน
เพราะอย่าลืมว่า โจวเฉินในยามนี้เป็แค่นายน้อยจากตระกูลผู้ฝึกฝนเล็ก ๆ เท่านั้น แม้แต่ทรัพยากรที่ใช้สำหรับฝึกฝน ก็ยังต้องพึ่งพาเบี้ยเลี้ยงอันน้อยนิดจากตระกูล
เช่นนั้นแล้ว เขาจะมีความสามารถไปทำสิ่งใหญ่ ๆ ที่คิดไว้ได้อย่างไร
อันที่จริงไม่ใช่ว่าเขาไม่ตระหนักถึงเื่นี้ เพราะทราบดีจึงมีความคิดที่จะออกไปหาทางแก้ไข
หลังจากทำหน้ากากเสร็จ นายน้อยคนที่สามก็เริ่มฝึกฝนเทคนิคต่อสู้ต่าง ๆ ที่มีในความทรงจำ แล้วอาศัยเวลาใน่เย็นร่วมกินอาหารกับเด็กน้อย
อีกด้านหนึ่ง
บรรยากาศแตกต่างจากที่เกิดในตระกูลโจวมาก ณ ขณะนี้ หอชิงหยุนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
ศิษย์ในสำนักที่ถูกส่งมาดูแลร้านค้าแห่งเมืองจันทร์เงิน ได้รับแจ้งว่าป้ายิญญาถูกทำลายไปแล้ว 4 คน ที่สำคัญยังหาตัวผู้ลงมือสังหารไม่ได้
เลวร้ายไปกว่านั้น หนึ่งในศิษย์ที่ตายยังเป็นักปรุงยาที่มีอนาคตสดใส เพราะด้วยรากิญญาไฟที่เป็ตัวส่งเสริม อาจคงไม่นานที่ฝีมือการปรุงยาจะก้าวไปอีกขั้น
“ศัตรูเป็ใคร พวกเ้ายังหาไม่ได้อีกเรอะ” ผู้าุโชายใบหน้าเหลี่ยมตวาดลั่น แม้แต่ตัวเขาก็ยังเดาไม่ออกว่าใครเป็คนลงมือ
มันเป็ใครกันที่กล้าลงมือกับสำนักชิงหยุนของข้า อย่าให้จับได้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะทรมานจนกว่าจะขอความตาย
“พวกเรายังไม่พบ” ศิษย์าุโคนหนึ่งตอบอย่างสั่นกลัว
“ไร้ประโยชน์” ผู้าุโหน้าเหลี่ยมฟาดโต๊ะจนแหลก ก่อนจะชี้นิ้วสั่งคนในร้านเสียงดัง “รีบส่งคนไปเพิ่มเสียสิ ก่อนรุ่งสางพวกเ้าต้องหาตัวฆาตกรให้พบ ไม่เช่นนั้นเตรียมตัวถูกส่งกลับไปรับโทษที่สำนักได้เลย”
“ศิษย์ทราบแล้วผู้าุโหลิน พวกเราจะไปหาฆาตกรให้พบเดี๋ยวนี้”
เหล่าศิษย์สำนักชิงหยุนต่างพากันรับคำสั่งเสียงสั่น จากนั้นจึงวิ่งกรูกันออกไปจากหอชิงหยุน
รึอาจเป็พวกตระกูลหลาน หรือไม่ก็นิกายกำเนิดดาว
ชายหน้าเหลี่ยมที่ถูกเรียกว่าผู้าุโหลินยังคงคิดไม่ตก ในหัวของเขานึกถึงแค่กลุ่มที่เคยไปล่วงเกินเมื่อเร็ว ๆ นี้
ในความเป็จริง ไม่แปลกเลยที่คนสำนักชิงหยุนจะเดาตัวตนของฆาตกรไม่ได้ เพราะที่นี่คือเมืองขนาดใหญ่มากที่ค่อนข้างมีลักษณะเฉพาะตัว
ด้วยความที่เมืองจันทร์เงินตั้งอยู่เหนือสุดของจักรวรรดิต้าเฉียน ด้านหนึ่งติดกับเขตพื้นที่ของนิกายใหญ่ อีกด้านเป็ชายแดนอีกหนึ่งอาณาจักร
ไม่หมดเพียงเท่านั้น พื้นที่ส่วนหนึ่งยังชิดกับเขตปกครองของตระกูลผู้ฝึกฝนที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย
เหตุนี้เองจึงทำให้เมืองจันทร์เงินเป็ทางผ่าน ในยามปกติก็มักจะมีผู้ฝึกฝนทั่วไป และจากกองกำลังต่าง ๆ เดินทางมาเพราะการค้า
แต่ทว่า นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยอย่างมหาศาล สาเหตุสำคัญที่เมืองจันทร์เงินกลายเป็สถานที่ดึงดูดผู้ฝึกฝนเป็จำนวนมาก
แท้ที่จริงส่วนหนึ่งมาจากการมีอยู่ของป่าหมอกิญญา สถานที่ซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด อุดมไปด้วยทรัพยากรทั้งพืชิญญา สมบัติวิเศษ และสัตว์อสูรมากมายนับไม่ถ้วน
ตำแหน่งที่ตั้งเมืองจันทร์เงินเปรียบได้กับทางเข้า ผู้ฝึกฝนจากหลากหลายกองกำลัง ต่างพักอาศัย ค้าขายแลกเปลี่ยนทรัพยากรและฝึกฝนอยู่ที่นี่
เพราะนอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าว เมืองแห่งนี้ยังเส้นเืิญญาที่สำคัญ อีกทั้งยังเคยเป็เมืองหลวงในยุคสมัยหนึ่ง
เมื่อที่นี่มีข้อได้เปรียบหลากหลายประการ จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็เมืองขนาดใหญ่หลักสิบล้านคนที่กำลังใช้ชีวิต
แต่ข้อเสียเองก็ไม่ใช่น้อย พอประชากรเยอะกองกำลังน้อยใหญ่ต่างก็้าเข้ามาหาผลประโยชน์ ภายในเมืองเลยเต็มไปด้วยร้านค้าจากสำนักมากมาย
นานวันเข้าก็เกิดความขัดแย้งเพิ่มพูนยิ่งขึ้น หอชิงหยุนที่เคยล่วงเกินกองกำลังอื่น ๆ จนนับไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะเดาตัวตนคนลงมือได้ยาก
พอไร้ซึ่งหลักฐานระบุตัว พวกเขาจึงรู้เพียงศิษย์ถูกคนอื่นสังหาร แต่ก็จับมือใครดมไม่ได้
เมื่อถูกทางสำนักตำหนิ ผู้าุโหลินจึงได้แต่นำไปลงกับศิษย์ที่ถูกส่งมาดูแลร้านค้าเ่าั้
ตายจากิญญาถูกทำลาย รึจะเป็
ในใจผู้าุโหลินผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา ด้วยเหตุที่ว่าวิธีการโจมตีทางิญญานั้น น้อยคนจะมีในและฝึกสำเร็จ
ผู้ต้องสงสัยที่เขากำลังนึกได้ เลยมีวงแคบลงไปด้วย แต่ทว่าก่อนที่จะได้ข้อสรุปสุดท้าย ชายหญิงกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวเดินตามกันเข้ามาภายในห้อง
“โทษทีที่เข้ามาขัดจังหวะ”
ชายที่ดูเหมือนผู้นำเอ่ยอย่างขอไปที โดยไม่คิดจะแสดงความเคารพแม้แต่น้อย
กลับกลายเป็ผู้าุโหลินที่มีท่าทีอ่อนลง เมื่อเห็นชายหญิงที่สวมชุดศิษย์สำนักชิงหยุนเ่าั้
“ใครว่าพวกท่านขัดจังหวะ นับเป็เกียรติสำหรับข้าต่างหากที่ศิษย์พี่ทุกท่านเดินทางมาเยือน” ผู้าุโหลินใช้น้ำเสียงประจบสอพลอ ก่อนจะก้าวเข้าไปส่งมอบบางอย่างแล้วพูดต่อว่า
“นี่เป็ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแสดงการต้อนรับจากข้า ศิษย์พี่ทุกท่านโปรดรับไว้”
กลุ่มศิษย์หลักพยักหน้าตอบกลับเล็กน้อย แล้วจึงยื่นมือไปรับของจากอีกฝ่ายนำมาใส่ไว้ในถุงเก็บของ จากนั้นก็กลายเป็การสนทนาที่ค่อนข้างราบรื่น
ผู้าุโหลินถึงจะพอมีอำนาจอยู่บ้างในหอการค้าแห่งนี้ แต่ต่อหน้าศิษย์หลักเ่าั้ เขากลับไม่แม้แต่จะผายลม
ตำแหน่งของเขาความจริงเทียบเท่าผู้าุโฝ่ายนอกเท่านั้น อย่าว่าแต่จะกล้าทำให้ศิษย์หลักไม่พอใจ แม้อยู่ต่อหน้าศิษย์ในเขาก็ไม่คิดจะล่วงเกิน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็ถึงผู้ฝึกฝนวงล้อิญญาขั้นเก้า แต่กลับมองฐานการบ่มเพาะของอีกฝ่ายไม่ออก สิ่ง ๆ นี้หมายความว่าอย่างไร
นั่นไม่ใช่ว่าชายหญิงที่อายุอ่อนกว่าเขามากเหล่านี้ แต่ละคนมีฐานพลังสูงกว่าเขาหรอกหรือ
ตัวตนเดียวในหอการค้าชิงหยุนแห่งนี้ที่อาจพอเทียบได้ คงมีแต่หัวหน้าของเขาที่เป็ผู้นำตัวจริงของที่นี่เท่านั้น
ในระดับวงล้อิญญา นับเป็ขอบเขตที่สูงกว่ารวบรวมพลังหนึ่งระดับใหญ่ หากศิษย์หลักเหล่านี้พลังสูงกว่าผู้าุโหลินในขณะนั้น
นั่นย่อมหมายถึงพวกเขาอาจทะลวงผ่านระดับวงล้อิญญาเหนือขึ้นไปแล้ว
“พวกเราเพิ่งเสร็จจากภารกิจแล้วผ่านมาที่นี่พอดี กะว่าจะแวะพักที่นี่สักหน่อย แต่บังเอิญได้พบกับศิษย์น้องกลุ่มหนึ่ง ได้ยินมาว่าหอชิงหยุนแห่งนี้กำลังเจอกับปัญหา”
“ใช่แล้ว พูดตามตรงที่นี่กำลังเจอปัญหาจริง ๆ”
ผู้าุโหลินยอมรับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความสูญเสียครั้งนี้หากเขาจัดการได้ไม่ดี โอกาสที่จะถูกปลดแล้วเรียกตัวกลับไปรับโทษมีสูงมาก
ผู้นำศิษย์ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ไหนลองเล่าให้ข้าฟังั้แ่ต้นจนจบห้ามปิดบังไม่ว่าจะเป็เื่ใด”
เมื่อได้ยินดังกล่าว ผู้าุโหลินรีบพยักหน้า จากนั้นก็กลายเป็การพูดคุยที่กินเวลานานกว่าพักใหญ่
แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ผู้าุโหลินจึงเข้ารับอาสาสร้างความบันเทิงให้พวกเขา โดยเป็การชักชวนให้ออกไปหาสถานที่ผ่อนคลายภายในเมือง
“เป็ความคิดที่ดี นาน ๆ ทีกว่าจะได้ออกจากสำนักสักครั้ง” ศิษย์ชายที่ดูมีแววตาเ้าเล่ห์รีบเห็นด้วย
“แล้วเ้านี่ล่ะ จะเอายังไงดี”
สตรีอีกคนในกลุ่มชี้ไปทางคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลัง เมื่อตัดสินจากสภาพที่กำลังถูกเชือดวิเศษมัด เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีโอกาสสูงที่จะไม่ใช่พวกเดียวกัน
“ฝากไว้ที่นี่ก่อนสิ หอชิงหยุนทุกที่มีห้องขังไม่ใช่เหรอ” อีกที่เป็ศิษย์หญิงเอ่ยขึ้น นางจำได้ว่าร้านค้าของสำนักทุกแห่งมีสถานที่เช่นนั้น
“้าขังนักโทษที่นี่หรือ ไม่มีปัญหา” ผู้าุโหลินรีบคลี่คลายปัญหาให้กลุ่มศิษย์เหล่านี้ในทันที
“ฝากด้วยนะ แต่สั่งคนให้มาเฝ้ามาก ๆ ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“ไม่ต้องห่วงศิษย์พี่ ข้าขอรับประกัน” ผู้าุโหลินตบหน้าอกยืนยัน
หลังจัดการที่นี่เสร็จสิ้น ผู้าุโหลินพร้อมกลุ่มศิษย์หลักจึงก้าวออกไปจากหอชิงหยุน แล้วมุ่งหน้าสู่สถานที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงโดดเด่นเื่ความบันเทิง
ในระหว่างขณะที่ใกล้เข้าสู่เขตของที่หมาย ศิษย์หญิงคนหนึ่งในกลุ่มสายตาดันไปสะดุดเข้ากับคนที่สวมหน้ากาก
ชุดคลุมดำพร้อมหน้ากากไม้ที่แกะออกมาอย่างหยาบ ๆ เพียงได้สบตาแวบหนึ่งกลับทำให้นางขนลุกอย่างอธิบายไม่ได้
เพราะเหตุใดกัน ทำไมข้าถึงรู้สึกไม่ดี