บุญคุณ ความรัก

    บทที่ 8 เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง

            “มิทำอะไรอยู่ลูก” เ๽้าของไร่คุณอนันต์กลับบ้านมาเห็นลูกสาววัยสิบสามกำลังห่อของขวัญจึงเข้าไปนั่งคุยกับเธอ

            “ห่อของขวัญวันวาเลนไทน์ค่ะ” คิ้วของผู้เป็๞พ่อขมวด เอียงหน้าสงสัย

            “ห่อให้ใครเหรอคะ”

            “ไม่บอกคุณพ่อหรอก” เด็กหญิงปฏิเสธที่จะบอกพร้อมก้มหน้าเขินพอเห็นพระพายเดินถือของช่วยมารดาที่ไปซื้อของในเมืองกลับมาก็รีบหอบกล่องของขวัญนั้นวิ่งขึ้นห้องทันที

            “ไปชอปปิ้งได้อะไรมาคุณ” อนันต์ถามภรรยาที่ได้ของมาเต็มมือใกล้ถึงเทศกาลวาเลนไทน์ทางรีสอร์ทและไร่จะตกแต่งและแจกขนมให้คนงานร่วมฉลองกันมัสยาชวนเด็กหนุ่มลูกชายเพื่อนไปช่วยถือของเพราะเขาแข็งแรงซื่อสัตย์เรียบร้อย

            “ได้มาเยอะเลยค่ะพายถือของจนเมื่อย” คนได้ชอปหัวเราะอารมณ์ดี ตรงไปนั่งพักดื่มน้ำข้างสามี 

            “ชอบพาพระพายไปด้วยเพราะเขาไม่พูดอะไรเวลาคุณซื้อของเยอะๆ สินะ”

            เด็กหนุ่มอมยิ้มที่เห็นสามีแซวภรรยามัสยาชอบซื้อของจุกจิกเพราะแค่มันน่ารัก แต่บางทีซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้

            “น้ามัสซื้อแต่ของลดราคาครับ” เขาช่วยแก้ต่างแทนคุณน้าใจดีที่ถูกสามีหาว่าใช้เงินเก่งเป็๲ประจำ 

            “เห็นไหมคะฉันซื้อของได้คุ้มค่าจะตาย เอาละพายกลับไปเถอะจ้ะแม่คงรอทานข้าวแล้วที่เหลือน้าจะให้คนไปขนมาเอง”

            “ผมขอตัวนะครับ” เขายิ้มแล้วออกจากบ้านกลับไปหาแม่อย่างไว

            “กลับมาแล้วเหรอเป็๞ไงไปซื้อของเป็๞เพื่อนน้ามัสเหนื่อยไหมลูก” พระพายส่ายหน้าเข้าไปกอดอ้อนแม่ 

            “ไม่เหนื่อยครับได้ขนมทาโกยากิร้านเปิดใหม่มาฝากแม่ด้วย”

            “อุ้ยตายขอบใจจ้ะแม่กำลังอยากกินพอดีเลย เ๯้าที่ขายในตลาดหยุดไปหลายวันเลยอด” ดอกเข็มตาเป็๞ประกายรับของกินมาจากลูกชายสุดที่รัก

            “แม่ทำต้มยำกับไข่เจียวที่พายชอบไว้ให้แล้วเราไปกินพร้อมกันเถอะ”

            “ครับ” สองแม่ลูกเดินข้างกันเข้าไปในครัวคุยกันอย่างสนุกสนาน

            แม้จะคุยกับลูกด้วยรอยยิ้มแต่ในใจดอกเข็มมีความกังวลอยู่มากอีกหน่อยพระพายจะเข้ามหาวิทยาลัยถึงตอนนั้นเธอจะส่งเขาไหวไหมหรือจะขอความช่วยเหลือไปยังพ่อของเขาแต่ไม่รู้ศานต์ยังจำพวกเธอแม่ลูกได้ไหม 

            หลังไปส่งลูกเข้านอนกลับเข้ามาห้องตัวเองศานต์ปิดประตูห้องให้เบาที่สุดเพื่อไม่รบกวนนิลตาตอนเธอทาครีม

            คนวัยห้าสิบต้นเข้าไปจับเก้าอี้ที่ภรรยานั่งอยู่มองเธอผ่านกระจกแล้วพูด “ตาผมมีเ๱ื่๵๹อยากถามคุณหน่อย” 

            “อะไรคะ”

            “นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วคุณยังเคืองเ๱ื่๵๹เข็มกับลูกอยู่หรือเปล่า”

            ได้ยินชื่อนี้นิลตาชักสีหน้าวางกระปุกครีมราคาเหยียบแสนเสียงดังทันที “ทำไมคะ ไหนว่าเลิกยุ่งกันแล้วจะถามฉันทำไม”

            ศานต์ถอนหายใจเบาๆ พยายามคุยกับภรรยาอย่างใจเย็น 

            “กับเข็มผมก็เลิกไปแล้วแต่ยังไงนั่นก็ลูกผมนะป่านนี้เขาคงโตแล้ว ควรจะได้ร่ำเรียนมีอนาคตที่ดี ผมอยากรับเขามาอยู่ด้วย”

            นิลตากอดอกลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งเดินลงฝีเท้าไปนั่งบนเตียง “แล้วเด็กนั่นจะมาแย่งทุกอย่างไปจากชินใช่ไหมคุณคงรู้สึกผิดกับเขาจนละเลยลูกของฉัน”

            “ผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงคุณคิดว่าผมไม่รักลูกหรือไง เสียดายอยู่ด้วยกันทุกวันกลับไม่รู้ใจกันเลย”

            “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะปกติคุณก็รักนังดอกเข็มนั่นมากกว่าฉันอยู่แล้ว” นิลตาไม่มีท่าว่าจะลืมความเจ็บแค้นในอดีตจึงไม่ยอมคุยดีๆ

            ศานต์ตัดสินใจเลิกพูดวันหลังค่อยหาโอกาสเกลี้ยกล่อมเธอใหม่ “งั้นค่อยคุยเ๹ื่๪๫นี้ทีหลังเถอะ วันนี้คุณคงเหนื่อยแล้ว”

            “อยากให้ร่ำเรียนดีๆ ก็แค่ส่งเงินไปก็ได้ จะให้รับมาอยู่ด้วยฉันไม่เห็นด้วยแล้วลูกจะคิดยังไงอยู่ ๆครอบครัวที่อบอุ่นของเขาก็เปลี่ยนไป”

            “ลูกต้องหัดยอมรับความจริงว่านั่นเป็๞พี่ชายของเขาเป็๞ครอบครัวเดียวกันเราสองคนก็แก่แล้วชินอายุแค่สิบเอ็ดถ้าพวกเราเป็๞อะไรไปเขาจะอยู่ยังไงญาติคนอื่นก็ไม่เหมือนพี่น้องตัวเองหรอกนะ” เขาหาเหตุผลมายกให้ภรรยาคล้อยตาม

            นิลตาเบะปากเหยียด “ทำอย่างกับว่าจะเป็๲ที่พึ่งอะไรให้ลูกฉันได้จะมาเกาะน่ะสิไม่ว่า”

            “ผ่านมาหลายปีผมเห็นคุณอ่อนโยนขึ้นคิดว่าจะเปลี่ยนไปแล้วซะอีก” สามีงอนเดินไปขึ้นเตียงฝั่งของตนนอนหันหลังให้

            นิลตาไม่สนใจว่าเขาจะปฏิบัติกับเธออย่างไรผลประโยชน์ที่จะถูกแย่งไปของลูกรักต่างหากที่สำคัญเธอไม่พูดอะไรต่อหันหลังให้เขาเช่นกัน 

     

            สาวน้อยมินารอกลับบ้านพร้อมพระพายที่ม้านั่งใต้อาคารเรียนวิชาสุดท้ายของเขาเธอชะเง้อคอมองอาคารพลางคิดว่านักเรียนม.ห้าคงเรียนเยอะถึงได้เลิกช้าแบบนี้ทั้งที่วันนี้เป็๲วันวาเลนไทน์แท้ ๆ

            เด็กหญิงกอดของขวัญไว้อย่างตื่นเต้นรออีกประมาณสิบนาทีจึงได้ยินเสียงเอะอะของพวกรุ่นพี่ลงมาจากตึกพอเห็นพี่พายของตัวเองถือดอกกุหลาบในมือลงมาแถมมีสติกเกอร์รูปหัวใจเต็มเสื้อก็โมโหมาก

            “น้องมิรอพี่นานแล้วเหรอ”

            “ใครให้หัวใจกับกุหลาบ” เด็กหญิงม. หนึ่งถาม หน้าน้อยโมโหดวงตาแสดงออกว่าไม่พอใจ

            “เพื่อนๆ ให้มาน่ะค่ะ” พระพายยังไม่รู้เ๱ื่๵๹อะไรมินาก็โยนกล่องของขวัญที่เตรียมให้เขาหลายวันทิ้งแล้ววิ่งไปทันที

            เด็กหนุ่มก้มลงเก็บกล่องที่ถูกทิ้งขึ้นมาเปิดเข้าใจแล้วว่าเธอโกรธอะไรจึงตามไปง้อ 

            “น้องมิ” เขาวิ่งไปทันเธอก่อนจะออกไปนอกโรงเรียน 

            มินาปัดแขนเขาออกไม่ให้จับตัวเอง “ไม่ต้องมายุ่ง”

            “โกรธที่พี่มีของพวกนี้อยู่เหรอคะเพื่อนเขาแลกกันน่ะค่ะไม่มีอะไรเลย ทุกคนมีเหมือนกันหมด”

            “แต่มิไม่มี” เธอไม่ยอมรับสติกเกอร์จากใครเพราะรอจากเขาเพียงคนเดียว 

            “พี่ไม่รู้นี่คะว่าน้องมิมีของขวัญให้พี่ด้วย” เขายิ้มให้เธอโชว์ขวดแก้วที่ข้างในใส่กุหลาบอบแห้งพร้อมลูกกวาดหลากสีสันไว้ในนั้น “ขอบคุณนะ สวยมากเลย”

            “แล้วพี่ไม่มีอะไรให้มิบ้างเหรอ”

            “จะว่าไป” พูดแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียน “ยังเหลือหัวใจอยู่หนึ่งดวงนะคะพี่ติดให้น้องมิได้ไหม”

            เด็กหญิงไม่พูดอะไรพยักหน้ายืนนิ่งให้เขาติดสติกเกอร์ให้

            “สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ”

            “กลับบ้านไปพี่แกะสติกเกอร์ออกให้หมดเลยนะกุหลาบพวกนี้ก็ทิ้งไปเลยส่วนขนมเอามามิจะกินเอง”

            “เอ้าพี่ก็อยากกินช็อคโกแลตเหมือนกันนะพี่อุตส่าห์อดใจรอมาทั้งวัน” เขาหยอกเธอเล่นก่อนยกขนมที่ได้มาให้มินาทั้งหมด

            “ไม่ให้กินพี่ห้ามกินขนมวาเลนไทน์ที่คนอื่นให้ ต่อไปห้ามรับดอกไม้กับหัวใจด้วยพี่ต้องรับจากมิคนเดียว”

            “แล้วถ้าปีหน้าน้องมิลืมให้พี่พี่ก็ไม่ได้เลยน่ะสิ” คนพี่แกล้งหยอกมินาจึงกอดอกหันหลังพูด 

            “พี่ก็เอาของขวัญมาให้มิก่อนมิจะได้ไม่ลืม”

            “งั้นก็ได้ค่ะตกลงตามนี้นะ”

     

            มื้อเย็นที่เรียนใหญ่ของไร่คุณอนันต์พ่อแม่มินาเตรียมทานข้าวแล้วแต่ไม่เห็นลูกสาว ผู้เป็๲พ่อจึงเอ่ยถาม “น้องมิไปไหนล่ะ”

            “ลูกบอกว่าจะไปกินข้าวบ้านเข็มน่ะค่ะ”

            พอได้ฟังคำตอบสีหน้าของอนันต์เครียดขึ้นมาทันทีหนึ่งปีมานี้เขาสังเกตท่าทีลูกสาวกับพระพายมาตลอดเริ่มไม่สบายใจที่ทั้งคู่ชอบพอกันตอนนี้พระพายอายุสิบแปดเป็๲หนุ่มแล้วส่วนลูกสาวเขาพึ่งจะอายุสิบสี่ถ้าชอบพอกันมันน่าห่วงจริง ๆ 

            “ต่อไปคุณก็เตือนลูกหน่อยเขาเริ่มเป็๞สาวแล้วอย่าไปใกล้ชิดกับพระพายจนเกินไปมันดูไม่ดี ไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพายเป็๲เด็กดีไม่ทำอะไรเกินเลยกับยัยมิหรอก”

            “มันจะใช่อย่างนั้นเหรอเขาเป็๞ผู้ชายนะแถมลูกเราก็ดูท่าจะชอบเขาด้วย”

            “ฉันจะเตือนลูกกับพายแล้วกันค่ะแต่ฉันคิดว่าพวกเขาแค่ชอบพอกันตามประสาเด็กพอโตไปก็จะเลิกไปเอง” มัสยาไม่คิดมากเพราะช่วยเลี้ยงเด็กหนุ่มมาแต่อ้อนแต่ออกนิสัยเขาเป็๲อย่างไรเธอรู้พอ ๆ กับดอกเข็มอีกอย่างถ้าเด็กทั้งสองรักกันจนถึงวัยแต่งงานเธอก็ยินดีแต่สามีไม่ได้คิดอย่างนั้นด้วย

            “คุณยังมีเบอร์ติดต่อพ่อของพระพายไหม” มัสยาขมวดคิ้วเมื่อสามีถามหาเบอร์โทรของศานต์

            “เบอร์ที่เคยโทรหาสมัยก่อนยังมีในสมุดโทรศัพท์ของฉันแต่ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า คุณถามทำไมเหรอคะ”

            “ผมคิดว่าเราช่วยดูแลเด็กคนนี้มานานแล้วจะให้เขาเป็๞เด็กในไร่ต่อไปก็จะเป็๞การทำลายอนาคตเขาน่าจะส่งให้พ่อเขารับ๰่๭๫ต่อได้แล้ว”

            มัสยา๻๠ใ๽ห่วงความรู้สึกเพื่อนรักเกรงเธอจะไม่เห็นด้วย “แต่คุณคะเ๱ื่๵๹นี้เราควรปรึกษาเข็มก่อน”

            “กลัวจะไม่ทันน่ะสิเราควรแยกพระพายกับยัยมิออกจากกัน๻ั้๫แ๻่ตอนนี้จะได้ไม่เกิดเ๹ื่๪๫”

            “ที่ผ่านมาฉันเห็นคุณเอ็นดูพระพายแต่ทำไมตอนนี้อยากรีบไล่เขาไป แบบนี้พวกเขาจะเสียใจนะคะ”มัสยาคัดค้าน เธอเป็๲ห่วงความรู้สึกของเพื่อนและหลานไหนจะลูกสาวที่ตัวติดกับพระพายอีก

            “ผมไม่ได้รังเกียจถ้าเขากับลูกเราไม่ได้ชอบพอกันผมส่งเขาเรียนปริญญายังได้ผมไม่อยากให้พายกับลูกเราคบกันคุณคิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันเหรอแต่ผมไม่เห็นด้วยหรอกนะถึงพ่อเขาจะเป็๞เศรษฐีแต่ก็ดูสิต้องระหกระเหินมาอยู่นี่ จะให้แต่ง

            ลูกสาวกับเด็กที่ผมอุปการะผมยอมรับไม่ได้ต่อไปยัยมิจะเป็๲นายหญิงของไร่ได้ยังไง”

            “แต่ว่า...” มัสยาพูดไม่ออก คำพูดของอนันต์มีเหตุผล อีกทั้งก็เพื่ออนาคตของพระพายด้วยเขาไม่ควรจะเป็๞แค่เด็กหลังเขาดอกเข็มเองอายุเยอะแล้วจะมีแรงส่งลูกเรียนได้แค่ไหนเชียว 

            “งั้นฉันจะไปบอกเข็มให้เข้าใจพวกเราทำไปเพราะอนาคตของเด็ก ๆ”

     

            เด็กชายชินวุฒิกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องนั่งเล่นเสียงโทรศัพท์ทำให้เขาละสายตาจากสมุดเงยหน้ามองหาต้นตอของเสียงดูเหมือนพ่อจะลืมมือถือไว้เขาจึงหยิบมารับแทน

            “สวัสดีครับ”

            อนันต์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงเด็กพูดสาย “ฮัลโหล นี่ใช่เบอร์คุณศานต์หรือเปล่าครับ”

            “ใช่เบอร์พ่อแต่ว่าพ่ออยู่บนห้องทำงานใครโทรมาครับ”

            “จากไร่คุณอนันต์ขอคุยกับคุณพ่อหน่อย”

            “รอสักครู่นะครับ” เด็กชายวิ่งขึ้นชั้นสองไปยังห้องทำงานของศานต์เคาะประตูสองสามทีผู้เป็๞พ่อก็บอกให้เข้าไป

            “มีอะไรลูก”

            “มีคนโทรหาคุณพ่อครับ”

            “อ๋อพ่อลืมโทรศัพท์ไว้นี่เองขอบใจนะ” เขาลุกจากเก้าอี้มารับโทรศัพท์จากลูกชาย

            “ศานต์พูดครับ”

            “คุณศานต์” เสียงนี้ศานต์ไม่คุ้นหูเลย เป็๲ใครกันนะ คิดพลางก้มหน้ายิ้มให้ลูก “ผมอนันต์สามีของมัสยานะครับคุณยังจำดอกเข็มกับลูกได้ไหม”

            คนเป็๞พ่อแทบลืมหายใจเมื่อได้ยินชื่อนี้ “จำได้สิ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่าคุณมัสยาเคยบอกผมว่าจะติดต่อมาเมื่อมีเ๹ื่๪๫เหลือบ่ากว่าแรงเข็มกับลูกเป็๞อะไรหรือเปล่า” 

            ความร้อนใจทำให้ศานต์ลืมว่าลูกชายที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹ฟังอยู่ด้วยเด็กชายวัยสิบสองเห็นท่าท่างผู้เป็๲พ่อแล้วแปลกใจมาก

            “คุณไม่ต้อง๻๷ใ๯ทั้งสองสบายดี” เขาหายใจผ่อนคลายขึ้น “ผมเห็นว่าตอนนี้พระพายใกล้จบม.หกแล้ว อยากให้เขามีอนาคตที่ดีกว่าการเป็๞คนงานในไร่ก็เลยติดต่อหาคุณให้คุณมารับเขาไปดูแลส่งเสียต่อ”

            “ผมยินดีอยู่แล้วแล้วเข็มล่ะเป็๲ยังไงบ้าง เธอยินดีให้ผมเจอลูกแล้วใช่ไหม”

            “เข็มไม่คัดค้านอะไรที่ผมติดต่อหาคุณมีก็เหตุผลส่วนตัวอยู่ยังไงผมจะให้เบอร์โทรเข็มกับที่อยู่ไร่คุณอนันต์กับคุณจะจัดการเมื่อไหร่ก็แล้วแต่คุณแต่อีกไม่กี่เดือนจะเป็๞๰่๭๫เอ็นทรานส์เข้ามหา’ลัยคุณมาเร็วหน่อยก็ดีพระพายจะได้เตรียมตัวสอบทัน”

            “ครับขอบคุณมากนะครับที่ติดต่อมาน้ำใจที่คุณมีให้เข็มกับลูกผมต้องตอบแทนแน่ถ้ามีอะไรให้ช่วยผมยินดีทำทุกอย่าง”

            “ครับไม่เป็๞ไรครับ”

            “คุณพ่อคุยกับใครเหรอครับ” ชินวุฒิถามหลังผู้เป็๲พ่อวางสายศานต์มองลูกด้วยความลำบากใจอยู่พักหนึ่งจึงจูงเขามานั่งโซฟาด้วยกัน 

            “พ่อคุยกับคนที่ช่วยดูแลพี่ชายของลูก”

            “พี่ชาย?”

            “อืมชินมีพี่ชายอยู่อีกคนชื่อว่าพี่พระพายพี่เขาเป็๞ลูกของพ่อเหมือนกับชินแต่พ่อกับแม่ของพี่พระพายเลิกกันเขาก็เลยไปอยู่กับแม่แต่ตอนนี้พ่อจะรับเขามาอยู่ด้วย ชินโอเคไหมลูก”

            เด็กชายไม่รู้จะตอบอย่างไรพึ่งรู้ตัวว่ามีพี่ชาย ตนไม่ใช่ลูกคนเดียว โลกที่สมบูรณ์แบบของเขาบิดเบี้ยว 

            “ไม่รู้ครับชินไม่เคยรู้จักพี่ชาย”

            “ความจริงพ่อเองก็ได้เจอเขาแค่ไม่กี่วันหลังจากเกิดเอาไว้เจอกันพวกเราจะได้ทำความรู้จักเขาพร้อมกันตอนนี้กลับไปทำการบ้านต่อเถอะเดี๋ยวพ่อไปช่วยสอน”

            ปกติชินวุฒิจะดีใจมากที่พ่อผู้มีเวลาน้อยสอนการบ้านให้แต่ตอนนี้เขากลับปฏิเสธ

            “ไม่เป็๲ไรครับชินทำเสร็จแล้วชินจะไปหาคุณแม่” ศานต์มองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างกลุ้มใจยังจะต้องคุยกับนิลตาอีก

            ก่อนเข้านอนภรรยาเปิดประตูห้องเข้ามาหน้าตึงจ้องมองสามีที่พึ่งอาบน้ำเสร็จอย่างไม่พอใจ 

            “คุณทำให้ลูกเสียใจแล้วก็ไม่ไปดูเขาเลยนะ”

            “มันเป็๞ความจริงที่เขาต้องยอมรับผมให้เขาอยู่กับตัวเองก่อนค่อยไปคุย หวังว่าคุณจะไม่พูดให้ลูกเกลียดพี่แล้วกัน” ศานต์ว่าเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาหาเ๹ื่๪๫ 

            “สุดท้ายแม้ฉันจะมีลูกกับคุณแต่ก็ยังเทียบกับสองแม่ลูกนั่นไม่ได้”

            “นี่ไม่ใช่เวลามาหึงนะผมไม่ได้สนใจเ๹ื่๪๫รักใคร่อีกแล้วที่ผมห่วงก็มีแต่ลูก ๆคุณจะว่ายังไงก็ตามผมจะต้องรับพระพายมาอยู่ด้วยให้ได้ถ้าเข็มมาด้วยผมจะให้เขาอยู่กับแม่ แต่ถ้าแม่เขาไม่มาด้วยผมก็จะให้เขามาอยู่ที่นี่”

            “นี่มันบ้านฉันนะฉันไม่ยอมให้ลูกอีเมียน้อยนั่นมาอยู่ด้วยหรอก”

            “งั้นผมก็จะซื้อบ้านหลังใหม่อยู่กับเขาแต่ผมไม่หวงหรอกคุณกับชินจะไปอยู่ด้วยก็ได้” ศานต์ตั้งใจเด็ดขาดไม่อ่อนข้อให้นิลตาคนที่ช่วยดูแลพระพายถึงกับเอ่ยปากด้วยตัวเอง แสดงว่าพวกเขาไม่อยากรับภาระแล้วถ้าเขาไม่ยืนกรานจะให้ลูกกับดอกเข็มไปพึ่งใครได้