บทนำ แม่สามีผู้แสนดี
“เป็แค่ผู้อยู่อาศัยนึกจะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ตื่นมาทำความสะอาดได้แล้ว!”
เพิ่งนอนหลับไปได้แค่ไม่กี่ชั่วยาม เสียงอันน่าขนลุกก็ดังเข้ามาสั่นประสาทอีกแล้ว หญิงสาวผู้ถูกเรียกมีลำดับความสำคัญเป็แค่สะใภ้ตระกูลชาวนา ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรมากนัก ดังนั้นผู้ที่ะโโวยวายอย่างไร้มารยาท ก็หาใช่ใครที่ไหน แต่เป็แม่ใหญ่ของบ้าน หรือที่เรียกว่าแม่สามีตัวร้ายนั่นเอง
‘แต่เดี๋ยวก่อน! นั่นมันบทละครของนางเอกผู้แสนอาภัพไม่ใช่เหรอ’
เมิ่งไป๋เฉียวกำลังนอนน้ำลายยืด เธอจินตนาการว่าตัวเองต้องฝันหวาน แต่ไฉนฝันหวานถึงได้กลายเป็ฝันร้าย ทั้งยังมีเสียงมนุษย์ป้าดังเข้ามาขัดจังหวะ แต่ไหนล่ะ? พระเอกผู้แสนดี ทำไมไม่รีบเข้ามาช่วยนางเอก นางเอกในความฝันของเธอ กำลังจะถูกแม่สามีข่มเหงแล้วนะ!
เซี๊ยะ! (เสียงน้ำสาดกระเซ็น)
“จะตื่นหรือไม่ตื่น!”
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสียงที่ชำแรกเข้ามาปลุก แต่เป็น้ำอุ่นหนึ่งจอก สาดเข้าที่เบ้าตาของเธอจนชื้นแฉะ เมิ่งไป๋เฉียวไม่อยากตื่นจากฝันเลย แต่สุดท้ายก็ต้องตื่นเพราะเริ่มรู้สึกหน่วงหนึบ คล้ายมีมือใหญ่เอื้อมลงมากระชากแขน
“คุณเป็ใครคะ? ออกไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้ง? ตะ...ตำรวจ?”
เมิ่งไป๋เฉียวเบิกตากว้างลนลาน แล้วถามออกไปอย่างหน้าตื่น เธอเหลือบมองบรรยากาศรอบตัว ก็พบว่าไม่เหมือนกับห้องทำงานของเธอเลยสักนิด แล้วห้องนอนที่เธอตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ก็ดูเหมือนห้องนอนของคนสมัยก่อน ทั้งเก่าและมีกลิ่นสาบไม้ ทั้งมีกลิ่นคลุ้งของกำยานอะไรสักอย่างหนาแน่นเต็มไปหมด
“จะเป็ใครได้ ก็แม่สามีผู้แสนดีของเ้าอย่างไรล่ะ ลู่เซียวถงหรือว่าเ้าเกียจคร้านจนสมองกลายเป็ขี้เลื่อยไปหมดแล้ว แม้แต่คนที่เคยดีกับเ้า ก็จำไม่ได้อย่างนั้นหรือ! ต่อให้ข้า...ดีกับเ้าแค่ยามอยู่ต่อหน้าท่านพี่เจียงก็เถอะ”
เมิ่งไป๋เฉียว หญิงสาวจากโลกอนาคตแทบอยากกรีดร้องออกมา เธอไม่ใช่คนที่มนุษย์ป้ากำลังพูดถึง เธอไม่เคยแต่งงาน แล้วจะมีแม่สามีได้ยังไง ให้ตายเถอะ! คนอย่างเมิ่งไป๋เฉียวนะเหรอ จะติดค้างบุญคุณใครถึงขนาดปล่อยให้มาชี้นิ้วด่า หรือใช้น้ำเสียงไม่เข้าท่าโขกสับอยู่แบบนั้น
“อย่าช้านักล่ะ ทุกอย่างในรั้วบ้านต้องเรียบร้อยก่อนที่นายท่านเจียงจะกลับมา”
เมิ่งไป๋เฉียวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็เส้นตรง ปล่อยให้มนุษย์ป้าเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี ว่าตามตรงไป๋เฉียวค่อนข้างสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมอยู่ดี ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพบกับเื่ที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเหล่านี้
“หรือว่า? นี่จะเป็ฝันซ้อนฝัน!!!”
เมิ่งไป๋เฉียวยังไม่เชื่อสิ่งที่ตาเห็น พยายามเลิกแขนเสื้อขึ้นสูง แล้วหยิกเข้าเนื้อตัวเองแรง ๆ หนึ่งครั้ง พบว่าเจ็บมาก รอยแดงก็ตื้นขึ้น เท้าที่ลงน้ำหนักััพื้นก็รู้สึกว่าเสมือนจริง แค่ได้ส่องกระจกบานเล็ก ๆ เท่านั้นแหละ เมิ่งไป๋เฉียวแทบล้มทั้งยืน หายใจก็ไม่ทั่วท้อง
“ไม่ใช่ความฝัน แต่คือเื่จริง เมิ่งไป๋เฉียว…ตอนนี้ท่านคือลู่เซียวถงต่างหาก”
เสียงปริศนาดังอู้อี้ที่หลังหู คล้ายมีคนกำลังส่งเสียงกระซิบ แล้วเมิ่งไป๋เฉียวในร่างของลู่เซียวถงก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง เมื่อเอี้ยวใบหน้าสวย ๆ กลับมามองก็แทบหงายหลังเป็ครั้งที่สอง ิญญาของหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนไป๋เฉียวทุกประการ กำลังยืนจ้องมองร่างนี้อยู่
“ผี! เ้าเป็ผีเหรอ”
เมิ่งไป๋เฉียวเป็คนเชื่อเื่โลกหลังความตาย เชื่อเื่ิญญา ครั้งยังมีชีวิตอยู่ในโลกของเธอ ไป๋เฉียวก็มักสะสมวัตถุโบราณหลายอย่าง มีโอกาสเป็ไปได้ที่กำไลข้อมือชิ้นนั้นจะพาเธอมาที่นี่ เ้าของร้านเครื่องประดับโบราณบอกว่า กำไลชิ้นนี้ถูกขายต่อหลายครั้ง มีคนซื้อไปก็หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องนำกลับมาคืนอยู่ดี ราวกับว่ามัน้าตามหาเ้าของที่แท้จริง
ไป๋เฉียวได้ฟังเื่เล่าสลับกับหันไปมองกำไลวงนั้น ก็รู้สึกถูกโฉลกอย่างบอกไม่ถูก เธอรีบคว้ามาเป็ของตัวเองด้วยเงินเพียงหนึ่งพันหยวน แต่ผ่านไปหนึ่งคืนทุกอย่างก็ปกติดีไม่ใช่เหรอ
“ไม่สิ! มันไม่ปกติ ก็ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ มันก็ต้องไม่ปกติอยู่แล้ว”
ไป๋เฉียวพยายามคาดเดาตั้งมากมาย แล้วเธอก็ไม่ได้มีท่าทางตื่นกลัวิญญาของหญิงสาวอีกคนแม้แต่น้อย คงเพราะิญญาของหญิงสาวไม่ได้มาในลักษณะน่ากลัวนั่นแหละ แล้วอย่างตอนนี้พอก้มดูแขนเ้าของร่าง ไป๋เฉียวก็เห็นว่ายังสวมกำไลข้อมือชิ้นนั้นอยู่ จะถอดออกก็ทำไมได้
แล้วกำไลข้อมือที่ซื้อจากร้านเครื่องประดับโบราณมาอยู่ที่ร่างนี้ได้ยังไงกัน? บังเอิญเกินไปแล้ว!!
“อื้อ! อื้ด ทำไมมันแน่นแบบนี้”
ไป๋เฉียว้าออกไปจากที่นี่ ถอดกำไลออกทุกอย่างก็น่าจะกลับสู่สภาวะปกติไม่ใช่เหรอ
“ไม่ต้องพยายามหรอก แน่นอนว่ามันไม่ได้ผล เมิ่งไป๋เฉียวจงฟังให้ดี ลู่เซียวถงก็คือตัวท่านในอดีตชาติ แล้วกำไลวงนั้นก็คือสมบัติที่ตกทอดกันมานานั้แ่รุ่นทวด มันนำท่านมาที่นี่เพื่อแก้ไขสิ่งที่ตัวข้าไม่อาจแก้ไข”
จู่ ๆ เสียงของิญญาดวงนั้นก็หายไปพร้อมสายลม เมิ่งไป๋เฉียวยังไม่ทันได้ถามอะไรมากนัก ตัวต้นเื่ก็ปลิวหายไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้ไป๋เฉียวยืนงงเป็เหมือนวัวเหมือนควายที่เคว้งคว้างกลางทุ่งหญ้าผืนใหญ่!
จากนั้นไม่นานเมิ่งไป๋เฉียวก็รู้สึกปวดหัวอย่างฉับพลัน เธอเริ่มเห็นภาพเหตุการณ์ก่อนตาย แล้วลองเดินไปสำรวจหัวเตียง พบว่าตรงมุมนั้นมีกระถางกำยานเล็ก ๆ เพิ่งมอดดับ นี่ไม่ใช่กำยานพิษ แต่เป็กำยานหอมที่ลู่เซียวถงแพ้
ทุกครั้งที่ได้กลิ่นกำยานหอมชนิดนี้ ลู่เซียวถงจะเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แล้วจากภาพเหตุการณ์ก่อนตายที่ฉายอยู่ในหัวของไป๋เฉียว บ่งชี้ว่าลู่เซียวถงตั้งใจรมควันตัวเองให้ตาย นางยังเฝ้าตัดพ้ออีกว่า ไม่อยากเป็ลู่เซียวถงอีกแล้ว ไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกแล้ว...
ไป๋เฉียวพยายามคิดหาเหตุผลมากมาย ที่ทำให้ผู้หญิงหนึ่งคนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายในชั่วข้ามคืน มันเื่อะไรกันแน่ แม้แต่ไป๋เฉียวเคยทำธุรกิจล้มละลายก็ว่าหนักหน่วงแล้ว ตัวเธอเองก็ยังไม่ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย อย่างนั้นสิ่งที่ลู่เซียวถงเผชิญมา คงหนักหนาเอาการอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้คนก็ตายไปแล้ว จะชุบชีวิตก็คงทำไม่ได้ จะกลับไปยังโลกใบเดิมก็ทำไม่ได้ หญิงแกร่งอย่างเมิ่งไป๋เฉียวจำเป็ต้องกลายเป็ลู่เซียวถงน้อยผู้น่าสงสาร แต่ขอโทษทีเถอะ! ไม่ว่าร่างนี้เคยเผชิญกับเื่ยุ่งยากอะไรมาก่อนหน้านี้
หากว่าเมิ่งไป๋เฉียวตัดสินใจที่จะเป็ลู่เซียวถงแล้ว เธอจะไม่ยอมเป็ลู่เซียวถงที่อ่อนแอคนนั้นอีก เชื่อเถอะว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงชะตาสุดอาภัพของลู่เซียวถงให้ได้ แม้ตอนนี้แทบไม่มีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ในหัวเลยก็ตาม
“ลู่เซียวถง! ชักช้าถ่วงเวลา ไม่ได้ยินที่สั่งหรือ”
ไม่ทันไรเสียงแม่สามีก็แทรกเข้ามารบกวนพร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดออกอย่างแรง หญิงร่างอรชรพุ่งเข้ามาใกล้ ง้างมือหมายจะทึ้งผมลู่เซียวถง แล้วแบบนี้ยังกล้าแทนตัวเองว่าแม่สามีผู้แสนดีอย่างนั้นหรือ น่าขันสิ้นดี!
“คุณป้าคะ! อ้อ!! ท่านแม่เ้าคะ ท่านอายุใกล้ห้าสิบแล้ว ส่วนข้าเพิ่งอายุยี่สิบปีเมื่อวานนี้เอง เช่นนั้นก็ใช้ชีวิตที่เหลือให้ดี ๆ เถิดเ้าค่ะ”
ลู่เซียวถงลูกสะใภ้ที่ไม่สู้คน ตอนนี้ก้าวเท้ามาข้างหน้าอย่างมั่นคง แล้วคว้าข้อมือแม่สามีไว้แน่นให้ค้างอยู่ในท่าง้างมือ คิดหรือว่าการรังแกลู่เซียวถงคนใหม่จะทำได้ง่ายขนาดนั้น ท่าทางก้าวร้าวของลู่เซียวถงต่อต้านหญิงวัยกลางคนอย่างเปิดเผย แล้วไหนจะมีคำพูดแฝงเลศนัยเ่าั้อีก
ประโยคเมื่อครู่ ราวกับนางลูกสะใภ้ที่ไม่รู้จักเจียมกะลาหัว อวยพรให้แม่สามีคนนี้ตายวันตายพรุ่ง!
จากที่เคยยอมให้โขกสับ ตอนนี้ไม่ยอมอีกแล้ว และไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนชี้นิ้วด่าได้อีก
ด่ามา! ก็แค่ด่ากลับ ไม่เห็นจะยากตรงไหน!
“เรียกข้านายหญิง! ใครอนุญาตให้เรียกท่านแม่” แม่สามีกัดฟันพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ในฐานะสะใภ้เพียงคนเดียวของบ้าน เรียกแม่สามีว่านายหญิง นอกจากดูไม่รู้กาลเทศะ ยังถือเป็การอกตัญญูอีกด้วย หรือว่าท่านแม่ผู้แสนดีของถงเอ๋อร์ อยากได้สะใภ้นิสัยไม่ดี ทั้งยังอกตัญญูต่อท่าน เพื่อเอาใจแม่สามี ถงเอ๋อร์คงต้องฝืนใจ เล่นเป็หญิงนิสัยไม่ดีตามที่ท่านแม่้าบ้างแล้วกระมัง เผื่อว่าวันข้างหน้าท่านแม่จะโปรดปรานสะใภ้คนนี้บ้าง”
คำพูดตอกหน้าของนางสะใภ้ตัวดี ทำหญิงวัยกลางคนแทบอกแตกตาย ไม่รู้ว่าคนอย่างลู่เซียวถงไปเรียนวิธีต่อล้อต่อเถียงมาจากที่ไหน ถึงได้ปากร้ายขนาดนี้
“ใครก็ได้! มาลากนางไปแขวนไว้กับขื่อ ปล่อยให้อดข้าวอดน้ำสักยก ดูซิว่ายังจะกล้าปากดีอีกหรือไม่”
แม่สามีตะเบ็งเสียงลั่นอย่างขาดสติ
ทว่าลู่เซียวถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนิบช้า แล้วเดินชนหัวไหล่สวนออกจากห้องนอนอันซอมซ่ออย่างเย่อหยิ่ง แล้วฉีกยิ้มอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจให้แม่สามี
รอยยิ้มของนางเสมือนรอยยิ้มของผู้ชนะ
“ท่านพ่อจะกลับมาแล้วมิใช่หรือเ้าคะ ท่านแม่จะรังแกข้าลงจริง ๆ หรือ?”
*****
*อร๊ายยย ไหนใครชอบนางเอกสู้คนบ้าง คอมเม้นหน่อยจ้า*
นิยายเื่ : ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง (มีหนังสือเสียงแล้ว)
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน (มีหนังสือเสียงแล้ว)
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย (มีหนังสือเสียงแล้ว)
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก (มีหนังสือเสียงแล้ว)
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1 (มีหนังสือเสียงแล้ว)
10.ย้อนเวลามามีครอบครัวอบอุ่น เพื่อเ้าสองวายร้าย
11.โม่เตี๋ยวหาใช่บุตรสาวของทรราช
12.ข้ามมิติมาเป็ลูกสะใภ้ปากร้ายของตระกูลชาวนา