บรรยากาศภายในลานป่าไผ่เงียบงันลงทันที หลังหลิวเต๋อหยวนเอ่ยจบ สายลมต้นวสันต์ยังคงพัดเอื่อย กลีบใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ ทว่าไร้ผู้ใดเอ่ยคำใดต่อ หลิวเซียงเยว่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าสงบเรียบดังเดิม แต่ภายในใจนางกลับเย็นเฉียบ
นางจำได้ดีในชาติที่แล้ว หลังท่านอาเข้าพบท่านพ่อในวันนี้ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปการตรวจสอบบัญชีถูกยับยั้ง ขุนนางในกรมคลังเริ่มหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย และข่าวลือเกี่ยวกับกองทัพทิศอุดรก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเร็วเกินกว่าจะเป็เื่บังเอิญ
“ข้าเพียงตรวจสอบตามหน้าที่เท่านั้น” หลิวเต๋อเวินเอ่ยเสียงเรียบ พลางปิดสมุดบัญชีสีดำลงช้าๆ ดวงตาของหลิวเต๋อหยวนหรี่ลงเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ เื่ของกองทัพชายแดนเหนือเกี่ยวข้องกับราชสำนักโดยตรง หากพลาดแม้เพียงก้าวเดียว อาจกระทบถึงหลายฝ่าย” น้ำเสียงของ เขายังคงสุขุมแต่กลับทำให้บรรยากาศภายในลานป่าไผ่หนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด หลิวเซียงเยว่ก้มสายตาลงเงียบๆนางรู้ดีคำว่า “หลายฝ่าย” ของท่านอา ไม่ได้หมายถึงเพียงขุนนางในราชสำนัก แต่หมายถึงคนในวังหลวงด้วย
“ข้าเข้าใจ” หลิวเต๋อเวินตอบสั้นๆ หลิวเต๋อหยวนมองพี่ชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนมาหยุดที่หลิวเซียงเยว่
“หลายวันก่อนข้าได้ยินว่าเ้าล้มป่วย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือ” หลิวเซียงเยว่เงยหน้าขึ้นช้าๆ
“ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะท่านอา” สายตาของหลิวเต๋อหยวนจับจ้องนางเงียบๆ ราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“เ้าเปลี่ยนไปมาก” หัวใจของหลิวเซียงเยว่กระตุกเบาๆ อีกแล้วั้แ่นางย้อนกลับมา ทุกคนต่างพูดประโยคเดียวกัน เพราะเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาในอดีต ได้ตายไปแล้วจริงๆ
“คนเราย่อมเติบโตขึ้นเ้าค่ะ” นางตอบยิ้มบาง หลิวเต๋อหยวนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่ดวงตายังคงลุ่มลึกอ่านไม่ออก
“หวังว่าเ้าจะเติบโตทันเกมของราชสำนัก” ประโยคนั้นทำให้ลานป่าไผ่เงียบลงอีกครั้ง หลิวเซียงเยว่รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล นางไม่แน่ใจว่าท่านอาพูดลอยๆ หรือกำลังเตือนนางกันแน่ ไม่นานนัก หลิวเต๋อหยวนก็ขอตัวกลับ ทิ้งไว้เพียงความเงียบอึดอัดภายในลานป่าไผ่
เมื่อร่างของอีกฝ่ายหายลับไปแล้ว หลิวเต๋อเวินจึงถอนหายใจออกมายาวๆ สีหน้าเหนื่อยล้าที่ไม่เคยปรากฏต่อหน้าผู้อื่น ค่อยๆ เผยออกมาช้าๆ หลิวเซียงเยว่กำชายแขนเสื้อแน่น ในชาติที่แล้วนางไม่เคยสังเกตเลยว่าท่านพ่อต้องแบกรับสิ่งใดไว้มากเพียงนี้
“ท่านพ่อ” เสียงของนางเบากว่าปกติ หลิวเต๋อเวินเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาว
“หากเื่นี้อันตราย…” นางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อช้าๆ
“ท่านหยุดตรวจสอบไม่ได้หรือเ้าคะ” ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ดวงตาของหลิวเต๋อเวินลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย เขามองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“เหตุใดเ้าจึงพูดเช่นนี้” หัวใจของหลิวเซียงเยว่กระตุกแรง นางเกือบพูดมากเกินไปแล้ว หลิวเซียงเยว่ค่อยๆ ก้มหน้าลง ปิดซ่อนแววตาของตน
“ลูกเพียง…ไม่อยากเห็นท่านเหนื่อย” หลิวเต๋อเวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบาๆ
“บางเื่ ต่อให้รู้ว่าอันตรายก็ยังต้องทำ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนดังเดิม แต่กลับทำให้หัวใจของหลิวเซียงเยว่เ็ปขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะนางรู้ดีสุดท้ายแล้วผู้ชายตรงหน้านี้จะยอมตายเพื่อความถูกต้องจริงๆ
สายลมยามค่ำพัดผ่านป่าไผ่อีกครั้ง หลิวเซียงเยว่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสมุดบัญชีสีดำเล่มนั้นยังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ ราวกับเงาแห่งหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาช้าๆ ก่อนดวงตาของนางจะค่อยๆ เย็นลงช้าๆ หาก์ให้โอกาสนางกลับมาอีกครั้ง เช่นนั้นครั้งนี้นางจะไม่ปล่อยให้ใครใช้ “ความถูกต้อง” ฆ่าคนในตระกูลของนางได้อีกต่อไป