"ก็ถ้ายังไง เดี๋ยวฉันจะโทรบอกอีกที แต่อย่าให้มือถือแบตหมดอีกล่ะ" ฟานบอก ก่อนจะเดินกลับไปที่รถสปอร์ตคันสีเขียวของเขา
ไวโอลินมองเข้าไปในบ้านเห็นไฟปิดสนิท แสดงว่าป้าไม่อยู่ เลยไม่แปลกใจว่า ทำไมฟานถึงได้กล้ามารออยู่ที่บ้านแบบนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่เธอเคยขอว่า อย่ามาที่นี่เด็ดขาด ถ้าไม่ได้นัดกันก่อน เพราะเธอยังไม่อยากจะให้ป้ารู้เื่ที่เธอไม่ได้ติดต่อกับฮอร์นแล้วและฮอร์นเองก็เป็ผู้ชายคนเดียวที่ป้าของเธอไว้ใจ
วันต่อมา
ไวโอลินหิ้วขนมของฝากบางส่วนจากสิงคโปร์มาที่สตีฟเวย์ (สนามแข่งรถซูเปอร์คาร์) เธอลงจากรถแท็กซี่เดินเข้าไปที่สนาม ก่อนที่ฟานจะเดินออกมารับ
"เฮ้! ไวโอลิน โทษทีนะที่ไม่ได้ไปรับ ตะกี้ฉันติดซ้อมแข่งอยู่" ฟานบอกพร้อมกับยื่นมือไปช่วยเธอถือของทั้งหมด
"ไม่เป็ไรเลย ฉันมาเองได้ แค่นี้เองสบายมาก!" เธอยิ้มก่อนจะถามขึ้นว่า
"แล้ว...พันเจียล่ะ! นายพอจะรู้ไหม ว่าเื่วันนั้นเขาหายโกรธฉันหรือยัง" เธอถามถึงเื่ก่อนหน้านี้
"ก็คิดว่าน่าจะเป็งั้นนะ" ฟานตอบสีหน้าไม่ค่อยจะมั่นใจนัก
"ทำไมนาย พูดแบบนั้นล่ะ" ไวโอลินถามสีหน้าเจื่อน ๆ
"ก็เธอเล่นมาเอาป่านนี้ จนเราซ้อมเสร็จกันไปแล้วสิ" ฟานบอกกับเธอ ไวโอลินในิดหน่อย
"บ้าน่า!!! นี่มันเพิ่งจะบ่ายโมงเองนะ" ไวโอลินถามพร้อมยื่นนาฬิกาที่ข้อมือให้เขาดู
"ฉันว่านาฬิกาข้อมือเธอ คงจะมีปัญหาแล้วล่ะ ดูนู่นสิ!" ฟานบอก พลางชี้นิ้วไปที่นาฬิกาเรือนใหญ่ซึ่งติดอยู่ข้างสนาม ไวโอลินเพ่งสายตามอง
"นี่มั่น...บ่ายสามโมงแล้วเหรอ!!!" ไวโอลินร้องเสียงหลง ฟานไม่ทันจะได้ตอบ พันเจียก็เดินออกมาจากสนามแข่ง ในขณะที่เขายังคงอยู่ในชุดแข่งสีขาว พลางถอดถุงมือแข่งรถออกส่งให้สตีฟเป็คนเก็บให้พร้อมกับกุญแจรีโมทรถ
"นี่เธอมาทำไร เอาป่านนี้เนี่ย" พันเจียถามก่อนจะหันไปรับปลอกแขนสำหรับสวมใส่ไว้ที่แขน
ไวโอลินจ้องมองเขาชั่วขณะหนึ่ง และอดจะคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ลุคนี้มันช่างเหมาะกับเขาเสียเหลือเกิน เพราะเขาดูหล่อเท่ราวกับพ่อเทพบุตรในสนามแข่งรถยังไงอย่างงั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบราวนี่ถึงได้เคยปลื้มเขา
"นายไม่ได้บอกเวลากับยัยนี่เหรอ หา!" พันเจียยกมือแกร่งข้างหนึ่งขึ้นไปพาดที่ไหล่กว้างของฟาน พลางยิ้มกรุ้มกริ่มขณะถาม แล้วหันไปหาไวโอลิน
"เอ่อคือ..." ฟานไม่ทันจะได้คิดคำขึ้นมาแก้ตัวแทนเธอ พันเจียก็เอื้อมมือไปรื้อถุงขนมที่ไวโอลินนำติดมือมาด้วย
"นี่มันอะไรเนี่ย เยอะแยะเต็มไปหมด" พันเจียถามแล้วยิ้มออกมาอย่างคนสงสัย รอยยิ้มและใบหน้าที่สดใสบวกกับความหล่อเหลาของเขาในนั้น ช่างผิดไปจากสีหน้าและแววตาที่แสดงออกมาให้เห็นเมื่อหลายวันก่อนนั้นเสียจริง ๆ ไวโอลินที่เห็นแบบนั้น ก็ไม่กลัวที่จะเป็คนทักเขาออกไปก่อน
"เอ่อ...พันเจีย คือว่าป้าของฉันเขา" ไม่ทันที่จะได้บอกถึงเื่ที่มาของขนม พันเจียก็เดินเข้าไปโอบไหล่บางของเธอ แล้วลากตัวออกไปจากตรงนั้นพลางะโกลับไปบอกฟานด้วยว่า
"ฉันฝากพวกนาย จัดการกับของพวกนี้ทีนะ" พันเจียยกของฝากของไวโอลินทั้งหมดให้เขา ฟานยิ้มหน้าบานแล้วรีบรับคำ
"โอเค ได้เลย ฉันจะจัดการให้ไว ไม่ต้องถึงมือนายเลย"
"แต่ว่าของนั่น!" ไวโอลินจะบอกว่าเธอถือของทั้งหมดมาให้เขา แทนคำขอโทษที่เมื่อหลายวันก่อน พูดจาไม่ดีออกไป แต่พันเจียกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน
"ช่างเถอะน่า! ปล่อยให้สามคนนั้นจัดการไปเลยแล้วกัน ส่วนเธอน่ะ มากับฉัน!!" เขาโอบไหล่บาง แล้วพาเธอให้ไปกับเขา ไวโอลินไม่ขัดขืน เพราะอยากที่จะชดเชยในเื่ที่เธอนั้น พูดไม่ดีออกไป แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ว่าเขาจะพาเธอไปไหน พันเจียลากตัวเธอเดินกลับเข้าไปในตัวอาคารภายในสตีฟเวย์
"นี่นายพาฉันไปไหนเนี่ย"
"ห้องน้ำ" พันเจียตอบหน้าตาเฉย
"ว่าไงนะ!!"
"ฉัน จะ เปลี่ยน ชุด" เขาย้ำชัด ๆ พันเจียพาเธอมายังหน้าประตูห้องน้ำ ไวโอลินขยับตัวเข้าไปขวางที่ประตูทางเข้าเอาไว้
"จะมาขวางทาง ทำไมเนี่ย" พันเจียยืนกอดอกถามด้วยสีหน้างุนงง
"ก็นายจะเข้าไปเปลี่ยนชุดไม่ใช่เหรอ"
"อือหือ!" เขาพยักหน้า
"งั้นฉันขอรอที่นี่ ส่วนนายรีบเข้าไปสิ" เธอบอก
"เธอนั่นและ ที่ต้องเข้าไปด้วย"
"ไม่มีทาง!" เธอย้ำ
"จะเข้าไปดี ๆ ไหม" พันเจียถามย้ำอีกครั้ง
"ไม่!!!" ไวโอลินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"แน่ใจเหรอ ว่าจะไม่เข้าไปจริง ๆ" พันเจียขยับร่างเข้าไปใกล้ ๆ ไวโอลินถอยหนีจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับประตูทางเข้า ก่อนที่พันเจียจะซุกใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ หญิงสาวเบี่ยงตัวหนี แต่แล้ว อยู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกใครบางคนเปิดออกจากทางด้านใน ทำให้ร่างของไวโอลินที่พิงอยู่ในตอนนั้นแทบจะหงายหลังล้มลงตามแรงดันของประตู พันเจียที่เห็นอย่างนั้น รีบเข้าไปคว้าร่างบางของเธอไว้เสียก่อนที่เธอจะล้มลง
หมับ!!
ไฮน์เดินสวนออกมาเห็นพันเจียที่กำลังโอบเอวของหญิงสาว โดยอีกมือก็คว้าแขนของเธอเอาไว้ อยู่ในท่าประคองกัน ก็ทำหน้างง ๆ ชี้นิ้วไปมาระหว่างทั้งคู่ แล้วถามออกไปด้วยความสงสัย
"นี่พวกนาย....แหม ๆ ๆ” ทำเสียงลากยาว ๆ แล้วครุ่นคิดไปไหนต่อไหน
ไวโอลินเห็นแบบนั้น รีบพยุงตัวเองยืนขึ้นในท่าปกติ ก่อนที่จะถูกเข้าใจผิด แต่มันไม่มีประโยชน์ เพราะในหัวของไฮน์นั้น แอบคิดเื่แบบนั้นไปเสียแล้ว แม้จะรู้ว่าพันเจีย ไม่ใช่คนแบบนั้นเลยก็ตาม แต่ก็อดที่จะทำพูดจาหยอก ๆ ออกไปไม่ได้
"อย่าบอกนะว่า...พวกนายสองคน กำลังจะ!!!" ไฮน์อมยิ้มแล้วไม่ยอมพูดต่อ ไวโอลินหน้าแดง เพราะเธอคิดว่าไฮน์กำลังคิดอะไรอยู่ พันเจียที่รู้ความคิดของไฮน์ ได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปาก ก่อนปฏิเสธออกไปว่า
"นี่แก จะมาจับผิดอะไรแถวนี้วะ ฉันจะเข้าไปเปลี่ยนชุด" ไฮน์จ้อง! และก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าทั้งคู่อาจจะแอบมาสวีทกันจริง ๆ ตรงนี้ก็ได้ อันที่จริงที่ตรงนี้ก็เหมาะที่จะทำเื่แบบนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะเป็จุดอับและลับตาคน ไฮน์ไม่อยากขัดคอ จึงรีบบอกออกไปว่า
"โอเค ๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
"รีบไปไห้พ้น ๆ เลยนะ ขืนช้าไอ้ฟานกับสตีฟมันฟาดของฝากของไวโอลินหมดก่อน มีหวังแกอดนะเว้ย" พันเจียบอกแล้วหัวเราะออกมาเล็ก ๆ ก่อนจะหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
ไวโอลินเห็นแบบนั้นรีบขยับตัวออกห่างจากหน้าประตูเล็กน้อย พันเจียผลักประตูแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดตามที่บอกกับไฮน์ ทว่าเขากลับคว้าร่างบางของเธอให้เข้าไปด้านในกับเขาด้วย
“ว้าย!!!” ชายหนุ่มจัดการล็อกประตูเสร็จสรรพ ไวโอลินคิดไม่ออกว่าเขาจะทำอะไร จึง
รีบถอยหนี
"ทำอะไรของนายเนี่ย พาฉันเข้ามาข้างในนี้ด้วยทำไม" เธอถามขณะที่ถอยหนีจนแผ่นหลังพิงชิดติดกำแพง
พันเจียพาดแขนทั้งสองข้างของเขาไปบนกำแพงขนาดกับตัวเธอ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ไวโอลินรีบก้มหน้าลงหลบสายตาของเขาทันที
"ฉันยังไม่ได้ทำโทษ เื่ที่เธอมาสายเลยนะ" พันเจียบอกกับเธอ ไวโอลินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา แล้วถามเสียงอ่อน
"แล้วโทษของฉันคืออะไรล่ะ ล้างห้องน้ำทั้งหมดนี้เลยเหรอ"
"อือหือ...ทั้งหมดนี่เลย!" พันเจียพยักหน้าส่ง ๆ เพราะสิ่งที่จะลงโทษจริง ๆ นั้น ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เขาเอื้อมมืออีกข้างเข้าไปจับข้อมือบางข้างที่เธอสวมนาฬิกา ก่อนจะจัดการถอดมันออก
"ใส่นาฬิกา ข้อมือพัง ๆ เนี่ย โบราณเขาถือนะ"
“เอ๊ะ!!” ไวโอลินรู้สึกประหลาดใจที่เขาสังเกตเห็นนาฬิกาเรือนที่เธอสวมใส่อยู่ที่ข้อมือนั้นว่ามีรอยแตกร้าว ในขณะที่เธอเพิ่งจะรู้ว่ามันเสียก็ตอนที่ฟานบอก
"เอาคืนมา!! นั่นมันนาฬิกาเรือนโปรดของฉันเลยนะ"
"สภาพเยินขนาดนี้ ยังจะใส่มันอยู่อีกเหรอ" พันเจียถามสีหน้าจริงจัง เธอก้มลงมองชัด ๆ ก่อนจะพบว่าจริง ๆ หน้าปัดมันแตกจนเห็นได้ชัด จนรู้สึกเขินอายที่ตัวเองเผลอใส่มันออกมาโดยไม่ทันได้สังเกต
สายตาคมกริบของเขามองไปที่นาฬิกาเรือนนั้น แล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนที่เธอ ถูกเขาเหวี่ยงล้มไปที่พื้นเมื่อหลายวันก่อน นอกจากเข่าของเธอที่กระแทกลงไปที่พื้นแล้ว ข้อมือของเธอยังฟาดเข้าไปที่กำแพงอีกด้วย
ไวโอลินเองก็นึกถึงเหตุการณ์เดียวกันกับเขา และคิดต่อไปด้วยว่าคงเป็เพราะตอนที่เธอ กลับมาที่บ้านและล้างหน้าโดยไม่ได้ถอดออก ทำให้น้ำเข้าไปขังด้านใน
"สายตาสั้นเหรอ" พันเจียถามพลางเชยค้างของเธอขึ้นสบตากับเขา ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ดวงตากลมโตของเธอพลางเพ่งสายตามองอย่างจับจ้อง
ไวโอลินเผลอหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง เพราะปลายจมูกโด่ง ๆ ของเขามันใกล้กับใบหน้าของเธอจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ
"รู้ไหมว่าหัวใจสำคัญของการขับรถ ระหว่างแข่งคืออะไร" พันเจียเอ่ยถามขณะที่สบตากับเธอ ไวโอลินส่ายหน้าไปมาแล้วก้มหน้าลงเขิน ๆ
“อาจจะฟังดูแปลกนะ แต่สำหรับฉันมันคือการควบคุมสายตา ถ้าสายตาไม่ดีเนี่ยหมดสิทธิ์เลย เพราะมันคือศูนย์กลางและจุดเริ่มต้นของการขับรถ เราต้องบังคับ ควบคุม และ คาดการณ์ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า ถ้าเผื่อว่าควบคุมสายตาได้ไม่ดีเนี่ย ก็จะไม่สามารถขับรถได้เร็วและปลอดภัยได้เลย นั่นหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตก็ว่าได้!!” พันเจียกล่าว ในขณะที่เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของเธออยู่เนิ่นนาน