"คนเยอะเสียจริง " บนถนน เมื่อมองไปที่เวทีการต่อสู้ที่มีผู้คนพลุกพล่านอยู่ข้างหน้า โจวเย่ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"คุณชาย ในปีนี้ สถาบันอัคคี ส่งผู้าุโมาที่นี่เป็การส่วนตัว แน่นอนว่าคนต้องเยอะ" หงเยว่กล่าว
โจวเย่ เห็น กู่หยิง นั่งอยู่ข้างผู้นำตระกูลกู่ และเธอก็เห็น โจวเย่ ด้วยเช่นกัน แต่เธอที่เห็นสีหน้าของโจวเย่ ที่แสดงสีหน้าเรียบเฉยและดวงตาของเขาไม่มีการผันผวนใดๆ เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
นอกจากกู่หยิงแล้ว ผู้าุโของสถาบันอัคคี ก็ยังเห็นโจวเย่ เช่นกัน ความสงบนิ่งของโจวเย่ที่ไม่แยแส ทำให้เขาแปลกใจมากเช่นกัน
ในจักรวรรดิอัคคีทั้งหมด มีไครคนไหนบ้างที่ไม่้าเข้าสถาบันอัคคี แต่โจวเย่เขาดูไม่สนใจเลย ซึ่งทำให้ผู้าุโของสถาบันอัคคีคิดว่าแปลกไป
เมื่อเห็นดวงตาที่ประหลาดใจของผู้าุโสถาบันอัคคี ทุกคนก็มองตามตาของผู้าุโไป
“ ผู้าุโเต้า เขาคือโจวเย่ คุณชายคนโตของตระกูลโจว เขามีจิติญญาการต่อสู้ระดับที่สองเท่านั้น และเขาเป็แค่ขยะ” ผู้าุโตระกูลซ่ง พูดอย่างขยันขันแข็ง
"ขยะเหรอ?" ผู้าุโเต้า ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดอย่างลับๆ " ความมั่นใจและความเย่อหยิ่งในดวงตาของเขา ไม่ใช้รุ่นเยาว์ที่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
“เอ๊ะ! โจวเย่ได้รับาเ็สาหัสไม่ใช่เหรอ ? หอกแทงไปที่ตันเถียนของเขาเมื่อวาน เขาจะรักษาในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร?"
“ใช่ อาการาเ็สาหัสขนาดนั้น คงต้องใช้เวลาหนึ่งหรือสองเดือนในการรักษา”
“หือ? ระดับพลังยุทธ์ของโจวเย่ อยู่ในระดับที่สี่ของอาณาจักรปราณยุทธ์ได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกัน?"
“ตันเถียนได้รับความเสียหาย และระดับพลังยุทธ์ของเขาก็ลดลงสู่ระดับที่สองของอาณาจักรปราณยุทธ์ ทำไมเขาถึงฟื้นตัวในคืนเดียว และพลังยุทธ์ของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก !"
"อาณาจักรปราณยุทธ์ระดับที่สี่! ไม่ผิดแน่!”
เกิดเสียงะโดังขึ้นรอบๆเวทีการต่อสู้ และพวกเขาคาดเดาว่าโจวเย่ ต้องได้กินยาวิเศษบางชนิดไป
เมื่อได้ยินเสียงอุทานของทุกคน ผู้าุโเต้า ก็ใมาก
กู่หยิงเอง ก็ใเช่นกัน
เวลาเพียงคืนเดียว โจวเยว่ ไม่เพียงแต่ฟื้นตัวจากอาการาเ็เท่านั้น แต่ยังฟื้นพลังยุทธ์ของเขาอีกด้วย
“ฐานการฝึกฝนของเย่เอ๋อแข็งแกร่งขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” โจวเฟิง ขมวดคิ้วและเริ่มสงสัย
สมาชิกทุกคนในตระกูลโจว มองหน้ากันด้วยความใ และพวกเขารู้สึกว่าโจวเย่เป็อีกคนหนึ่ง
การฟื้นตัวของอาการาเ็ของโจวเย่ ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึง และตอนนี้ฐานการฝึกฝนได้เพิ่มขึ้นไปสู่ระดับที่สี่แล้ว
"หงเยว่กลับกันเถอะ!" เมื่อรู้สึกว่าทุกคนกำลังจับตามอง โจวเย่ จึงอยากจะหันหลังกลับและจากไป
แต่ทันใดนั้น โจวเฟิง ก็ะโอย่างรวดเร็ว “เย่เอ๋อ! มานี่สิ!”
โจวเย่ที่้าจะจากไป ทำได้เพียงสายหน้าอย่างช่วยไม่ได้และเดินไปที่ โจวเฟิง
“เย่เอ๋อ เ้าไม่เห็นผู้าุโเต้าเหรอ?” โจวเฟิงดุ เพื่อให้โจวเย่ ทำความเคารพต่อผู้าุโของสถาบันอัคคี
"ผู้น้อย คาราวะผู้าุโเต้า!" โจวเย่ หันหน้าและประสามมือไปทาง ผู้าุโเต้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลย ขณะทุกคนจ้องมอง
โจวเย่เติบโตขึ้นเพราะเหตุการณ์ของเมื่อวาน ด้วยความทรงจำของเทพปีศาจ
ผู้าุโเต้า พยักหน้าเล็กน้อย และรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาพบว่า แม้ว่าโจวเย่ จะยืนอยู่ตรงหน้าเขา เขาก็ไม่สามารถมองเห็นความคิดชายหนุ่มตรงหน้าได้
"ท่านพ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะขอตัวก่อน ” โจวเย่ กล่าวหลังจากทำความเคารพผู้าุโเต้าแล้ว
ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง โจวเย่ เต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเข้าเรียนที่สถาบันอัคคี เช่นเดียวกับรุ่นเยาว์คนอื่นๆ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มีความ้าที่จะเข้าเรียนที่สถาบันอัคคีเลย
"โจวเย่ ! ยังดีที่เ้าตระหนักรู้ว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเรียนที่สถาบันอัคคี" รุ่นเยาว์ของตระกูลซ่งกล่าวขึ้นอย่างเหยียดหยาม
“การมีจิติญญาการต่อสู้ระดับสอง แม้ว่าฐานการฝึกฝนของเ้าจะทะลวงไปสู่ระดับที่สี่ของอาณาจักรปราณยุทธ์ เ้ามันก็เป็เพียงขยะ แทนที่จะออกมาให้อับอาย ควรจะอยู่ในตระกูลของเ้าซะดีกว่า"
รุ่นเยาว์ของตระกูลกู่และตระกูลซ่ง เยาะเย้ยและหัวเราะ และรุ่นเยาว์คนอื่นๆของทั้งสามตระกูลก็หัวเราะด้วยเช่นกัน ด้วยการสนับสนุนจากตระกูลของพวกเขาเอง พวกเขาจึงไม่กลัวตระโจว
ใบหน้าของ โจวเฟิง มืดมนเล็กน้อย ตระกูลกู่ ตระกูลซ่ง และตระกูลฮั่น ตามใจคนรุ่นเยาว์มากเกินไป และรุ่นเยาว์เหล่านี้ก็ไม่ได้เห็นตระกูลโจวอยู่ในสายตาเลย
ผู้าุโเต้า ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่เฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
ผู้นำตระกูลกู่ ยื่นมือออกเพื่อส่งสัญญาณให้รุ่นเยาว์สงบสติอารมณ์ แล้วยิ้มเบาๆ "ผู้นำตระกูลโจว รุ่นเยาว์ไม่ค่อยมีความคิด ดังนั้นโปรดอย่าถือสากับพวกเขาเลย และข้าคิดว่า คุณชายเย่เองก็คงไม่ถือสาใช่หรือไม่ ?"
"ฮึ!" โจวเฟิง สูดจมูกอย่างเ็า เขาจะไม่สนใจเื่นี้ต่อหน้าคนจำนวนมากในเมืองไป๋หนานได้ยังไง
หากเป็เมื่อก่อน โจวเย่คงจะไม่ยอมและตอบโต้กลับแล้ว
โจวเฟิง มองดูโจวเย่ ด้วยความประหลาดใจ และผู้าุโในตระกูลโจวทุกคนก็ยังประหลาดใจมาก โจวเย่ เป็คนที่ใจเย็นั้แ่เมื่อไหร่?
โจวเซียว เองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับโจวเย่มาั้แ่เด็ก ดังนั้นเขาจึงรู้จักอารมธ์ของโจวเย่เป็อย่างดี โจวเย่ไม่ใช่คนประเภทใจเย็นอย่างแน่นอน
แต่ในขณะที่ทุกคนประหลาดใจ โจวเย่ได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เขาส่ายหัวและยิ้มเบา ๆ "ผู้นำตระกูลกู่ ข้าไม่ถือสากับรุ่นเยาว์เหล่านี้ เพราะข้ารู้ดีว่าพวกท่านทั้งสามตระกูล ไม่สามารถสั่งสอนรุ่นเยาว์ให้ดีได้"
ทันทีที่โจวเย่พูดคำเหล่านี้ ใบหน้าของสมาชิกตระกูลกู่ ตระกูลซ่ง และตระกูลฮั่นก็หน้าเกลียดทันที และคนอื่นๆ ในเมืองไป๋หนานก็มองดูโจวเย่ด้วยความประหลาดใจ
โจวเย่ มีความกล้ามาจากไหน? กล้าดียังไงมาดูถูกตระกูลกู่ ตระกูลซ่ง และตระกูลฮั่น ในที่สาธารณะ!
“เย่เอ๋อ! อย่าหยาบคาย!” โจวเฟิงรีบดุ
"ท่านพ่อ ข้าไม่ได้หยาบคาย!"
“ท่านพ่อ สิ่งที่ข้าพูด คือความจริง” โจวเย่กล่าวอย่างไม่แยแส "ด้วยการสนับสนุนจากตระกูลที่อยู่เื้ัของพวกเขา พวกเขามีนิสัยเย่อหยิ่งมายาวนาน และพวกเขาลืมแม้แต่ความเคารพขั้นพื้นฐานที่ดีที่สุดที่สมควรจะมีต่อผู้คน ไม่สิ! พวกเขาไม่ได้เรียนรู้เลยแม้แต่น้อย ! หากตระกูลตกไปอยู่ในมือของคนแบบพวกเขามันจะต้องพินาศไม่ช้าก็เร็ว!"
คำกล่าวของโจวเย่ ทำให้ตระกูลกู่ ตระกูลซ่ง และตระกูลฮั่น ขุ่นเคืองอย่างสิ้นเชิง แต่โจวเย่กลับไม่เกรงกลัว
“ผู้นำตระกูลโจว สอนบุตรชายได้ดีจริงๆ!” ผู้นำตระกูลซ่งพูดอย่างเ็า
“โจวเย่ ตามที่เ้าพูด ถ้าหากตระกูลโจวของเ้าเอง ตกอยู่ในมือของเ้า มันจะแข็งแกร่งขึ้นหรือ?” อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลซ่ง พูดอย่างเ็า
"แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน !" โจวเย่ หัวเราะเยาะ
“หึ! เย่อหยิ่ง!” กู่เทียน หรี่ตาลงเล็กน้อย