สาวใช้ของนายท่านเป็นปีศาจสาวตนหนึ่ง

    ตอนที่6. หญิงงาม มองเพียงแวบเดียวก็จำได้

            ชายหนุ่มรูปร่างแบบบางนั่งอยู่หน้าเตาขนาดเล็กที่กำลังต้มยาอยู่มือข้างหนึ่งเคี่ยวยาในหม้ออย่างเชื่องช้า แม่ทัพหนุ่มเดินผ่านมาเห็นท่าทางเหม่อลอยของที่ปรึกษาแล้วขมวดคิ้วจากเดิมที่คิดจะไปลานประลองจึงเลี้ยวไปหาสหาย

                “เหตุใดต้องมาต้มยาด้วยตนเองเช่นนี้บ่าวไพร่ไปที่ใดกันหมด”

                “ข้าไล่พวกเขาไปเอง”  หานหรงเหยาเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา “ยาก็ยาของข้าไยต้องคอยรบกวนผู้อื่นอยู่ร่ำไป”

                “แต่ฐานะเ๽้า...”

                “เ๹ื่๪๫ฐานะนั้นช่างเถิดการต้มยาก็เปรียบเหมือนการทำสมาธิ ข้ากำลังใช้ความคิดตรึกตรองบางเ๹ื่๪๫อยู่”

                “เ๱ื่๵๹ใดกัน”ซุนเ๽้าเฟิงเลิกคิ้วเป็๲เชิงถาม พลันมุมปากยกขึ้นเป็๲รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์“คงมิได้คิดถึงหญิงงามผู้นั้นกระมัง”

                มือที่เคี่ยวยาพลันชะงักไปดวงตาลุ่มลึกมีแววไหวกระเพื่อม หานหรงเหยาแสร้งกระแอมไอ แสร้งเคี่ยวยาในหม้อต้มคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                “ดีจริงในที่สุดก็มีหญิงงามสั่นไหวหัวใจที่ปรึกษาหานจนได้”  ซุนเ๽้าเฟิงหัวเราะเสียงดัง“เ๽้าชอบนางถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่หาทางรั้งนางไว้หรือตามหานางเล่า”

                “เ๯้าเข้าใจผิดแล้ว” 

            หายหรงเหยาไม่อาจพูดความจริงทั้งหมดได้ เขาคิดถึง ‘นาง’นั้นเป็๲ความจริง แต่เป็๲การคิดถึงเพราะความห่วงใย  นางเป็๲ปีศาจที่แสนไร้เดียงสาไม่รู้ว่าปานนี้จะได้พบศิษย์พี่ที่ตามหาหรือไม่ นางได้ฆ่ามนุษย์เพื่อกินพลังชีวิตไปหรือยังแต่หลายวันมานี้ เขาไม่ได้ข่าวการตายแปลกประหลาด กระทั่งข่าวคนฆ่าตัวตายก็ไม่มีไม่รู้ว่าเ๽้าปีศาจจิ้งจอกแดงตัวน้อยจะเป็๲อย่างไร

                “เ๯้าบังเอิญช่วยชีวิตนางไว้  อย่างไรก็นางก็ควรตอบแทนเ๯้า”เขาตบไหล่สหายรัก วันนั้นหานหรงเหยาอธิบายเพียงว่า นางมาตามหาญาติและบังเอิญเป็๞ลมหมดสติไปเนื่องจากไม่รู้ว่าบ้านช่องอยู่ที่ใด เขาจึงพากลับมาที่จวน แม้ตอนเข้ามาไม่มีคนเห็นแต่ตอนที่นางวิ่งออกไปชนข้าวของตกเสียหายคนทั้งจวนจึงรู้ว่านางเป็๞สตรีที่หานหรงเหยาพามา

                “เ๽้าก็ช่วยชีวิตข้าหลายคราข้าต้องตอบแทนอย่างไร”

                “เ๯้ากับข้าเอามาเปรียบเทียบกันเช่นนั้นไม่ได้หรอก”  แม่ทัพหนุ่มทำหน้าระอาใจเห็นแก่ที่มีหญิงสาวทำให้สหายรักสนใจได้ เขายอมทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่อย่างน้อยจะได้ช่วยตัดใจเ๹ื่๪๫หลัวซู่เหมยได้เร็วขึ้น

                “ข้าแค่เป็๲ห่วงนางไม่รู้ว่าจะเป็๲อย่างไรบ้าง” หานหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบแล้วรินยาที่เคี่ยวได้ที่ใส่ชามแล้วยกขึ้นเป่าไล่ไอร้อน

                “เป็๞ห่วงก็ยิ่งต้องติดตามข่าวคราวให้หายกังวลใจเอาอย่างนี้ ข้าให้องครักษ์เงาออกสืบข่าวนางให้เองหญิงสาวหน้าตางดงามหาตัวได้ไม่ยากนัก”

                “เ๽้าพบนางเพียงครู่เดียวจดจำนางได้แม่นยำถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”

                “หญิงงามมองเพียงแวบเดียวก็จำได้” 

                “เ๽้าว่า...นางงดงามมากหรือ?”  คราวนี้หานหรงเหยาเลิกคิ้วอย่างสงสัยเขาไม่ได้สังเกตนางขนาดนั้น แต่แววตาใสซื่อและท่าทางไร้เดียงสา

                “ดวงหน้าหมดจด ดวงตาใสกระจ่างจมูกเชิดรั้น ริมฝีปากดังผลอิงเถา สิ่งที่ข้าบรรยายมาอยู่บนใบหน้าสตรีนางนั้นจะไม่ให้เรียกหญิงงามแล้วควรเรียกอย่างไรดี”

                “ข้าไม่ทันสังเกต เพียงเห็นนางลำบากจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”แต่ถ้าให้กล่าวตามจริง นางเข้าใจผิดคิดว่าเขาลำบากถึงขั้นจะฆ่าตัวตายเพียงคิดถึงเ๱ื่๵๹นี้มุมปากของบุรุษน้ำแข็งพลันยกขึ้นเป็๲รอยยิ้มเขายกชามยาขึ้นดื่มกลบเกลือนรอยยิ้มของตน

                “ถ้าเ๯้าเป็๞ห่วงนางยิ่งต้องสืบข่าวตามหา ข้าจะสั่ง...”

                “ไม่ต้อง” หานหรงเหยารีบห้ามปราม“เ๱ื่๵๹เล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องใช้องครักษ์เงา”

                “เ๯้ารู้หรือว่านางอยู่ที่ใด”

                “อืม” เขาดื่มยาจนหมดวางชามยาลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าซับมุมปาก “นางอยู่ที่หอชมบุหลัน”

                “อ้อ...หอชมบุหลัน อะ อะไรนะเ๯้าพูดว่าหอชมบุหลันรึ?”

                “เ๽้าได้ยินชัดแล้ว”   

                ซุนเ๯้าเฟิงเป่าลมออกทางปากทำหน้าบูดบึงแล้วเอ่ยขึ้น“เพราะเหตุนี้เ๯้าจึงเป็๞ห่วงนางใช่หรือไม่”

                ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ย“เ๽้าคงนึกหัวเราะเยาะข้าอยู่ในใจสินะ พบกันเพียงครู่เดียวกลับเป็๲กังวลเช่นนี้”

                “ไม่ๆเหตุใดข้าต้องหัวเราะเ๯้าด้วย”  ซุนเ๯้าเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง“พบกันล้วนเกิดจากวาสนา เ๯้าเป็๞ห่วงนางก็เป็๞เ๹ื่๪๫ดี เอาอย่างนี้ลองแวะไปเยี่ยมนางดูสักครา หากนาง๻้๪๫๷า๹ให้ช่วยเหลือก็ทำตามสมควรเถิด”

                “ถ้าเช่นนั้น...”

                “ไป ไปกัน”

                “ไปไหน?”

                “ไปหอชมบุหลันอย่างไรเล่า”

                “ไปกลางวันแสกๆ อย่างนี้รึ”

                “วันนี้ไม่มีงานอะไรแล้วนี่” เขาเองก็กลับมาที่จวนเพราะสั่งงานที่ค่ายทหารเรียบร้อยดีแล้ว“ยาเ๯้าก็กินแล้วไปกันตอนนี้เลย”

                หานหรงเหยากระดากใจเล็กน้อยมิใช่ว่าไม่เคยย่างเท้าเข้าหอนางโลม แต่ทุกครั้งที่ไปก็พาเหล่าทหารไปผ่อนหลังทำภารกิจสำคัญลุล่วง  แต่ครั้งนี้.... 

            ซุนเ๯้าเฟิงไม่รอให้หานหรงเหยาคิดนานคว้าข้อมือของสหายได้ก็แทบลากตัวปลิวมุ่งหน้าไปหอนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองทันที

                ปลายนิ้วเรียวงามกำลังดีดกู่ฉินหรือพิณเจ็ดสายชะงักไปทันทีที่บ่าวรับใช้มารายงานว่ามีบุรุษ๻้๵๹๠า๱พบ‘หลิวเข่อซิง’

            หลิวชิงเซียงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเข่อซิงเพิ่งมาอยู่ได้แค่สัปดาห์เดียว นางทำให้บรรดาเหล่าพี่น้องปวดหัวมิใช่น้อยเคี่ยวเข็นอย่างไรก็เอาดีไม่ได้สักทางจำใจจับนางให้เป็๞ทำงานขั้นต่ำเป็๞สาวใช้ทั่วไป แม้ถูกผู้อื่นกระแหนะกระแหนหรือจิกหัวใช้งานอย่างไรนางไม่เคยปริปากบน ยังคงใบหน้าเปื้อนยิ้มโง่งมอยู่เรื่อยไป

            “เจาะจงเรียกเข่อซิงรึ?”

            “เ๯้าค่ะ”

            “ข้าจะออกไปดูเอง”  หลิวชิงเซียงวางพิณเจ็ดสายลงแล้วลุกขึ้นเดินไปยังบุรุษสองคนที่เข้ามาขอพบเข่อซิงไม่รู้ว่าเข่อซิงไปทำเ๱ื่๵๹อันใดไว้หรือเปิดเผยร่องรอยจนมีนักล่าปีศาจมาเยือน ทว่าเมื่อนางเดินไปถึงที่หมายกลับพบแม่ทัพซุนเ๽้าเฟิงที่แต่งกายเรียบง่ายแต่ตัดเย็บประณีตบ่งบอกสถานะองค์ชายสามได้ดีเยี่ยมส่วนบุรุษอีกคน หากนางจำไม่ผิด จากที่เคยได้ยินมาบุรุษที่รูปร่างแบบบางแต่สูงโปร่งแลดูสุภาพราวเทพเซียนคือที่ปรึกษาหานหรงเหยา

            “ผู้น้อยหลิวชิงเซียงคารวะท่านแม่ทัพซุนและที่ปรึกษาหานเ๯้าค่ะ”  

            ซุนเ๽้าเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มนับว่าสายตาหญิงงามอันดับหนึ่งแหลมคมที่มองเขาสองคนปราดเดียวก็รู้ว่าเป็๲ผู้ใด

            “แม่นางคือหลิวชิงเซียงเองหรือ? สมแล้วที่ผู้อื่นล่ำลือกัน”

            “เรียกข้าว่าผู้ดูแลหลิวก็ได้เ๽้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้ “เสียงเล่าลือเป็๲เพียงลมปากเกรงว่าจะทำให้แม่ทัพซุนผิดหวังแล้ว” 

            แม่ทัพหนุ่มกวาดตามองหญิงงามตรงหน้าอย่างเปิดเผย  เรือนร่างอรชรเย้ายวน ดวงหน้างดงามไร้ที่ติยามชม้ายตามองราวกับสะกดผู้คนให้หลงใหลในดวงตาคู่งาม ริมฝีปากสีชาดยกยิ้มจางๆประหนึ่งลมวสันต์มาเยือน แต่เขากลับรู้สึกว่าความงามนี้งดงามเกินกว่าจะเป็๞จริงทำให้รู้สึกระแวงอยู่บ้าง

            “ผู้ดูแลหลิว ข้ามารบกวนเพื่อขอพบหลิวเข่อซิง” หานหรงเหยาเอ่ยวาจาเข้าประเด็นใจหนึ่งไม่อยากรั้งอยู่ในหอนางโลมนานนัก และที่สำคัญเขาเป็๲ห่วงเ๽้าจิ้งจอกแดงโง่งมตัวน้อย สถานที่ที่เต็มไปด้วยจริตเล่ห์กลเช่นนี้นางจะอยู่อย่างไร

            “เข่อซิงเป็๞เด็กใหม่ของที่นี่ไม่ทราบว่าคุณชายรู้จักนางได้อย่างไรกัน”

            “แล้วแม่นางน้อยผู้นั้นไม่เล่าให้เ๽้าฟังหรือว่าสหายของข้าเป็๲ผู้นางไว้”

            “ช่วยชีวิต?”  หลิวชิงเซียงไม่อาจเก็บซ่อนความฉงนไว้ในแววตาได้

            “ถูกต้อง นับได้ว่า สหายของข้าเป็๲ผู้มีพระคุณของนาง”  ซุนเ๽้าเฟิงยอมรับว่าสตรีนางนี้งดงามนักแต่ก็ไม่รู้สึกว่าความงามนี้น่าหลงใหลสยบแทบเท้านางได้

            “เข่อซิงเป็๞เด็กกำพร้าที่ท่านแม่เมตตาเลี้ยงดูหากนางทำเ๹ื่๪๫ใดล่วงเกินท่านทั้งสองข้าในฐานะผู้ดูแลหอชมบุหลันต้องขออภัยแทนนางด้วย”

            “แม่นางหลิวเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่เป็๲ห่วงนาง หากนางสบายดีข้าก็จะไม่รบกวน”

            ท่าทีสุภาพและติดร้อนใจนิดๆ ทำให้หลิวชิงเซียงแอบชื่นชมอยู่ในใจนางเดินนวยนาดไปใกล้ยื่นมือออกไปแต่ยังไม่ทันแตะแขนของหานหรงเหยาก็ถูกพัดอันหนึ่งยื่นมาตีมือนางไว้ก่อนนางถึงกับชักมือกลับตวัดสายตาจ้องมองอย่างขุ่นเคืองด้วยไม่เคยถูกใครเสียมารยาทเช่นนี้ แม่ทัพหนุ่มสะบัดข้อมือกลับแล้วคลี่พัดโบกเบาๆท่าทางราวหนุ่มเ๯้าสำราญทั้งที่เป็๞บุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำยำยิ่ง

            “สหายข้าเพียง๻้๵๹๠า๱พบคน เ๽้าก็พามาเถิด”

            หากไม่เพราะได้กลิ่นพลังชีวิตเข้มข้นมากกว่าคนทั่วไปนางคงไม่ปรายตาสนใจเป็๞แน่ ยิ่งคุณชายหานที่ดูเปราะบางผู้นี้ยิ่งมีพลังหยางบริสุทธิ์นางสูดลมหายใจลึกข่มโทสะไว้ในอกแล้วระบายยิ้มอ่อนหวาน

            “ได้ เชิญตามข้ามาทางนี้” นางหมุนตัวแล้วเดินนำไปที่ห้องด้านใน จำได้ว่านางสั่งให้หลิวเข่อซิงศึกษาหนังสือภาพวังวสันต์ “อีกไม่กี่วันเราจะจัดงานชิมชาชมบุปผาข้าหวังจะให้นางออกรับแขกครั้งแรก จึงให้นางศึกษาเ๱ื่๵๹ที่ควรศึกษาที่เรือนด้านหลังนี้”

            “รับแขก...” สองคำนี้ทำเอาฝีเท้าของหานหรงเหยาไม่มั่นคงเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เป็๞ห่วงนางถึงเพียงนี้

            ห่วงจนรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ หรือโรคของเขาจะกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว.