“คาร์เรนลูกรักของแม่ เมื่อลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว นั้นหมายความว่าแม่ได้ไปจากบ้านหลังนี้แล้ว และแม่ได้สละเวลาอันมีค่าของแม่เพื่อมาเขียนจดหมาย ก็เพื่อให้ลูกได้รู้ว่า เงินค่าเทอมของลูกนั้นแม่ได้เอาไปซื้อตั๋วเครื่องบิน บินไปต่างประเทศเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และมีข่าวร้ายอีกอย่างคือ แม่สุดสวยสุดที่รักของลูกได้ขายบ้านซึ่งเป็ที่ซุกหัวนอนของเราไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แต่อย่าโกรธแม่เลยลูกรักที่แม่ทำไปทั้งหมด ก็เพื่อความสุขสบายของแม่ที่ต้องพลัดพรากจากลูกไปอยู่ที่แสนไกล แต่อย่าได้ห่วงไปเลย แม่ไม่ใจร้ายถึงขนาดที่ปล่อยให้ลูกสาวคนเดียวไปแย่งสุนัขข้างถนนนอนหรอกนะลูก แม่ได้เขียนที่อยู่ของเพื่อนรักของแม่ไว้ให้ลูกหลังจดหมายนี้ แต่อย่าพึ่งพลิกกลับไม่อ่าน o^o อ่านจดหมายของแม่ให้จบก่อน เพื่อนของแม่คนนี้เป็คนน่ารักลูกไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดปัญหา แม่ขอให้ลูกเป็เด็กดีรอวันที่แม่จะมารับนะจ๊ะ (#เมื่อไรนี้แม่สุดสวยก็ไม่รู้นะ)
ป.ล รักลูกที่สุด จากแม่สุดสวย
ฉันยืนอ่านจดหมายฉบับนี้จนจบ ด้วยอารมณ์เดือดดาลเต็มทน เป็แม่ประสาอะไรเนี้ย เงินก็ขโมยไป แถมบ้านยังเอาไปขาย ทิ้งฉันที่เป็ลูกในไส้ได้อย่างหน้าตาเฉย นี่ฉันมีแม่ไว้เพื่ออะไรกัน เท่านั้นยังไม่พอยังให้ฉันไปอาศัยอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่ฉันไม่รู้จักถึงแม่จะบอกว่าเป็เพื่อนสนิทของแม่ก็เถอะ แต่ฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าแม่จะมีเพื่อนที่ไหนสักคน ฉันได้แต่นั่งกลัดกลุ้มขย่มหัวใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต แต่จะให้ฉันไปแย่งที่หมานอนอย่างที่แม่บอกก็กระไรอยู่ชิมิ ทางรอดเดียวของฉันก็คือ การไปขอที่ซุกหัวนอนจากเพื่อนรักของแม่นั่นเอง เอาว่ะยังไงก็ต้องลองดูสักตั้ง ดีกว่าต้องไปแย่งที่หมานอนเหมือนอย่างที่อย่างที่บอกนั่นแหละ เฮ้อ....... ฉันยืนถอนหายใจเหมือนจะปลงในชีวิตของตัวเอง เอ๊ะ! หรือฉันจะหนีไปบวชชีเลยดีไหม T^T เพื่อบุญกุศลมันจะส่งผลให้ชีวิตของฉันมันดีกว่านี้
“แล้วเพื่อนของแม่จะเป็คนแบบไหนนะ จะเหมือนอย่างที่แม่บอกหรือเปล่า” จิ๊! คอยดูนะถ้าแม่กลับมาเมื่อไรละก็น่าดูเลย
ฉันขึ้นรถมาตามแผนที่ที่แม่เขียนไว้ มันก็ไม่ไกลจากแถวบ้านฉันสักไหร่นี้ ฉันเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ดูสวยงาม มีน้ำพุตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางสนามด้วย สงสัยเ้าของบ้านจะรวยมากแน่ๆ
“ไม่ทราบมาหาใครหรือคะ” หญิงวัยกลางคนวิ่งมาถามฉันที่ยืนเกาะประตูบ้านเป็ตุ๊กแกหิวตับ
“มาหาเ้าของบ้านหลังนี้นะคะ” ก็ฉันยังไม่รู้จักชื่อนี้ แม่ไม่ได้บอก
“งั้นเชิญทางนี้ หนูคงเป็คนที่คุณนายบอกซินะ” ดูถ้าแม่บ้านแล้วน่าจะใจดี
ฉันเดินตามหลังป้าเข้ามาในบ้าน ภายในบ้านตกแต่งสวยหรู ดูพื้นด้านล่างซิ มันเป็เงาซะมองเห็นหน้าฉันชัดแจ๋วเลย ยอดมาก ถ้านี้เป็บ้านของฉัน ฉันจะไม่ซื้อกระจกมาส่องเลยอาศัยส่องเอาตามพื้นนี่แหละ ไหนจะพวกเฟอร์นิเจอร์อีกอ่ะ จะอลังการงานสร้างไปไหนเนี่ย
อุ๊ย! ดูโซฟาตัวนั้นสิ ทำมาจากหนังแรดตัวเมียที่มีผัวมาแล้ว 2 ตัวหรือเปล่าเนี่ย หนังมันวาวของมัน แย่งตาซ้ายของฉันจนต้องหลับตาหนี ฉันเดินตามคุณแม่บ้านเข้ามาเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสุดหรูที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้าฉัน โอ้ แม่เ้า อะไรมันจะอลังการงานสร้างอะไรแบบนี้นะ ตาฉันแทบจะเด้งออกจากเบ้าตาอยู่แล้ว แล้วนั้นอะไรแสงแวบๆ ระยิบไปทั่วน่ะ ห้องรับแขกหรือร้านขายทองเฮงจนเจ๊งกันเนี่ย นี้ถ้าฉันแอบขูด พวกนี้ไปขายเขาจะด่าฉันไหมเนี่ย 5555
“เชิญคุณหนูนั่งตรงนี้ก่อนนะคะ” ฉันสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อคุณแม่บ้านโค้งคำนับให้ฉันอย่างสุภาพ เขาคงไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันแอบคิดจะขูดไอ้แสงยิบๆ พวกนี้ไปขาย =.,=
“ไม่ต้องสุภาพกับหนูขนาดนี้หลอกค่ะ” ไม่ใช้อะไรหรอก เขินนะ
“มันเป็หน้าที่ของดิฉันนะคะ รอสักครู่นะคะเดียวดิฉันไปตามคุณผู้หญิงมาให้” คุณแม่บ้านร่ายยาวสามตลบก็เดินเลี่ยงไป
ฉันนั่งรอเพื่อนของแม่อย่างใจจดใจจ่อ คิดแล้วก็น่าโมโหแม่จังที่ทิ้งได้แม้กระทั่งลูกสาวแสนน่ารักและไร้เดียงสาแบบฉันไว้กับใครก็ไม่รู้ แต่จะว่าไปฉันก็เป็ห่วงแม่เหมือนกัน ป่านี้จะเป็อย่างไงบ้างนะเนี่ย ฉันเนี่ยเป็คนดีซะจริงงงงงง
“นั้น ใช่หนูคาร์เรน หรือเปล่าจ๊ะ” เสียงดูเป็ผู้ดีดังเข้ามาโดนโสตประสาทของฉันที่กำลังคิดโน่นนี้เรื่อยเปื่อย
“ค่ะ” ฉันหันไปตอบเ้าของเสียงใจดีนั้น ร่างวัยกลางคนดูดีจังเลย มองไปออกเลยว่าคนคนนี้จะเป็เพื่อนรักของแม่ฉันได้ เพราะต่างกันมาก มากจนฉันแอบ งง ว่าทั้งสองรู้จักกันได้ยังไง หรือแม่ฉันไปช่วยเขาไว้จากการโดยทำร้าย เหมือนในละครหลังข่าวที่มักมีให้เห็นทั่วไป
“สวัสดีค่ะ คุณ.....” แงงง ฉันไม่รู้จะใช้สรรพนามแทนเพื่อนคุณแม่แบบไหนอ่ะ
“เรียกฉันว่า ป้าก็ได้จ้ะ เราเป็คนกันเอง ไม่ต้องเื่มากหรอกนะหนู” ดูท่าทางท่านจะเป็คนใจดีมากเลย
“ค่ะ คุณป้า” เอาไงต่อล่ะเนี้ย ถึงจะหายเกร็งแล้วแต่ก็ยังว่างตัวไม่ถูกอยู่ดี ฉันบิดตัวเล็กน้อยเพราะไอ้โซฟาเฮงซวยที่ฉันนั่งมันทำให้ฉันคันตูดอ่ะ ชิ! แพงเสียเปล่านั่งไม่เห็นจะสบายตรงไหน
“หนูคาร์เรนนี้น่ารักสมกับที่ รันพูดจริงๆ นะ” ขอบคุณที่ชมค่ะ คุณป้าเหมือนจะรู้ว่าฉันยังทำตัวไม่ถูกก็เลยหาเื่ชม (คุย) เพื่อให้ฉันสบายใจ รันนะชื่อของคุณแม่ของฉันเพราะใช่ม่ะ อิอิ
“แหม คุณป้าละก็ไม่เห็นต้องชมกันขนาดนั้นเลยค่ะ” ถ่อมตัวเข้าไว้ ฉันว่าพลางบิดตัวไปมาเพื่อบรรเทาอาการคันตูด =.=’ ’
“อ่อ จริงซิ! ป้าคงจะอยู่เป็เพื่อนหนูไปได้หรอกนะ” เอ๊ะ ไม่อยู่เป็เพื่อนงั้นเหรอ
“แล้วคุณป้าจะไปไหนละคะ” อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวในบ้านหลังใหญ่นะคะ เกิดฉันปล้นบ้านคุณป้าจะมาว่าฉันไม่ได้นะ
“เผอิญว่าป้ามีธุระที่ต้องไปทำที่ต่างประเทศสักพักนะ” ว้าว ต่างประเทศงั้นเหรอ หรูซะ แต่จะไปประเทศเดียวกับแม่สุดสวาทขาดใจของฉันหรือเปล่าน่า..... ถึงอยากจะถามแค่ไหน แต่ก็ไปกล้าหรอก เดียวเขาจะหาว่าไปเผือกเื่ของเขา ถึงเพื่อนคุณแม่คนนี้จะดูท่าทางเป็คนดีก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่อยากเสียมารยาท และที่สำคัญฉันกับคุณป้าเองก็ยังไม่ได้สนิทกันถึงขั้นต้องถามเื่ส่วนตัวกันได้ เพราะฉะนั้นเื่ของยัยแม่ตัวแสบก็คงต้องพักไว้ก่อน
“แปลว่าหนูต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่คนเดียวหรือคะ” แค่คิดว่าต้องอยู่คนเดียวก็อดวังเวงไม่ได้ บ้านก็หลังใหญ่ยังกะสวนพฤกษชาติ นี้ถ้าฉันเดินหลงเนี่ยกี่วันถึงจะหาทางออกเจอคร้า
“ไม่ต้องกลัวหรอก เดียวเ้าลูกชายจอมยุ่งของป้าก็จะกลับมาจากโรงเรียนแล้วล่ะ” เสียงของคุณป้าทำให้ฉันตื่นจากความมโน แต่เอ๊ะ ลูกชายงั้นเหรอ คงจะน่ารักน่าหยิกมากเลยจะอายุกี่ขวบนะ อยากเจอเร็วๆ จังเลย >o<
“คุณนายครับ รถเตรียมเสร็จแล้วครับ” ผู้ชายวัยประมาณสี่สิบเดินเข้ามาบอกคุณป้าด้วยท่วงท่าสุภาพ สงสัยคงจะเป็คนขับรถล่ะมั่ง
“คุณป้าจะไปแล้วเหรอคะ” ทำไมไวจังเลย คุณป้ายิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดู
“ป้าต้องขอโทษหนูเรนด้วยนะที่ป้าดันมีธุระในเวลาแบบนี้น่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอโทษคุณป้ามากกว่าที่อยู่ๆ ก็มาของอาศัยแบบนี้”
ชีวิตฉันนี้มันน่าสงสารจริงๆ แม่ก็ดันมาทิ้งฉันไว้คนเดียว ดีนะที่แม่ยังคิดว่าฉันเป็ลูกให้ฉันมา (ขอ) อยู่อาศัยกับคุณป้าใจดีนะ อย่างน้อยชีวิตของฉันก็คงไม่ชอกช้ำระกำใจไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ
“อย่าคิดแบบนั้นซิจ๊ะ หนูเรนก็เหมือนลูกของป้าคนหนึ่งล่ะจ๊ะ” โฮ๊ะ! ซึ้งจนน้ำตาจะไหลอยู่แล้ว ทำไมแม่ฉันไม่เป็เหมือนคุณป้าคนนี้นะ หรือว่าให้คุณป้าคนนี้เป็แม่ฉันเลยดีกว่า แงงง แม่จ้า ยัยคนเขียนฉันขอเปลี่ยนแม่ได้ป่าวววววว แงงง
และแล้วคุณป้าก็ไปทิ้งฉันให้อยู่เฝ้าบ้านหลังใหญ่คนเดียว แล้วเมื่อไรลูกของคุณป้าจะกลับมากสักทีล่ะเนี้ย อยากมีเพื่อนเล่นจังเลยอยู่คนเดียวมันเหงาใจ อ้ากก เบื่อมากั้แ่คุณป้าไปฉันก็ขึ้นไปจัดข้าวของบนห้องของตัวเองที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านของฉันอีก นี่แค่ห้องของฉันนะเนี้ยอะไรจะเวอร์ได้ขนาดนี้ ในห้องน้ำก็มีอ่างขนาดเท่าสระตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ กรี๊ดอยากเปลี่ยนแม่ อยากมาก
“คุณเรนคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ” อุ๊ย ใหมดเลย คุณแม่บ้านนั้นเอง เขาจะเห็นตอนที่ฉันกำลังดมจั๊กกะแร้ตัวเองหรือป่าวนะT^T
ฉันเดินตามหลังคุณแม่บ้านเข้ามาในห้องอาหารขนาดใหญ่ แล้วบรรดาอาหารมากมายก็ถูกนำมาว่างไว้ตรงหน้าฉัน นี่แน่ใจนะว่าฉันกินคนเดียวไม่ใช่เลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านนะ ฉันคนนะไม่ใช่ช้างงงงงงงง
“คุณป้าแม่บ้านคะ ทำไมมันเยอะแบบนี้ล่ะคะ หนูคนเดียวทานไม่หมดหรอกค่ะ” ต่อให้หิวมาสามวันเจ็ดวันก็ไม่มีวันที่จะกินอาหารบนโต๊ะนี้หมดหรอก ฉันไม่อยากเป็เหมือนชูฉกหรอกนะที่กินจนท้องแตกตายนะ
“เป็คำสั่งของคุณผู้หญิงค่ะ ว่าให้ดูแลคุณเรนให้ดีที่สุด” อ้าว พูดเสร็จก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้ฉันอยู่กินคนเดียวเปลี่ยวเอกา แล้วไหนลูกของคุณป้าล่ะ ไม่เห็นมาเลย แต่ชั่งเถอะรีบกินแล้วขึ้นนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
“โอ๊ย หิวน้ำจังเลย” นี้หลังจากที่ฉันกินข้าวเสร็จฉันก็ขึ้นห้องนอนเลยเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน จนเวลานี้ฉันประมาณเวลาเองน่าจะ ตีสองเห็นจะได้
เคร่ง เคร่ง เคร่ง
กรี๊ดดดดดด เสียงอะไรอ่ะ ดังมาจากข้างล่าง นี่คงไม่ใช่ผีหลอกนะ ไม่นะฉันกลัวผีมากกว่าอะไรในโลกนี้เสียอีก ตึกๆๆ เสียงฝีเท้าฉันเอง ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องครัวอย่างระวังไม่ให้ผีบ้ามันได้ยินเสียงของฉันถึงแม้ว่าตอนนี้เหงื่อจะไหลท่วมหน้าท่วมตัวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอุ่นใจอยู่เพราะในมือกำสร้อยพระไว้แน่น ส่วนในใจนั้นท่องคาถาชินบัญชร ไป8 รอบแหละ
เคร่ง เคร่ง เคร่ง
กรี๊ด....เสียงมันเริ่มดังขึ้นอีกแล้วอ่ะ เอาไงดีเนี้ย ถ้าไม่ใช้ผีแล้วกลายเป็ขโมยขึ้นมาล่ะ ตายแน่จะทำไงดี ฮึบ! เอาไงก็เอากันสู้ตายโว้ย ฉันเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะเข้าครัวเป็เดินตามเสียงที่ดัง ฉันหยิบแจกันที่วางอยู่แถวนั้นแล้วกระชับมันไว้แน่น ฉันเริ่มแน่ใจแล้วว่าไอ้เสียงเคร่งๆ นั้นมันเป็เสียงที่มาจากคน ไม่ใช่ผีอย่างที่คิดไว้ เพราะฉันตาดีเห็นเงาตะคุ้มๆ ที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้เย็นหลังใหญ่อ้าวไอ้โจรชั่วแกมาขโมยของกินเหรอ แค่มองจากภายนอกไอ้โจรใจทรามคงจะตัวใหญ่มาก ผิดกับฉันที่ตัวเหมือนแมวเมื่อเทียบกับไอ้ขโมยนี้ นี้ฉันคงจะไม่ถูกบีบคอตายไปก่อนที่จะจับมันหรอกนะ
“ไอ้หัวขโมย นี่แนะๆๆๆๆ” ฉันรีบจัดการไอ้หัวขโมยแบบไม่ให้มันตั้งตัวได้เลย โดยการเอาแจกันฟาดกบาลมันแต่ดันพลาดไปโดนแค่ไหล่มันเอง แต่กระนั้นฉันก็ไม่ล่ะความพยายามที่เอาแจกันฟาดหัวมัน แต่เพราะอีขโมยมันตัวสูงชะมัดฟาดยังไงก็ไม่โดนหัวเลยอ่า นี้!!!!!เอาหัวแกมาให้ฉันตีซะดีๆ นะ แงงงงงT^T
“โอ๊ยๆๆๆ นี่มันอะไรเนี้ย” ดูเหมือนไอ้หัวขโมยจะเริ่มโวยวายใส่ฉันแล้วด้วย เพราะมันจับแขนฉันบีบจนแจกันใบเล็กเท่าลูกหนูในมือฉันหล่นลงพื้นอย่างสวยงาม ไม่จริงอ่ะแจกันฉันตกไปแล้ว ฉันยังไม่ได้ฟาดหัวมันเลยนะ เอาแจกันฉันคืนมานะ ไอ้หัวขโมยเปรต ดูซิ!!! มันบังอาจเอาเท้าเตะแจกันของฉันไปซะไกลเลยอ่ะ กรี๊ดดดด เลวมากกกก
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด” ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฉันดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้น อย่างทุลักทุเล แงงงงงงง ฉันจะตาย
“ปล่อยฉันนะไอ้โจรชั่ว ไอ้โจรเลว ไอ้โจรใจเป็ด” ฉันร้องะโก้องด่ามันอย่างเอาเป็เอาตาย
“ปล่อยให้โง่ซิ แล้วนี่เธอเป็ใครกัน”
“ฉันก็เป็เ้าของบ้านหลังนี้นะซิ ไอ้ชั่ว” คุณป้าบอกว่ารักฉันเหมือนลูกเพราะฉะนั้นฉันต้องปกป้องบ้านหลังนี้ไว้
“ยัยขี้โกหก น้ำหน้าแบบนี้เนี้ยนะเ้าของบ้าน” ฉันถูกโจรด่าอ่ะ กรี๊ดดดด หยาบคายสามแสน
พรึ่บ! อยู่ๆ ไฟในบ้านก็เปิดจนสว่างไปทั่ว
“เกิดอะไรขึ้นคะ คุณเรน” กรี๊ดดดดด คุณแม่บ้าน
“คุณแม่บ้านคะ ช่วยเรนด้วย ไอ้โจรชั่วนี่มันจะฆ่าเรน” ฉันดิ้นอยู่ในอ้อมแขนไอ้โจรนี้เหนื่อยจนลิ้นห้อยอยู่แล้ว
“นม ยัยเตี้ยนี้เป็ใคร” นะ นมงั้นเหรอ ไอ้โจรมันเรียกคุณแม่บ้านว่าแม่นมงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าไอ้โจรชั่วนี้เป็…..
“ปล่อยคุณเรนก่อนเถอะค่ะคุณหนู” ถ้าฉันฟังไม่ผิดคุณแม่บ้านเรียกไอ้โจรชั่วเนี่ยว่าคุณหนูด้วยอ่ะ เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าไอ้เปรตนี้เป็ลูกของคุณป้า TT^TT รู้สึกอยากหายตัวซะแล้วซิ
“ไม่เอา ตัวยัยนี้นิ่มมือจะตาย ผมจะเอาไปนอนด้วย” กรี๊ดดดดดดดด
อยู่ๆ ตัวฉันก็ลอยขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว นี้ฉันกำลังถูกอุ้ม
“ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ กรี๊ดดด” ฉันพยายามดิ้นกระแด่วๆ เหมือนปลากำลังจะโดนทอด
“เสียงดีนี้น่า อยากจะรู้จังว่าเวลาอยู่ใต้ร่างของฉันเสียงจะยังดีแบบนี้อยู่ไหม!”
“อี๋! ไอ้คนลามก! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้” ฉันใช้มือฟาดเข้าที่แขนของเขาไปหลายที ไม่กล้าตบหน้าเพราะเขาหล่อ ฉันเสียดายอ่ะ
ตุบ แอ่ก ร่างฉันถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรงตามด้วยร่างหนาที่โถมมาทับฉันอย่างรวดเร็ว ฉันใช้สองมือดันไอ้บ้านี้เอาไว้เพื่อกันไม่ให้ร่างกายของเราสองคนแนบชิดไปกว่านี้ จากนั้นฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองบุคคลตรงหน้า ไอ้หน้าโคตรหล่อคนนี้ใครกันเทพบุตรเหรอั้แ่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ฉันยังไม่เคยเห็นใครหล่อเหลาเท่ากับชายหนุ่มตรงหน้าเลย ใบหน้าเรียวได้รูปแถมใสยังกับกระจกนี้ถ้าไม่ติดที่ว่าบ้ากาม ป่านี้ฉันคิดว่าเขาเป็เกย์ไปแล้ว แล้วนั้นจมูกโด่งสวย ริมฝีปากสีส้มน่าจูบเป็ที่สุด แล้วไหนจะทรงผมเท่ๆ นั้นอีกที่รับกับใบหน้า อ้ากกกหวั่นไหวกับความหล่อ
“ไง สาวน้อยตะลึงในความหล่อของฉันเลยเหรอ” สติฉันกลับมาอย่างสมบูรณ์หลังจากได้ยินเสียงชมตัวเองชนิดที่ชมแบบไม่อายฟ้าอายดินอายจิ้งจกอายตุ๊กแกบ้างเลย ชิ!!!หลงตัวเองชะมัด
“.......” ฉันเงียบเพราะไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี
“ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ” กรี๊ดดดดด กล้าดียังไงมากระซิบกระซาบที่ข้างหูฉันเนี้ย เกลียดแก๊ๆๆๆๆ
“ไอ้บ้า! นายทำให้หูฉันร้อนนะ” ฉันไม่พูดเปล่า ฉันเอามือลูบหูหัวเองเบาๆ พลางทำตาขวางใส่คนตรงหน้าอย่างเอาเื่
“......”
“แล้วเอาหน้านายออกไปด้วยนะ จมูกนายจะจิกหน้าฉันแล้ว” นี้ถ้านายยังไม่ยอมเอาจมูกออกไปฉันจะกัดจมูกนายให้ขาดไปเลย
“เธอนี้น่ารักที่สุดเลยยยยยยยย”
อ้ากกกก กระดูก กระดูกช้านนนนนนนนนน ไอ้บ้านี้อยู่ๆ ก็กอดฉันแน่นจนกระดูกจะหักแล้ว อะไรกันผู้ชายคนนี้ถึงจะหล่อรากเืขนาดไหนแต่อยู่ๆ ก็มากอดฉันแบบนี้ คาร์เรนรับไม่ได้ แถมยังมาบอกว่าฉันน่ารักถึงจะแอบดีใจจนเนื้อตัวสั่นก็เถอะ [><]
“กะ กรี๊ดดดดด” >o<
“ได้โปรดเอาหน้าของนายออกไปห่างๆ ซอกคอฉันสักทีซิโว้ย” มาซุกบ้าซุกบออะไรที่ซอกคอฉันว่ะ หวั่นไหวระยะสุดท้าย เกิดฉันทนไม่ไหวปล้ำนายขึ้นมา นายจะโทษฉันไม่ได้นะเว้ยยย แม่หญิงขอเตือนด้วยความหวังดีนะเ้าค่ะ #ความหื่นกำลังพุ่ง
“ทำไมล่ะ ไม่ชอบเหรอ ^^” ดู ดูมันพูด ชอบซิ! ไม่.. ไม่ชอบ ทำไมไอ้บ้านี้มันพูดได้หน้าตาเฉยในขณะที่ฉันทรมานแบบนี้ฟ่ะ
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ชอบ นายจะปล่อยฉันม่ะ”
“ไม่” เสียงดังฟังชัด แงงง แล้วจะถามฉันทำซากเด็ก (อุ้ย แอบสยอง) อะไรฟ่ะ
“นี้ยัยเตี้ย รู้ไหมว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนคิดที่จะปฏิเสธอ้อมกอดของฉันนะ” มีซิ ฉัน... ฉันไงงงงงงงงง แงงงงงงงงงงง Y^Y
พรึบ! อยู่ๆ ไอ้บ้ากามนี้ก็เงยใบหน้าหล่อเหลา ทำให้ตาของเราสบกัน อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่มีภูมิคุ้มกันผู้ชายหล่อนะ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นทำเอาหัวใจฉันเต้นไม่เป็จังหวะ
“เธอหน้าแดงล่ะ” รู้แล้วว้อยยยยยยย T^T ไม่ต้องย้ำ
“.........” ฉันยังคงเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไร
“ถ้าเธอไม่พูดฉันจะปล้ำเธอล่ะนะ ^o^” กรี๊ดดดดดด พูดแย้ว พูดแย้ววววว
“เมื่อไรนายจะปล่อยฉันล่ะ T^T” มันหนักนะไอ้บ้า และที่สำคัญหน้าอกของนายมันมาเบียดเอาหน้าอกขนาดสะบึมของช้านนนนนนนนนน กรี๊ดดดด มีมลทิน มีมลทินนนนนน แล้วเขาจะรู้ไหมว่าฉันโนว์บราอยู่ตอนนี้TTT^TTT อยากร้องไห้ให้น้ำตาเป็สายเืซะจริงงง กรี๊ดดดดดด
“ก็ได้ แต่ห้ามหนีนะ”
งึกๆๆๆๆๆ ฉันพยักหน้าให้หมอนี้สองสามที ถ้าขืนช้ากว่านี้สักนาที มีหวังโฟว์โมทของฉันได้แบนแน่เลย
“นี้เธอยังเวอร์จิ้นอยู่ใช่ม่ะ *o*” คร่อกๆๆ น้ำลายฟูปากตาย ฉันอยากจะตบกบาลหมอนี้ทันที ที่มันพูดจบ ไอ้บ้านี้มันคิดอะไรอยู่ ถามแบบนี้ด่าแม่ฉันเซ่ สายตาฉันวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
“.......” ฉันอายกว่าที่จะกล้าบอก
“ถ้าเงียบฉันจะพิสูจน์เอง รับรองรู้เื่!” แล้วทำไมต้องยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยล่ะ รู้บ้ารู้บออะไรเล่าไอ้หอกนี้ ทำไมคนหล่อสมัยนี้มันหื่นจุงเบยค่ะ T^T
“หยุดดดดดด ตอบแล้ว” ฉันรีบแหกปากเพราะหมอนี้กำลังจะพุ่งมาหาฉัน
“อืม” ฉันตอบเขาไปด้วยเสียงอ่อยๆ ตายแล้วความเป็ผู้หญิงของฉันหายไปไหน ไปบอกเื่แบบนี้กับผู้ชายอันตรายได้ยังงายยยกัน T^T^T
“........” เขาเงียบ
“........” ฉันเงียบ
“........” เราสองคนเงียบ