ตอนที่46.มนุษย์ทาส
ภายในถ้ำลึกใตู้เาน้ำแข็งแถบตะวันตก เสียงหวีดแหลมของปีศาจดังก้อง ผนังถ้ำถูกสลักไว้ด้วยอาคม ร่างเด็กหนุ่มผอมบางถูกล่ามโซ่ที่มือและเท้า กำลังนอนแน่นิ่งบนพื้นหินแข็ง
“ถ้ายังอ่อนแอแบบนี้ เ้าจะไม่มีสิทธิ์อยู่ต่อไป”
ปีศาจแรคคูนตนหนึ่งเหวี่ยงคาถาธาตุมืดเข้าใส่ร่างเด็ก
“อั่ก!” เด็กหนุ่มกระอักเื แต่ไม่แม้แต่จะร้อง
เขาคือ ชุ่ยเฟิง อายุเพียงสิบสามปี แต่ชีวิตของเขาถูกล่ามไว้ในความมืดมิดนานนับสิบปี ั้แ่วันที่หมู่บ้านของเขาถูกเผา พ่อแม่ถูกจับ และสุดท้ายทั้งสองก็สิ้นใจไปในเหมืองนี้
ดวงตาของเขาเคยมีแววไร้เดียงสา แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเงียบงันของคนที่ไม่มีแม้สิทธิ์จะหวัง
คืนนั้น หลังจากที่ปีศาจเฝ้ายามเปลี่ยนเวร และเปลวเทียนดับลง ความเงียบก็กลืนกินภายในถ้ำไว้หมด
...แต่มีบางอย่างในอากาศเปลี่ยนไป มีพลังงานก่อตัวขึ้น
ชุ่ยเฟิงลืมตาขึ้น กระแสปราณบางเบาแทรกผ่านิัของเขา มันไม่ใช่เพียงปราณธรรมดา มันคือ เงา มันคืบคลานมาหาเขา
เขาลุกขึ้นช้า ๆ โซ่เหล็กหนักอึ้งยังพันธนาการอยู่ เขากลับรู้สึกว่าตน หลอมรวมกับความมืดได้ หลังเอื้อมมือไปลองััมัน
เขาขยับตัวช้า ๆ ...จนหายวับไปในเงาสะท้อนของผนังถ้ำ
“…นี่มันอะไร…”
ชุ่ยเฟิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าร่างกายเขาสามารถเคลื่อนไหวในเงาได้โดยไม่สร้างเสียงใดๆ
เขาหนีออกมา ผ่านประตู ผ่านป้อมยาม ผ่านหน้าผา จนกระทั่งพบป่าด้านนอก
...
ตัดกลับมาปัจจุบันเช้าวันใหม่
ชุ่ยเฟิงที่ถูกปลดโซ่ออกแล้ว ยังนอนอยู่ในผ้าห่มใกล้กองไฟ ท่าทางฝันร้าย แล้วสะดุ้งตื่น มีเหงื่อผุดเต็มหน้าผากเด็กน้อย
“ตื่นแล้วหรือ ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้ว” ฤทธาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ชุ่ยเฟิง มองไปรอบๆ พยายามตั้งสติ เขานึกถึงเื่เมื่อคืนที่ถูกคนกลุ่มนี้ช่วยไว้
“เมื่อคืนพอเ้ากินโอสถรักษาแล้วก็หลับไป ข้าทายาภายนอก และรักษาแผลให้เ้าแล้ว ตอนนี้กินโอสถฟื้นฟูนี่ก่อน แล้วจะรู้สึกดีขึ้น”
ฤทธายื่นโอสถให้ชุ่ยเฟิง
“โอสถและการรักษาต่างๆ ช่วยมากที่สุดก็แค่แปดในสิบส่วน ร่างกายเ้า้าพักผ่อนเพื่อฟื้นฟู”
เด็กน้อยรับไว้แล้วกินเข้าไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่า พลังของเขาเพิ่มมากขึ้น
“แล้วเ้าหนีจากพวกทหารยามมาได้อย่างไรรึ” ฤทธาถามความต่อ
ทั้งเขา ดอนนี่ นิลๆ และชีต้าร์นั่งอยู่กับชุ่ยเฟิงใกล้กองไฟอ่อนๆ ที่ซ่อนตัวใต้ร่มไม้ใหญ่
“ข้า…ข้าไม่รู้ว่าทำได้ยังไง รู้แค่ว่าข้าเดินผ่านเงาแล้วหลบหลีกพวกมันได้ มันเหมือน...ความมืดช่วยข้า”
ดวงตาของชุ่ยเฟิงมีแววลังเล
“แต่ข้าก็กลัวว่าข้ากำลังจะกลายเป็ปีศาจอย่างพวกมัน”
ฤทธาวางมือบนไหล่เขา “ไม่ เ้าหนีออกมาเพราะเ้าไม่ใช่พวกมัน เท่าที่ข้าตรวจดู เ้ามีธาตุมืด เ้ายังพอจำเส้นทางได้มั้ย” ฤทธาสืบความต่อ
ชุ่ยเฝิงกลืนน้ำลาย ก่อนพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ข้า...ข้าจำเส้นทางได้นะ ข้าพาท่านไปดูที่ตั้งเหมืองได้ แต่เราต้องแอบดูจากไกล ๆ พวกมันมีค่ายกลตรวจจับ”
ฤทธาพยักหน้า “ดี เราจะไปดู”
...
่สายของวันเดียวกัน กลุ่มของฤทธาพร้อมชุ่ยเฝิงแอบดูจากยอดเขา ใกล้ปากถ้ำ เขามองเห็นทางเข้าเหมืองที่มีค่ายกลล้อมรอบ
“ไม่สิ ไม่ใช่ค่ายกล แต่เป็เวทมนตร์ของพวกปีศาจ” ดวงตาของฤทธากำลังทำงาน
มีกลุ่มปีศาจเฝ้ายามหกตน และมีที่คุมขังอยู่ด้านใน
“ที่นี่แหละ...ข้างในมีคนอีกอย่างน้อยห้าสิบคน หรืออาจมากกว่านั้น”
ฤทธาใช้เนตรพินิจตรวจเวทมนตร์ค่ายกล พบร่องรอยการขุด
“แสดงว่าพวกมันไม่ได้แค่ใช้แรงงาน...แต่มันหาอะไรอยู่”
ชีต้าร์เข้ามากระซิบ
“ถ้ำนี้มีคลื่นพลังบางอย่าง ข้าไม่แน่ใจว่าใช่อาคมระดับสูงหรือซากโบราณ”
“หรือเป็ที่ซ่อนของบางอย่าง...” ดอนนี่พึมพำ
ฤทธาเม้มปาก “เราจะกลับไปแจ้งแม่ทัพกับราชสำนัก ต้องมีการช่วยเหลือทันที แต่เราจะไม่บุกตอนนี้ เรามีข้อมูลไม่มากพอ”
เขาหันไปทางชุ่ยเฝิง “เ้าทำได้ดีมาก ข้าจะพาเ้าไปกับข้า แล้วข้าจะกลับมาช่วยพวกเขาออกมาให้ได้”
...
กลุ่มฤทธาเดินทางออกจากที่นั่นโดยให้นิลนิลลากรถม้า เพื่อกลับไปยังเมือง จนกระทั่งเย็น ก็เตรียมจะหาที่พักแรม
“หัวหน้า หัวหน้า เจอหัวหน้าแล้ว”
เฟงเยี่ยน หนึ่งในหน่วยแสงเงาะโดีใจ
พวกฤทธาหันไปมองตามเสียง เห็นทหารหน่วยแสงเงาสองคนวิ่งมาหา
จากนั้นพวกศิษย์พี่ซู ศิษย์พี่จิมมี่ และเรโซ่ก็มา ทุกคนดีใจกันมากที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
ในเต็นท์พักแรม ค่ายแสงเงา ซูคิมเปิดค่ายกลเก็บเสียง
“ดอนนี่ คนที่อยู่ในนี้ทั้งหมดคือคนที่ข้าไว้ใจที่สุด ท่านจงแสดงตัวเถิด”
ฤทธาหันไปบอกดอนนี่
ดอนนี่แปลงร่างเป็สิงห์เพลิง ทุกคนที่เห็นก็รู้สึกกดดันจากพลังที่ดอนนี่ปล่อยออกมา
“ดอนนี่ จะมาเป็ผู้พิทักษ์ข้า เขามาจากป่าหิมะเพลิง”
ฤทธาบอกทุกคนเสร็จ หันไปพยักหน้ากับดอนนี่ ให้กลายร่างเป็มนุษย์เช่นเดิม
ซูคิม จิมมี่ เรโซ่ เข้าไปจับมือทักทายดอนนี่
“เ้ารู้มั้ยแปดวันมานี่ มีคนตามหาเ้ากี่คน” จิมมี่หันมาตบบ่าฤทธา
“แปดวัน?”
ฤทธาใกับสิ่งที่จิมมี่พูด เพราะเขารู้ว่าตอนอยู่ในป่าหิมะเพลิง เขาใช้เวลามากกว่าเจ็ดเดือน กว่าจะออกมาได้
“ใช่ ั้แ่เ้าหายไป จนถึงตอนนี้ ทั้งกองทัพ หน่วยข่าวของหอิญญายุทธ์ หน่วยเงาของสมาคมการค้า และทางราชสำนัก ล้วนส่งคนตามหาเ้า”
ซูคิมเดินมากอดคอฤทธา
ฤทธาพอเข้าใจแล้วว่า เวลาที่นั่นกับที่นี่ต่างกัน แต่เขารับปากาาสิงห์เพลิงไว้แล้วว่าจะเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุด
“ข้าคิดว่าข้าไปนานกว่านั้นเสียอีก” ฤทธาตอบเลี่ยง ๆ
“ม้าเร็วที่ส่งไปคงถึงตอนใกล้รุ่งเช้า พรุ่งนี้เช้าเราก็ออกเดินทางกันเลย”
เรโซ่บอกกับทุกคน
“ว่าแต่ เ้าทะลวงขั้นแล้วหรือเปล่า เหมือนลมปราณแข็งแกร่งขึ้น”
เรโซ่มองสำรวจฤทธา
“ถึงข้าหายไป ข้าก็ฝึกต่อเนื่อง ใครจะไปเหมือนเ้าล่ะ ย่ำอยู่กับที่มานานแล้ว”
ฤทธาแซวเพื่อน
เรโซ่ทำสีหน้าจริงจัง
“ถ้าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เ้าพูดแบบนี้ ข้าคงพูดอะไรไม่ออก” สีหน้าเรโซ่เปลี่ยนเป็สีหน้ามั่นใจ
“แต่ถ้าเป็ตอนนี้ล่ะ” ฤทธาถามอย่างสงสัย
“พูดไม่ออกไม่เหมือนเดิม” เรโซ่ไหล่ห่อ คอตก รับสภาพ
ทุกคนพากันหัวเราะ
คืนที่สอง หลังจากเดินทางฝ่าป่าหิมะ กลับมาถึงที่ตั้งของกองกำลังฝ่ายมนุษย์ ฤทธาเข้าพบแม่ทัพจงลู่และองค์ชายใหญ่ทันที
เขารายงานเื่ที่เจอ ั้แ่การได้พบดอนนี่ การลุยออกจากพายุเวทในป่าหิมะเพลิง การช่วยเหลือชุ่ยเฟิง การพบเหมืองลับ และพลังแปลกประหลาดของเด็กคนนั้น
แม่ทัพจงลู่นิ่งฟัง ขณะองค์ชายใหญ่มีสีหน้าจริงจัง
“ทาสกับเหมืองลับ?” แม่ทัพจงถามซ้ำ
“และเหมือนพวกมันพยายาม ขุดหา อะไรบางอย่าง” ฤทธาเสริม
“ชุ่ยเฟิง...เ้าแน่ใจหรือว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ปีศาจปลอมตัว?”
“ข้ามั่นใจครับ เขาอ่อนแรงเกินกว่าจะเสแสร้ง และพลังของเขาไม่ใช่ของปีศาจ... มันคือ ‘ธาตุมืด’ ที่ยังไม่ได้ปลุกพลัง”
องค์ชายใหญ่พยักหน้าเข้าใจ
“ในอดีตเคยมีการจับมนุษย์ไป แต่หลายปีมานี้ไม่ได้ข่าวนานแล้ว หากเด็กคนนี้เป็หนึ่งในทาสที่ถูกจับ... เราต้องรีบหาวิธีช่วยเหลือ”
แม่ทัพจงลุกขึ้น
“ดี เราจะจัดชุดหน่วยพิเศษไปตรวจสอบทันที เ้ากับทีมแสงเงาเตรียมพร้อมไว้ หากจำเป็...พวกเ้าจะเป็แนวหน้าชุดแรก”
“ข้าพอมีอุบายขอรับ” ฤทธาพูดพร้อมกับลุกขึ้นดูแผนที่บนโต๊ะ
“แต่ต้องรบกวนท่านแม่ทัพ ประสานกับหอิญญายุทธ์ ทีมข้าจะเดินทางไปก่อนสามวัน เตรียมการอีกสองวัน คืนวันที่ห้า ให้พวกหอิญญายุทธ์โจมตีที่จุดนี้ เพื่อล่อพวกนั้นออกไป ทีมข้าจะไปช่วยพวกทาสออกมา”
ฤทธาอธิบายแผนให้ทุกคนฟัง
“ดี..เอาตามนั้น ท่านแม่ทัพว่าไง” องค์ชายใหญ่หันไปถาม
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าก็เห็นด้วย เ้าไปเตรียมการเถอะ”
ฤทธาพยักหน้า ก่อนจะออกจากกระโจมบัญชาการ
ฤทธาไม่รู้ตัวเลยว่ากลอุบายหรือแผนต่าง ๆ ที่เขาคิดได้อย่างรวดเร็วมาจากการหลอมรวมองค์ความรู้ของจอมโจรสลัดในอดีต กับหนังสือยุทธวิธีต่างๆ ที่เขาอ่านตอนปีสี่ ทุกอย่างเริ่มเห็นผลเมื่อเขาเติบโตขึ้น
ชีต้าร์ในกำไลนอนกระดิกเท้าอย่างอารมณ์ดี เพราะรู้สึกเหมือนตอนอยู่กับนายเก่า
ตอนนั้นมีการวางแผนทำโน่นทำนี่มากมาย แต่กับฤทธาเป็การรบในา
ฤทธาเงยหน้ามองฟ้ายามค่ำ ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวซ่อนอยู่หลังเมฆขาว
ในความมืดที่หนาวเย็น ฤทธาถอนหายใจเบา ๆ “กลับมาแล้ว”
เขาเดินไปดูชุ่ยเฟิง เห็นเด็กน้อยนอนอยู่ด้วยความอ่อนเพลีย
เขาส่งคนไปบอกอี้หลงแล้ว ว่าพรุ่งนี้ให้มารับชุ่ยเฟิงไปอยู่ที่บ้าน
ข่าวฤทธากลับมาอย่างปลอดภัย ถูกส่งออกไปจากค่ายทหาร ั้แ่ที่ม้าเร็วมารายงานเมื่อวันก่อนแล้ว
หลังจากนั้นพวกฤทธาเรียกประชุมกองร้อยแสงเงา เื่ภารกิจ
ณ.หอิญญายุทธ์
หลัวจิ้งนำกล่องไม้มาให้เ้าหอ เ้าหอเปิดกล่องออกมาดู มีแผ่นกระดาษ และแผ่นหนัง มีตัวหนังสือจางๆ เขียนไว้ว่า
เมื่อสมดุลโลกพังทลาย ปทุมจะผุดขึ้นจากโคลนตม….
จบตอน.