2 ชั่วโมงก่อน หลังเลิกเรียน—
วันนี้จอมทัพอาสาจะไปส่งมุมินที่บ้าน เพราะเขากลัวว่าจะเกิดเื่แบบเมื่อวานอีก ระหว่างทางมุมินบอกว่าจะขอแวะซื้อของสด ทั้งคู่จึงให้คนขับรถจอดแวะตรงหน้าห้างใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งวันนี้มีตลาดนัดที่หน้าห้างด้วย เขาจึงได้โอกาสเดินเที่ยวด้วย
“ขอโทษนะจอม ที่เราทำให้เสียเวลา เธอรีบกลับหรือเปล่า”
มุมินเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ จอมทัพที่ได้ยินดังนั้นก็นึกถึงบ้านหลังใหญ่ที่ปิดไฟมืดด้วยความรู้สึกน้อยใจ
“ไม่หรอก ดีซะอีก เราจะได้เดินตลาดคลายเครียดด้วย อย่าใส่ใจเลย เธอไปซื้อของเถอะ”
จอมทัพพูดยิ้ม ๆ ทว่าั์ตานั้นแฝงความเศร้าหมองบางส่วน ทางด้านมุมินเมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงรีบมุ่งหน้าไปซื้อของที่ซุปเปอร์ทันที หลังจากที่ได้ของครบแล้ว ตอนแรกมุมินว่าจะรีบกลับเลยเพราะเกรงใจจอมทัพและคุณลุงคนขับรถ แต่จอมทัพนั้นเห็นสายตาของมุมินที่อยากจะเดินตลาด เขาจึงชวนเธอเดินตลาด ส่วนของที่ซื้อมาทั้งหมดก็เอาไว้ที่รถ
มุมินเดินตลาดด้วยความสนุกสนาน เธอไม่เคยมาเดินที่นี่มาก่อนเลย ตลาดนัดที่นี่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ห้างลามมาจนถึงหน้าห้าง มีทั้งของกิน กิ๊ฟช้อป เสื้อผ้า ทำเอามุมินนั้นตื่นเต้นจนแวะเกือบทุกร้าน
จอมทัพที่เห็นเพื่อนนั้นยิ้มมีความสุขเขาก็รู้สึกโล่งใจ เพราะเขากลัวว่ามุมินจะคิดมากเื่เมื่อวานจนเครียดและซึมเศร้า แต่ดูเหมือนว่าเ้าตัวนั้นจะเข้มแข็งกว่าที่เขาคิดไว้...ละมั้ง
เนื่องจากตลาดนี้เป็ที่นิยมและตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย ใกล้โรงเรียน จึงมักจะเห็นเด็กนักเรียนในชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนอื่น ๆ เดินเที่ยวเล่น แต่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นักเรียนของโรงเรียนที่จอมทัพเรียนและโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนของเขา เนื่องจากทั้งสองโรงเรียนนี้อยู่ใกล้กับห้างนี้มากที่สุด
เวลาผ่านไป มุมินเห็นว่ามันเริ่มจะเย็นมากแล้ว เธอจึงชวนจอมทัพกลับ จอมทัพก้มมองนาฬิกาก็เห็นด้วยกับมุมิน จึงชวนกันกลับ ทว่าระหว่างทางที่จะเดินไปขึ้นรถนั่นเอง มุมินที่ถือไอศครีมในมือนั้นก็เดินชนกับเด็กนักเรียนฝั่งตรงข้ามกลุ่มหนึ่ง จนไอศกรีมนั้นเปรอะเสื้อของบางคนในกลุ่มนั้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็หัวโจกในกลุ่มเสียด้วย
“อ๊ะ— ขอโทษค่ะ”
มุมินเอ่ยขอโทษ พลางก้มลงหาทิชชู่เพื่อจะมาเช็ดให้ แต่ดูเหมือนว่านักเรียนหัวโจกคนนั้นจะหัวร้อนง่ายไปหน่อย
“เฮ้ย— เดินมองทางมั่งดิ...”
และก่อนที่เขาจะกล่าวว่าไปมากกว่านี้ เมื่อเห็นหน้าของมุมินที่มีใบหน้าน่ารัก เขาก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม พร้อมกับคว้าข้อมือมุมินไว้
“ไม่เป็ไร— แค่นี้เอง เอาเป็ว่างั้นเธอไปเดินเล่นกับเราเพื่อไถ่โทษละกัน”
หลังจากที่นักเรียนหัวโจกคนนั้นเอ่ย พวกเพื่อน ๆ กลุ่มของนักเรียนหัวโจกคนนั้นก็ส่งเสียงแซวเซ็งแซ่ มุมินที่เห็นดังนั้นเธอก็กลัวและพยายามจะดึงมือออก
หมับ!!
จอมทัพที่เห็นดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปจับมือของนักเรียนหัวโจกคนนั้นพร้อมกับบีบสุดแรง โดยไม่สนเลยว่าตัวเองนั้นเดินเข้าไปในดงของกลุ่มของอีกฝั่งที่มีจำนวนมากกว่า
“ปล่อย!!”
นักเรียนหัวโจกคนนั้นเมื่อเห็นจอมทัพเข้ามาขัดจังหวะเขาก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที มุมินที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจ จอมทัพเพิ่มแรงบีบขึ้นเรื่อย ๆ จนนักเรียนคนนั้นทนไม่ไหว ร้องออกมาพร้อมกับปล่อยมือมุมิน หลังจากเป็อิสระมุมินก็รีบวิ่งไปหลบหลังจอมทัพทันที
“ไอ้นี่— หาเื่งั้นเหรอ”
สิ้นคำพูดของนักเรียนหัวโจกคนนั้น ก็มีกลุ่มเพื่อนนักเรียนที่มาด้วยกันเดินมาล้อมจอมทัพเอาไว้ สถานการณ์เริ่มจะเข้าขั้นวิกฤต พวกคนเดินตลาดเมื่อเห็นว่ากำลังจะมีเื่กันก็ต่างพากันมามุงดู ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็กลุ่มนักเรียน ที่ยืนดูกันอย่างนึกสนุกและไม่มีใครเข้าไปห้ามเลยสักนิด
“คนที่หาเื่ก่อน คือทางนั้นก่อนไม่ใช่เหรอไง ก็ผู้หญิงเขาไม่เต็มใจ จะบังคับทำไม”
จอมทัพพูดขึ้นโดยไม่สนเลยว่าตอนนี้เขานั้นเสียเปรียบขนาดไหน แม้ว่าเขาจะสู้ได้ แต่ 1 ต่อ 5 นั้นมันก็เกินกำลังเขาเหมือนกัน
“หนอยอยากจะไฝว้งั้นเหรอ....”
ไม่ทันที่นักเรียนหัวโจกคนนั้นจะพูดจบ เขาก็พุ่งหมัดใส่จอมทัพทันที จอมทัพที่เห็นดังนั้นก็ลากมุมินหลบหมัดนั้น เขาดันมุมินให้ออกไปนอกวงจากนั้นก็หันมาเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียนนักเลงเ่าั้ และไม่ถึงนาที พวกเหล่าพวกนักเรียนหัวโจกจากโรงเรียนฝั่งตรงข้ามนั้นต่างก็ปรี่เข้ามารุมจอมทัพ ทำให้เหตุการณ์ชุลมุนเข้าไปอีก
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่แถวนั้น บ้างก็กดเบอร์หาตำรวจ บ้างก็ถ่ายคลิป เช่นเดียวกับไทยมุ่งที่กำลังยืนดู แต่กลับไม่มีใครกล้าพอจะเข้าไปช่วยจอมทัพเลยสักนิดเดียว
จอมทัพนั้นไม่สามารถที่จะรับมือคนทั้งหมดไม่ไหว พอจะสวนหมัดไป ก็มีหมัดสวนกลับมารัว ๆ ทำให้เขานั้นสะบักสะบอมพอสมควร
และนั่นก็คือภาพที่ปารมีกำลังเห็นตอนนี้ ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งพุ่งเข้าไปในกลุ่มวิวาทนั้นโดยไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
พลั่ก!!!
ปารมีกระชากคอเสื้อนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังรัวหมัดใส่จอมทัพไม่ยั้งจนปลิวล้มกระแทกอยู่นอกวง ทำให้พวกนักเรียนที่เหลือที่กำลังต่อยกันอยู่ถึงกับชะงัก เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนถูกผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้กระชากคอเสื้อจนปลิว
จอมทัพที่เห็นดังนั้นเขาก็อึ้งตะลึงจนเอ่ยเรียกปารมีอย่างไม่รู้ตัว
“คะ— ครู...”
ปารมีเดินมาด้านหน้ายืนบังจอมทัพที่กำลังาเ็เอาไว้ พร้อมกับจ้องไปที่นักเรียนกลุ่มนั้นด้วยแววตาคมกริบ นักเรียนคนที่ถูกปารมีกระชากนั้นรู้สึกเสียหน้าจึงลุกขึ้นตวาดใส่เธอ
“เฮ้ย— เอ็งคิดว่าเอ็งเป็ใครวะ!!”
ปารมีแสแยะยิ้มพร้อมกับค่อย ๆ เดินไปหานักเรียนกลุ่มนั้นด้วยสายตาเย็นเยียบ พลางหักข้อนิ้วมือราวกับกำลังจะเตรียมพร้อมมีเื่ได้ทุกเมื่อ
“อาจารย์— อันตราย!!”
เสียงจอมทัพเอ่ยขึ้นอย่างเป็ห่วง แม้ว่าเขาจะรู้สึกนิด ๆ ว่าอาจารย์ของเขาคนนี้ไม่น่าจะธรรมดา แต่ว่าเขาเองนั้นก็เป็ห่วง
“หุบปาก!! เธอน่ะเงียบไปเลย จอมทัพ!!ยืนอยู่นิ่ง ๆ ไปซะ อย่าเข้ามายุ่ง!!”
ปารมีนั้นรู้สึกปรี๊ดแตกมาก เธอจึงเผลอตวาดจอมทัพออกไป จอมทัพที่ได้ยินดังนั้นก็อึ้งเพราะเขานั้นไม่เคยเห็นปารมีในด้านนี้มาก่อน ซึ่งเป็ด้านที่...เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเท่าไหร่ เขาถอยออกมาตามคำสั่งของปารมี มุมินทีเห็นว่าจอมทัพนั้นาเ็เธอก็รีบเข้ามาประคองจอมทัพด้วยความเป็ห่วง พร้อมทั้งมองไปที่อาจารย์ด้วยสีหน้าเป็กังวล
“หืม— อยากรู้ว่าฉันเป็ใครเหรอ เ้าพวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ชอบใช้กำลังกันนักใช่มั้ย เดี๋ยวฉันจะทำให้รู้เองว่าใช้กำลังที่แท้จริง มันเป็ยังไง...”
พวกนักเรียนหัวโจกที่ถูกผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ขู่ตน แถมดู ๆ แล้วก็ตัวเล็กกว่าเขาเสียอีก เขาก็เริ่มจะเสียหน้าเมื่อเห็นพวกนักเรียนมุงซุบซิบ ๆ พร้อมกับมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ซึ่งพวกเขานั้นคิดไปเอง
“อย่ามาดูถูกกันนะเว้ย!!”
เมื่อตวาดเสร็จนักเรียนหัวโจกคนนั้นก็ง้างหมัดวิ่งเข้าใส่ปารมีสุดแรง จอมทัพที่เห็นดังนั้นก็ร้องเรียกปารมีอย่างร้อนรน ส่วนนักเรียนมุงและไทยมุงทั้งหลายบางคนก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนก็เอามือปิดตาเพราะคิดว่าปารมีนั้นต้องถูกหมัดนั้นชกแน่ ๆ
แต่ตรงข้ามกับปารมีอย่างสิ้นเชิง เธอยืนสงบนิ่ง พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบหมัดนั้น พร้อมกับล็อคต้นแขนฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ จากนั้นก็ออกแรงงัดต้นแขนของอีกฝ่ายพร้อมกับกดแขนท่อนล่างให้ทิศทางแรงทั้งคู่นั้นตรงกันข้ามกัน คล้ายกับทำอาร์มบาร์ จากนั้นก็เหวี่ยงอีกฝ่ายพร้อมกับหมุนตัวถีบอีกคนที่กำลังเข้ามาจนกระเด็น พร้อมกับเหวี่ยงนักเรียนหัวโจกคนนั้นลงพื้น
ทุกคนที่กำลังมุงดูอยู่ถึงกับช็อคกับภาพที่เห็น ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่พวกเขาคิดกันแม้แต่น้อย พวกนักเรียนที่เหลืออีกสามคนนั้นเมื่อเห็นเพื่อนของตนถูกเล่นงาน ด้วยความที่กลัวเสียหน้าจึงรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับหวังตะลุมบอนปารมี
ปารมีถอนหายใจก่อนจะเอี้ยวตัวหลบหมัดของนักเรียนคนหนึ่งที่พุ่งเข้าใส่หน้าเธอ พร้อมกับสกัดขาจนนักเรียนคนนั้นล้มกลิ้งไปอีกฝั่ง และย่อตัวปัดหลบหมัดของอีกคนที่พุ่งมาติด ๆ กัน จากนั้นเธอก็อาศัยความเร็วใช้ข้างหมัดต่อยไปที่ต้นแขนด้านในของคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็ศูนย์รวมของเส้นประสาทจนทำให้แขนของอีกฝั่งชาจนขยับไม่ได้ และจับทุ่มลงพื้นโดยพยายามเลี่ยงไม่ให้หัวกระแทกพื้น
ส่วนคนสุดท้ายนั้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนอีกสองคนถูกเล่นงานอีก เขาก็หันไปหยิบเศษไม้ขนาดประมาณเมตรหนึ่ง เพื่อที่จะใช้อาวุธเป็เครื่องทุ่นแรงในการจัดการกับปารมี
บรรดาไทยมุง นักเรียนมุงที่ล้อมรอบต่างก็ร้องเสียงฮือฮาหวีดร้องหวาดกลัว แทนที่จะโทรเรียกตำรวจ ส่วนจอมทัพที่เห็นดังนั้นเขาก็กำลังจะวิ่งไปช่วยแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาเย็นเยียบของปารมีส่งมา ทำให้แข้งขาเขานั้นแข็งขยับไม่ได้
ปารมีหันไปทางนักเรียนคนนั้นอีกครั้งพร้อมกับมองนักเรียนคนนั้นที่กำลังถือไม้จะเข้ามาสู้กับเธอด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ ต่างกับอีกฝ่ายที่กำลังร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาปารมี เธอเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาอีกครั้งเธอก็ตั้งท่าเตรียมรับ
หมับ!!!
ไม่ทันที่ท่อนไม้นั้นจะหวดลงมา ซึ่งปารมีนั้นเตรียมรอเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ก็ถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตรงข้ามกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
“แหม ๆ ๆ ขอโทษนะครับที่มาช้า...นักเรียนของผมไปก่อเื่อีกแล้วสินะครับ”
ชายปริศนาร่างสูงโปร่งในชุดกางเกงสแลคกับเสื้อเชิ้ตทับในดูเรียบร้อย ทรงผมที่จัดทรงมาอย่างดี ใบหน้าที่ปารมีดูแล้วน่าจะมากกว่าเธอแค่นิดเดียว ผิวที่ดูขาวราวกับคุณชายเ้าสำอาง กับแว่นสายตาทรงกลม ทำให้ภาพลักษณ์ของเขานั้นไม่ต่างอะไรกับผู้ชายเนิร์ด ๆ ธรรมดา
แต่ดูจากที่เขานั้นสามารถหยุดไม้ที่กำลังหวดลงมาได้ด้วยมือข้างเดียวแล้ว เธอกลับคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกับภาพลักษณ์ที่แสดง
ทางด้านของกลุ่มนักเรียนหัวโจกที่ถูกปารมีจัดการนั้น เมื่อเห็นชายคนนี้กลับตาเหลือกด้วยความใ พร้อมกับเรียกชื่อชายคนนี้เสียงหลง
“อาจารย์วศิน!!!”
ชายที่เด็กนักเรียนเ่าั้เรียกว่าอาจารย์วศินนั้นหันไปทางเด็กนักเรียนของเขาพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทว่าปารมีนั้นกลับรู้สึกขนลุกซะมากกว่า
“ครับ อาจารย์เอง— ไม่คิดว่าพวกเธอจะ ‘กล้า’ ใช้กำลังในที่สาธารณะ อีกทั้งยังอยู่ในชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนนะครับ พรุ่งนี้ไปพบอาจารย์ที่ห้องฝ่ายปกครองด้วยนะครับ ‘ทุกคน’ ”
วศินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่นักเรียนของเขานั้นให้ความเห็นว่าเป็รอยยิ้มสยองจนคนที่ได้เห็นนั้นต้องมีแข้งขาอ่อนทุกรายไปโดยเฉพาะนักเรียนคนใดที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ของอาจารย์วศินคนนี้ละก็ เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย
จากนั้นเขาก็หันกลับมาที่ปารมีซึ่งกำลังยืนมองเขาอย่างประเมิน พร้อมกับเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ ผมชื่อ วศิน เป็อาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียน x ครับ...ต้องขอโทษด้วยนะครับที่นักเรียนของผมทำให้เดือดร้อน”
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ปารมี เป็อาจารย์ฝ่ายปกครองเช่นเดียวกันค่ะ ต้องขอโทษเช่นกันนะคะที่ใช้กำลังกับนักเรียนของคุณ เพราะฉันก็ต้องปกป้องนักเรียนของฉันเช่นกันค่ะ”
ปารมีเองนั้นก็ตอบโต้กลับไปพร้อมกับจ้องหน้าวศินอย่างไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย จนทำให้วศินนั้นถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งแต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
“ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการพวกเขาเองครับ ไม่ต้องห่วง...”
“แต่ว่าก่อนจะกลับไปจัดการที่โรงเรียน ดิฉันว่าเราคงต้องไปเคลียร์กันที่โรงพักกันก่อนนะคะ”
ปารมีเอ่ยขึ้นพร้อมกับเบนสายตาไปทางด้านหลังของวศินที่มีตำรวจสองสามคนกำลังเข้ามา ซึ่งอาจจะมาช้าไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าไม่มา
“นั่นสินะครับ...”
ว่าแล้วทุกคนที่ก่อเหตุนั้นก็ถูกเกณฑ์ไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ พร้อมกับว่ากล่าวตักเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะปล่อยกันแยกย้ายกันกลับบ้าน
หลังจากเคลียร์อะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เป็เวลาดึกมากแล้ว ปารมีก็หันมองจอมทัพที่ตอนนี้ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อยด้วยสายตาที่ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่
“จอมทัพ!!”
จอมทัพสะดุ้งเมื่อได้ยินปารมีเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงกระแทก เขาหันไปทางปารมีด้วยสีหน้ารู้สึกผิด แต่ทว่ามุมินนั้นก็เอ่ยขึ้นปกป้องจอมทัพก่อน
“เอ่อ— คือว่าเป็ความผิดของหนูเองค่ะ อาจารย์ หนูเดินไม่ระวังเอง จอมเขาแค่มาช่วยหนูเอาไว้น่ะค่ะ”
ปารมีเห็นสีหน้าราวกับลูกแมวหงอยของมุมินและสีหน้าสำนึกผิดของจอมทัพ เธอก็ถอนหายใจพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง
“คราวหน้าก็ระวังด้วยล่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้รีบโทรหาครูทันทีเข้าใจมั้ย”
“ครับ/ค่ะ”
เมื่อเคลียร์กันเสร็จแล้วปารมีก็เตรียมตัวที่จะกลับคอนโด เพราะตอนนี้เธอเหนื่อยและก็หิวมาก ๆ ด้วย
“แล้วนี่พวกเธอกลับกันยังไง”
“คนขับรถมารับครับ เขาบอกว่าจอดรออยู่ที่หน้าโรงพักแล้วครับ”
“งั้นเหรองั้นก็กลับกันดีดีละกัน ครูไปละ”
ปารมีเอ่ยลา พร้อมกับเดินไปที่รถของตัวเองราวกับกำลังจะหมดแรง นี่แค่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งอาจารย์ฝ่ายปกครองนะเนี่ย แล้ววันที่เหลือของเธอต่อจากนี้ล่ะ ยิ่งคิดปารมีก็ยิ่งหดหู่ในโชคชะตาของตัวเอง
คล้อยหลังรถของปารมีที่ขับออกไปแล้ว ก็มีรถหรูคันหนึ่งจอดติดเครื่องอยู่ ซึ่งคนในรถนั้นก็ไม่ใช่ใคร คืออาจารย์วศิน อาจารย์ฝ่ายปกครองโรงเรียนคู่กรณีของปารมีนั่นเอง
มือเรียวของวสินดันขอบแว่นของตัวเองพลางดูรูปที่มีมือดีถ่ายภาพเหตุการณ์ที่เกิดเหตุและโพสต์ลงโซเชียล ด้วยแววตาที่อ่านยาก จากนั้นก็ยกยิ้มจ้องไปที่รูปที่มีปารมีกำลังจัดการนักเรียนของเขาอยู่
“อาจารย์ปารมีงั้นเหรอ น่าสนใจแฮะ...”
ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปและหายไปกลับท้องถนนยามค่ำคืน
โปรดติดตามตอนต่อไป