พรม (บิน) บันดาล
...เฟี้ยว! เสียงลมพัดผ่านใบหู ขณะที่ตัวเล็กลอยอยู่ในอากาศกว้าง... “ค่อย ๆ บังคับมันสิวะ อย่าพึ่งรีบ” เสียงตัวเองดังก้องอยู่ในมโนสำนึก เพียงแต่ว่าตอนนี้ ร่างกายของตัวเล็ก เหมือนกับนั่งอยู่บนเครื่องซักผ้าที่กำลังทำงานใกล้จะเสร็จ ขณะเดียวกันมันก็แกว่งไปมาอย่างแรง จนไม่สามารถควบคุมเ้าเครื่องที่กำลังจะพาตัวเองกระแทกพื้นนี้อย่างไร ให้ได้ดั่งใจ...
…………………..
“ไม่น่าเลย!” เสียงมโนรำพึง พร้อมกับดึงภาพในอดีต อุบัติเหตุะเืขวัญต้นเื่ให้ปรากฏขึ้นมาในใจ
ก่อนหน้านี้...ตัวเล็กงัวเงียขึ้นมาในตอนเช้า เพราะเสียงเ้าบิทเทอร์น ใช้เล็บตะกุยพร้อมร้องเรียกอยู่นอกประตู
หลังจากลุกจากเตียงเรียบร้อยเด็กน้อยก็เดินไปเปิดประตูให้มันเข้ามา พร้อมกับถือโอกาศยืนมองไปเบื้องหน้าเพื่อดูบรรยากาศของโรงแรม
เช้านี้ไม่ต่างจากเมื่อวานมากนัก ถึงอย่างนั้น ตัวเล็กก็ยังไม่รู้สึกเบื่อกับภาพที่เห็น
คนมากมายที่แตกต่างกันราวกับมาจากคนละมิติสามารถรวมอยู่ด้วยกันได้ ภายใต้อาคารหลังใหญ่หลังเดียวกัน
พวกเขาเ่าั้ดูเป็คนมีกฎระเบียบ มีมารยาทเป็มิตรต่อกันเฉกเช่นคนร่วมผืนปฐี
ตัวเล็กยืนมองสิ่งเ่าั้ครู่หนึ่ง จึงกลับเข้ามาในห้องเพื่อทำธุระส่วนตัว
เปลี่ยนชุดของทางโรงแรม ได้จัดไว้ให้
โรงแรมที่ตอนนี้เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่หลงมาจากดาวที่มีชื่อว่า โลก
ชุดที่เธอได้สวมใส่ เป็ชุดคลุมทั้งตัว คล้ายชุดกระโปรงธรรมดาไม่มีส่วนโค้งเว้าเพื่อรัดรูปอย่างของผู้ใหญ่แต่อย่างใด
ลวดลายบนชุดนั้นถูกถักทอเป็ลายเส้นเครือเถาคล้ายตัวงูคดเคี้ยวเป็แนวตั้ง
เว้นช่องว่างระยะห่างอย่างสมมาตรตลอดทั้งตัว
ลวดลายผ้าทอสีเขียวพาดจากหัวไหล่จรดชายชุดที่ยาวถึงตาตุ่ม และทอจนถึงปลายแขนเสื้อสั้น
มันทั้งใส่สบายและพอดีตัว เหมือนถูกวัดขนาดมาเรียบร้อย
ตัวเล็กคาดสายรองเท้ารัดส้นให้แน่นกระชับดีแล้ว จึงเดินออกจากห้องโดยมีเ้าบิทเทอร์นเดินตามเธอออกมาด้วย
ตัวเล็กสามารถเดินไปที่ห้องอาหารเองได้แล้วในวันนี้ ถึงแม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ นิดหน่อย แต่เมื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ตัวเล็กก็ได้อาหารมารับประทานอย่างไม่ยากเย็น
เพียงแค่รอให้เครื่องจ่ายอาหาร ยื่นส่วนที่ใช้สแกนของมันออกมา
ตัวเล็กตั้งใจนึกภาพอาหารที่อยากกินเท่านั้น
มันก็จัดการรังสรรค์ให้พร้อมสรรพ ถึงรสชาติจะปนกันทุกรสไม่มีรสอะไรที่โดดเด่นขึ้นมาเลยก็ตาม
อาจเป็เพราะว่าอาหารที่ตัวเล็กนึกขึ้น เครื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลเพื่อใส่เครื่องปรุง
โดยรวมแล้วส่วนที่เป็เนื้อ รสชาติก็เหมือนเนื้อ ส่วนที่เป็ผักรสชาติก็เหมือนผัก เท่านี้ก็เพียงพอ ตัวเล็กเป็เด็กพอเพีง
เธอรับประทานจนเกลี้ยงจานได้ไม่มีปัญหา
เสร็จภารกิจของความหิว ตัวเล็กออกไปเดินเล่นแถวห้องโถง
เดินนานก็เริ่มเมื่อย จึงเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่สีขาวตัวหนึ่ง เพื่อดูผู้คนเดินไปมาเพลิน ๆ กับลูบขนเ้าบิทเทอร์นแมวต่างดาวที่ะโขึ้นมานอนขดตัวเป็ก้อนอยู่บนตัก
'เก้าอี้ตัวนี้ อาจจะเป็เก้าอี้บิน ก็เป็ได้นะ...ʼ ตัวเล็กคิด จนเกิดมีจินตนาการ
ได้ออกไปบินเล่นนอกโรงแรม บินไปดูสิ่งนั้นสิ่งนี้ บินไปเจอคนกำลังทำกิจกรรมอะไรหลายอย่าง คุยกับคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ตามแต่ความนึกคิดจะโลดแล่นไป
ขณะใช้กระแสความคิดว่ากำลังบินอยู่บนท้องฟ้ากว้างไกลอยู่นั้น ตัวเล็กเผลอเอนตัวไปทางด้านหลังเหมือนกับว่ามันเป็เก้าอี้โยก
บังเอิญว่ามันไม่ใช่ ััได้จากเบาะที่ห่อหุ้มร่างกายขณะมันยุบตัว
ตัวเล็กเอนตัวแรงขึ้น ๆ กลายเป็กดหลังลงบนฟูกนุ่ม ๆ ของพนักพิงหลัง จนมันจมลงไปแทบจะกลบร่างเธอเอาไว้เลย
ถึงอย่างนั้นเก้าอี้ก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“เล่นอะไรอยู่ครับคุณหนู?” เสียงเบาดุจเสียงกระซิบดังขึ้น ตัวเล็กสะดุ้งหลุดจากจิตภาพ แทบะโยืนบนเก้าอี้เพราะเสียงนี้ไม่คุ้นหูเลย
มนุษย์ศีรษะเป็ก้อนแก้ว ใสวาวแววกำลังยืนโค้งคำนับให้เธอ “ต้องขออภัยหากทำให้คุณหนูต้องใ...กระผมนายบริกรต้อนรับของโรงแรมแห่งนี้ นามว่า โกโรโกโร่”
เขาเหยียดตัวขึ้นยืนตรง พูดกระซิบเช่นเดิม “โกโรโกโร่ยินดีรับใช้ครับ”
ตัวเล็กยังงง ๆ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอจึงไม่ได้กล่าวว่าอะไร
มนุษย์โหลแก้วยืนนิ่งตรงแหน่ว เสียงแว่ว ค่อย ๆ ดังขึ้น “ไอ้หยา! ลำโพงนี่ถ้าจะเสียอีกแล้ว ให้ฉันเร่งเสียงอยู่ได้ทั้งวัน” ชายคนนั้นยืนพูดกับตัวเอง ทำเสียงดังขึ้นทีละนิดครู่หนึ่ง จึงเริ่มขยับ
เขายกศอกทั้งสองข้างขึ้น ตัวเอียงขวาเล็กน้อย จากนั้นจึงกลับมาตั้งตรง “ขออภัยครับคุณหนู กระผมนายบริกรต้อนรับของทางโรงแรมแห่งนี้ มีนามว่าโกโรโกโร่ คุณหนูประสงค์สิ่งใด กระผมยินดีรับใช้ครับ” เขาพูดพร้อมกับโค้งคำนับอีกครั้ง
ความไม่เคยชิน และอาการประหลาด ทำให้ตัวเล็กตอบได้แค่เพียง “ไม่มีอะไรค่ะ”
เธอสังเกตเห็นภายในโถแก้วที่เป็ศีรษะของเขานั้น ครึ่งหนึ่งทางด้านหลังเป็วัตถุทึบแสง สีน้ำตาลเข้ม สีเดียวกับชุดที่เขาใส่
บางอย่างสีชมพูอ่อนโผล่ออกมา ณ ใจกลางโหลแก้วกลม กำลังขยับอยู่ในช่องเล็ก ๆ ภายในนั้น
ตัวเล็กเพ่งมองตาแข็งยังแทบไม่เชื่อสายตา กับภาพที่เห็น
ด้วยความแตกต่าง หลากสายพันธ์ของที่นี่ ทำให้ตัวเล็กไม่รู้สึกใ มีเพียงความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจสั่นคร้าม
รู้สึกได้เลยว่าร่างกายกระฉับกระเฉงสายตาเป็ประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น มนุษย์อวกาศกำลังยืนตรงหน้าและคุยกับเธอ
หากมองเผิน ๆ อาจเห็นว่าเขาเป็มนุษย์ที่อยู่ในชุดอวกาศธรรมดา
แต่ความจริงแล้วชุดคลุมทั้งตัวเหมือนชุดเฉพาะกิจที่เห็น มีคนตัวเล็กจิ๋วประมาณหัวแม่มือเท่านั้น บังคับอยู่ภายใน คอยขยับเครื่องมือเครื่องไม้ขนาดจิ๋ว
ทำให้ร่างใหญ่ซึ่งเป็ร่างเทียมเคลื่อนไหวได้อย่างใจนึก
“เช่นนั้น กระผมก็ต้องขอตัวก่อน...อย่างไรก็ตามหากคุณหนูเล่นที่นี่เบื่อแล้ว ที่โรงแรมนี้ ยังมีสระว่ายน้ำและลานสำหรับเด็กอยู่ทางฝั่งนั้นนะครับ” เขาพูดพลางผายมือไปยังฝั่งซ้ายมือของโรงแรม ตรงข้ามกับทางเข้าห้องอาหาร ฝั่งที่ตัวเล็กยังไม่เคยไปดูเลย
“ที่นั่น มีเครื่องเล่น อำนวยความสนุก และลานฝึกขับยานสำหรับเด็กด้วยครับ” เขาพูด
ʼลานฝึกขับยานʼ ตัวเล็กได้ยินแล้วเกิดอาการ ใบหูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติร้อยเท่า เธอรีบถามโกโรโกโร่ทันที “ลานฝึกขับยาน หนูไปเล่นได้ไหมค่ะ?”
“ได้แน่นอนครับ เป็ลานฝึกสำหรับเด็ก มีพาหนะขนาดเล็กให้ลองขับ มากมายหลายชนิด ขอความกรุณาขับขี่อย่างระมัดระวังด้วยครับ”
“ค่ะ” ตัวเล็กพูดพร้อมกับดีดตัวลงจากเก้าอี้อย่างไม่รอช้า เ้าบิทเทอร์นดีดตัวออกจากตักแทบไม่ทัน พลอยกระโจนแ่ตกลงพื้น มันแหงนหน้ามองตัวเล็กด้วยความฉงน ไม่อย่างนั้นก็ด้วยอารมณ์หงุดหงิด
สองขาของตัวเล็กก้าวไปเร็วอย่างไม่รู้ตัว พ้นจากบริกรคนนั้นได้สามก้าว ตัวเล็กจึงตระหนักรู้ว่าควรทำอะไรบางอย่าง
เธอหยุดเท้าที่กำลังก้าวอยู่ให้ชิดติดกัน กลับตัวหันหลังมาทางด้านบริกร
ตัวเล็กยกสองมือขึ้นมาทาบกันไว้ ในระดับหน้าอก ยกสองมือขึ้นพร้อมกับโน้มศีรษะลง นิ้วชี้พาดปลายจมูก สองหัวแม่มือจรดริมฝีปาก ลากเท้าข้างหนึ่งไปทางด้านหลังย่อตัวลงเล็กน้อย
“ขอบคุณค่ะ” พูดจบตัวเล็กกลับยืนตรงอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม
บริกรโกโรโกโร่โค้งคำนับให้เช่นกัน ตัวเล็กจึงกลับหลังหันออกเดิน
เป้าหมายอยู่ตรงประตูกระจกบานใหญ่ล้อมกรอบด้วยไม้สีเข้ม ประกายตาของตัวเล็กจับจ้องราวกับว่าสามารถมองทะลุกระจกฝ้ามัว ๆ แล้วเห็นสิ่งที่อยู่ภายในนั้นอย่างชัดเจน
เสียงเอะอะ เจี๊ยวจ๊าว ไม่เป็ภาษาดังออกมาจากหลังประตูทันทีที่มันค่อย ๆ แง้มออก
เสียงเ่าั้เป็เสียงของเด็ก ซึ่งกำลังสนุกอยู่แน่นอนไม่ต้องสงสัย
ทั่วสรรพางค์กายของตัวเล็กในขณะนี้สั่นตุบ ๆ เหมือนมีใครมาจับเขย่า กระตุ้นให้ออกไปััสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้า
สองขาก้าวออกไปเองโดยที่ไม่ต้องบังคับ สองตาสาดส่องมองไปทั่วไม่ว่าจะมุมไหนก็พบเจอแต่กลิ่นไอของความสนุก
กระเช้า ลอยหมุนวนเป็กงล้ออยู่กลางอากาศ
เครื่องเล่นที่ผู้เล่นต้องเข้าไปในชุดเพื่อบังคับเกมส์ ผู้ชมรวมตัวส่งเสียงเชียร์ผ่านหน้าจอขนาดใหญ่เท่าฝาบ้าน
การดูเอลเกมส์กระดานที่มีตัวละครออกมาสู้กันจริง ๆ
และอีกมากมายทั้งหมดทั้งมวล อยู่ภายในห้อง ผนังทำจากผ้าเนื้อดีอัดลมจนเต็มที่ พอปะทะเข้าแล้วก็เด้งดึ๋ง ๆ กระเด็นกระดอน
ไม่เว้นแม้แต่พื้นก็ยังพองลม มันสั่นพะยาบไหวราวกับเราได้ยืนบนคลื่นทะเล เพราะแรงเคลื่อนของอากาศที่อยู่ข้างใต้
เหมือนบอกให้ะโโลดเต้นไปข้างหน้าได้เลย ด้วยใจหรรษาไม่ต้องกลัวเกรงอันตรายอะไรทั้งนั้น
มีหรือที่เด็กสิบขวบอย่างตัวเล็กจะรอช้า เธอเดินกระเด้งตัวดูไปเรื่อย ๆ ว่าเขาเล่นอะไรกันบ้าง หากมีโอกาสเธอจะได้มาลองเล่นดูบ้าง
สุดขอบเขตของปราสาทพองลมที่กว้างใหญ่แทบสุดสายตา เต็มไปด้วยเครื่องเล่นแห่งนี้
พื้นที่ลานกว้างหลังคาโล่ง เพิ่มเติมออกไปอีก สิ่งแรกที่พบเมื่อมาถึงลาน คือกระเช้า์ ลอยวนเป็วงกลม มีลวดขึงกระเช้าแต่ละอันไว้ ลวดไม่ได้ยึดกันตก แต่มีไว้ดึงไม่ให้มันลอยไปไกลเกินรัสมี
กระเช้ามีลักษณะครึ่งวงกลมหงายคล้ายกับถ้วย ภายในมีที่นั่งและสายโยงผูกกับเอวผู้เล่น
เป็ที่ชอบใจของคนที่รักความสงบนิด ๆ และไม่ชอบให้ชีวิตจืดชืดจนเกินไป
จากที่เห็น กระเช้าทุกใบมีคนนั่งอยู่ครบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใสมีใจเริงร่า ราวกับว่าได้อยู่บน์จริง ๆ
ถัดออกไปจากกระเช้า์ สิ่งที่ใจของตัวเล็กถามหาอยู่ที่นี่...
ลานกว้างใหญ่ปูด้วยกระเบื้องเนื้อละเอียดสองสี สีเทาเป็พื้นที่ส่วนใหญ่ สีแสดเป็ลายคดเคี้ยว คาดว่าใช้แบ่งส่วนที่เป็ถนน
ตลอดข้างทางทั้งสองฝั่ง เต็มไปด้วยต้นไม้ทรงพุ่มต้นเตี้ย มองด้วยสายตาแล้วใบของมันฟูราวกับขนมสายไหม ไม่ก็ใยนุ่นหลากสี มันจะต้องนุ่มมาก ๆ แน่
ถึงบนพื้นจะมีถนนให้ขับไปตามทาง ทว่าข้างบน กลับมียานบินว่อนไปมาราวกับแมลงออกมาเริงร่าหลังฝนตก
ล้วนบินฉวัดเฉวียนแสดงความชำนาญของผู้ขับ แม้พวกเขาจะยังเป็เด็กอยู่ก็ตาม
“้าพาหนะเชิญทางนี้ครับคุณหนู” เสียงแตกพร่าดังขึ้นมาจากแท่นที่อยู่ไม่ไกลนัก กระตุ้นความไฝ่รู้ นำพาตัวเล็กให้เข้าไปศึกษา
ณ แท่นสูงระดับอกของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เด็กน้อยยืนดูอยู่ มีหน้าจอแสดงรูปของเครื่องยานต่าง ๆ มากมาย
ทุกอย่างในรูปบนจอต้องบินได้แน่นอน เพียงแต่ว่า ไม่มีชิ้นไหนเลยที่ตัวเล็กมีเป็เ้าของ
จะด้วยสิ่งใดดลใจไม่ทราบ ทำให้ตัวเล็กค่อย ๆ ยกมือปัดไปบนหน้าจอนั้น
ภาพบนจอก็เคลื่อนสลับไปเป็ภาพอีกชุดหนึ่ง 'แค่ได้ลองเลือกก็สนุกแล้ว' ตัวเล็กคิด
เธอปัดไปมาเลือกดูภาพพาหนะหลากรูปแบบสบายใจ แค่ได้เลือก
หลายอย่างที่ตัวเล็กไม่คิดว่ามันจะบินได้มีปรากฏขึ้นมาด้วย เช่นว่า บานประตู สิ่งที่คล้ายเรือรูปหงส์ รูปฝ่ามือ หรือแม้แต่สิ่งที่ดูคล้ายกับถุงขนมก็มีให้เห็น
...ที่ดาวนี้ รูปแบบยานพาหนะคงจะมีั้แ่รูปไม้จิ้มฟันยันยานอวกาศแน่ ๆ เลือกไม่ถูกเลยว่าอยากได้อันใหน...
“แล้วจะเอามาจากไหนหละ...” ตัวเล็กเปรยกับตัวเองเบา ๆ
เ้าเครื่องนั้นหูดีเหลือเกิน ตัวเล็กพูดไม่ทันจบ มันก็ทำให้ตัวเล็กต้องสะดุ้ง
ด้วยการตอบกลับรวดเร็วด้วยเสียงแหบพร่าของหุ่นยนต์ว่า “เมื่อเลือกยานที่ถูกใจได้แล้ว กรุณากดเบา ๆ บนรูปภาพ” มันพูดซ้ำ ๆ สองสามรอบก่อนจะหยุด
ตัวเล็กได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากเครื่องด้านข้าง ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ใจของตัวเล็กรู้สึกเหมือนกับถูกหัวเราะเยาะ ทั้งที่ความจริงแล้ว มันอาจจะไม่เป็อย่างที่ความรู้สึกบอกเลยก็ได้
ทว่าสัญชาตญาณมันเป็สิ่งที่บังคับให้ถูกร่องถูกรอยได้ยาก ตัวเล็กไม่สามารถขจัดปัดความกระวนกระวายใจออกไปได้
อารมณ์เขินอายท่วมใจเต็มปรี่ ทำได้แค่รีบ ๆ ปัดหน้าจอเพื่อเลือกพาหนะที่จะใช้เท่านั้น
ภาพติดตาของตัวเล็กเป็พรมบิน ไม่ทราบว่าได้รับอิทธิพลจากไหน
ขณะที่รีบเขี่ยหน้าจอด้วยความรู้สึกอายอย่างไม่ทราบสาเหตุ รูปไหนคล้ายกับพรมตัวเล็กก็รีบกดลงไปบนรูปนั้นทันที
ครืน! ๆ แกรก! ๆ เสียงเครื่องทำงานดังขึ้นครู่หนึ่ง ช่องด้านล่างใต้แผงหน้าปัดเลื่อนเปิด
วัตถุบางอย่างเป็ม้วนลอยขึ้นมาจากด้านล่าง ถึงกลางช่อง วัตถุนั้นคลายตัวออก พรึด!
มันคือพรมจริง ๆ แต่สภาพของมันอย่างเก่า สีมันจางจนแทบจะเป็สีน้ำตาลอ่อน ลวดลายสีดำ ลางเลือนกลืนไปกับพื้นผิวมองแทบไม่ออกว่าเป็ลายอะไร
'คงเป็รูปแบบหนึ่งหละนะ เขาคงจะทำให้มันดูคลาสสิก ๆ ' ตัวเล็กคิดในใจ
จะด้วยความไร้เดียงสาทำให้ไว้ใจสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป หรือสิ่งนั้นจะเป็อย่างที่ตัวเล็กคิดจริง ๆ ก็ตาม
ในที่สุดแล้วตัวเล็กก็ตัดสินใจขึ้นไปยืนบนพรมบิน ดูเหมือนผ้าใบเก่า ๆ ผืนนั้น
ทันทีที่สองเท้าััผืนพรม มันก็เริ่มเคลื่อนออกจากที่ช้า ๆ
ตัวเล็กต้องทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ โพรงช่องของแท่นเก็บพาหนะก็ค่อย ๆ ปิดลง ปล่อยชายพรมไหลพ้นช่องว่างออกไปลอยระเรี่ยพื้น
“กรุณารัดสายเข็มขัดนิระภัยด้วยครับ” เสียงเครื่องเตือนออกมาเป็ประโยคสุดท้าย
ตัวเล็ก ััได้ว่า แถบหนังเส้นหนึ่ง ขดเป็วงอยู่ใต้ก้นของเธอ
เด็กน้อยยกตัวดึงสายหนังขดม้วนเป็รูปเลขแปดนั้นขึ้นมาดู มีเส้นเชือกเล็ก ๆ ต่อเชื่อมกับผืนพรมอีกที
พรมขนาดไม่กว้างเท่าไหร่นัก น่าจะใช่สิ่งนี้แหละ มองไปก็ไม่เห็นอะไรอย่างอื่นเลย
ตัวเล็กคลายแถบหนังออก มาคาดใว้ที่เอว ลำบากเล็กน้อย หนังมันแข็งกรอบ บิดเป็เกลียวแข็งกระด้าง
แถบหนังมีตัวล็อกสำหรับยึดยังใช้การได้อยู่ เพียงแค่เสียบปลายด้านหนึ่งลงไปในอีกด้านหนึ่ง
แล้วพยายามรูดแถบหนังแข็งให้กระชับตัวเล็กก็พร้อมสำหรับทดลองบิน
พรมเคลื่อนที่พาเธอออกจากจุดนั้นไปช้า ๆ ตัวเล็กเองยังไม่รู้ว่าจะบังคับสิ่งนี้ตามใจนึกได้อย่างไร
แต่ด้วยใจที่สั่นไหวตื่นเต้น การเผลอเอนตัวขณะที่อารมณ์แกว่ง ได้เปิดประตูแห่งการเรียนรู้ที่จะบังคับยานบินผืนนี้ให้กับตัวเล็ก
เมื่อตัวเริ่มเอน พรมก็เลี้ยวตาม เด็กหญิงพอที่จะจับจุด ทำให้มันไปทางซ้ายและขวาได้
เธอปล่อยให้มันเคลื่อนตัวไปเองช้า ๆ ตามทางเส้นสีส้มที่ทอดยาวไปบนสนาม ใช้เวลาไม่นานก็เลี้ยวเป็
เธอจ้องมองไปบนฟ้า ที่ยานบินต่างก็แสดงลีลาผาดโผน ในใจเด็กอยากทำได้อย่างนั้นบ้าง
'ค่อย ๆ บังคับไปก็แล้วกัน มันไม่เห็นจะยากเลย ไม่แน่ว่าการบังคับอาจจะใช้วิธีโน้มตัว ซึ่งต้องใช่แน่ ๆ หากโน้มไปด้านหน้าพรมบินผืนนี้อาจเร็วขึ้นอีกนิดก็ได้ '
คิดดังนั้น ตัวเล็กตัดสินใจลองเทน้ำหนักตัวลงไปไว้บริเวณหัวเข่า ใช้ท่อนขาและตาตุ่มยึดเป็หลัก ก่อนจะโน้มลำตัวท่อนบนไปทางด้านหน้า
วูบ! ...ตัวเล็กถึงกับถลำตัวหัวคะมำ เหตุว่าพรมเ้ากรรมแทนที่จะเร่งลอยไปข้างหน้ากลับกดลงไถลไปกับพื้นถนนเสียงดังคราก!
ปกติมันก็ลอยเรี่ยพื้นอยู่แล้ว ทำให้เข่าของตัวเล็กที่กดลงบนพรมจมไถลััได้ถึงแผ่นกระเบื้อง
ตัวเล็กใช้สองมือยันผืนพรมไว้ทันที รีบเอนตัวไปด้านหลัง คราวนี้มันหงายหน้าขึ้นสูง ทำให้ร่างของตัวเล็กต้องหงาย
หากสองแขนค้ำไว้ไม่ทันอาจจะลงไปนอนหงายเท้าชี้ฟ้าก็เป็ได้
“ไอ้___! ใหมด” ตัวเล็กอุทานเป็คำสบถ ก่อนจะค่อย ๆ ทรงตัวให้ตั้งตรง ผืนพรมถึงจะกลับมาทรงระดับเอาไว้ได้
สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วดั่งใจ กลายเป็ใจของตัวเล็กเองนั่นแหละ ที่มันพยายามจะหลุดออกมาจากอกให้ได้
หากบินสูง ๆ แล้วเกอดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ไม่แน่มันว่าอาจจะหลุดออกมาจริง ๆ ทว่า
แค่นี้มีหรือที่เด็กผู้หญิงจากดาวโลกจะคร้ามกลัว ที่สั่นไปทั้งตัวเพราะสั่นสู้ต่างหาก
หลังจากพรมบินกลับมาทรงอยู่ในระดับปกติ ตัวเล็กมีโอกาศถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
มันช่วยคลายความวิตกเมื่อครู่ลงไปได้ และทำให้ตัวเล็กพร้อมที่จะทดลองบินต่อไปอีกครั้ง
คราวนี้ตัวเล็กลองสังเกตดูรอบข้าง ว่าเขาขับกันยังไง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้ตัวเล็กกลัวหรือ้าล้มเลิก
กลับทวีความจริงจังและพยายามค้นหาทางที่จะทำได้มากขึ้นไปอีก
นอกจากคนที่บินฉะวัดเฉวียนบนฟ้า ก็ยังพอมีคนที่บินด้วยความใจเย็น ให้ตัวเล็กได้สังเกตเห็นอยู่บ้าง
จุดแรกคือสายยึดโยงของเขามีสองสาย ตัวเล็กลองมองที่ของตัวเองบ้าง
ด้วยความสงสัย ว่าทำไมของเธอมีเพียงเส้นเดียว ยึดโยงระหว่างผืนพรมกับเข็มขัด
พยายามสังเกตให้ครบถ้วนก็ได้เห็น บนสายคาดที่เรียกว่าเข็มขัดนิรภัย แป้นวงกลมหนาไม่เกินสองเิเ กว้างนิ้วครึ่ง ที่ตัวเล็กไม่ได้ใส่ใจคิดว่ามันเป็แค่หัวเข็มขัดนั้น
มันมีส่วนที่เป็วงกลมตรงกลาง และตรงขอบ ตรงกลางสีแดงใสคล้ายกระจก ตรงขอบสีเงินมีขีดนูนเส้นเล็ก ๆ ถี่กระชั้นเรียงกันจรดรอบวง มีความเป็ไปได้ว่าขอบจะหมุนได้
บนสายคาด ด้านตรงข้ามกับจุดเชื่อมสายยึดโยง ตะขอก้ามปูเล็ก ๆ โผล่ออกมา ตัวเล็กลองดึงมันออกดู รู้สึกว่าเชือกอีกด้านของเข็มขัดเริ่มตึง
ตัวเล็กจึงกระชากมันแรงขึ้น สายเชือกเส้นเล็กอีกฝั่ง พลันสั้นลง
พร้อมกับส่งเสียง พรืด!
จากเส้นเชือกเสียดสีผ่านภายในสายคาดหนัง ที่เป็ตัวเข็มขัด
สายยึดสองฝั่งคือเชือกเส้นเดียวกันตัวเล็กััได้
เมื่อมันมีก้ามปู แสดงว่ามันต้องใช้เกี่ยวกับอะไรบางอย่างแน่ ตัวเล็กก้มหน้าลงส่งสายตาตรวจสอบไปบนพรม
มองเห็นห่วงเล็ก ๆ สีสแตนเลสโผล่ออกมาครึ่งวง มันถูกกลบด้วยขุยสั้นปุย ของผ้าใบจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว
ตัวเล็กควานมือลูบผ้าใบจนััห่วงนั้นได้ จากนั้นใช้ปลายนิ้วเล็ก ๆ ยึดห่วงนั้นกันหลุด
แล้วหันมาดูอีกฝั่งว่ามันจะมีห่วงตรงกันเหมือนกันไหม ใช่มันเหมือนกัน
ตัวเล็กเอี้ยวตัวกลับมาเกี่ยวตะขอก้ามปูไว้กับห่วงทันที
สายยึดโยงนิรภัยตอนนี้ตัวเล็กก็มีสองเส้นเหมือนกับคนอื่นแล้ว
พลันรู้สึกได้ว่ามีอะไรหมุนอยู่ทางด้านหลัง ใต้สายหนังมีตัวหดเชือกนิรภัยให้ตึงฝังอยู่ สายโยงเริ่มหดตัวด้วยความเร็ว ดึงเข็มขัดพร้อมยึดร่างของตัวเล็กให้แน่นไว้กับพรมผืนเก่า
เริ่มเข้าท่าขึ้นมาแล้ว
ตัวเล็กก้มมองที่หัวเข็มขัดอีกครั้ง จากสายตาที่เห็น ตรงขอบกลมสีเงินที่ตัดกับวงกลมสีแดงชาติของมันน่าจะหมุนได้ ก็แล้วจะทำยังไงถึงจะรู้ถ้าไม่ลองััดู
จะด้วยแรงมากไป หรือเพราะความไม่แน่ใจ ตัวเล็กเอื้อมมือไปหมุนพรืดเดียวจนสุด โดยไม่ได้ดูรอบ ๆ เลยว่า ขณะที่ตัวเล็กมัวสาละวนจัดการกับเชือกยึด และหัวเข็มขัดนั้น ร่างของตัวเล็กโน้มตัวไปทางด้านหลัง
ทำให้พรมบินเหินหน้าขึ้นช้า ๆ กระทั่งตอนนี้เป็มุมสี่สิบห้าองศาในแนวตั้ง
ทันใดนั้นเอง มันก็พุ่งออกจากที่ด้วยความเร็วสูดสุด มือทั้งสองของตัวเล็กหลุดออกจากหัวเข็มขัดลงไปยันพื้นทางด้านหลังด้วยลมแรงเข้าปะทะตัวให้ผงะหงาย
ผมเผ้ากระจายลู่ไปทางด้านหลัง พรมทะยานไปข้างหน้าอย่างเร็วพร้อมกับเสียงกรี๊ดของเด็กหญิง ที่ดังลั่นแทนเสียงไซเรน
พรมผืนนั้นพุ่งฝ่าฝูงบินผาดโผน ต่างก็ต้องเลี้ยวหักหลบกันจ้าหละหวั่น แหวกเป็ช่องชั้นขึ้นสู่ท้องฟ้าไกล...
...นานเท่าใดไม่อาจกำหนดกว่าตัวเล็กจะตั้งสติได้ เธอพยายามฝืนแรงปะทะของลมขยับแขนออกยกมือให้พ้นพื้น เพื่อส่งมือให้ถึงจุดหัวเข็มขัด
ฉับพลันนั้นเอง ใจของตัวเล็กก็ต้องสั่นระรัวร่ำประหนึ่งกลองศึกขณะโรมรัน
ร่างของเด็กผู้หญิงดันเอี้ยวตัวไปทางด้านขวา ทำให้พรมบินเลี้ยวตามไปด้วย และพลิกกลับหมุนคว้างกลางอากาศราวกับเกลียวของพายุ
เสียงลมดัง วูบ! ๆ แล่นเข้าปะทะหู กลบทุกเสียงรอบด้านยกเว้นเสียงกรีดร้องของตัวเอง
ตัวเล็กไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ที่ไหนตะวันออกตะวันตก ไม่รู้ด้านให้เป็บนเป็ล่าง รู้แต่เพียงว่าพรมบินลำนั้นทำท่าจะตกตามแรงดึงดูดของโลกให้ได้
รู้ตัวอีกทีตัวเล็กก็นอนคว่ำหน้ากางแขนขางบนพรมตัวสั่นสะท้านทั่วร่าง ขนทุกเส้นตั้งชัน ั์ตาเบิกโพลง สีหน้าซีดเผือด หายใจหอบเหมือนกับได้วิ่งรอบสนามสักล้านรอบเลยทีเดียว
พรมบินได้ระดับแล้ว จากการนอนคว่ำหน้ากางแขนขาของตัวเอง เกือบดีแล้วเว้นความเร็วของการบินยังคงที่
นี่ไม่ใช่เวลาจะมากลัวอะไรแล้วยิ่งนานมันก็ยิ่งบินไปไกล ตัวเล็กพยายามประคองสมดุลของสองฝั่งซ้ายขวา
เอื้อมมือมาจะััคันเร่งตรงหัวเข็มขัดให้ได้ ฝืนกระแสลมที่เข้าปะทะ บีบอัดด้วยความเร็วรู้สึกว่าร่างแน่นตึง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบูดเบี้ยว
แกรก! ๆ ตัวเล็กหมุนมันได้สำเร็จ พรมลดความเร็วลงพรวดราวกับปะทะเข้ากับกำแพงใหญ่
ร่างของตัวเล็กที่นอนราบอยู่ถึงกับไถลไปด้านหน้า หากไม่มีเข็มขัดและสายยึดไว้หละก็คงพุ่งเลยออกไปอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ความสมดุลของพรมบินเกิดวิปริต มันกดหน้าพุ่งตัวลงเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว มองเห็นสิ่งที่ทำให้ั์ตาต้องเบิกโพลงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ยอดไม้ไร้ใบแข่งกันแผ่กิ่งก้านสาขาชูขึ้นฟ้าสลอน มันจะไม่น่ากลัวเลย หากต้นไม้เ่าั้มีใบเขียวชอุ่มรองรับ
แต่นี่มีแต่กิ่งก้านแหลมเฟี้ยวยาวเฟื้อยชนิดที่ว่าหากนกบินมาเกาะดีไม่ดีพลาดท้องทะลุไส้ทะลักออกได้ง่าย ๆ
ตัวเล็กพอจะรู้การควบคุมอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าสติมากจากไหนหรือเป็ไปด้วยสัญชาตญาณของความรักตัวกลัวตาย
เธอยันตัวขึ้นในท่าคลาน รีบขยับร่างกายที่เป็ศูนย์ถ่วงสมดุลไปทางด้านหลัง
พรมบินกลับเชิดหน้าขึ้นอีกครั้งพาผู้ขับขี่พ้นปลายหอกมฤตยู
กราก! ๆ เสียงยอดไม้ถากใต้พรมดั่งระรัวลั่น พร้อมกับกิ่งไม่เล็ก ๆ หักร่วงกราว
ตัวเล็กไม่ได้สนใจอะไรเ่าั้ พยายามประครองระดับการบินให้คงที่ให้ได้ก็แทบแย่
เสี้ยวนาทีนั้นเธอหันซ้าย หันขวาดูระยะ หางตาก็สะดุดกับอะไรบางสิ่ง
ควัน...จากการลุกไหม้อะไรบางอย่าง ส่วนท้ายด้านขวาของพรมบิน ลอยฟุ้งเป็ทางยาวออกไปเื้ั
ครู่เดียวปลายด้านนั้น โบกสะบัดราวกับว่ามันกลายเป็ผืนผ้าเปล่า ถูกกระทบด้วยลมแรง
พรมไร้แรงร่อนลง ขณะเดียวกัน มันสั่นระรัวแกว่งไปมาในอากาศ เหมือนแผ่นกระดาษปลิวลงพื้น ไร้การควบคุม
เฟี้ยว! เสียงลมพัดผ่านใบหู ขณะที่ตัวเล็กลอยอยู่ในอากาศกว้าง...
'ค่อย ๆ บังคับมันสิวะ อย่าพึ่งรีบ' เสียงตัวเองดังก้องอยู่ในมโนสำนึก
เพียงแต่ว่าตอนนี้ ร่างกายของตัวเล็ก เหมือนกับนั่งอยู่บนเครื่องซักผ้าที่กำลังทำงานใกล้จะเสร็จ
มันแกว่งไปมา สั่นกระตุกอย่างแรง ตัวเล็กไม่สามารถควบคุมเ้าเครื่องที่กำลังจะพาตัวเองกระแทกพื้นนี้ได้เลย...
ทำได้แค่คอยประคองความสมดุลของมันไม่ให้พลิกกลับ ปล่อยให้มันร่อนลงไป เท่านั้น
©Witchmedal