ในตอนนี้เสี่ยวชวนฝึกเพลงกระบี่ฟ้าครามเก้าเงาได้ชำนาญ 7-8 ส่วนแล้ว ขาดอีกนิดเดียว เขาจะสมบูรณ์แบบแล้ว
ซ่งเทียนอวิ๋นสั่งให้เสี่ยวชวนกับเพ่ยเหยาลองประมือกันโดยให้ทั้งสองฝ่ายเอาจริง!
เสี่ยวชวนคิดไว้แล้วว่าจะสู้กับเพ่ยเหยาอย่างยุติธรรม เขาจะสู้กับเพ่ยเหยาเต็มกำลัง ไม่ใช้พลังกลืนิญญา ไม่ใช้โลกมายา ใช้เพียงเพลงกระบี่ฟ้าครามเก้าเงาและวิชาก้าวไร้เงาของเฒ่ากระดูกทมิฬ
ทั้งสามยืนอยู่บนยอดเขาบริเวณที่พักส่วนตัวของซ่งเทียนอวิ๋น
“คริๆ ท่านฝึกทั้งวันทั้งคืนยังกับคนบ้าเลยพี่เสี่ยวชวน รอบก่อนท่านพ่ายแพ้ข้าในการประลองจัดอันดับ ท่านได้ที่เจ็ด ข้าได้ที่สี่ คราวนี้คงไม่เปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก คริๆๆๆ” เพ่ยเหยากล่าวหัวเราะร่าเริงอย่างสดใส
“ฮ่าๆๆ เสี่ยวเหยา เ้าอย่าลืมสิ ว่าตอนนั้นข้ายังไม่ได้เรียนรู้เคล็ดลมปราณฟ้าครามและวิชากระบี่เก้าเงา หากประมือกันในตอนนี้ผลลัพธ์ย่อมแตกต่าง แม้เ้าจะระดับพลังเหนือกว่าข้าหนึ่งขั้นย่อย แต่ถ้าประมาทข้า รับรองก้นเ้าแดงแน่ ฮ่าๆๆ” เสี่ยวชวนหัวเราะ
“คนลกมก!! ท่านจะตีก้นข้า!!” เพ่ยเหยากล่าวอย่างแง่งอน
“ท่านอาจารย์ดูสิ พี่เสี่ยวชวนจะตีก้นข้า ท่านต้องช่วยข้านะ!!”
“เฮ้อ… พวกเ้าฝึกด้วยกันทำภารกิจด้วยกันจนสนิทกันปานนี้แล้วยังเล่นกันเป็เด็กๆไปได้ ฝึกด้วยกันมาหนึ่งเดือนสองเดือนแล้ว พวกเ้าสนิทกันยังกับพี่น้อง เื่ทะเลาะกันของพวกเ้าก็จัดการกันเองเถอะ อย่ามัวแต่พูดมากความเริ่มการประลองกันได้แล้ว!” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวอย่างทอดถอนหายใจ
เสี่ยวชวนจับจ้องไปยังเพ่ยเหยา เขาโคจรเคล็ดลมปราณฟ้าครามในร่างทันที ลมปราณไหลเร็วและเบาอย่างต่อเนื่องในร่างกายของเสี่ยวชวน ซึ่งเพ่ยเหยาเองก็ทำเช่นเดียวกัน
เสี่ยวชวนเดินช้าๆไปทางด้านซ้ายเพื่อดูเชิงเพ่ยเหยาว่านางจะทำอย่างไร?
เพ่ยเหยามีนิสัยซื่อตรงใจร้อนเล็กน้อยนางใช้วิชาท่าร่างเข้ามาพร้อมเปิดเงาแรกเฉือนลมใส่เสี่ยวชวนทันที ด้วยระดับพลังที่เหนือกว่าของนางทำให้กระบวนท่านี้รวดเร็วนัก!
เสี่ยวชวนสงบจิตใจใช้ก้าวไร้เงาหลบอย่างว่องไว จากนั้นจึงสวนด้วยเงาแรกเฉือนลมไปเช่นกัน เขาใช้ไปถึงสองดาบ หนึ่งเปิดจังหวะ สองปิดจังหวะหนี
เพ่ยเหยาไม่ลนลาน นางใช้กระบี่ปัดป้องกระบวนท่าของเสี่ยวชวนได้หมด
จากนั้นจึงสวนด้วยเงาสองปาดิญญาฟันต่ำเล็งไปที่เอ็น!
เสี่ยวชวนใช้ก้าวไร้เงาหลบฉากออกมาอย่างว่องไวจนเพ่ยเหยามองตามไม่ทัน
จากนั้นเสี่ยวชวนจึงใช้เงาที่ห้าคมซ้อนคมฟันหลอกเพ่ยเหยาไปหนึ่งจังหวะ เพ่ยเหยาเตรียมตั้งรับ แต่นางตั้งรับฟรีเพราะเสี่ยวชวนแค่ฟันหลอกๆ กระบวนท่าจริงนั้นตามมาที่หลัง เป็หนึ่งดาบที่รวดเร็วและนิ่งคม
เพ่ยเหยาใจหายวาบ นางขวางกระบี่ขึ้นมาต้านรับอย่างทันท่วงที
“เคร๊ง!!”
จากนั้นเพ่ยเหยาจึงพุ่งเข้าหาเสี่ยวชวนด้วยความว่องไวพร้อมใช้เงาที่หกตัดชีพจร นางเล็งไปที่คอของเสี่ยวชวน
กระบี่ฟันเข้ามา เสี่ยวชวนจับจ้องกระบี่ของเพ่ยเหยาที่ฟันเข้ามาอย่างไม่คลาดสายตาจากนั้นจึงใช้เพลงกระบี่ฟ้าครามเก้าเงาเงาที่แปด สะท้อนฟ้า สะท้อนพลังของเพ่ยเหยากลับไป
เพ่ยเหยาโดนพลังของตัวเองย้อนทำร้าย ถอยไปหลายก้าวเืลมปั่นป่วนเล็กน้อย
เสี่ยวชวนไม่รอช้า นี่เป็จังหวะที่ดี เขาใช้เงาที่เก้าดับเงาทันที กระบวนท่านี้มีไว้ใช้ยามที่อ่านศัตรูขาดทั้งหมดแล้ว
เพลงดาบของเสี่ยวชวนเงาที่เก้าดับเงานี้พุ่งอย่างว่องไว
“ฉึบบบบบบ!!!”
เสียงกระบี่แหวกฝ่าอากาศอย่างแหลมคม!
สุดท้าย ดาบของเสี่ยวชวนไปจ่ออยู่ที่คอหอยของเพ่ยเหยา
เพ่ยเหยามีสีหน้าตกตะลึงและใจหายวาบ
“พี่เสี่ยวชวนท่าน….” เพ่ยเหยาตกตะลึงอย่างแท้จริง หากเสี่ยวชวนไม่หยุดดาบ หัวของนางคงหายไปจากร่างแล้ว นางเหงื่อแตกไหลซึมเต็มใบหน้า
ซ่งเทียนอวิ๋นที่ยืนดูอยู่พยักหน้าอย่างพอใจ เสี่ยวชวนนั้นแรกๆดูเหมือนธรรมดา แต่ในสายตาของซ่งเทียนอวิ๋น เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา เขานิ่ง ใจเย็น สุขุม เยือกเย็น ต่อสู้โดยใช้สมองไม่บ้าพลัง ความแม่นยำและการตัดสินใจเฉียบขาด แม้ระดับพลังน้อยกว่าเพ่ยเหยาหนึ่งขั้นยังบีบบังคับให้นางพ่ายแพ้ได้! นี่เป็เหตุผลที่เขารับเสี่ยวชวนเป็ศิษย์ส่วนตัว
เขาเสียดายที่ไม่ยอมเชื่อในสายตาของอาจารย์เหอั้แ่แรก ไม่อย่างนั้นเสี่ยวชวนคงจะเก่งกล้ากว่านี้และไม่ติดเพียงอันดับ 7 ในสิบยอดฝีมือของสำนักกระบี่ฟ้าครามแน่!
ศิษย์เขาสองคน คนแรกเพ่ยเหยาที่ได้สี่ คนที่สองเสี่ยวชวนได้ที่เจ็ด นี่นับว่าไม่เลวแล้ว ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของสำนักทั้งสองคน ซ่งเทียนอวิ๋นพอใจมาก
“พี่เสี่ยวชวน… ข้าสู้ท่านไม่ได้แล้วอ่ะ ท่านพัฒนาไวเกินไปแล้ว” เพ่ยเหยากล่าวขึ้น
“อัจฉริยะเช่นเ้าย่อมเหนือกว่าข้าในอนาคตแน่นอน อย่าลืมสิว่าเ้าอายุน้อยกว่าข้าตั้งสองปี ข้าได้เปรียบเ้าในด้านประสบการณ์อยู่เยอะ” เสี่ยวชวนกล่าว
“แต่ท่านพัฒนาไวเกินไปจริงๆ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ท่านยังรับมือแม้แต่อันธพาลข้างถนนได้อย่างยากลำบาก ผ่านมาแปบเดียวท่านมาถึงระดับที่ทั้งเมืองต้องสั่นะเืได้แล้วเนี่ย” เพ่ยเหยากล่าวตามที่ใจคิด
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ขนาดนั้นหรอกเสี่ยวเหยา เ้าเองก็ตัวตึงระดับเมืองเช่นกัน”
ซ่งเทียนอวิ๋นค่อยๆเดินเข้ามาหาเสี่ยวชวน
“จากนี้ไป เ้ามีสิทธิ์ไปยืนบนเวทีเทียนหลิงแล้ว” จากนั้นจึงส่งป้ายเข้าร่วมการแข่งขันให้
‘หึๆ ในที่สุดข้าก็จะได้ออกไปแสดงฝีมือข้างนอกสำนักหากข้าทำผลงานได้ดี หลินเยว่จะต้องอยู่อย่างสุขสบายแน่ ข้าจะหาบ้านหลังใหม่ หลังใหญ่ๆให้นางสักหลัง หาสาวรับใช้ให้สัก 2-3 คน ให้นางได้อยู่แบบสบาย…’ เสี่ยวชวนคิด
หลังจากฝึกเสร็จในวันนี้แล้ว เสี่ยวชวนก็กำลังจะกลับบ้านไปหาหลินเยว่ เขารู้สึกคิดถึงน้องสาวแล้ว อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนแล้วที่จะถึงการประลองห้าสำนักใหญ่ เขาจะต้องหมั่นลับคมเขี้ยวให้แหลมคม!
หลังกลับมาจากถึงบ้าน เสี่ยวชวนก็เห็นหลินเยว่เตรียมกับข้าวไว้ 3-4 อย่างเช่นเดิม
“กลับมาแล้วหรอพี่ชวน…”
“อื้มข้ากลับมาแล้ว บางวันก็ไม่ได้กลับมา เ้าเตรียมอาหารรอข้าเช่นนี้ทุกวันใช่สิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่?”
“ไม่เห็นเป็ไรเลยวันไหนท่านไม่กลับมาข้าก็แค่กินเองคริๆ” หลินเยว่กล่าวยิ้มๆ
“เ้าเป็สาวเป็แซ่ กินเยอะระวังจะอ้วนเป็หมูแล้วไม่มีคุณชายจากบ้านเศรษฐีมาขอนะ หึๆ” เสี่ยวชวนกล่าวแซว
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะอยู่กับพี่ ข้าจะไม่แต่งงานกับผู้ใดทั้งนั้น!” หลินเยว่กล่าวอย่างหัวรั้น
“เฮ้อออ เ้าติดข้าขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย ข้าคิดถูกหรือไม่เนี่ยที่เก็บเ้ามาเลี้ยงเนี่ย ฮ่าๆๆ” เสี่ยวชวนหัวเราะ
“ไม่ต้องเลยความผิดท่านนั่นแหละ”
“อีกหนึ่งเดือนจะมีการประลองห้าสำนักใหญ่ ถึงตอนนั้น…. เ้าไปให้กำลังใจข้าด้วยแล้วกัน ข้าถูกเลือกให้ลงประลองด้วย ข้าจะสร้างชื่อเสียงให้ตนเองให้สำนัก และหลังจากนั้นพวกเราจะรวย ข้าจะซื้อบ้านหลังใหม่ให้เ้า หาหญิงรับใช้ให้สัก 2-3 คน” เสี่ยวชวนกล่าว
“ไม่ต้องหรอกพี่ชวน พี่ไม่ต้องพยายามเอาชนะอะไรขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่อยากเห็นท่านาเ็นะ” หลินเยว่กล่าวอย่างกังวล
“ไม่ต้องห่วง คนอย่างข้ารู้กำลังของตนเองดี หากสู้ไม่ไหวจริงๆ ข้าจะยอมแพ้ทันที ตกลงไหม?”
“ดีมาก นี่สี่พี่เสี่ยวของที่ข้ารู้จัก ฉลาดและเยือกเย็น ข้ารักพี่ที่สุดในโลก” หลินเยว่กล่าวยิ้มๆ
“หึๆ เอาเถอะ ข้าจะเข้าห้องไปนอนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะต้องออกไปฝึกฝีมือเพื่อเตรียมตัวสำหรับการประลองใหญ่ ครานี้ผู้คนทั้งนครเทียนหลิงคงได้รับชมกันอย่างทั่วถึงแน่แล้ว ข้าจะทำให้ตระกูลหลินเสียชื่อไม่ได้!” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างสงบ เขาลูบหัวหลินเยว่พร้อมเดินเข้าห้องไป
นครเทียนหลิง…
สถานที่รวมอัจฉริยะจากห้าสำนัก และอีกหนึ่งเดือนต่อมา ชื่อของหลินเสี่ยวชวน จะดังกึกก้องไปทั่วทั้งแคว้น!!