"เมื่อวานคุณหนูไปงานซีซีกับท่านแม่ทัพเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" หนิงเอ๋อถามขึ้นมาขณะเตรียมน้ำอุ่นสำหรับอาบให้กับเจียวซิ่ง
"สนุกซิ ข้าตื่นเต้นมากเ้ารู้ไหม ั้แ่ที่ข้าเกิดมานี้เป็ครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเลยนะ"
"ดีนะเ้าคะที่ข้าเข้าใจว่าคุณหนูลืมความทรงจำ ครั้งก่อน ข้าจึงไม่แปลกใจที่คุณหนูจะกล่าวออกมาเช่นนั้น" หนิงเอ๋อกล่าว
"อ้อ เอ่อ ใช่ แล้วตอนก่อนหน้านี้ ที่ความทรงจำของข้ายังดีอยู่ ข้าทำอะไรไว้บ้าง เ้านะช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ เผื่อว่าข้าจะจำความได้บ้าง" ปิงปิงกล่าวขึ้น ความหมายของนางคืออยากรู้เพียงแค่ว่าร่างนี้ได้ทำอะไรไว้บ้าง ก็เท่านั้น เพราะนางแค่้ารู้ความเป็ไปของแม่นางเจียวซิ่งเท่านั้น
"จริงๆ แล้วคุณหนูนะไม่เคยชอบไปงานเทศกาลซีซี เสียด้วยซ้ำ ข้านะเคยชวนคุณหนูตั้งหลายครั้งหลายครา แต่คุณหนูก็มักจะบอกปฏิเสธเสมอว่าไม่ชอบที่มีคนเยอะๆ"
"อย่างนั้นหรือ" เจียวซิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ
"แล้วก็อีกเื่หนึ่ง ที่ห้องครัวนั้นถ้าหากเป็เช่นเมื่อก่อน คุณหนูจะไม่ยอมให้หัวหน้าห้องครัว นั้นยืนกราน กล่าวว่าคุณหนูได้เป็แน่เ้าคะ"หนิงเอ๋อกล่าว
"เ้าไม่ชอบหรือ การไม่ต่อล้อต่อเถียงเยี่ยงนั้น ข้าว่ามันดีออก หากจะต้องโต้เถียงกันไปมาไม่รู้จักจบสิ้น ก็มีแต่ปัญหาเปล่า สู้ยอมความให้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้าจะดีกว่า และอีกอย่างข้ากับเ้าก็ไม่ใช่คนที่นี่ ในเมื่อพวกเราต้องมาอาศัยจวนของผู้อื่นอยู่ ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่าย หากจะสร้างศัตรูั้แ่เริ่มต้นมันคงไม่ดีแน่"
"คุณหนูเป็ผู้ที่ฉลาดปราดเปรื่อง ข้าน้อยคิดน้อยไป ต้องขออภัยเ้าค่ะ"
"ไม่ต้องคิดมาก เื่แค่นี้ เอ่อ หนิงเอ๋อ ท่านพ่อให้ข้ามาคอยปรนนิบัติรับใช้ แม่ทัพเฉิน แต่ดูเหมือนข้าจะยังไม่ได้ทำหน้าที่นั้น เ้าว่าข้าควรจะทำอย่างไรดี ต่อไปถ้าข้าต้องเป็ฮูหยินของท่านแม่ทัพ วันๆ เขามีหน้าที่อะไรบ้าง เพราะข้าก็ไม่รู้วิธีปรนนิบัติที่คนที่นี่เขาทำกัน ว่าควรจะเป็เยี่ยงไร ถ้าหากมี google หรือโทรศัพท์มือถือสักเครื่องก็คงจะดี แต่ถึงจะมี ถ้าหากไร้สัญญาณอินเทอร์เน็ตมันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี" เจียวซิ่งกล่าวและหันหน้าไปทางหนิงเอ๋อ ที่มองมายังเธอตาค้างด้วยอาการใในคำกล่าวของเจียวซิ่ง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ายังไม่ชินอีกหรือ อยากจะถามอะไรข้า ก็ถามข้ามาเถอะ" เจียวซิ่งหลุดขำออกมาทันทีเมื่อมองไปยังใบหน้าของหนิงเอ๋อที่แสดงสีหน้าใ
"ข้าน้อยไม่เข้าใจสองคำพูดที่คุณหนูกล่าวออกมามันหมายความว่าเยี่ยงไรกันหรือเ้าค่ะ"
"google ก็คือ มันเป็สิ่งหนึ่งในโลกหนึ่งแห่งหนึ่งที่ไกลโพ้น ถ้าข้า้าอยากรู้อะไรเพียงแค่ข้าพิมพ์เอะ หมายถึงเขียนเข้าไปก็จะขึ้นมาตามสิ่งที่ข้าอยากรู้คล้ายกับหอสมุดอย่างไรเล่า" เจียวซิ่งกล่าว หนิงเอ๋อพยักหน้าทันทีทำความเข้าใจแบบ งงๆ
"มีของพวกนี้ด้วยหรือเ้าคะ น่าประหลาดใจยิ่งนัก" หนิงเอ๋อ ถึงเธอจะไม่อยากเชื่อสิ่งที่คุณหนูกล่าวสักเท่าไหร่ก็ตาม
"ส่วน โทรศัพท์มือถือก็คือ คล้ายๆ กับการส่งสารด้วยม้าเร็วเพื่อไปยังอีกแห่งหนึ่งให้กับผู้รับอย่างไรเล่าแต่ว่าสิ่งนั้นจะรวดเร็วกว่าเท้าของม้านะ ถ้าข้าจะบอกเ้าว่าข้าฝันว่าข้าไปยังอีกโลกหนึ่งที่เ้าไม่รู้จักตอนที่ข้าหลับเ้าจะเชื่อข้าหรือไม่" เจียวซิ่งถามขึ้น เพราะไม่อยากให้หนิงเอ๋อมองเธอประหลาดมากไปกว่านั้น เธอจึงอ้างว่าเป็ความฝันจะดีกว่า
"มันก็แค่ความฝัน หนิงเอ๋อเข้าใจเ้าค่ะ เมื่อครู่คุณหนูถามข้าเื่ วิธีปรนนิบัติรับใช่ท่านแม่ทัพ นั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกันแต่หลักๆ แล้วเื่ในจวนทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่คำสั่งของฮูหยินทั้งหมดที่จะควบคุม สั่งการบ่าวไพ่ จัดการเื่อาหารการกินให้ท่านแม่ทัพ รวมทั้งการเงินและกิจการต่างๆ ของจวนเ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกล่าว
"อ้ออย่างนี้นี่เองถ้าเช่นนั้นไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน หน้าที่หลักก็เหมือนกันหมดซินะ แต่ข้ายังไม่ได้เป็ฮูหยินในเวลานี้ ข้าจะต้องทำหน้าที่อะไรที่จะทำให้ท่านแม่ทัพประทับใจในตัวข้าได้บ้าง หนิงเอ๋อ" (ความหมายของนาง คือเธอเป็คนในยุคปัจจุบันพึ่งพาตัวเอง ไม่เคยมีแฟน หรือต้องทำให้ใครเธอจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร)
"ถ้าเช่นนั้นคุณหนูก็เริ่มต้นเพียงง่ายๆ ก่อนเ้าค่ะ"
"อย่างไรรึ ที่เ้าว่าง่าย"
"คุณหนู ต้องทำความคุ้นชินกับท่านแม่ทัพ โดยการนำน้ำชา นำไปให้ท่านแม่ทัพและใคร่ถามความชอบของท่านแม่ทัพเ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกล่าว
"อืมความคิดดีนี่ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ข้าจะไปแต่งตัวแล้ว และไปนำน้ำชาไปให้ท่านแม่ทัพ"
ขณะที่อี้เฉินกำลัง ลงลายอักษรอยู่บนกระดาษไช่หลุน อยู่นั้น
"คารวะท่านแม่ทัพ ข้าน้อยได้ข่าวความคืบหน้าที่สำคัญ เื่ผ้าแพรที่ได้ไปสืบหา เพื่อมารายงานท่านแม่ทัพขอรับ"
อี้เฉินวางพู่กันลงบนแท่งหมึกฝน เงยหน้ามองไปยัง สืออีเหนียง องครักษ์คนสนิทตรงหน้า ก่อนที่จะขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
"ว่ามา..สืออีเหนียง"
"เรียนท่านแม่ทัพ เดิมทีผ้าแพรที่ถูกส่งมาจาก เมืองเทียนสุ่ย นำไปยังพระราชวังที่มีทั้งหมด 20 ชิ้น แต่กลับได้รับเพียง 15 ชิ้นขาดหายไป 5 ชิ้น ทางฝังเราได้ทำการตรวจสอบถามกลับไป ได้ความว่า ทางฝั่งเมืองเทียนสุ่ย พ่อค้าที่ขายผ้าแพรให้กับเรา ยืนยันกลับมาว่าส่งมาครบไม่ได้ขาดตกหล่นแต่อย่างไรขอรับ และท่านเสนาเยว่ซิ่งได้ทำการตรวจสอบสินค้าก่อนเข้าถวายทูลฝ่าา ก็ยังคงยืนยันมีเพียงแค่ 15 ชิ้นขอรับ"
"เ้าบอกข้าว่า พ่อค้าผ้าแพรที่เมืองเทียนสุ่ยยืนยันแน่ชัดมีทั้งหมดครบ 20 ชิ้นอย่างนั้นรึ แล้วเหตุใดอีก 5 ชิ้นไยถึงได้หายไปเล่า การตรวจสอบก่อนที่จะได้รับสินค้า ก็แสดงว่าไม่ได้ตรวจสอบก่อนที่จะมาที่นี่หรอกรึ ถ้าหากมีการตรวจสอบต่อหน้าพ่อค้า มีหรือจะเกิดการผิดพลาดถึงเพียงนั้น"
“จากสายที่รายงานมา คนที่เดินทางไปรับซื้อผ้าแพรในครั้งนี้ คือท่านเสนาห่านซวน ขอรับ”
"ท่านเสนาห่านซวนหรือ เหตุใดจึงต้องเป็คนไปรับซื้อผ้าแพรเองกับมือกันล่ะ อีกอย่างเื่ความรับผิดชอบซื้อขายก็ไม่ใช่หน้าที่ของท่านเสนาห่านซวนแต่อย่างไร แต่จะว่าไปแล้วถึงจะเป็คนไปรับซื้อเองมันก็ไม่แปลก เพราะอย่างไรเสีย ท่านเสนาห่านซวนก็เป็คนสนิทของ กุ้ยเฟย"
"ท่านอ๋อง!" อี้เฉินหันไปมองหน้ากุนซือ แล้วหันกลับมาที่ สืออีเหนียง
"เ้าออกไปก่อน"
"ขอรับท่านแม่ทัพ"สืออีเหนียงโค้งคำนับก่อนถอยตัวออกไป
"ท่านอ๋อง ข้าคิดว่า ยิ่งถ้าหากท่านเสนาห่านซวน เป็คนไปรับซื้อผ้าแพรด้วยตัวเองนั้นยิ่งเป็คำสั่ง ของกุ้ยเฟย ย่อมสำคัญเสมอ การตรวจสอบสินค้าควรจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดั้แ่ที่นั่น ก็จะรู้อยู่แล้วว่าครบหรือขาดหายไป แต่ไยละเลยที่จะใส่ใจ จนมาถึงยังพระคลังได้เล่าท่าน ข้าว่ามันแปลกๆ อยู่น่าท่านอ๋อง"
"หมายความว่าอย่างไรกัน ท่านกุนซือ"
"ความหมายของข้าคือ เมืองเทียนสุ่ยเป็เมืองการค้าหลักที่อยู่ติดกับทะเลสาบ ต้าเหยียน และชายแดนจิ่วเฟิ่น ท่านคิดดูแถบชายแดนจิ้วเฟิ่น ก่อนหน้าครั้งที่ท่านอ๋อง เคยยกทัพไปประจำการที่หัวเมืองเทียนสุ่ยแต่ในครานั้นเหล่าทหารของเรากลับถูกโจมตีอย่างไม่ทันได้ระวัง ถึงจะชนะศึกในครั้งนั้นแต่ก็ใช่เราจะไม่เสียทหารไป ไม่ใช่น้อยนะขอรับ"
"ท่านกุนซือหมายถึงเราอาจมีไส้ศึกที่นั่นอย่างนั้นรึ"
"ข้าคิดเช่นนั้นขอรับ ยิ่งถ้าท่าน เสนาห่านซวนเป็คนไปซื้อผ้าแพรด้วยตัวเอง แล้วเหตุใดจึงปล่อยให้ผ่านมาโดยไม่ตรวจสอบกันเล่า ข้าคิดว่าท่านเสนาห่านซวนจงใจจะใส่ร้ายป้ายสีท่านเสนาเยว่ซิ่งมากกว่าขอรับ"
"ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นกัน" เธอจึงขยับตัวแอบฟังข้างประตูของจวนทันที
"เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น พวกเขาทั้งสองมิได้โกรธเคืองหรือเกลียดกันแต่อย่างไร ถ้าจะทำเช่นนั้นจริง ท่านเสนาเยว่ซิ่งจะไม่เอะใจเลยรึ" อี้เฉินกล่าว
"ด้วยความไว้ใจ คนใกล้ตัวน่ากลัว กว่าใจของมนุษย์ยิ่ง เหมือนสายธารที่ไหลเชี่ยว มีลดเลี้ยว ตามซอก แห่งเขา จึงยากแท้ที่จะหยั่งถึงก้นบึ้งของหัวใจ ท่านคิดว่า ความไว้ใจ สามารถทำอะไรได้บ้าง ท่านเสนาเยว่ซิ่งก็คงเป็แค่หมากบนกระดานตัวหนึ่งเท่านั้น" กุนซือเอ่ยขึ้น
"ท่านจะบอกข้าว่ามันคือการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อศัตรูซินะ"
"แต่เราก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแต่อย่างไร จึงปักใจคิดไม่ได้ว่าเป็เช่นนั้นมันเป็เพียงความคาดคะเนเพียงเท่านั้น" กุนซือกล่าว
"ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านกุนซือกล่าว"
"คุณหนูเ้าค่ะ ท่านมายืนอยู่ตรงนี้ไยถึงไม่นำน้ำชาเข้าไปให้ใต้เท้าละเ้าค่ะ"
เพล้ง!
เธอสะดุ้งใ จนถ้วยชาหล่นเมื่อเสียงของหัวหน้าแม่ครัวเอ่ยขึ้นอยู่ด้านหลังของเธอ ทำให้อี้เฉินและกุนซือต้องหยุดชะงักการสนทนาทันทีเขารีบเดินออกมาที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว เธอถอยหลังเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างลนลาน
"แม่นางเจียวซิ่ง เ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่" เขารีบจับดูมือของเธอพลิกไปมาด้วยความเป็ห่วง
"ใต้เท้า ข้าน้อย ต้องขออภัย ข้าน้อยได้นำสำรับอาหารไว้ที่สวนเชียนเวย นานแล้วแต่ไม่เห็นท่านมา ข้าน้อยจึงมาดู กลัวท่านจะทำงานจนลืมเสวยอาหาร และพบเจอคุณหนูเจียวซิ่งมายืนอยู่เหมือนจะเข้าไปแต่ไม่ยอมเข้าไปเ้าค่ะ" หัวหน้าแม่บ้านกล่าว
"ข้าไม่เป็ไรแล้ว ข้าขอโทษท่านที่ทำให้ใ" เจียวซิ่งตอบชักมือออกอย่างรวดเร็ว
"เ้ายกน้ำชามาให้ข้าไยถึงไม่เข้ามาเล่า"
"ข้า...ข้าเพียงเห็นท่านดูทีท่ากำลังยุ่งข้าจึงไม่อยากรบกวนท่าน ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปนำน้ำชามาให้ท่านใหม่ดีกว่า"
"ไม่ต้องแล้ว หากวันหลังเ้าเห็นข้า นั่งอยู่เ้าก็เข้ามาเถิด หากข้าห้ามนั้นหมายความว่า ข้าจะสั่งหัวหน้าแม่บ้านเอง ส่วนน้ำชานี้เ้าไม่ต้องไปเอามาแล้ว ไปร่วมโต๊ะมื้อกลางวันกับข้าเถิด"
"เอะ"
"เื่สำคัญกว่านี้หาได้มีไม่ แม่นางเจียวซิ่นกับท่านอ๋องเชิญพวกท่านตามสบายเถอะขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าขอทูลลาขอรับ" กุนซือกล่าวคำนับแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนจะออกไป
"ไปเถอะข้าจะพาเ้าไปที่สวนเชียนเวย ของข้า"
เจียวซิ่นจึงเดินตามหลังเขาไป เธอรู้สึกตื่นเต้นมือทั้งสองประสานกันเย็นเฉียบราวกับกำน้ำแข็งไว้ทั้งก้อน
สวนเชียนเวย
"เ้านั่งก่อนสิ" เขาโบกมือเชิญให้เธอนั่งลง เธอจึงเดินเข้ามานั่งในศาลาเชียนเวย ขณะสำรวจมองไปรอบๆ สวนนั้น ดอกไม้นานาพันธุ์ช่างดูสวยงามยิ่งนัก
"สวนนี้ชื่อสวนเชียนเวยหรือท่าน ดอกไม้เยอะมากสวยงามจนข้าตาลายไปหมด"
"ถูกต้องแล้ว เ้าชอบหรือไม่? อยากจะเที่ยวเล่นเมื่อไรก็มาได้ ข้าอนุญาต ถ้าเ้าชอบ" เขายิ้มให้เธอ สบตากับเธอจนเธอต้องหลบสายตาของเขา
"อืมม์ ข้าชอบ" เธอตอบกลับ เมื่อสายตาคู่นั้นหันไปสบตากับเขาความรู้สึกถึงแรงดึงดูดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอจึงเบี่ยงหน้าหนี มองไปยังสำรับอาหาร
"อาหารพวกนี้ แม่บ้านที่นี่เป็คนนำมาให้ท่านแม่ทัพเฉินทานทุกวันที่นี่หรือ" เธอถามกลับไปเพื่อจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเขาและได้รู้ว่าเขาชอบทานอะไรบ้าง เธออยากจะเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่เขาทาน แต่หน้าตา ช่างไม่เหมือนอาหารในยุคของเธอเท่าไหร่ แต่ก็มีสวนผสมที่คล้ายคลึงกันอยู่บ้าง
"ใช่ข้าจะทานอาหารที่นี่ทุกวัน แต่ถ้าเ้าอยากจะมาทานกับข้าที่นี่ก็ได้นะ ข้าจะได้มีเพื่อนร่วมทานอาหารด้วย เ้าว่าอย่างไรเล่า"
"ข้าขอขอบคุณท่านแม่ทัพเฉิน แต่ดูๆ ไปของพวกนี้ มีแต่มันๆ ทั้งนั้นเลยนะ" เธอมองไปยังอาหารพวกนั้น
"อย่างไรรึ มันไม่ดีหรือ"เขาถามกลับมาทำสีหน้าสงสัย
"ของมันๆ พวกนี้ ถ้าทานมากก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ไขมันอุดตัน และที่สำคัญโปรตีนก็น้อย ที่ต้าเซิ่งอากาศค่อนข้างจะหนาว ถ้าท่านจะเปลี่ยนเป็ทานโปรตีนจะดีกว่า ถั่วเปลือกแข็งอย่างถั่วลิสงนี้ก็ดีหรืออัลมอนด์ยังมีไขมันดีต่อร่างกาย ช่วยสร้างความอบอุ่นในร่างกายได้โดยไม่ต้องกลัวอ้วน" เจียวซิ่งกล่าว
"แต่ของที่เ้าว่ามาพวกนั้นมันเป็เพียงของทานเล่น เ้าจะเอามาทานแทนอาหารมื้อหลักได้อย่างไรกัน ข้าเป็ทหาร ใช้กำลังและมันสมองในการต่อสู้ต้องสูญเสียพลังงานไม่ใช่น้อยจะทดแทนกันได้อย่างไรกัน"
"ข้าหมายถึงลดความมันลงแต่ข้าจะทำอาหารที่เพิ่มพลังงานบวกให้ท่าน ถ้าหากท่านแม่ทัพเฉินจะยินดีให้ข้าเข้าครัวและไว้ใจข้า ข้าก็จะทำให้ท่านทาน" เธอยกยิ้มทันที
"เ้าทำอาหารเป็ด้วยหรือ แต่ที่ข้าได้ข่าวมาว่าเ้าไม่ชอบการเข้าครัวแต่อย่างใดไม่ใช่รึ หรือข้าเข้าใจผิดไป"
"เอะ" เธอสะดุ้ง "เมื่อก่อนข้ายอมรับว่าไม่ชอบการเข้าครัวเพราะมันช่างเหม็นกลิ่นสาบและสกปรก ติดเสื้อผ้าแต่ เมื่อตอนนี้ข้าคิดว่าข้าอยากจะลองทำดูบ้างเพื่อจะ.."
"จะอะไรรึ"
"จะได้ทำให้ท่านทานอย่างไรเล่า"
"ที่นี่มีแม่ครัวใหญ่อยู่ทั้งคน ไยเ้าจะต้องลำบาก"
"ไม่! ข้าไม่รู้สึกลำบากแต่อย่างไร ข้าอยากทำให้ท่านทานจริงๆนะ ข้าเบื่อที่จะต้องอยู่เฉยๆ เที่ยวเดินไปทั่วโดยไม่มีสาระอะไรเลยแบบนั้น ข้าบอกตรงๆนะ การอยู่ไปวันๆ ไม่มีเป้าหมายให้กับชีวิตก็เหมือนนกที่มีปีกแต่ถูกขังอยู่ในกรงนั้นละ"
"หึ เ้านี้ก็มีอุดมการณ์ไม่ใช่น้อย ถึงจะพูดจากประหลาดแต่ก็ฉลาดที่จะพูด ถ้าเช่นนั้นก็ลำบากเ้าแล้ว ข้าก็อยากจะลองฝีมือของคุณหนู สกุลซิ่งเช่นกัน เ้าอยากจะทำอะไรให้ข้าทาน ก็ทำมาเถิด ข้ายินดีรับ" เธอยิ้มหวานให้เขาทันทีมันทำให้เขานึกเห็นภาพ ของแม่นางคนหนึ่งในฝันของเขา "หากเ้าเป็แม่นางคนนั้นข้าคงจะดีใจไม่ใช่น้อย" ขณะที่เขาคิดแล้วหันไปหยิบขวดสุราขึ้นมา
"ถ้าเช่นนั้นเ้าลองดื่มสุราหมักดอกกุ้ยฮวาดู ข้าหมักเองกับมือ" เขาจึง รินสุราให้เจียวซิ่งทันที เธอมองไปยังแก้วสุรานั้นแล้วมองหน้าเขา
"เ้าไม่กล้าดื่มหรือ ปกติข้าเคยได้ข่าวมาว่าเ้าชอบดื่มสุราดอกกุ้ยฮวามากที่สุดไยตอนนี้เ้าทำเหมือนไม่รู้จักเสียเล่า"
"เอ่อ ปะเปล่า ข้าก็แค่แปลกใจ ท่านก็รู้ความจำข้ายังไม่ปกติ บางสิ่งที่เคยทำแต่กลับลืมเลือนเหมือนต้องเริ่มต้นใหม่ในสิ่งนั้น งั้นข้าจะลองดื่มดู" เจียวซิ่งยกแก้วเหล้าดมดูกลิ่นหอมของสุรา ความรู้สึกเหมือนกลิ่นไวน์ในปัจจุบัน เธอจึงยกแก้วเหล้าจิบเล็กน้อยแล้วเม้นปากเบาๆ ก่อนที่จะยกดื่มทั้งแก้ว
"หือรสชาติหวานละมุม เหมือนไวน์แดง Chateau Clerc Milon แต่กลิ่นหอบหวานกว่าเท่านั้น" เธอยิ้มร่าลืมตาขึ้น แต่ต้องสะดุ้งโหยงทันที เมื่ออี้เฉินมองจ้องมายังเธอด้วยแววตาที่คมกริบ
"เอ่อ คือ ข้า ขอโทษที่ทำให้ท่านใ" เธอวางแก้วเหล้าลงตัวสั่น
"ข้าไม่เอะใจสิ่งที่เ้ากล่าวออกมาหรอก เพราะข้ารู้ว่าเ้า อาจจะมีความจำที่เปลี่ยนไป คำพูดคำจาของเ้ามันกลายเป็คนมองโกลอย่างที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เอาเถอะไม่ว่าเ้าจะเอ่ยกล่าวอะไรออกมา ถ้ามันไม่ทำให้เ้าเดือดร้อน ข้าก็ไม่ถือโทษเ้า ถ้าเ้าชอบก็ดื่มต่อเถิด" เขายกขวดเหล้ารินให้เธอทันที
"ท่านแม่ทัพเฉิน ข้า ข้ามีเื่ที่อยากถามท่าน เื่ท่านพ่อของข้า เมื่อครู่นี้ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาได้ยินสิ่งที่พวกท่านคุยกันแต่อย่างไร"
"เ้ามีความกังวลใจเื่ ท่านเสนาเยว่ซิ่ง งั้นรึ เ้าไม่ต้องกังวลใจไป ข้าให้คนของข้าสืบเื่นี้แล้ว ท่านพ่อเ้ามิได้มีความผิดอันใด เพียงแต่อาจจะถูกเป็เป้าสายตาสร้างความสนใจให้กับขุนนางในวังก็เท่านั้น และไม่มีหลักฐานยืนยันการยักยอกแต่อย่างไร"
"ถ้าข้าจะขอออกความเห็นได้หรือไม่ ท่านจะว่าอย่างไร" เจียวซิ่งถามขึ้นมาทันที
"อย่างไรรึ ว่ามาซิ"
"ข้ามีข้อสงสัยอยู่สองข้อเมื่อกี้ข้าได้ยินท่านกล่าวถึงผ้าแพร ที่ถูกส่งมาจากเมืองเทียนสุ่ยมาถึงต้าเซิ่งจะใช้ ระยะเวลาในการเดินทาง กี่ชั่วยามหรือท่าน" เธอถามกลับไป
"จากเมืองเทียนสุ่ย หากใช่ม้าเร็วในการขนส่งสินค้า ก็จะใช้เวลา 1 วัน หากเป็ทางน้ำก็จะช้าหน่อย อย่างน้อยก็ 2 วันเต็มๆ เ้าถามทำไมรึ"
"ถ้าเช่นนั้นเมื่อเดินทางบก ในเวลา 1 วันก็ต้องมีที่พักผ่อน ก่อนที่จะต้องเดินทางต่อในตอนเช้าข้าคิดว่าเพลานั้น อาจจะมีคนไม่หวังดีแอบเข้าไปขโมยผ้าแพรก็ได้ท่านคิดอย่างไร"
"มีทหารคุ้มกันหีบผ้าแพรเปลี่ยนสับเวรยามตลอดทั้งคืนข้าคิดว่าเป็ไปไม่ได้หรอก และหีบบรรจุผ้าแพรนั้นถูกติดป้ายประทับตราที่ผ่านการตรวจแล้วและมีตราผนึกติดไว้อย่างแ่า หากจะมีการดึงหรือฉีดออกก็ย่อมรู้แต่ของทุกอย่างยังคงอยู่สภาพที่ปกติ ไม่มีการดึงตรานั้นออกแต่อย่างไร"
"ถ้าเช่นนั้น ก็เป็ ข้อที่สอง ข้าคิดว่าอาจจะมีการสับเปลี่ยนหีบ ขณะที่ท่านเสนาห่านซวน พักอยู่ที่นั่น คนที่จะเข้าไปสับเปลี่ยนได้ก็ต้องเป็คนใน"
"เ้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนสับเปลี่ยนทำไมถึงคิดว่ามีคนสับเปลี่ยน อย่างนั้นรึ"
"คือข้าไม่ได้จะกล่าวโทษเหล่าทหารนั้น แต่ข้าเพียงแต่คาดเดาเอาว่า การจะกระทำเช่นนี้ต้องเป็คนที่อยู่สูงกว่าที่จะทำได้เพราะการจะยกหีบออกมาโดยผ่านเหล่าทหารยาม คงไม่ใช่เื่ง่าย แต่เมื่อครู่ท่านสงสัยว่าท่านเสนาห่านซวนทำไมถึงไม่มีการตรวจรับสินค้าก่อนที่จะนำหีบกลับมาต่อหน้าพ่อค้าคนนั้น" เจียวซิ่งมองหน้า อี้เฉินก่อนที่จะพูดต่อ
" และข้าคิดว่าการซื้อผ้าแพรอาจมีการซื้อมากกว่า 20 ชิ้น ข้าหมายถึงมีการซื้อเพิ่ม ถ้าหากท่านจะลองให้ใครสืบดูอีกครั้งหลังจากมีการซื้อก่อนหน้านี้ไปแล้ว 20 ผืน ถ้าไม่มี ข้าก็เข้าใจผิดไปเอง" เธอตอบมองหน้าเขา เขามองเธอกลับมากระตุกยิ้ม ก่อนที่จะตอบรับเธอ
"ได้ข้าจะลอง ทำอย่างที่เ้าบอก" เขาหันไปที่สาวใช้นางหนึ่งที่ยืนอยู่และยกมือขึ้นเรียกให้เข้ามาหา
"เ้าไปตาม สืออีเหนียง มาพบข้าเดียวนี้"
"เ้าคะ ใต้เท้า" สาวใช้รีบไปตาม สืออีเหนียงมาพบทันที
"คารวะท่านแม่ทัพ" สืออีเหนียงโค้งคำนับ ขณะที่อี้เฉินหันไปมอง
"ข้ามีเื่สำคัญจะให้เ้าทำ เ้าจงรับคำสั่งจากข้า ให้ทหารลับ ไปสืบ่เวลาในการซื้อขายผ้าแพรจากพ่อค้าเมืองเทียนสุ่ยและหลังจาก่เวลานั้นได้มีใครมาซื้อเพิ่มอีกหรือไม่ หามีก็จงสืบหาคนที่ซื้อว่ามาจากไหนเป็ใคร แล้วกลับมารายงานให้ข้าทราบ ที่สำคัญเื่นี้ต้องเป็ความลับห้ามให้ใครรู้ไม่ได้"
"ช้าก่อนท่านแม่ทัพเฉิน คือ่เวลาที่คนไปซื้อต่อจากท่านเสนาห่าวซวน ไม่จำเป็ต้องหาคนก็ได้ เพราะหากจะให้ทหารไปค้นหา ข้าเกรงว่ามันจะยาก ข้าจึงคิดว่าการขายไปของพ่อข้าต้องบันทึกรายการของที่ขายออกอยู่แล้ว เพียงแต่ แค่รู้ว่า่เวลานั้นที่มีการขายออกไป หลังจากที่ขายไปแล้ว 20 ผืนนั้นก็พอ ข้าคิดว่าพอจะคาดการณ์ได้มั่งว่า คนที่ซื้อจะต้องซื้อเพิ่มอีก 15 ผืน เ้าคะ"
"หากมีการซื้อเพิ่งอีก 15 ผืน ที่ไม่ใช้ในราชสำนักสั่ง แผ่นติดป้ายของ พ่อค้าจะติดเป็แผ่นป้ายสีเขียวเป็ของบุคคลธรรมดา และไม่มีการใส่หีบแต่อย่างไร เพราะหีบนั้นมีเพียงแค่ในราชสำนักเท่านั้นที่ใช้ แต่ถ้าหาก มีการใส่หีบเพื่อการสับเปลี่ยนอย่างที่เ้าว่าจริง ก็ไม่มีทางที่จะติดป้ายสีเขียวนั้นแน่นอน"
"แล้วถ้าบางที คนที่ซื้อมาเป็บุคคลธรรมดา และนำมาใส่หีบต่างหากละ ท่านจะไม่แปลกใจหรือ" เจียวซิ่งถามขึ้นมาทันที
"ไม่มีทางเป็ไปได้ สินค้าที่ออกจาก ร้านนั้น จะต้องมีป้ายตราจากในวังและก็มีไว้ให้กับร้านเพียง 1 ชิ้นเท่านนั้น ต้องทำการประทับตราเท่านั้นเพื่อยืนยันสินค้าหากจะนำออกมาใช้โดยภาระการไม่ได้หรอก"
"สืออีเหนียง ถ่ายทอดคำสั่งของข้า ให้ทหารลับ สืบมาให้ได้ แล้วมารายงานข้า"
"ขอรับท่านแม่ทัพ" สืออีเหนียงโค้งคำนับรับคำสั่ง
"ท่านมองข้าแบบนั้น หมายความว่าอย่างไรรึ"
"ข้าคิดว่าสตรีเช่นเ้าไยถึงได้สนใจเื่พวกนี้"
"ที่จริงข้ามิได้สนใจแต่อย่างไร เพียงแต่ข้าไม่้าให้ขุนนางมอง ท่านพ่อข้าด้วยการเข้าใจผิดถึงแม้คนเ่าั้จะไม่กล่าวออกมาตรงๆ แต่พวกเขาก็คิดไปในทางเดียวกันแล้ว"
"เ้าไม่ต้องกังวลเื่ท่านพ่อของเ้า ข้าสัญญาจะให้ความยุติธรรมกับท่านเสนาเยว่ซิ่งแน่นอน" เขายิ้มรินเหล้าให้เธอ เธอรับมาดื่ม