“องค์ชาย นี่พวกพี่ๆ ท่านรู้มั้ยว่าท่านจะชิงตำแหน่งรัชทายาทกับเขา?”...อลันถาม
“ไม่รู้หรอก เพราะเอาจริงๆ ข้าเป็น้องคนที่ 3 พี่คนโตตาย คนรองก็สืบทอด..และอันที่จริงข้าก็ไม่ได้คิงชิงตำแหน่ง ข้าแค่จะเปิดโปงความชั่วที่พวกเขาสั่งสมก่อกันไว้ระหว่างที่ฟาดฟันชิงตำแหน่งต่างหาก”...เอียนน์ตอบ
“งั้น...ทำไมตลอดสัปดาห์มานี้เราโดนโจมตีมา 3-4ครั้งแล้วล่ะ ถึงจะไม่ใช่ไอ้พวกนักฆ่าหัตถ์อสูรอะไรนั่นก็เถอะ”....อลันถามพร้อมมองไปรอบๆซากคนร้ายที่ซุ่มโจมตีองค์ชาย โดยพวกมันเป็ศพเกลื่อนทุ่งหิมะอยู่ด้วยฝีมืออลัน
มอร์ดัสพาลูกน้องตรวจสอบศพพวกมันว่ามีเบาะแสอะไรมั่ง ทีแรกเขาตะลึงในความสามรถอลัน แต่ตอนนี้เขาเริ่มชินแล้ว
“นี่น่าจะเป็ลิ่วล้อของขุนนางท้องถิ่นที่เป็ลูกไล่ของตระกูลบริทเทรย์ ....เ้าโอเอนคือดยุกที่มีกำลังทหารส่วนใหญ่ของเวอร์รากีอุส เป็ตระกูลใหญ่ฝั่งพระสนมที่เป็พระมารดาขององค์ชายลำดับ2 เอรากอสพี่ชายข้า เพราะแถวนี้มันก็เขตอิทธิพลของเขาล่ะนะ”...เอียนน์บอก
“จะบ้าเหรอ? ...ฆ่าท่านในเขตของตัวเองนี่นะ มันจะประเจิดประเจ้ออุกอาจไปมั้ง น่าจะรอท่านพ้นเขตก่อนสิ ไม่งั้นคนก็ได้มองว่าเขาลงมือฆ่าท่านแบบตั้งใจสิ”...อลันค้าน
“ไม่... ..นี่ล่ะสมเหตุแล้ว เขาจะทำทีว่าโดนคนอื่นจงในส่งคนมาฆ่าข้าในเขตของเขาเพื่อให้ผู้คนมองเขาผิดๆเขาจะใช้จุดอ่อนตีเป็จุดแข็ง”....เอียนน์ชี้ประเด็นนี้
“จะให้พูดก็คือ ไม่มีใครโง่ทำเื่พวกนี้ ที่ท่านตายแสดงว่ามีคนจงในลงมือเพื่อใส่ความเขา....แบบนั้นสินะ เป็การฆ่าแบบตั้งใจ แต่ความสงสัยกลับพ้นตัว”...อลันตอบ
“ถูกต้อง!!”...เอียนน์ตอบ
[อืม..สู้ต่อไปเรื่อยๆแบบนี้พระเอกอย่างเราจะทำยังไงต่อ... ว่าแต่เป็ห่วงแอนที่จะตามมาจัง หวังว่าพวกมันคงไม่เล่นงานนางแทนข้านะ ไม่สินางมากับขบวนของท่านมาร์ควิสอีเดี้ยน ไม่น่าจะเป็อันตราย ที่เราโดนโจมตีบ่อย เพราะเอียนน์เดินทางด้วยจำนวนคนที่น้อยเน้นคล่องตัวและรวดเร็วต่างหาก]
….อลันเริ่มขบคิด โดยแทนตัวเองเป็พระเอกของเื่ราวทั้งหมดแล้ว…
….
แตงโมเอาแต่ครุ่นคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรเอม นางปวดใจ สับสน กระวนกระวาย เพราะทุกครั้งที่นึกถึงการกระทำนั้น ภาพของอลันก็ลอยผุดขึ้นมา
“อลัน...ถ้าเธอรักฉันจริง ขอร้องล่ะ ช่วยมาตามหาฉันทีเถอะ ถ้าไม่อย่างนั้น....ฉัน....ฉัน...คงจะ...”...แตงโมน้ำตาซึมกอดตัวเองแล้วทรุดตัวลง
เซรมี่เดินมาจับแขนแตงโมทั้ง 2ข้างก่อนจะทรุดลงไป
“เซรมี่...ข้า.....”...แตงโมเงยหน้ามามอง
“ไม่ต้องพูดแล้ว”....เซรมี่โอบแตงโมมาซบแล้วลูบผมกับลูบหลังเบาๆ
......
แตงโมเริ่มเข้าเจรจากับดยุก โอเอน บริทเทรย์
“ข้าขอเป็ตัวแทนเวอร์รากีอุส ขอบคุณท่านผู้กล้าทั้ง 2 ที่ช่วยกันกับผู้กล้าท่านอื่นๆกอบกู้โลกและมนุษย์ชาติเอาไว้ได้...ดื่ม!”...โอเอนชูแก้วขึ้น ทุกคนในเวทีเจรจาดื่มพร้อมกัน
แตงโมอยากจะพูดว่า [ยังมีทหารของอาร์นาโทสด้วยค่ะ] เพื่อย้ำให้ทางเวอร์รากีอุสรู้ว่าพวกท่านแทบไม่เคยร่วมรบเลย ดังนั้นควรชดเชยผลประโยชน์ที่แม่น้ำให้เรา..... แต่ก็ได้แค่เก็บความคิดไว้ในใจ
“เข้าเื่กันเลย ค่ะ...เื่แม่น้ำ....”...แตงโมพูด
“ท่านเป็ผู้กล้าจากต่างโลก และก็เป็ผู้กล้าผู้เผด็จศึกาาปีศาจ และก็....มียศฐานันดรเป็มาร์ควิส...ข้าเข้าใจถูกมั้ย?”....โอเอนพูดถาม
“ค่ะ..ว่าแต่ มันเกี่ยวอะไรกับแม่น้ำ....”....แตงโมยังพูดไม่ทันจบ
“ท่านอาศัยอะไรตัดสินใจเื่ผลประโยชน์ของทั้งอาณาจักรทั้ง2 ของเรา...หืม?”
“ถ้าท่านพูดเช่นนั้น ทางท่านเองที่เป็ดยุก ก็ไม่มีสิทธิ์เจรจาแทนราชวงศ์ของฝั่งท่านเช่นกัน”...แตงโมสวนกลับ
“ถูกต้อง ถูก...อา..ถูกแล้ว”...โอเอนปรบมือตอบแล้วหัวเราะ
“ท่าน้าจะสื่ออะไร?”....แตงโมถาม
“เราทั้งคู่ต่างไม่มีอำนาจเจรจา แม้จะได้รับมอบหมายพระราชอำนาจเป็ตัวแทน แต่ถ้าตัดสินใจพลาด ก็มิอาจแบกรับบาปแห่งความผิดพลาดนั้นไหว ดังงั้นการเจรจรครั้งนี้ถือว่าไม่ได้เกิดขึ้น....แต่พวกท่านรอนแรมมาไกล มาๆๆๆให้ข้าได้เลี้ยงต้อนรับพวกท่านให้หายเหน็ดเหนื่อย ขอท่านพักผ่อนที่นี่ให้สุขสบายสักหลายวันค่อยเดินทางกลับ”...โอเอนผายมือยิ้ม
“ท่าน.....!. ...หึ...เดิมทีเราควรเจรจาระดับองค์าาด้วยกัน แต่มันติดที่หิมะ พวกเราที่เป็ตัวแทนถึงต้องมาคุยกันที่นี่ไงรึไม่ใช่?”...แตงโมเริ่มยั๊วะกับทีท่าของโอเอน
“แล้ว...ทำไมท่านไม่รอให้หมดฤดูหิมะแล้วค่อยเจรจาล่ะ?”..โอเอนยิ้มถามแล้วดื่มไปขำไป
“รอหมดหิมะ? .... ระหว่างเราออกศึกแทบเป็แทบตายกับาาปีศาจ พวกท่านก็มาวางกำลังเข้ายึดพื้นที่ใช้ลุ่มแม่น้ำจนเหมือนเป็เขตแดนของตน.... ในเมื่อใต้เท้าไม่มีทีท่าเกรงใจข้า งั้นข้าขอเรียนตามตรง หากไม่ใช่เพราะข้าและเพื่อนๆกับทหารของอาร์นาโทส พวกท่านไหนเลยยังนั่งเสวยสุขอยู่แบบนี้?! ป่านนี้ถ้าไม่ตายก็กลายเป็ทาสของพวกปีศาจแล้ว!!!”
....แตงโมเล่นหมัดตรง
ทั้งที่ประชุมเจรจาอึ้ง เงียบกันหมดโดยเฉพาะฝั่งเวอร์รากีอุส ขุนนางบางคนที่หน้าบางถึงกับก้มหน้าละอาย
ทหารอาร์นาโทสที่รออยู่ด้านนอกได้ยินเสียง พวกนายกองและทหารแถวหน้าพากันกู้ร้อง
“ใช่!! ใช่!! ....”..เสียงก้องกังวานแม้จะน้อยกว่าทหารของเ้าถิ่น แต่ก็ข่มขวัญเ้าถิ่นอยู่หมัด
“ท่านกำลังทวงบุญคุณเรา? .... อย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ... ถ้าไม่สู้พวกท่านอาร์นาโทสก็ตาย แถมตายก่อนเราเพราะาาปีศาจมันมาถึงอาณาจักรท่านก่อน พวกท่านก็แค่ต้องปกป้องตัวเอง ไม่ใช่ตั้งใจปกป้องมวลมนุษย์สักหน่อย ถ้าพวกท่านจะปกป้องมวลมนุษย์จริงๆไหนเลยจะมาขอแย่งน้ำแย่งนาอาณาจักรที่ด้อยกว่าท่านเล่า...หา????”....โอเอนยอกย้อน
“ท่าน..!!”...แตงโมถึงกับของขึ้น
แต่เซรมี่จับแขนไว้ แล้วส่ายหน้าเป็เชิงห้าม
“ถ้าพวกท่าน 2 คน ใน 7 ผู้กล้าจะเอาจริง ลำพังรวมกับแค่ทหารที่ตามพวกท่านมา ก็กำจัดพวกข้าในห้องนี้ได้หมดแล้ว แต่....ท่านผู้กล้าแตงโม...ท่านเป็คนต่างโลก ท่านได้อะไรจากการช่วยอาณาจักรอาร์นาโทส?...ถ้าท่านมาเพื่อช่วยมนุษย์ชาติของโลกมิติเรามิใช่หรือ ทำไมท่านไม่เป็กลางเลย แถมเข้าข้างอาณาจักรนี้อาณาจักรเดียวล่ะ? หรือเพราะเขาให้ยศท่าน?? เอางี้มั้ย มาอยู่กับเวอร์รากีอุส เราสิข้าจะเสนอให้ท่านเป็ดยุกเลย เอ้า!!”....โอเอนยอกย้อนใส่
“ข้าเข้าข้างพวกเขา เพราะตอนข้าสู้ มีแค่พวกเขาที่สนับสนุนช่วยเหลือข้า พวกท่านเอาแต่หลบ เครื่องแบบทหารของพวกท่าน จนรบเสร็จข้าก็ยังไม่เคยเห็น มาเห็นกับตาก็ตอนมาเจรจากันนี่แหล่ะ ...ถ้าท่านเป็ข้า ท่านจะเข้าข้างใครก็ใช้ความคิดพื้นฐานง่ายๆคิดเอาเองแล้วกัน!!”...แตงโมสวน
การเจรจาไม่เป็ผลแต่แรกเพราะโอเอนตั้งใจจะเล่นแง่ตีถ่วงดึงเื่ั้แ่ต้นแล้ว แตงโมจึงไม่ต้องให้ความยำเกรงอีก
“แต่ท่านก็ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจแทนราชวงศ์ของาาของท่าน....อยู่ดี....”...โอเอนแย้งแบบเสียงเบาลง
แตงโมลุกขึ้น
“ใครว่าข้าตัดสินใจไม่ได้”...แตงโมหยิบแหวนในกระเป๋าขึ้นมาเป็แหวนเพ็ชรเม็ดงามบ้านคู่เมืองระยิบระยับตา แตงโมสวมลงไปแล้วกล่าวเสียงดังด้วยออร่าอีกว่า
“ข้าเป็ว่าที่ราชินีของอาร์นาโทส ทีนี้ข้าตัดสินใจแทนว่าที่พระสวามีข้าได้รึยัง??”
“แตงโม!!”...เซรมี่ตะลึง ...ทุกคนในที่ประชุมก็ล้วนตกตะลึง!!!