บทที่ 14
อะไรเล่า เ้านั่นแหละห้ามตาย
ในขณะที่อีอันเดาะลิ้นเบา ๆ
สวบ! สวบ!
เสียงแปลก ๆ ยังคงดำเนินต่อไป มันคือเสียงของความมืดที่กระเพื่อมอยู่บนพื้น
"เยอะเหมือนกันนะเนี่ย…" อีอันพูดพลางจับดาบไว้ที่มือแน่น
ในสายตาของเขา เขาเห็นวัตถุคลื่นสีดำที่ไล่เข้ามาอย่างชัดเจน
หมาป่าหลายสิบตัววิ่งฉิวเข้ามา
นั่นเป็จำนวนที่มากและขนาดของมันก็ไม่ธรรมดาเลย
แต่ว่าอีอันเคยประสบกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในเกมมาแล้ว แม้ว่าขนาดของฝูงตอนนี้จะใหญ่กว่าตอนนั้นมาก
'คงต้องหาจ่าฝูงเหมือนที่เคยทำ'
นั่นเป็สิ่งที่สามารถทำได้เพียงอย่างเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น หมาป่ากลุ่มหนึ่งก็โผล่พรวดเข้ามาในระยะใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสีเหลืองดุร้ายจ้องเขม็งกระโจนเข้าใส่ ภาพตรงหน้าของอีอันเต็มไปด้วยปากขนาดใหญ่ที่มีฟันแหลมคม
ฉึก
ดาบถูกแทงไปที่กลางปาก
อีอันก้าวไปข้างหน้าอย่างเยือกเย็นพร้อมกับแทงดาบออก หมาป่าโถมเข้ามาเพิ่ม ปลายดาบทะลุต้นคอของหมาป่าที่กระโจนออกมา
อีอันถูกดันถอยไปพร้อมกับหมาป่า ในขณะที่เขาทรงตัวและพยายามดึงดาบออกมา หมาป่าสองตัวก็กระโจนออกมาจากฝั่งซ้ายขวา ทันใดนั้น พลังเวทสีเทาพวยพุ่งออกมาจากดวงตาของอีอัน
ฟิ้ว!
กระแสลมที่พวยพุ่งล้อมรอบตัวเขาในชั่วพริบตากลายเป็กำแพงลม กำจัดวงล้อมของพวกหมาป่า
ผลั่ก!
อีอันที่ถือดาบค้างไว้อยู่แล้วฟันเข้าไปยังร่างของหมาป่าที่วิ่งฝ่าเข้ามาจากด้านข้าง อีอันตั้งท่าทันที ยังมีอีกตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่ราวกับเป็สปริงโผล่มาจากด้านหลังของเขา
ฉึบ!
คราวนี้ตนฟันลงไปที่หว่างคิ้วของหมาป่า อีอันกัดฟันทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
'แม่งเอ๊ย เผาให้วอดซะเลยดีไหม'
ไฟเป็วิธีที่ง่ายที่สุดในการรับมือกับสิ่งที่มีร่างกาย กระทั่งฝูงหมาป่าก็สามารถจัดการได้อย่างราบคาบด้วยเวทเพลิง เหมือนตอนทำลายสถานที่ซ่องสุมโคบอลด์
แต่ตนไม่คิดที่จะเปิดเผยความจริงว่าเป็นักเวทให้เมฟและฟิลลิปรับรู้ เพราะว่าอาจจะกลายเป็ศัตรูกันตอนไหนก็ได้ นอกจากนี้ ยังเห็นได้ชัดว่าจะมีคำถามและข้อเสนอที่ตอบได้ยากตลอดการเดินทางที่เหลืออยู่
'...ไม่สามารถทนรับกับสิ่งที่น่ารำคาญเช่นนั้นเพียงแค่จะจัดการไอ้หมาเวรพวกนี้ได้หรอกนะ'
พลังสีเทาพุ่งกลับเข้าไปในดวงตาของอีอัน
เวทมนตร์สีเทาระดับต่ำมีลักษณะพิเศษคือส่วนมากจะไม่สะดุดตา จึงเหมาะกับการปลอมตัวเป็ทหารรับจ้างผู้ชำนาญดาบ
ในความเป็จริง ชาวบ้านที่แวะมาที่อะเกลลันเป็ครั้งแรกไม่ได้สังเกตว่าเขาเป็นักเวทจนกระทั่งวินาทีที่พวกเขาแยกทางกัน
ฟิ้ว!
ม่านลมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าล้อมรอบตัวเขา แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด
วื้ออ!
ปกเสื้อและเส้นผมของเขาเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีลมพัดอ่อน ๆ
สายลมประหนึ่งคมดาบ เวทมนตร์ที่เพิ่มแรงในการเคลื่อนไหว ขณะที่ใช้ปรากฏลมพัดรอบตัวที่สามารถเปลี่ยนจากลมเป็ใบมีดแหลมคมได้ทุกเมื่อตาม้า
แต่ระยะของคมดาบสั้นมาก ดังนั้นในเกมจึงเป็พลังเวทที่ใช้เฉพาะตอนวิ่งเท่านั้น
ตอนนี้เขาใช้ดาบเป็อาวุธหลัก นั่นเป็จุดแข็งอย่างหนึ่ง
อีอันเงยหน้าขึ้น
หมาป่า 3 ตัวกำลังวิ่งกางเล็บและแยกเขี้ยวเข้ามาหาเขา ดาบกะพริบแวววาวและพร้อมวาดลวดลาย
ขวับ! ฉึก!
ก่อนที่คมดาบจะัั คมดาบแห่งสายลมเฉือนลงที่ปากของหมาป่าตัวหน้าสุดและหัวของตัวถัดไปก็ถูกตัดออกเป็สองส่วน
ฟิ้ว!
ม่านลมปิดกั้นตัวที่เหลือไว้ หมาป่าซึ่งเสียการทรงตัวกลางอากาศพุ่งเข้าชนกับอีอัน อีอันฟันเข้าที่ต้นคอของตัวที่โผล่มาชนไหล่เขาจนเซถอยหลัง
บรู๋ววว!
ระหว่างนั้นก็มีอีกตัวนึงพุ่งออกมาอีกครั้งพร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวน
ในขณะที่อีอันกำลังจะร่ายดาบอีกครั้ง
ฉึบ
แสงดาบสีน้ำเงินที่ส่องลงมาตรงหน้าทำให้ร่างกายของหมาป่าถูกหั่นครึ่งท่อน เืที่ทะลักออกมากระเด็นไปทั่วใบหน้าของอีอัน
"…"
อีอันที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหันไปมอง
เมฟในชุดเกราะที่ถูกละเลงไปด้วยเืกำลังสะบัดเืที่ติดอยู่บนดาบออก
ตอนที่ต่อสู้ไปมาคงถูกผลักให้เข้าใกล้เธอ
แสงจากดาบของเธอเปล่งประกายสีน้ำเงินเข้ม หินพลังเวทที่ปักอยู่ทั่วชุดเกราะเปล่งประกายรอบตัว
กลิ่นเืตีเข้าจมูก รอบตัวเต็มไปด้วยศพหมาป่าหลายตัวกระจายอยู่ พวกมันอยู่ในสภาพเละเทะไม่ก็ถูกฟันเป็สองท่อน
เมื่อเห็นเมฟที่ยืนอยู่ตรงกลาง ทำให้นึกถึงผู้ล้างแค้นกระหายเืในเกม
'ไร้พ่ายและแข็งแกร่งมาก ต้องอย่างนี้สิ'
"ไม่ใช่หมาป่าทั่วไปจริง ๆ" เมฟพูดออกมาด้วยเสียงที่แม้แต่ลมหายใจก็นิ่งสงบในขณะที่อีอันลุกขึ้นเช็ดหน้า
"จากที่เห็น ข้าก็คิดเช่นนั้น"
อีอันมองไปรอบ ๆ ภาพของหมาป่าที่พุ่งเข้ามายังคงติดตาจนทำให้เวียนหัว
พวกหมาป่าไม่บุ่มบ่ามพุ่งเข้ามาโจมตีอีกต่อไป เพราะมันสูญเสียพวกของตัวเองไปหลายตัวในชั่วพริบตา แต่พวกมันเลือกที่จะซุ่มจู่โจมแทน
พวกหมาป่ารอบ ๆ วิ่งเข้ามาใส่และโดนฟันเืกระเซ็นบนดาบของอีอันและเมฟทุกครั้ง
เมฟเป็ผู้นำการต่อสู้โดยใช้จุดแข็งของตัวเองอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะมีพลังเวทแค่ไหน แต่แท้จริงแล้วก็คือหมาป่าตัวใหญ่ ฟันและกรงเล็บไม่สามารถทะลุชุดเกราะได้ จึงไม่มีปัญหาแม้ไม่ได้ระวังตัวก็ตาม
แน่นอนว่าหากจู่โจมโดยใช้ความเร็วและน้ำหนักตัว อาจทำให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรงได้
เมฟใช้วิธีหลีกเลี่ยงหรือหลบหลีกด้วยการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด
แม้ว่าจะเป็ความสามารถที่สมกับเป็อัศวิน แต่ในสายตาของอีอัน เธอยังเผยความสามารถของตัวเองไม่ถึงครึ่ง
'คงยังไม่้าแสดงพลังให้เห็น'
แม้แต่ฟิลลิปก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง เขากำสายบังเหียนของม้าทั้งสามตัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือใช้โล่กลมช่วยดึงดูดความสนใจพวกหมาป่าที่พุ่งเข้ามา ส่วนหน้าที่จัดการพวกหมาป่าเป็ของเมฟ แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว
'ความสามารถดีกว่าที่คิดเลย สองคนนี้'
อีอันรู้สึกไม่พอใจ เพราะหมายความว่าเวลาที่กำหนดลดลงเร็วขึ้นกว่าเดิม
แม้ว่าฝูงหมาป่าจะคลุ้มคลั่งตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่า แต่ในความเป็จริง พวกมันอยู่ภายใต้การควบคุมของจ่าฝูงเท่านั้น
จ่าฝูงในเกมฉลาดมีไหวพริบ มันจะวิ่งหนีเมื่อจำนวนสมาชิกในฝูงลดลงต่ำกว่าที่กำหนด ในขณะเดียวกัน มันยังเป็สัตว์ที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เมื่อเพ่งเล็งเหยื่อแล้วครั้งหนึ่ง มันจะไล่ตามจนถึงที่สุด ซึ่งไม่ได้ต่างไปจากตอนนี้ที่เขากลายเป็ส่วนหนึ่งของเกม
หากไม่ฆ่าวันนี้ จะต้องมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่นอน เขาไม่้าต่อสู้กับฝูงหมาป่าที่ไม่แม้แต่จะมีของให้
ดวงตาของอีอันเปล่งประกาย เขาใช้ 'ตรวจจับพลังเวท'
ประสาทััที่ร้อนขึ้นจากการต่อสู้ทำให้ทักษะพิเศษ 'ััที่หก' ของเขาเฉียบคมยิ่งขึ้น
เขาเริ่มมองเห็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน
ความคลุ้มคลั่งและความป่าเถื่อนแผ่อยู่ตรงฝูงหมาป่า คลื่นพลังเวทสีม่วงแดงสั่นไหว เวลาเดินช้าลง
ทักษะพิเศษนี้คือการเพ่งจิตระดับสูงที่เกิดจากการเพิ่มค่าจิตและค่าสติปัญญาที่สูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและอีอันเคลื่อนไหว มันก็จางไป นี่เป็ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความสามารถของััที่หกไม่สามารถตามความเร็วของความคิดได้
แต่การเคลื่อนไหวที่เขา้าตอนนี้คือการขยับลูกตาเท่านั้น ดวงตาของอีอันมองภาพที่คล้ายกับภาพในจินตนาการอย่างช้า ๆ ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่จุดหนึ่งในป่า
'…เจอแล้ว'
เจอสถานที่ที่เป็ต้นตอของคลื่นพลังเวทที่ควบคุมฝูงหมาป่าแล้ว
อีอันงอเข่าและพูดออกมา "จงดูแลม้าเอาไว้ให้ดี"
"…?"
"ข้าจะไปฟันคอของจ่าฝูง"
เขาวิ่งออกไปทันที