ป๋าหนูเป็นมาเฟีย

    เพื่อมู่น้อย

    ​

     “ไท ไหนๆ หลานปู่ ไหนๆ ๆ”

    ชายร่างสูงหน้าตาคล้ายกับไทมาก จนชลันดาคิดว่าถ้าเขาแก่ตัวลง คงจะหน้าตาแบบนี้แน่นอน ไทยกมือไหว้บิดา ซึ่งตอนนี้แทบจะไม่สนใจจะรับไหว้ลูก ตาของเทิด มองจ้องไปยังแม่ตัวเล็ก ที่อยู่กับอกไทในเป้อุ้ม เมื่อเห็นหน้า ‘หลานปู่’ ชัดๆ เทิดถึงกับอุทานออกมา

    “น่าชังเหลือเกินอีหนูเอ๊ย มาๆ ขอป๊ะอุ้มหน่อยไอ้ไท น่ารักตะพรรณนี้ แม่เอ็งหวิบ (โกรธ) อย่างแรง หวิบเ๹ื่๪๫นี้หลาว แต่เห็นหน้าหลานแล้วคงจะหายอย่างแรงตะ”

    ฟังสำเนียงภาษาใต้ที่พูดเร็วๆ ชลันดาก็ยืนมองคนนั้นคนนี้ที เพราะไม่ค่อยจะเข้าใจนัก ฟังออกเป็๲บางคำ เทิดมัวแต่อุ้มชูสนใจหลานคนใหม่ เพราะตื่นเต้นดีใจเ๱ื่๵๹ไทมีลูก ลูกชายคนโตที่เขากับภรรยากังวลกันนักเ๱ื่๵๹จะเป็๲หนุ่มเทื้อ แต่ดั้นจู่ๆ มีลูกมีเมียโผล่มา เขานั้นโกรธนิดหน่อยไม่ได้อะไรมาก แต่ตัวเหมยนี่โกรธหนักหนาเลยล่ะ จนถึงกับไม่สบายเพราะความเครียด น้อยใจบุตรชายว่าทำอะไรไม่เห็นหัวพ่อแม่ ไปลักไปขโมยลูกสาวใครมาหรือเปล่า? ถึงไม่กล้าตบแต่ง พาหนีหรือเปล่า? ถึงต้องแอบไว้ขนาดนั้น สารพัดจะคิด สารพัดจะเคือง ลูกสาวคนเล็กมาหามารับลูกที่ฝากไว้ให้เลี้ยงไปเที่ยว พอรู้เข้า ทิศาก็อาสาไปจัดการเฉ่งพี่ชายตัวดี ให้เร่งรีบกลับบ้านโดยด่วน เพื่อมาแก้ไขแก้ตัวกับมารดาบิดาให้แล้วเ๱ื่๵๹ แล้วก็พาลูกเมียมาเปิดตัว เผื่อจะได้จัดการงานแต่งอะไรให้เรียบร้อยไป

    “ไหนเมียเอ็ง นุ้ยคนนี้หรือ?”

    เหมือนกับว่าเพิ่งจะหันมาเห็นชลันดา เธอยกมือไหว้ท่าน เทิดมองกวาดแค่ปราดเดียวก็เก็บรายละเอียด ‘ลูกสะใภ้’ ไว้จนหมดจด

    เอ่อ...หน้าตาสวยคม ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ดูคงจะไม่ใช่พวกที่แม่เหมยกลัวว่าจะไปคว้าเอาพวกนักร้องหมอนวดมาทำเมีย

    เขาดูจากการแต่งกาย ที่หล่อนสวมเสื้อเชิ้ตลายทางสีขาวสลับน้ำเงิน ผมยาวรวบไว้ด้านหลังเรียบร้อย สวมกางเกงยีนขายาว รองเท้าผ้าใบแบบง่ายๆ แต่งหน้าแค่เพียงนิดหน่อย แบบนี้เข้าบ้านไป เมียเขาคงใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง

    “สวัสดีค่ะ”

    “นี่เมียน้องป๊ะ ชื่อดา”

    ไทรีบเอ่ยต่อเสร็จ ชลันดาถึงกับหันขวับ กับคำแนะนำนั้น คนพูดขยิบตาให้เธอแล้วจุ๊ปาก ดีที่ว่าพ่อเขากำลังก้มลงสนใจมู่น้อย เลยไม่ได้เห็นว่าเขากับชลันดากำลังส่งซิกส์อะไรกัน

    “ไปๆ หลบบ้านกัน (กลับบ้าน) เอ้าไอ้บ่าว ขับรถแทนที ป๊ะจะเล่นกับหลาน ไงล่ะ ไง...หลานจิ๋วของปู่เทิด”

    ตอนนี้เทิดไม่สนใจอะไรล่ะ ส่งกุญแจรถให้กับลูกชาย แล้วก็เดินนำไปฉับๆ พร้อมกับมู่น้อยในอ้อมแขน ไม่สนใจทั้งลูกชายและสาวของลูกชายเลยสักนิด

    “แวะซื้อไตปลากับเคยด้วยตะ แม่เอ็งสั่งมา”

    เทิดบอกไทที่ก้าวขึ้นประจำที่คนขับ ท่านนั่งข้างหลังโดยมีมู่น้อยอยู่ในอ้อมแขน แม่ตัวน้อยทำตาแป๋วส่งเสียงเอ๊าะแอ๊ะกับท่าน ดูว่ามู่น้อยก็ชอบคุณปู่คนใหม่ของเธอเช่นกัน

    สองหนุ่มสาวแอบลอบมองตากัน ในรถมีแต่เสียงของเทิดคุยแหย่กับมู่น้อย บ้านของไทอยู่ไม่ไกลนักจากสนามบิน เขาขับรถเข้าตลาดก่อนเพื่อซื้อของที่พ่อของเขาสั่ง ชลันดารีบตามเขาลงมาด้วย เพราะเธอไม่อยากอยู่กับพ่อของเขา เนื่องจากกลัวว่าจะเผลอพูดอะไรให้ความแตก

    “อะไรของนายน่ะ”

    เธอว่าเขาทันทีเมื่ออยู่กันสองต่อสองแล้ว ไทเลิกคิ้ว พร้อมกับยิ้มส่งให้กับเธอ

    “กินบักกุ๊ดเต๋ไหมเจ๊ดา ของดีแห่งหาดใหญ่เลยนา ร้านตรงโน้นอร่อยมาก”

    “นี่ คุยกันก่อนสิยะ”

    เธอดึงแขนเขาเมื่อเห็นว่าไททำท่าไม่สนใจกับคำพูดของเธอ แล้วทำท่าจะเดินนำไปยังร้านขายอาหารที่ว่า

    “คุยอะไรกันอีกล่ะครับ”

    “เ๹ื่๪๫เมีย” ชลันดาว่าแล้วก็หน้าแดงเอง

    “จำเป็๲ไหมที่จะต้องให้คนเข้าใจว่าฉันเป็๲เมียนายอะ เอาแค่พี่เลี้ยงมู่น้อยไม่ได้หรือยังไงกันยะ”

    “ไม่ได้ๆ เจ๊ เจ๊ไม่เข้าใจผม” เขาจับมือเธอไว้โดยละม่อม และไม่ทันที่ชลันดาจะได้สะบัดออก

    “มาๆ มาเคลียร์ทำความเข้าใจกันนิดหนึ่ง...ก่อนเข้าบ้านผม”

    เขาจูงเธอเดินไป พร้อมกับอธิบายไปด้วย ถึงเหตุผล ข้อที่ว่าทำไมเธอจะต้องเป็๞เมียปลอมๆ นั่นด้วย

    “คือแม่ผม...แกเป็๲โรคขี้นอย ขี้น้อยใจ แถมด้วยเป็๲โรคหัวใจ...แล้วแกก็เข้าใจไปแล้วว่า ผมมีเมียแล้วมีลูก ตอนนี้แกก็ป่วยเพราะเครียด คิดมากไปสารพัดนี่ล่ะ ผมถึงต้องพาเจ๊กับลูกบินมาให้แกดูตัว แกจะได้หายเครียด คือ...ถ้าไปเล่าอะไรทั้งหมดตอนนี้ แม่มีอันต้องรับไม่ได้แน่ๆ จะต้องตีโพยตีพายไปใหญ่โต โอ้โหจะต้องทั้งห่วงผมห่วงหลานหนักมาก ถ้ารู้ว่ามู่น้อยกำพร้าแม่อะ เผลอๆ ป่วยหนักกว่าเดิมอีก ผมไม่อยากให้มู่น้อยมาเป็๲ภาระของแม่เพิ่ม เพราะตอนนี้แม่เลี้ยงหลานอยู่สองคน แต่ล่ะคนซนบรรลัย ขืนแกรู้ว่ามู่น้อยไม่มีแม่ ผมไม่มีเมีย แกจะต้องให้ผมเอามู่น้อยมาให้แกเลี้ยง...”

    ชลันดากะพริบตาปริบๆ หน้าเธอซีดลงนิดๆ เมื่อไทบอกว่ามู่น้อยอาจจะต้องมาอยู่กับแม่ของไท ใจของเธอหายวูบเลยล่ะ ไทเองก็เห็นสีหน้านั้น ก็รู้ว่าตัวเองมาถูกทาง จึงเอ่ยเสียงอ่อย

    “เจ๊เข้าใจหรือยังว่าทำไมผมถึงต้องให้เจ๊มาเป็๲เมียปลอมๆ งานนี้ ผมน่ะโลกนี้ไม่เคยกลัวอะไรหรือใคร ยกเว้น พ่อกับแม่ แหะๆ ถ้าแกบังคับผมก็ต้องจำให้มู่น้อยมา”

    “เออ...ก็ได้ ฉันจะเล่นบทเป็๞เมียปลอมๆ ให้นาย” แล้วชลันดาก็ยกมือพนมขึ้นเหนือหัว พลางบ่นพึมพำ

    “สาธุ ลูกขออนุญาตทำผิดศีลข้อสี่ โกหกหลอกลวงพ่อแม่ของนายไท แต่ที่ทำไปเพราะจะให้มู่น้อยอยู่กับพวกเรา ขออย่าให้ลูกบาปเยอะเลยนะเ๽้าคะ เพี้ยง!”

    “อะไรของเจ๊น่ะ”

    เห็นอาการนั้นของเธอเข้า ไทก็อดขำไม่ได้ เออ...เ๽้าแม่ร้านเหล้า มายกมือไหว้ขออนุญาติสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการทำบาปอะไรแบบนี้ดูแล้วก็ขำดี

    จริงสินะ เธอเปิดร้านเหล้า เขาก็ไม่ยักกะเห็นเธอกินเหล้า...ไม่เคยเห็นเลยสักหน แถมยังอบรมสั่งสอนขี้เหล้าในร้านฉอดๆ ๆ บางหนบางทีฟังแล้วหล่อนอบรมศีลธรรมด้วยซ้ำ...หึๆ เป็๞คนแปลกจริงๆ นะเจ๊ดาของเขานี่

    แปลกแต่ก็...น่ารักเป็๲บ้า

    “ก็...” ชักจะเขินที่ดันทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเขา ชลันดาแสร้งทำเสียงดังแก้เขิน เธอดึงมือออกจากมือเขา ไทก็ปล่อยแต่โดยง่าย

    “ช่างฉันเหอะน่า ฉันสบายใจแบบนี้ จะทำไม่ดีก็ขออนุญาตเทวดาประจำตัวแป๊บ อย่ามาขำนะนายไท”

    “โอเคๆ ผม...ไม่ขำแล้ว แต่ว่า...ถ้าเราจะปลอมเป็๞ผัวเมียกัน เราก็อาจจะต้องเรียกกันใหม่ ผมเรียกเจ๊ดาๆ แบบนี้ มันฟังยังไงก็...ไม่เหมือนผัวเมียกันนะ แม่กับพ่อผมช่างสังเกตด้วย เราอาจจะต้องเล่นละครให้สมบทบาทนิดหนึ่ง”

    “นายก็เรียกฉันว่าดาเฉยๆ ส่วนฉันจะเรียกนายว่าเฮียไท...แบบนี้เป็๲ไงล่ะ”

    ชลันดาเสนอ ไททำนิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

    “ก็...ฟังดูดีนะเจ๊ แต่บางทีมันเหมือนห่างเหิน แต่...เอาน่ะก็ยังพอฟังได้ ถ้าผมจะเรียกเจ๊ว่าที่รักบ้างอะไรบ้าง มันจะได้สมบทบาท เจ๊จะยอมรึเปล่า”

    เขาทำเสียงขรึมๆ หน้าตาจริงจัง คนฟังหน้าร้อนผ่าวเลยล่ะทีนี้ เธอกะพริบตาปริบๆ คำที่ว่าไม่เคยมีใครใช้กับเธอสักที ฟังคนตาคมตรงหน้าพูดแล้ว เธอก็รู้สึกเก้อเขิน ใจเต้นแปลกๆ พิกล

    “เอ่อ...”

    “ความแตกอะ มู่น้อยมีอันจะต้องปลิวจากพวกเรามาอยู่กับแม่กับพ่อผมแน่ๆ แม่ผมไม่ยอมให้ผมเลี้ยงมู่น้อยเองหรอก แกเป็๞ห่วง” ไทว่า ชลันดารีบพยักหน้าทันที

    “ได้ นายจะเรียกฉันว่าอะไรก็เรียกได้ตามสบายเลย”

    “โอเคครับที่รัก”

    ฟังแล้วชลันดาก็สะดุ้ง แก้มแดงยิ่งกว่าเดิม เธอขว้างสายตาดุวับใส่เขาเลยทันที ขณะที่ไทตีหน้าซื่อ

    “ไม่มีใครสักหน่อย จะมาเรียกฉันว่าที่รักทำไม?”

    “ซ้อมน่ะเจ๊ จะได้คล่องๆ ไปกันเถอะ ไปซื้อของแล้วรีบกลับ เดี๋ยวพ่อรอนาน”

    ว่าแล้วก็ตัดบท จูงเธอไปในตลาด ชลันดาได้แต่มองค้อนเขา อกใจสั่นไหวไปหมด กับการคำพูดของชายหนุ่ม

    ที่รัก...

    นี่มันรักหลอกๆ ต่างหากเล่ายัยดา อย่าไปคิดจริงจังเลยนะหล่อน

    เธอได้แต่บอกย้ำตัวเองไปมา ขณะที่แอบมองคนข้างๆ ที่ขยันทำให้เธอใจแกว่งใจเต้นจนน่าโมโห

    กำแพงหัวใจของเธอที่สูงลิบ

    เหมือนกำลังจะมีบางอย่างเริ่มปริพังเสียแล้ว...

    sds​


    ​