“ความรักที่แปรเปลี่ยนเป็ความเกลียดชัง คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง”
-เซนส์อารีโอ้,เอิร์ธมูน-
ดาวเคราะห์สีครามลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้ายามค่ำท้องฟ้าสีม่วงกระจ่างใสโอบล้อมตัวปราสาทหินอ่อนสีขาวสะอาดที่ดูเหมือนจะเรืองแสงสีม่วงอ่อนจางท่ามกลางความมืดมิดบรรยากาศรอบข้างเงียบสงบมีเพียงบุรุษร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ในห้องพักชั้นสองของปราสาทั์ตาสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องฟ้ายามค่ำจ้องมองดาวเคราะห์้าด้วยแววตาอ่อนแสงอย่างเดียวดาย
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังแว่วผ่านความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วตัวปราสาทโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างเล็กๆก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบั์ตาสีม่วงใสจ้องมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตรงริมระเบียงก่อนจะเดินเข้าไปใกล้
‘ท่านพ่อยังไม่นอนอีกเหรอคะ?’
เสียงใสเอ่ยถามก่อนที่คนเป็พ่อจะหันมาส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้มือใหญ่เอื้อมไปคว้าร่างเล็กขึ้นมานั่งแนบตัก
‘วันนี้ท้องฟ้าสวยนะ’เ้าของห้องเอ่ยชวน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
เด็กสาวมองตาม
‘มีอะไรอยู่บนนั้นเหรอคะ?’
‘มีโลกที่เราไม่รู้จักอยู่น่ะ’คนเป็พ่อบอก ‘อยากไปอยู่ที่นั่นไหม เบริล?’
‘ถ้าท่านพ่อไปลูกก็จะไปด้วยค่ะ’เด็กสาวตอบ ั์ตาสีม่วงกระจ่างใสเรืองแสงกล้าก่อนจะอ่อนลงอย่างรวดเร็ว‘ถ้าไปจากที่นี่ได้ล่ะก็...’
‘มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ?’
เ้าของั์สีน้ำเงินเข้มเอ่ยถามหันมาสบั์ตาสีม่วงคู่สวยที่ฉายแววหม่นหมองคู่นั้น
เบริลส่ายหน้า
‘ลูกปิดพ่อไม่ได้หรอกนะ รู้ไหม?’ รอยยิ้มอบอุ่นส่งมาให้เด็กสาวในอ้อมแขนอีกครั้ง‘มีเื่อะไรที่ทำให้ลูกกังวลใจจนถึงขั้นนอนไม่หลับอย่างนั้นเหรอ เบริล’
เด็กสาวหลบสายตาซุกตัวลงไปในอ้อมแขนอบอุ่นคู่นั้นก่อนจะเอ่ยเสียงแ่
‘ท่านอาอาวว์’
‘อา...’ คนเป็พ่อระบายลมหายใจรอยยิ้มระอาระบายอยู่บนใบหน้านึกขึ้นแขกคนสำคัญที่มาปรากฏตัวที่ดาวของเขาแล้วเหนื่อยใจ อาวว์ ครอส แห่งเอิร์ธสตาร์ ผู้มีศักดิ์เป็พี่ชายแท้ๆของเขา
‘ท่านอาพูดอะไรกับลูกอย่างนั้นเหรอเบริล’
เสียงทุ้มเอ่ยถามแม้จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าแต่ก็ไม่อาจซ่อนความไม่พอใจไว้ในน้ำเสียงได้
เด็กสาวกระชับอ้อมแขนอบอุ่นนั้นให้แน่นขึ้น เอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ
‘ท่านอาบอกว่าจะไม่ให้ลูกได้เป็ผู้พิทักษ์เหมือนอย่างท่านแม่’
อ้อมแขนที่กอดเด็กสาวอยู่นั้นรัดแน่นขึ้น คนฟังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าคิดอะไรอยู่ในใจนั้นก็ไม่อาจบอกได้ใบหน้าคมเข้มนั้นเรียบสงบเช่นเดียวกับั์ตาสีน้ำเงินเข้มเรียบนิ่งดุจห้วงน้ำลึกผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางการเฝ้ามองของเด็กสาวในอ้อมแขน ชายหนุ่มก็เอ่ยถาม
‘ไม่มีใครกำหนดได้หรอก อนาคตน่ะ’
สายลมยามดึกพัดผ่านรอบตัวเด็กสาวห่อตัวแน่นในอ้อมแขนใหญ่ั์ตาสีม่วงใสจ้องมองเสี้ยวหน้าของคนเป็พ่อที่เห็นได้อย่างเลือนราง
‘ผู้พิทักษ์ทั้งสิบสามคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างมีแต่ผู้ถูกเลือกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็ผู้พิทักษ์ไม่ว่าใครก็ไม่อาจกะเกณฑ์ได้เองหรอก’
‘หมายความว่าลูกก็อาจจะได้เป็ผู้พิทักษ์เหมือนอย่างท่านแม่อย่างนั้นเหรอคะ’
เด็กสาวถามเสียงใสั์ตาเป็ประกายกล้าความไร้เดียวสาทำให้มองไม่เห็นร่องรอยแห่งความกังวลใจบนใบหน้าของชายหนุ่ม
‘ถ้าลูก้าล่ะก็--’
‘ลูกอยากเป็ค่ะ!’เด็กสาวตอบรับเสียงแข็งขัน ขยับตัวออกจากอ้อมแขนก่อนจะยืดตัวขึ้นประสานสายตากับคนเป็พ่อ‘ลูกอยากเป็ผู้พิทักษ์ จะได้ปกป้องดาวดวงนี้ต่อจากท่านแม่ลูกจะทำให้เอิร์ธมูนสงบสุขเหมือนที่ผ่านๆมาให้ได้’
‘สมกับเป็ลูกสาวพ่อ’
คนเป็พ่อบอกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง สลัดความกังวลใจออกไปจนหมดมือใหญ่ยกร่างบางขึ้นอุ้มก่อนจะเดินตรงไปที่ระเบียงวางร่างเล็กๆลงบนชานพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เด็กสาวมองตามรอยยิ้มแห่งความสุขอาบไปทั่วใบหน้า ร่างบางเอนหลังพิงร่างสูงใหญ่ของคนเป็พ่อปลายขาที่ยื่นพ้นราวระเบียงส่ายไปมาอย่างมีความสุข
‘ท่านพ่อคิดว่าผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างจะอยู่บนนั้นไหมคะ?’
ั์ตาสีม่วงใสของเด็กสาวจ้องมองดาวเคราะห์สีครามที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า
ฝ่ามือใหญ่วางแนบลงข้างตัวพร้อมๆกับที่ร่างลูกโน้มลงมาหาวางใบหน้าไว้บนบ่าบอบบางข้างหนึ่ง
‘อยู่สิ จะต้องอยู่แน่ๆ’เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู ‘สักวันหนึ่งลูกเองก็จะได้อยู่ที่นั่นเหมือนกัน’
- เอิร์ธมูน,สิบเอ็ดเดือนก่อนาใหญ่-
เป็ค่ำคืนที่สว่างสดใสที่สุดเท่านี้เด็กสาวเคยพบสายลมเย็นโอบล้อมตัวปราสาทของเอิร์ธมูนท้องฟ้าสีม่วงกระจ่างใสไร้แสงของเอิร์ธซันแผ่ปกคลุมอยู่เหนือน่านฟ้าราวกับจะต้อนรับเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าตัวปราสาทได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยช่อดอกไม้หลากสีละลานตาที่เอิร์ธฟลาวเวอร์เป็ผู้จัดหามาให้ทางเดินหินกรวดสีขาวสะอาดและผนังรอบนอกปราสาทถูกชำระล้างจนดูสดใสประดับประดาไปด้วยดวงไฟสีฟ้าอ่อนจางที่ลอยล่องอยู่รอบๆทางเดินและตัวปราสาทส่งผลให้ปราสาทหินอ่อนของเอิร์ธมูนสว่างไสวกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา
่หัวค่ำรัชทายาทและผู้พิทักษ์ที่ได้ถูกรับเชิญปรากฏตัวขึ้นที่เอิร์ธมูนทั้งหมดได้รับการรับรองในห้องโถงใหญ่ใจกลางปราสาทที่โอ่อ่าและงดงามที่สุดราชินีแห่งเอิร์ธมูนยืนคอยท่าต้อนรับเหล่าผู้ได้รับเชิญคนสำคัญด้วยสีหน้าสดใสความอิ่มเอิบใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าเรียวขาวที่แต่งแต้มอย่างงดงามาาแห่งเอิร์ธมูนยืนอยู่เคียงข้างกันใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแม้ั์ตาสีน้ำเงินเข้มจะหม่นแสงจนดูราวกับไร้ชีวิต
เสียงระฆังจากหอคอยทิศตะวันตกดังขึ้นสองครั้ง ทุกสิ่งในปราสาทตกอยู่ท่ามกลางความเงียบเมื่อประตูไม้บานใหญ่หนาสีน้ำตาลหม่นเปิดออกแล้วร่างบางของว่าที่รัชทายาทและผู้พิทักษ์คนต่อไปแห่งเอิร์ธมูนก็ก้าวเข้ามาเด็กสาวอยู่ในชุดประจำราชวงศ์แห่งเอิร์ธมูนเต็มยศชุดกระโปรงสีขาวยาวกรอมเท้ากับผ้าคลุมสีม่วงดอกไลแลคสว่างไสว เครื่องราชและตราประจำราชวงศ์ประดับอยู่เหนือบ่าสร้อยคอทำจากเพชรน้ำงามส่องสว่างกระทบแสงไฟอยู่บนลำคอเรียวขาวเรือนผมสีน้ำตาลทองที่เคยปล่อยยาวระกลางหลังบัดนี้ถูกรวบขึ้นมัดอยู่กลางศีรษะประดับด้วยมงกุฎรูปพระจันทร์สีม่วงเข้มทำจากอเมทริสและคริสตัลเธอกำลังเดินไปตามทางเดินในโถงประชุมท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ของคนที่เฝ้ามองทั้งจากเอิร์ธสตาร์และเอิร์ธมูนที่ได้รับเลือกให้มาเป็สักขีพยานในการเข้าพิธีสืบรัชทายาทครั้งนี้เด็กสาวตัวสั่นแต่ซ่อนความตื่นเต้นนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เฉยชาไม่ต่างจากคนที่เดินตามหลังเธอมาเด็กหนุ่มที่ถูกเลือกให้มาเป็คู่หมั้นของเธอคนที่ควบตำแหน่งรัชทายาทและผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์
เบริลหยุดเดินเมื่อเธอไปถึงหน้าลานพิธีาาและราชินีแห่งเอิร์ธมูนยืนอยู่บนลานหินอ่อนครึ่งวงกลมที่ถูกยกระดับสูงขึ้นไปสองสามขั้นมีอักขระเวทสีทองแกะสลักอยู่รอบขอบพื้นและตามขั้นบันได ใจกลางลานด้านหลังที่ที่ผู้ปกครองแห่งเอิร์ธมูนทั้งสองยืนอยู่คือแท่นแก้วสีใสทำจากคริสตัลมีหินสีม่วงเข้มรูปพระจันทร์ลอยสูงส่องประกายอยู่เหนือแท่นนั้น
มันคือสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูน
าาแห่งเอิร์ธมูนขยับตัวออกไปยืนด้านข้างเมื่อราชินีเลื่อนตัวไปยังแท่นแก้วก่อนจะเอื้อมมือไปโอบรอบสัญลักษณ์แห่งผู้พิทักษ์ไว้แม้จะไม่ได้ััโดยตรงแต่หินรูปพระจันทร์สีม่วงเข้มก็ลอยขึ้นสูงเมื่อราชินีเลื่อนมือออกมาจากแท่นก่อนจะหันกลับมาหาเธอแล้วเดินเข้ามาใกล้
เบริลขยับขึ้นไปบนลานพิธี ณเวลานี้เธอข่มความประหม่าไว้ไม่อยู่แล้ว
หินแห่งผู้พิทักษ์ลอยออกมาจากมือของราชินีแห่งเอิร์ธมูนตรงมาหาเธออย่างช้าๆ มันลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ส่องแสงสีม่วงสว่างสดใสแล้วเธอก็ค่อยๆเอื้อมมือไปช้าๆลำแสงสีม่วงเปล่งแสงแรงกล้าเมื่อเธอขยับมือเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ
แล้วเด็กสาวก็ไม่รับรู้อะไรต่อจากนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอัักับหินภาพทั้งหมดก็ดับวูบลง ทุกอย่างมืดสนิท ได้ยินเพียงเสียงร้องะโอยู่รอบตัวก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงกรีดร้องของท่านแม่
‘เฟรย์ อย่า!’
เบริลไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นเธอมองไม่เห็นอะไรราวกับโลกทั้งใบมืดลงไปอย่างฉับพลันทันทีที่ท่านแม่กรีดร้องลั่นเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังลอยสูงขึ้นและสติสัมปชัญญะก็เริ่มดิ่งลงสู้ความมืดมิดขึ้นเรื่อยๆเธอมองไม่เห็นภาพตรงหน้า ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่เธอััหินได้ยินเพียงแค่เสียงะโก้องท่ามกลางความมืดมิด
ทันใดนั้น เด็กสาวก็กรีดร้องลั่น
ร่างของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกเปลวไฟแผดเผามันปวดแสบปวดร้อนจนเธอทนไม่ไหวน้ำตาไหลออกมาทางหางตาเป็สายโดยที่เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
‘ไม่!!’
เบริลกรีดเสียงฝ่ามือสองข้างไขว่คว้าหาคู่หมั้น แต่เธอไม่เจอเขา รู้สึกได้เพียงรอบข้างว่างเปล่าราวกับร่างเธอกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระดูกกำลังถูกป่นให้แหลกเหลว
เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่!
ท่านพ่อ... ท่านพ่อช่วยลูกด้วย...
พรึบ!
ความเ็ปเหือดหายไปจากร่างทันทีที่เธอลืมตาขึ้นเด็กสาวหายใจหอบหนักน้ำตาคลอรื่นไปทั่วดวงตาขณะที่พยายามเงยหน้าขึ้นสบกับั์ตาสีน้ำเงินเข้มของคนที่เธอโหยหา
‘ท่านพ่อ...’
เบริลเอื้อมมือไปััใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนนั้น ก่อนจะตระหนักได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในลานพิธีอีกต่อไป
ทิวทัศน์รอบข้างคือลานกว้างในสวนหน้าปราสาทหิมะที่ตกลงมากำลังทับถมอยู่บนพื้นสนามหญ้าเปลี่ยนสีเขียวสดให้กลายเป็สีขาวบริสุทธิ์ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวอยู่โดยรอบท้องฟ้าด้านนอกเป็สีดำ ไม่ใช่สีม่วงเข้มที่เธอคุ้นเคยเธอกำลังนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบในคืนที่หิมะตกหนักเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆโปรยปรายลงสู่ตัวเธอรวมทั้งคนตรงหน้า รอบกายมืดมิดเงียบเหงาและดูวังเวง
ทุกคน... หายไปไหนกันหมด
‘ท่าน...’
คำพูดต่อมาถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้อง ร้องก้องจนสุดเสียงของเ้าของร่างที่ตัวสั่นเทาหิมะที่โปรยปรายลงมากลายเป็สีเืและตัวเธอเองก็นั่งอยู่บนพื้นที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืสีแดงสดคนตรงหน้ายังคงยิ้มให้เธอแม้ว่าร่างกายจะเต็มไปด้วยาแสาหัสใบหน้าและเรือนผมถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ก่อนที่คำพูดสุดท้ายจะหลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าราวกับเป็คำสั่งลา
‘นี่ไม่ใช่... ความผิดของลูก’
ไม่ใช่... ความผิดของลูก
ร่างสูงของาาแห่งเอิร์ธมูนล้มฟุบลงท่ามกลางกองเืสีแดงฉานหิมะที่โปรยปรายลงมาถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงสด ร่างบางที่เคยสั่นเทากลับแน่นิ่งราวกับถูกแช่แข็งแม้แต่เสียงกรีดร้อง....ก็ไม่ยอมหลุดออกมาจากลำคอ
-โลกปัจจุบัน-
หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาสู่พื้นถนนในค่ำคืนที่ผู้คนต่างก็ใช้่เวลาแห่งความสุขอยู่กับครอบครัวภายในบ้านที่อบอุ่นเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางถนนสายเล็กๆที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนมองดูฝ่ามือข้างขวาของตนที่เจ็บแปลบรอยสักสีดำสนิทปรากฏขึ้นก่อนจะลามไปทั่วถึงต้นแขน
ั์ตาสีเทาเข้มเงยขึ้นมองท้องฟ้าในวันที่หิมะตกหนัก มือข้างที่แปลกประหลาดนั่นกำแน่นก่อนที่เด็กหนุ่มจะออกวิ่งทิ้งไว้เพียงรอยเท้าและหยดเืที่ประดับอยู่บนพื้นถนนอันเย็นเฉียบ