แกเห็นบทเรียนบ้านยายจันทร์มาแล้ว แกขายอาหารตามสั่งครั้งหนึ่งยายหนูรินแวะไปกินข้าวผัดกะเพราที่ธรรมดาแกขาย25 บาทมีไข่ดาวด้วย 30 บาท
แต่พอแกเห็นหนูรินไปกินแล้วได้ยินกิตติศัพท์ว่าไม่เคยต่อราคาแกชาร์ทราคาข้าวผัดกะเพราขึ้นไปเป็ 80 บาท รินก็จ่ายไปตามนั้น
แต่หลังจากนั้นไม่ว่าแกจะขายให้ราคาเดิมหรือถูกกว่าขายคนอื่น รินก็ไม่กินร้านนั้นอีกเลย ที่สำคัญรินทำร้านอาหารตามสั่งเองแล้วจ้างน้าสนกับครอบครัวให้ดูแลร้านโดยที่เธอออกเงินลงทุนให้และกำหนดราคา แล้วก็ให้ครอบครัวของน้าสนทำแปลงผักปลอดสารพิษเพื่อนำมาทำอาหาร
ที่รินเลือกครอบครัวนี้เพราะเป็คนที่ซื่อสัตย์แต่ไม่มีที่ทำกินและที่สำคัญเธอ้าดัดหลังยายจันทร์ ดูเอาเถอะมีเงินมันก็จะร้ายๆ อย่างนี้
ร้ายยังไงน่ะเหรอ เธอให้สูตรอาหารที่อร่อย เธอสอนให้ชาวบ้านทุกคนยกเว้นบ้านยายจันทร์ผลิตมูลไส้เดือนแล้วเอามาขายให้เธอเพื่อเป็ปุ๋ยให้ผักของเธอ
ใครที่เอาขี้วัวมาปนแม้แต่ครั้งเดียวเธอตัดการซื้อขายตามหัวข้อสัญญาและยึดไส้เดือนเธอคืนตามน้ำหนักหากคืนไม่ได้ให้คิดจากราคาที่หายไปขีดละ 300 บาท น่าแปลกไม่มีใครกล้าตุกติกกับเธอ เพราะทุกคนเห็นแล้วว่าโกงเธอแค่หลักสิบชีวิตเปลี่ยนทันที
เพราะร้านของยายจันทร์ที่เมื่อก่อนยืนหนึ่งแทบจะไม่มีคนมากินทั้งที่ร้านทำเลดีอยู่ริมถนน คนที่มากินคือขาจรที่ผ่านไปผ่านมา
เธอลงทุนตกแต่งร้านพัฒนาสูตรอาหารให้อร่อย สะอาด ทำฟาร์มผักปลอดสารพิษบริเวณรอบๆ ร้านโดยที่ลูกค้าสามารถมาเก็บด้วยตัวเองให้อารมณ์ชาวสวนผักได้อีกแล้วก็จ่ายเงินตามน้ำหนัก
ถามว่าทำไมเธอต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ ไล่บี้ยายจันทร์ขนาดนี้ นั่นเพราะเธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ การที่เป็คนใหม่ไม่รู้เื่มักจะโดนเอาเปรียบ เธอเป็ผู้หญิงตัวคนเดียวแถมอายุก็ยังน้อย
ตอนนั้นเธออายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ แล้วบ้านป้าจันทร์ก็ปล่อยเงินกู้ด้วย บ้านน้าสนก็ถูกแกยึดที่ เพราะเป็คนซื่อๆ ถูกหลอกและเจอดอกเบี้ยขูดเืขูดเนื้อขนาดนั้น
เพราะบ้านป้าจันทร์มีลูกหลานที่เป็ผู้ชายเกือบสิบคนที่ไม่ได้รวมเด็กๆ เข้าไปในนั้นเวลาแกทำอะไรแกก็เอาแก๊งของแกมาข่มขู่ ตอนที่เธอเจอน้าสนนั้นสภาพแทบจะไม่เหลือิญญาในร่าง
เธอให้ลูกชายไปตามครอบครัวเขามากินข้าว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากรู้เื่ทั้งหมดแล้วเธอก็ไปแจ้งกำนันให้มาตกลง
น้าสนกู้เงินมาหนึ่งหมื่นบาท ดอกทบต้นต้นทบดอกกลายเป็ห้าหมื่นไปได้ยังไง กู้หนี้นอกระบบมันโหดถึงกับคร่าิญญากันเลยทีเดียว
แต่ด้วยสัญญากู้ที่ติดโฉนดบ้านไว้ทำให้เอาผิดเื่นี้ไม่ได้ กฎหมายมันไม่ได้เข้าข้างคนจนนัก และคนจนไม่ได้มีความรู้เื่กฎหมายก็ไม่รู้อะไรที่ทำได้หรือไม่ได้
เธอเลือกที่จะเจรจาต่อรอเงินลงมาให้เหลือสามหมื่น ที่จริงจำนวนดอกเบี้ยที่เก็บไปมันก็ครบหมื่นแล้ว ยังจะโกงแล้วโกงอีก แต่ทางนั้นยังตีหน้ามึนจะเอาเงินห้าหมื่นบาทให้ได้
“หรือจะไปหาตำรวจ เดี๋ยวหนูหาทนายมาว่าความให้ จะเอาให้ติดคุกหัวโตกันไปเลย ไม่ใครก็ใครคงจะได้ชื่อว่าเป็ลูกคนขี้คุกกันบ้าละนะสนอย่ายอมความนะ หมอแดงเป็พยานให้ได้หนูถ่ายรูปไว้หมดแล้ว เอาข้อหาพยายามฆ่าเลย จะบอกทนายให้ทำให้ติดคุกอย่างน้อย 20ปี หรือไม่ก็ปะาชีวิตเลย นับหัวไว้เลยกี่คน”
น้าสนถึงกับใอ้าปากค้างไหนว่าจะค่อยๆ คุยนี่จัดหนักเลยเหรอ ไม่ใช่แค่น้าสนคนเดียวที่อ้าปากค้างทางฝั่งยายจันทร์เองก็เริ่มหวาดกลัว แกหวีดร้องออกมา
“ได้เหรอ แน่ใจว่าได้เหรอ” ยายจันทร์ท้าทายแต่สายตานั้นบอกอีกอย่าง
รินฉวยความวิตกกังวลแล้วสำทับต่ออีกว่า
“แล้วรู้มั้ยว่าถ้าว่าความแพ้คดี คนแพ้ต้องจ่ายค่าทนายของทั้งสองฝ่ายด้วยนะและต้องจ่ายค่าปรับและเงินที่เรียกร้อง ถ้าไม่พอก็จะโดนยึดทรัพย์ที่นาเท่าไหร่ก็โดนยึด ถ้าไม่พอก็จะโดนฟ้องล้มละลายไป ไม่มีเครดิตทำธุรกรรมอะไรก็ไม่ได้” เธอรู้ว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น ที่กล่าวออกไปคือบลัฟล้วนๆ
“แม่ไม่ต้องกลัวสารวัตรเก่งเขาช่วยได้” ลูกชายคนรองที่ดูเหมือนจะฉลาด (แกมโกง) เอ่ยปากขึ้น
“งั้นลองหน่อยมั้ยล่ะ ถ้าสื่อออกมาตีข่าวแล้วพบว่าตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าว่าแต่สารวัตรเลย ผู้กำกับก็เหอะ เขาจะยอมแลกกับหน้าที่ ชื่อเสียงเกียรติยศเขามั้ยล่ะ คิดดู” รินพูดอย่างใจเย็น ในใจก็คิดหาวิธีขู่แบบหนักๆ ต่อ
ทางด้านยายจันทร์ถึงแม้จะมีแบ็คอัพดี แต่อีกฝ่ายก็มีทั้งความรู้ มีทั้งเงินและย่อมมีเส้นสายมากกว่าเธอเป็แน่ (ถ้ายายจันทร์รู้ความจริงคงน้ำลายฟูมปากแน่ๆ
"ถ้างั้นก็จ่ายมาสามหมื่นแล้วเอาโฉนดไป” ยายจันทร์ยังไม่ยอม
“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ป้าต้องจ่าย ค่ารักษาพยาบาลก็ต้องจ่ายมาค่าทำขวัญกับข้าวของที่เสียหาย ค่ารักษา ค่ายา 5,000 บาท ค่าเสียโอกาสโอกาสในการทำกินเพราะต้องรักษาตัวเดือนนึงฉันให้น้าสนเดือนละ10,000น้าสนทำงานไม่ได้ เงินชดเชยนี้ป้าต้องรับผิดชอบ
ค่าทำขวัญเพราะการบุกทำร้ายทำให้เด็กๆ ใมีผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เรียกเก็บ15,000บาท ข้าวของในบ้านที่ถูกทำลายเสียหาย 8,000 บาท
นี่ยังไม่รวมประตูกับวงกบประตูที่ต้องเปลี่ยนทั้งหมดนะแล้วก็ค่าเสียเวลาฉันคิดเป็รายชั่วโมง ชั่วโมงละ 2,000 บาท นี่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีฉันปัดให้เป็หนึ่งชั่วโมงถ้วนถ้ายังเยิ่นเย้อฉันก็คิดไปเรื่อยๆนะ สรุปรวมทั้งหมด 40,000 บาทที่ป้าต้องจ่าย
หักไปสามหมื่นป้าต้องจ่ายส่วนที่เกินมาหมื่นบาท ส่วนค่าเสียเวลาฉันยกให้ เอามาให้เรา8,000 บาทพร้อมโฉนด กำนันเห็นว่าอย่างไร เพราะถ้าจ้างทนายคงมีการเรียกค่าเสียหายหลักแสนแถมอาจมีคนต้องติดคุก” รินแจกแจงรายละเอียด
กำนันกริชยืนตะลึงยายหนูที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ แต่พูดจาได้ฉะฉานและน่าเชื่อถือสมกับที่อาจารย์ทองฝากฝังเอาไว้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
กำนันหันไปมองหน้าป้าจันทร์ที่กำลังจะแผดเสียงร้องว่า
“ถ้ายืดเยื้อคงต้องตำรวจกับทนายจัดการแล้วล่ะ ถ้าถึงตอนนั้นฉันก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะ อย่าลืมว่าเ้าเชนมันมีคดีติดตัวอยู่ถ้าเพิ่มอีกคดีครั้งนี้คงไม่รอดนอนคุกแน่ๆ เลือกเอา" กำนันกริช
เ้าเชนถึงกับเหงื่อตกเพราะมันเองก็ทำกับชาวบ้านไว้เยอะ มีคนที่ถูกมันทำร้ายแต่กลายเป็ต้องติดคุกเพราะมันก็หลายคน ถ้าเข้าไปนอนในนั้นมันไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดฝ่ามือฝ่าเท้าคนเ่าั้ไปได้สักกี่น้ำ
"แม่….” เชนสะกิดผู้ที่เป็มารดาด้วยสายตาอ้อนวอน
“เอ้า เอาไป” ยายจันทร์หยิบโฉนดบ้านน้าสน กับแบงก์ใบละพันแปดใบเหวี่ยงลงพื้น แล้วหันหลังกลับจะพาลูกๆ ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งอยู่นานก็คงจะเสียอีกเท่าไหร่ไม่รู้
"เดี๋ยว…..” รินเอ่ยห้าม
“อะไรอีกหล่ะ” นังเด็กเปรตไม่เลิกไม่ลา แค่ฉันโก่งราคาข้าวครั้งเดียวนี่แกถึงจะเอาให้ฉันหมดเนื้อหมดตัวเลยรึไง
“สัญญาเงินกู้…คืนมาด้วย”
ยายจันทร์ อกแทบแตกมือแกสั่นอยากจะตบนังเด็ก สารเลวนี่ อุตส่าห์แกล้งทำเนียนให้พ้นวันนี้ไปก่อนแล้วค่อยหาทางมาเอาคืนทีหลัง
พอไม่มีสัญญาแล้วจะเอาที่ไหนมาขูดเืขูดเนื้อบ้านไอ้สนได้อีก แกควักหนังสือสัญญาแล้วเขวี้ยงใส่หน้าริน แต่รินกลับยื่นมือมารับได้ก่อน แกเห็นว่าทำอะไรอีกฝ่ายนึงไม่ได้
"กลับ!!!”
“ระวังเส้นเืในสมองแตกนะยาย” รินพูดยิ้มๆ
ยายจันทร์ที่หันมาค้อนเห็นรอยยิ้มเยาะและก็แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแล้วเดินจากไป
“รวยนะเนี่ยมีเงินติดตัวเยอะขนาดนี้เชียวนึกว่าต้องชวนตำรวจไปรับเงินหน้าบ้านยายเสียอีก” รินะโให้ได้ยินกันทั่ว
ยิ่งทำให้ยายจันทร์คับแค้นใจเงินนี่แกเตรียมมาปล่อยเงินกู้ที่ตลาดวันนี้คงต้องไม่มีอารมณ์ไปไหนแล้ว
น้าสนที่ก้มลงเก็บโฉนดและเงินขึ้นมายื่นให้ริน
“หนูริน นี่จ้ะ” รินมองหน้าน้าสนอย่างไม่เข้าใจ ทั้งหมดนี่เป็ของหนู
รินเลิกคิ้วมองน้าสน “น้าเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า ในโฉนดนี่ก็ชื่อน้า เงินนี่ยายจันทร์ก็ชดเชยให้น้า ทั้งหมด 8,000 ค่าเสียเวลาของริน2,000 น้าเก็บไว้ 6,00บาทแล้วสัญญาสกปรกนี่”
ว่าแล้วรินก็ฉีกมันต่อหน้าทุกคน ทำเอาทุกคนถึงกับตะลึงเพราะมันเป็สัญลักษณ์ของการเป็หนี้จบสิ้นแล้ว