ตอนที่ 6 ค่าตอบแทน
ก้อนหินก้อนเขื่องลอยมาอย่างรวดเร็วกระทบที่ศีรษะของต้าเสิ่นอย่างแม่นยำ มือของต้าเสิ่นหลุดจากการจับกุมแก้มของมู่ปิง ร่างกระเด็นปลิวไปตามแรงหิน“โอ๊ย!!!” ต้าเสิ่นร้องโอดโอย ลงไปกลิ้งที่พื้นเลือดอาบตั้งแต่หน้าผากไหลมาท่วมตัว“ฝีมือของใคร พวกเราฆ่ามัน!!!” ต้าเสิ่นลุกขึ้นมา มือกุมแผลที่ศีรษะ พลางมองหาตัวผู้ปาหิน“เจ้ากล้าหรือ?” ทันใดนั้นเองเสียงที่ทรงพลังและมีอำนาจดังไปทั่วบริเวณ พร้อมจิตสังหารดั่งราชสีห์ข่มผู้คนของเผ่าภูผาจนไม่มีใครกล้าขยับ ด้วยประโยคสั้นๆเพียงสามพยางค์แต่ผู้ได้ฟังราวกับอยู่ในนรกอย่างยาวนานไม่เพียงหินก้อนเขื่อง...ชั่วอึดใจหินก้อนขนาดฝ่ามือก็ตามมาอีกเป็นร้อยก้อน เข้าตามหน้าและลำตัวของเผ่าภูผาที่เหลืออยู่ ถึงเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์แต่ถ้าแค่ระดับนักรบฝึกหัดหรือนักรบทั่วไป ความแข็งแกร่งของร่างกายก็ยังไม่ต่างจากคนธรรมดา“โอ๊ยๆ!!!...” ชนเผ่าภูผาที่เหลือร้องโอดโอยแต่ร่างกายไม่สามารถขยับได้ เพราะโดนจิตสังหารตรึงอยู่กับที่ ...ราวรูปปั้นเลือดไหลอาบตามร่างกาย“นี่แหนะๆ!!! เห็นมั้ยพี่อ้วนบอกแล้วว่าก้อนหินเหล่านี้เป็นอาวุธที่ดีสำหรับพวกเรา พวกลูกหมาอย่างนี้อย่าไปเปลืองแรงให้เสียมือ มาๆ...เจิ้นเทียน ส่งก้อนหินมาให้ข้าอู๋ต้าอีก ให้มันรู้วิชาหินบินของข้าอีกสักหน่อย”ชั่วขณะที่ก้อนหินลอยมาใส่เผ่าภูผา เสียงพูดเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้น เมื่อทุกคนหันมาก็พบเด็กชายสองคน คนหนึ่งอ้วนจ้ำม่ำ อีกคนผอมโซตัวเล็ก กำลังปาก้อนหินใส่เผ่าภูผาอย่างเมามันส์ และเบื้องหลังเด็กชายทั้งสอง มีชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำ พร้อมรอยแผลเป็นที่หน้า ดวงตาแดงกล่ำด้วยความโกรธเพ่งจิตสังหารตรึงเผ่าภูผาให้อยู่กับที่“ท่านพ่อ!!!...อาจารย์!!......” มู่ปิงและเหล่าชนเผ่าฟ้าคำราม ตะโกนเรียกพร้อมกัน เมื่อเห็นผู้ที่มาช่วยก็รู้สึกโล่งเหมือนรอดตาย มู่เหวินเดินเข้ามาปลอบลูกสาว ขณะที่กลุ่มชนเผ่าฟ้าคำรามที่เหลือเข้าไปดูหวังอู่และไล่รุมทำร้ายเหล่าชนเผ่าภูผาที่เหลือ“ท่านพ่อ ชนเผ่าภูผาเหล่านี้.......”มู่ปิงพูดพลางสลับร้องไห้ เล่าเรื่องทุกอย่างให้มู่เหวินฟังตั้งแต่ต้นมู่เหวินตั้งใจฟังจบจบแต่สายตามองต้าเสิ่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อฟังเรื่องราวจบก็เดินตรงไปกระชากคอของต้าเสิ่นทันที“เจ้าๆ!!...จะทำอะไรข้า ข้าต้าเสิ่นเป็นลูกชายของหัวหน้าเผ่าภูผานะ” ต้าเสิ่นตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ความโอหังก่อนหน้ามลายหายไปสิ้น เมื่อพบมู่เหวินที่เต็มไปด้วยจิตสังหารดั่งมัจจุราช“ไอ้ลูกหมา แม้แต่หัวหน้าภูผามาเองข้ายังกลัว นับประสาอะไรกับเจ้า เราชาวชนเผ่าฟ้าคำรามถึงแม้เป็นเผ่าเล็กๆก็ไม่ยอมให้ใครรังแก ” มู่เหวินพูดพลางใช้มือขวาจับไปที่คอของต้าเสิ่นแล้วยกขึ้น ร่างของต้าเสิ่นลอยขึ้นตามแรงยกอย่างไม่สามารถขัดขืน“เจ้าจับแก้มลูกสาวข้า ข้าก็จะจับแก้มเจ้าคืนเป็นสิบเท่า” กล่าวจบมู่เหวินเลื่อนมือซ้ายไปจับที่กรามของต้าเสิ่นแล้วเดินลมปราณไปที่มือซ้าย จากนั้นค่อยๆบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระดูกกรามต้าเสิ่นแหลกละเอียด“โอ้ย!!!” ต้าเสิ่นร้องดังลั่น เลือดไหลอาบเต็มปาก แต่มู่เหวินยังไม่หยุด“เสียงเจ้าดังเกินไป ไหนเจ้าเคยสั่งลูกน้องให้ตบปากศิษย์ข้าจนสลบใช่มั้ย ดีๆ...ข้าจะลองทำกับเจ้าบ้าง” เมื่อพูดจบมู่เหวินก็ใช้มือซ้ายตบปากต้าเสิ่นเสียงดังสนั่น“ไม่ๆ!!!!! โอ้ยยยย” ต้าเสิ่นร้องดังกว่าเดิมแล้วก็นิ่งไป ด้วยพลังของหัวหน้านักรบขั้นต้น ไหนเลยที่นักรบฝึกหัดอย่างต้าเสิ่นจะทนได้ เพียงครั้งเดียวต้าเสิ่นก็เจ็บปวดจนสลบเมื่อสิ้นเสียงต้าเสิ่น ทุกคนในที่นั้นนิ่งสงบด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน ทางเผ่าภูผาเสมือนว่ายังหวาดกลัวราวกับอยู่ในนรกอเวจี ยิ่งเมื่อสายตาของมู่เหวินกวาดไปที่ใคร คนนั้นก็ราววิญญาณจะหลุดออกจากร่าง แต่สำหรับชนเผ่าฟ้าคำรามแล้วมันคือช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อย เสมือนจิตวิญญาณกลับมาอีกคราทันใดนั้นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในทางเข้าเผ่าภูผา “เกิดอะไรขึ้น !!! นั่นมันมู่เหวินจากเผ่าฟ้าคำรามนี่ แล้วในมือเขาคือต้าเสิ่นไม่ใช่หรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่รู้จักกับมู่เหวินส่งเสียงประหลาดใจ จากนั้นก็รีบวิ่งเข้ามามู่เหวินมองคนกลุ่มใหญ่อย่างไม่แยแส แล้วปล่อยโยนร่างต้านเสิ่นลงพื้นอย่างไม่ปราณี“คารวะผู้อาวุโสลำดับหนึ่ง” มู่เหวินกุมมือคำนับอย่างมีมารยาท“มู่เหวินเกิดอะไรขึ้น ทำไมเหมือนมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่?” ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัยมู่เหวินอธิบายเรื่องราวแก่ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งอย่างละเอียดพร้อมทั้งเรียกมู่ปิงมาช่วยยืนยัน ขณะที่ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งก็เรียกชนเผ่าภูผาที่ก่อเรื่องมาสอบถาม เมื่อทุกคนได้ข้อสรุปเดียวกัน ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งก็กล่าวว่า“มู่เหวินข้าต้องขอโทษแทนเด็กๆเหล่านี้ด้วย ที่ทำให้มิตรภาพของทั้งสองเผ่าต้องเกิดปัญหาจนเกิดเหตุการณ์เหล่านี้” ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งโค้งคำนับพร้อมกุมมือ“หากท่านเข้าใจก็ถือว่าเรื่องนี้เลิกแล้วต่อกัน.......”มู่เหวินโค้งคำนับพร้อมกุมมือตอบ ทั้งสองได้พูดคุยอีกพักใหญ่ มู่เหวินจึงได้ทราบว่าหัวหน้าเผ่าภูผาออกไปเยี่ยมเผ่าพันธมิตร อีกหนึ่งปีถึงจะเดินทางกลับ อำนาจสิทธิ์ขาดจึงอยู่ที่ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่ง ผู้อาวุโสลำดับที่หนึ่งไม่ต้องการให้วามสัมพันธ์ของทั้งสองเผ่าต้องมีปัญหา จึงซื้อของที่เผ่าฟ้าคำรามนำมาทั้งหมด พร้อมแลกเปลี่ยนสินค้าตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมอบของขวัญมีค่า...สำหรับทำขวัญชนเผ่าฟ้าคำรามที่ถูกล่วงเกินเมื่อภารกิจทุกอย่างลุล่วง.....มู่เหวินจึงพาชนเผ่าฟ้าคำรามเดินทางกลับในขณะที่ชนเผ่าฟ้าคำรามเดินทางกลับนั้น ทางเผ่าภูผาก็กำลังประชุมเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เรื่องนั้นก็คือ.................................................