เฉินอันหลานแทบไม่ได้นอนเกือบตลอดทั้งคืน เขาถูกอีกฝ่ายจับพลิกไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายเฉินอันหลานก็เหนื่อยล้าและหมดแรงลงจริง ๆ ในขณะที่สะลึมสะลือจนเปลือกตาใกล้จะปิดลงมา เขากลับถูกอีกคนปลุกขึ้นมาอีกครั้ง และสุดท้ายก็จบลงที่เขาต้องครวญครางเสียงแหบพร่าจนร่างกายหมดเรี่ยวหมดแรง ในที่สุดเฉินอันหลานก็ทนไม่ไหวและร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะอยู่ใต้ร่างอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจและให้เขาได้พักผ่อน แต่ไม่เลย การกระทำของเขากลับยิ่งเหมือนเป็การกระตุ้นให้ผู้ชายคนนั้นยิ่งคลุ้มคลั่งราวกับสัตว์ป่าเวลาเห็นเหยื่อตัวเล็ก ๆ กำลังทรมานและเขาก็ถูกอีกฝ่ายจับพลิกไปพลิกมาอีกครั้งจนสลบไสลไป
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่ตอนนี้เฉินอันหลานรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง เขากำลังจะเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายอย่างที่คุ้นเคย แต่กลับต้องชะงักค้างอยู่อย่างนั้น เขารู้สึกเหมือนกระดูกทั้งร่างกำลังจะแตกสลาย มันปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย ความเ็ปทำให้เฉินอันหลานรู้สึกตัวและลืมตาตื่นขึ้น
ผ้าปูที่นอนสีขาวหลุดลุ่ยและยับย่นไม่เป็ทรง บนนั้นปรากฏคราบเืสีแดงฉานผสมปนเปกับของเหลวบางอย่างเปรอะเปื้อนอยู่ ผ้าห่มส่วนหนึ่งพาดอยู่บนตัวเขาอย่างิ่เหม่และอีกส่วนกองระเกะระกะอยู่ปลายเตียง สภาพบนเตียงเละเทะขนาดที่ไม่ว่าใครผ่านมาเห็นก็ย่อมเข้าใจได้ในทันทีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ความเ็ปรวดร้าวไปทั่วร่างและความอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดของตนในเวลานี้เป็เครื่องย้ำเตือนให้เฉินอันหลานรู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็เื่จริง เขาถูกอัลฟ่าไปแล้วจริง ๆ
และยังเป็ฝ่ายร้องขอจากอีกฝ่ายเองอีกด้วย
โอเมก้าในตอนที่ฮีทนั้นจะไม่มีสติสัมปชัญญะในการไตร่ตรองว่าสิ่งใดถูกผิด สิ่งใดเหมาะสมหรือไม่ควรกระทำ จะมีก็เพียงแค่ความปรารถนาและความกระหายอยากอย่างถึงที่สุดเท่านั้น พวกเขาจะเอาแต่ร่ำร้องให้อัลฟ่าเข้ามาเติมเต็มให้ตัวเอง โดยไม่สนว่าคนคนนั้นจะเป็ใคร อาชีพอะไร สูงส่งหรือต่ำต้อยเพียงใด ต่อให้เป็ขอทานเนื้อตัวมอมแมมก็ตาม ขอแค่คนคนนั้นเป็อัลฟ่า เหล่าโอเมก้าที่ตกอยู่ในสภาวะฮีทจะร้องขอต่ออีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักอาย แต่หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้กระทำจะปรากฏชัดในหัวสมองของพวกเขา พวกเขาจะจดจำได้ทุกท่วงท่าและทุกถ้อยคำน่าละอายที่ตนได้กล่าวออกมาตลอดการฮีทนั้น
เฉินอันหลานเองก็เช่นเดียวกัน เขาจดจำมันได้ทุกอย่าง จดจำได้ทุกคำพูดที่แสนลามกของตนที่พรั่งพรูใส่อีกฝ่าย จดจำได้ถึงพฤติกรรมหยาบโลนยามอยู่บนเตียงร่วมกัน...ทุกสิ่งชัดเจนเหมือนหนังที่ฉายซ้ำวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเขาอยู่เช่นนั้น
มือเรียวทั้งสองข้างจิกลงบนผ้าปูที่นอนที่อยู่ใต้ร่างจนยับย่น เฉินอันหลานกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจที่ตนไม่สามารถลบเลือนภาพจำนั้นได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาไม่ได้เต็มใจอยากจะให้มันเกิด เขาถูกบีบบังคับจากสัญชาตญาณบ้า ๆ นี่ที่เขาจงเกลียดจงชังมันมาแสนนาน หากว่าชายคนนั้นเป็คนลงมือบังคับขืนใจเขา เฉินอันหลานคงไม่รอช้าที่จะเอาปืนไปเป่าหัวลานเซลอตให้แหลกเป็จุณโดยไม่สนสิ่งใดอีก แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด เป็เขาเองที่ร้องขอ แล้วจะมีหน้าไปคิดบัญชีกับอีกฝ่ายได้อย่างไร เพราะทำอะไรไม่ได้ เฉินอันหลานจึงได้แต่ฉุนเฉียวกับตัวเองอยู่แบบนี้
ในขณะที่เฉินอันหลานกำลังหงุดหงิดและหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับตัวเองอยู่นั้น เสียงหนึ่งจากภายนอกก็ดังเข้ามา แม้เสียงนั้นจะไม่ดังมาก แต่ก็ไม่ได้เบาจนเฉินอันหลานจับใจความไม่ได้
“นายน้อยครับ เมื่อคืนมีโอเมก้าตายอีกแล้วครับ” เป็เว่ยเชียนเฉินที่กล่าวกับนายของตน
“ใคร?” เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมา ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเป็ใคร
“เซียร์ คนของตระกูลล็อก เขาคือโอเมก้าที่นั่งอยู่กับไอ้ไก่อ่อนเมื่อคืนครับ”
เซียร์ตายแล้ว?
ข่าวใหม่ที่พึ่งได้ยินสร้างความใให้เฉินอันหลานได้ไม่น้อย เมื่อคืนตอนที่เขาและคุณชายตระกูลล็อกนั่งดื่มร่วมโต๊ะกัน คุณชายคนนั้นได้พูดถึงโอเมก้าที่ตายไปในคืนก่อนหน้านั้น ถึงแม้เฉินอันหลานจะไม่ค่อยชอบท่าทีทอดสะพานอย่างโจ่งแจ้งของเซียร์เท่าใดนัก แต่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโอเมก้าหนุ่มคนนี้มีความเฉลียวฉลาดอยู่พอตัว จริงอยู่ว่าการมานั่งร่วมโต๊ะกับเขา ทางหนึ่งเซียร์ก็คงสนใจในฐานะของตระกูลเฉิน แต่อีกทางหนึ่งเฉินอันหลานคิดว่าชายหนุ่มคนนี้คงกำลังเริ่มสงสัยในตัวเขา เพียงแต่ยังพูดอะไรมากไม่ได้จึงเลือกที่จะใช้คำพูดเลี่ยง ๆ และทำเหมือน้าหาผลประโยชน์จากเขาเท่านั้น
คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน โอเมก้าคนนั้นจะกลายเป็ศพไปเสียแล้ว
เสียงจากข้างนอกยังคงต่อบทสนทนากันอย่างต่อเนื่อง และด้วยสกิลนักสืบที่มีทำให้เฉินอันหลานสามารถเก็บรายละเอียดจากการพูดคุยกันของคนทั้งคู่ได้อย่างละเอียดครบถ้วน เนื้อความของบทสนทนานี้มีอยู่ประมาณว่าการตายของทั้งเซียร์และลูเทอร์มีจุดที่น่าสงสัยในคดีฆาตกรรมร่วมกัน พวกเขาพบสิ่งที่น่าสงสัยนั้นบนร่างของผู้ตายทั้งสอง มันคือสารเสพติดชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยถูกวิเคราะห์ส่วนผสมมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ิจวงได้ทำการนำตัวอย่างของสารที่เก็บได้จากร่างผู้ตายไปตรวจสอบแล้ว และบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น เว่ยเชียนเฉินไม่ได้พูดอะไรต่อและเหมือนว่ามันจะเป็การหยุดชะงักไปดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น เฉินอันหลานรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขารีบดึงผ้าห่มออกจากตัวและก้าวขาลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว
‘โครม!’
เพียงแค่เท้าทั้งสองข้างััพื้นและกำลังจะพยุงตัวลุกขึ้น แข้งขากลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงจนทำให้ร่างกายเฉินอันหลานทรุดลงกับพื้น ความเ็ปเสียดแทงจากช่องทางด้านหลังแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย เสียงฝีเท้าจากภายนอกกำลังใกล้เข้ามา เฉินอันหลานไม่มีเวลาคิดมากมายนัก เขารีบดึงผ้าปูที่นอนมาพันรอบตัวเองไว้ จากนั้นจึงฝืนความเ็ปของร่างกายและวิ่งไปยังบานหน้าต่างที่กระจกแตกละเอียด ดึงเก้าอี้ที่ขัดบานหน้าต่างไว้ลงมา และะโออกจากห้องนั้นในจังหวะเดียวกันกับที่บานประตูกำลังเปิดเข้ามาพอดี
“เชียนเฉิน”
เว่ยเชียนเฉินที่กำลังจะเข้ามาในห้องถูกเสียงเรียกของลานเซลอตขัดไว้เสียก่อน เ้าตัวหยุดชะงักในทันทีและหันกลับไปตามคำเรียกนั้น
“ครับนายน้อย”
“นายออกไปก่อน แล้วฉันจะเรียกมาเก็บกวาดอีกที”
“ได้ครับ”
เว่ยเชียนเฉินมองลอดเข้าไปในห้องผ่านบานประตูที่ตนเปิดแง้มไว้ เขาไม่ได้เอ่ยถามอะไรและหมุนตัวเดินจากไป
เมื่อเว่ยเชียนเฉินจากไปแล้ว ลานเซลอตก็ลุกขึ้นจากโซฟาและผลักประตูเข้าไปในห้องนอน เปิดไฟภายในห้องทั้งหมดจนสว่างโร่ กวาดสายตาไปบนเตียงกว้าง ไร้วี่แววของคนที่เคยนอนอยู่บนนั้น ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความยุ่งเหยิงจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันเมื่อคืน เสื้อผ้าทุกชิ้นที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นจากแรงอารมณ์ยังคงกระจัดกระจายอยู่รอบเตียง แม้แต่กางเกงในก็ยังอยู่ครบ
ลานเซลอตเลื่อนสายตาไปยังหน้าต่างที่เขาทุบแตกเมื่อคืน เก้าอี้ที่เคยขัดเอาไว้กับบานหน้าต่างร่วงหล่นลงมาอยู่ที่พื้น แม้แต่แส้ที่เขาใช้แขวนเวลส์ไว้เมื่อคืนก็หายไปด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าแมวน้อยของเขาจะหนีไปแล้ว มิหนำซ้ำยังพานักโทษของเขากลับไปได้อีกด้วย
ั์ตาสีดำคู่นั้นปรากฏความสั่นไหวออกมาชั่วขณะ จากนั้นจึงสลายหายไป
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
‘ก๊อก ก๊อก ก็อก’
“ยืมใช้ห้องน้ำหน่อยสิ”
เจียงหยางยืนรอที่หน้าประตูอยู่นานสองนานก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนด้านในจะออกมาเปิดประตูให้ เขาจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเฉินอันหลาน ระหว่างถือสายรอการตอบรับจากอีกฝั่ง สายตาก็คอยสอดส่องบริเวณทางเดินไปด้วย เผื่ออีกคนอาจจะกลับมา แต่กดโทรไปสองสามรอบเฉินอันหลานก็ยังไม่รับโทรศัพท์ เจียงหยางเริ่มเป็กังวลว่าอาจจะเกิดเื่บางอย่างขึ้นกับลูกน้องของเขาและเป็เหตุให้เ้าตัวไม่สามารถรับสายจากเขาได้ ผู้เป็หัวหน้ามองซ้ายมองขวาดูว่าไม่มีใครอยู่สักครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบวัตถุสีดำขนาดเท่าบัตรเครดิตออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางวัตถุนั้นทาบบนช่องที่ใช้เข้ารหัสประตู
‘ติ้ด’
ใช้เวลาไม่นานประตูที่ถูกเข้ารหัสไว้ก็ถูกปลดล็อก เจียงหยางมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง จากนั้นก็เปิดประตูและก้าวเข้าไปในห้องทันที เมื่อเข้ามาด้านในแล้วเขาก็หมุนตัวและปิดประตูอย่างรวดเร็ว
เจียงหยางหันหน้ากลับเข้ามาในห้องอีกครั้งเป็จังหวะเดียวกับที่เฉินอันหลานกำลังจะปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องพักของตัวเอง ลูกน้องของเขาอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไรนัก ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างถูกพันด้วยผ้าปูที่นอนยับ ๆ ผืนหนึ่ง และผิวกายที่โผล่พ้นผ้าปูที่นอนขึ้นมาเต็มไปด้วยรอยแดงกระจายอยู่ทั่วไปหมด ดูจากสภาพแล้วเขาคิดว่าเมื่อคืนเ้าตัวน่าจะเจอ ‘ศึกหนัก’ ไม่น้อยเลยทีเดียว
เฉินอันหลานเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาไม่คิดว่าจะเจอหัวหน้ายืนอยู่ในห้องพักของตัวเองในเวลาแบบนี้ หลังจากเห็นสายตาของเจียงหยางที่มองมาทางเขาแล้ว เฉินอันหลานจึงรีบดึงสติของตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว ตีสีหน้าเรียบเฉยและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“มาช่วยหน่อย”
เจียงหยางสะดุ้งเล็กน้อย หลุดจากอาการตกตะลึง และรีบเดินเข้าไปหาเฉินอันหลาน
“นายลากอะไรเข้ามาด้วยเนี่ย?”
“เวลส์”
“อะไรนะ!?”
ได้ยินเพียงเท่านั้น เจียงหยางก็รีบถลันเข้าไปหาเฉินอันหลานและช่วยเขาลากแส้ที่มัดเวลส์ไว้เข้ามาในห้องทันที เสียงโครมครามดังขึ้นครู่หนึ่ง ไม่นานทั้งสองคนก็ช่วยกันพาเวลส์เข้ามาในห้องได้สำเร็จ เจียงหยางคุกเข่าลงที่พื้นและลองใช้นิ้วอังที่จมูกของเวลส์ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังมีชีวิตอยู่ แต่สภาพร่อแร่พอสมควร ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำ าแบางส่วนเปลี่ยนเป็สีซีดขาวเพราะแช่อยู่ในน้ำทะเลเป็เวลานาน ถึงจะยังหายใจ แต่คงอยู่ได้อีกไม่นาน
ทางด้านเฉินอันหลานเอง เมื่อเข้ามาในห้องได้ก็รีบก้าวห้องน้ำและปิดประตูด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เขากลัวเหลือเกินว่าเจียงหยางจะจับได้ว่าเขาเป็โอเมก้า เจียงหยางที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็เดินไปเคาะที่ประตูห้องน้ำเบา ๆ และพยายามจะเปิดเข้าไปแต่เฉินอันหลานกลับไม่ยอม
“นายจะอายอะไรกัน ข้างนอกนี่ก็ผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น มีอะไรไม่เคยเห็นบ้าง”
“มีอะไรก็พูดข้างนอกนั่นแหละ ผมจะอาบน้ำ”
“นายอาบน้ำแล้วจะได้ยินเสียงของฉันเหรอ?”
“ถ้าไม่พูดก็ออกไป”
เจียงหยางเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงงงวย คนที่กล้าพูดแบบนี้กับหัวหน้าของตัวเองได้ หาจากทั่วทั้งกรมตำรวจก็เห็นจะมีแต่ไอ้หมอนี่นี่แหละ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ล่ะนะ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ทั้งหล่อทั้งรวย มิหนำซ้ำยังเป็อัลฟ่าที่แข็งแกร่งอีกด้วย จะเย่อหยิ่งไว้ตัวสักนิดก็คงไม่แปลก ก็นะ...เห็นแก่ความหล่อเหลาของอีกฝ่าย เขาจะยอมให้สักครั้งหนึ่งก็ได้
หลังจากที่ตกลงกับตัวเองได้แล้ว เจียงหยางก็วางท่าและกระแอมไอออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มพูดคุยกับเฉินอันหลาน
“นายไปลากเขามาจากที่ไหน?”
“โอดิน”
“ผู้นำตระกูลเอสเตอ่านะ?”
“เซียร์จากตระกูลล็อกตายแล้วเหรอ?”
“นายรู้ได้ยังไง? ฉันยังไม่ได้บอกอะไรเลย” เจียงหยางรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
“สาเหตุการตายของเขาเหมือนกับลูเทอร์ใช่ไหม?” เสียงตอบกลับจากภายในห้องน้ำยังคงเฉยชาเช่นเดิม ราวกับว่าพวกเขากำลังสลับบทบาทกันเสียอย่างนั้น เฉินอันหลานเหมือนเป็หัวหน้า ส่วนเจียงหยางเหมือนเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาที่รอฟังคำสั่งจากหัวหน้าอย่างเชื่อฟัง
เจียงหยางไม่ได้ตอบกลับไปในทันที เขาพึ่งเดินออกจากสถานที่เกิดเหตุมาไม่นาน และเซียร์ก็พึ่งถูกฆาตกรรมได้ไม่ทันข้ามวันเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่น่ามีคนรู้เื่นี้มากนัก แล้วทำไมเฉินอันหลานถึงรู้เื่นี้ได้กัน จะว่าแปลกมันก็แปลกนั่นแหละ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากถามออกมาแล้ว เจียงหยางก็ไม่คิดปิดบังอีกฝ่ายจึงได้ตอบออกไปตามข้อมูลที่เขามี
“จากลักษณะภายนอกคือทั้งคู่เสียชีวิตหลังจากร่วมรักกับอัลฟ่าเหมือนกัน แล้วก็ตรวจพบสารบางอย่างในร่างกายเหมือนกันด้วย”
“สารเสพติด” นี่ไม่ใช่คำถาม ดูจากน้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้ ดูเหมือนเ้าตัวจะค่อนข้างมั่นใจทีเดียว
นั่นยิ่งทำให้เจียงหยางแปลกใจมากขึ้นไปอีก
“อันหลาน นายไปได้ยินมาจากไหน?”
“ผมจะไปได้ยินมาจากไหนไม่สำคัญหรอก แต่ตอนนี้คนของโอดินกำลังตามหาตัวคนที่ชื่อว่าไบรอัน ซิพอยู่ คนคนนี้ต่างหากที่เป็คนยาเสพติดตัวจริง”
“ซิพ?”
“เดี๋ยวนะ แล้วทำไมถึงมีคนของตระกูลเอสเตมาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ได้ล่ะ”
“นั่นเป็สิ่งที่ผมต้องตามสืบต่อไป ยังไงภารกิจของผมก็คือตามการหายาเสพติด”
“.........”
“ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว”
น้ำเสียงแข็ง ๆ จากผู้ใต้บังคับบัญชาทำให้เจียงหยางรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เนื่องจากไม่อยากอยู่รบกวนอีกฝ่ายอีก เจียงหยางจึงแอบออกไปขโมยถังใบใหญ่ที่ใช้ทำความสะอาดมาใบหนึ่ง จากนั้นจึงนำตัวเวลส์ที่นอนหายใจรวยรินใส่เข้าไป แล้วเข็นถังใบนั้นออกจากห้องของเฉินอันหลานไป
เสียงประตูที่ปิดลงพร้อมกับความเงียบภายในห้องทำให้เฉินอันหลานมีเวลากลับมาสนใจร่างกายตัวเองอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อมองรอยแดงตามิัที่กระจายอยู่ทั่วร่าง เป็ร่องรอยที่ได้มาหลังจากกิจกรรมเมื่อคืน ทุกร่องรอยบนร่างเป็เครื่องย้ำเตือนถึงความอัปยศที่เกิดขึ้นกับเขา ย้ำเตือนให้จดจำว่าเมื่อคืนเขาร้องขอต่อผู้นำตระกูลเอสเตอย่างไร และแสดงท่าทางน่าสมเพชขนาดไหนตอนอยู่บนเตียงกับอีกฝ่าย...
‘เพล้ง’
เสียงกระจกแตกกระจายพร้อมกับเืที่ไหลลงมาเป็ทางยาวและหยดลงบนอ่างล้างหน้าทีละหยด ๆ เฉินอันหลานมองกำปั้นของตัวเองที่ยังคาอยู่ที่กระจกด้วยความคับแค้นในอก
กระจกแตกร้าว คนในกระจกก็พร่าเลือนไปด้วย แต่ร่องรอยที่ปรากฏบนร่างกายเขากลับยังคงอยู่ าแทางกายไม่กี่วันก็คงหาย แต่แผลทางใจยากลบเลือน
เฉินอันหลานมองตัวเองในกระจกอีกครั้งพร้อมกับกัดฟันกรอดด้วยความเ็ปใจ