ตอนที่18: สองสหายไม้แกะสลัก:อักขระแห่งความรัก
I. ของขวัญแต่งงานและการแกะสลักไม้
วันรุ่งขึ้นชิงซวนได้รับจดหมายจากเมืองหลวงแจ้งข่าวว่าเพื่อนสนิทสมัยเด็กของเขากำลังจะแต่งงาน ชิงซวนตัดสินใจที่จะเดินทางไปร่วมงานแต่งในเมืองแต่เขาก็้าเตรียม "ของขวัญ" ที่เหมาะสม
หลิน เจีย คือเพื่อนสนิทในโลกมนุษย์ของชิงซวนซึ่งชิงซวนยังคงติดต่อด้วยแม้จะ "ปลีกตัว" มาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพื่อนคนนี้อาศัยอยู่ใน เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรเขาอยู่ในตระกูบพ่อค้าผู้มีฐานะดีในโลกมนุษย์ แต่ไม่มีพลังเซียน เขากำลังจะแต่งงานกับ ไป๋ อิง หญิงสาวจากตระกูลพ่อค้าที่มีฐานะดีทัดเทียมกับกับเขา
“จะซื้ออะไรให้ดีนะ”ชิงซวนพึมพำ “ของในร้านข้าก็ดูธรรมดาไปหมด ข้าแกะสลักให้เองดีกว่า!”
ชิงซวนเดินไปที่กอง "ไม้ศักดิ์สิทธิ์" ที่อวี้ ซานเพิ่งจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบเขานำไม้สองท่อนออกมา—ไม้ที่ถูกไอปราณเซียนหล่อเลี้ยงจนเป็ "แก่นไม้า" ที่สามารถใช้เป็วัตถุดิบหลอมโอสถหายากได้—และวางไว้บนโต๊ะ
“ข้าจะแกะสลักเป็รูป 'คู่รักกำลังเดินจูงมือกัน' ดีกว่า”ชิงซวนกล่าวอย่างสบายอารมณ์ “หวังว่าพวกเขาจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขนะ”
ชิงซวนใช้ มีดแกะสลักศักดิ์สิทธิ์ของเขา เริ่มต้นการทำงานด้วยสมาธิที่สมบูรณ์แบบของเทพเซียนาทุกการขยับของมีด ไม่ใช่แค่การแกะสลัก แต่เป็การ ถ่ายทอดพลังชีวิตและอักขระเซียนแห่งความสุขลงในเนื้อไม้
II. การถ่ายทอดพลังเซียนสู่แก่นไม้
หลี่ิ (แก่นทองคำ) และ อวี้ ซาน (จักรพรรดิเซียน) เฝ้ามองการแกะสลักของชิงซวนด้วยความเคารพอย่างสูงสุดพวกเขาไม่กล้าส่งเสียงรบกวนใด ๆ
ในสายตาของอวี้ ซาน:
อวี้ ซานสามารถเห็น ไอปราณสีทองแดง (ไอปราณเซียนา)หลั่งไหลจากปลายนิ้วของชิงซวน ซึมซาบเข้าไปในแก่นไม้ทุกส่วนรูปแกะสลักไม้คู่นั้นดูเหมือนมี "ลมหายใจ" และ "ความรู้สึก" อย่างแท้จริง
“ท่านชิงซวน...ท่านกำลังถ่ายทอด 'แก่นแท้แห่งความรักและพันธะ'ลงในวัตถุเพื่อมอบพรแห่งความรุ่งโรจน์!” อวี้ซานกระซิบกับตัวเองอย่างตื่นเต้น
III.คำถามของหลี่ิ: ปริศนาแห่งการเลือกคู่
เมื่อชิงซวนแกะสลักใกล้เสร็จหลี่ิก็ตัดสินใจถามคำถามสำคัญที่สำนักไป๋อวิ๋นได้สั่งมาอย่างเคร่งครัด
“ท่านชิงซวนขอรับ...”หลี่ิกล่าวอย่างนอบน้อม “ข้าขออภัยที่ต้องถามเื่ส่วนตัว...ท่านปรมาจารย์สร้าง 'อักขระแห่งคู่เซียน' นี้... ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ 'การเลือกคู่'ในวิถีเซียนขอรับ?”
ชิงซวนเงยหน้าขึ้นจากงานแกะสลักและยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“การเลือกคู่หรือ?อืมมม... สำหรับข้านะ 'การเลือกคู่ที่ดีที่สุด'ก็คือคนที่สามารถ 'ทำอาหารอร่อย ๆ'ให้ข้ากินได้ทุกวันนั่นแหละ!คนที่ทำอาหารอร่อยได้คือคนที่เข้าใจความสุขที่แท้จริงของชีวิตนะ!”
— การตีความครั้งยิ่งใหญ่—
หลี่ิ และ อวี้ ซาน ถึงกับตัวแข็งทื่อกับคำตอบนี้!
อวี้ซานตระหนักทันทีว่าเธอต้องฝึกฝนการทำอาหาร!การบำเพ็ญเพียรของเธอในตอนนี้ต้องเน้นที่ "ศาสตร์แห่งการครัวเซียน"!
IV. การฝึกฝนทำอาหารของจักรพรรดิเซียน
หลังจากนั้นไม่นาน อวี้ ซานก็เริ่มภารกิจใหม่ของเธอทันทีเธอขอให้ชิงซวนอนุญาตให้เธอใช้ครัวหลังร้าน (ครัวศักดิ์สิทธิ์) เพื่อ "ฝึกฝนการควบคุมธาตุอาหาร"
อวี้ ซานเริ่มทำอาหารโดยใช้ ไฟปราณเทพครามของเธอในการควบคุมความร้อน และใช้ น้ำทิพย์ จากบ่อหลังร้านในการปรุงอาหาร
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
1. เธอใช้ไฟปราณแรงเกินไป: ผักที่ใช้ปรุงสุกเร็วเกินไปและกลายเป็สีดำ
2. เธอควบคุมปราณน้ำหนักเกินไป: รสชาติของอาหารจืดชืดและไม่มีชีวิตชีวา
3. ความเครียด: การทำอาหารภายใต้สมาธิของจักรพรรดิเซียนทำให้เธอเหนื่อยล้ากว่าการต่อสู้กับอสูรเสียอีก
อาหู่ (แมวส้ม)ที่เดินผ่านไปมาถึงกับทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นอาหารที่อวี้ ซานปรุงมันวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากให้กลิ่นมาปะปนกับไอปราณของมัน
V. บทสรุป: อาหารเช้าที่ล้มเหลว
วันรุ่งขึ้น อวี้ ซานนำอาหารที่เธอปรุง (ข้าวต้มธรรมดาที่ดูเหมือนเละไปหน่อย)มาถวายชิงซวนด้วยความตื่นเต้น
“ท่านชิงซวน! นี่คือ 'อาหารแห่งความตั้งใจ' ที่ข้าเพิ่งฝึกฝนขอรับ!โปรด... โปรดทดลองชิมดูสักนิดเ้าค่ะ!”
ชิงซวนมองดูอาหารตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจแต่ด้วยความเกรงใจ เขาก็ลองชิมไปคำหนึ่ง
“อืมมม... รสชาติ...”ชิงซวนพูดอย่างตะกุกตะกัก “รสชาติมัน... 'เรียบง่าย'มากเลยนะ!”
— การตีความของอวี้ ซาน—
“เรียบง่าย!ท่านกำลังบอกว่าข้าได้บรรลุถึง 'รสชาติแห่งความบริสุทธิ์'แล้ว! การปรุงโอสถที่แท้จริงต้องมีรสชาติที่ 'ว่างเปล่า' เพื่อให้พลังเซียนได้ซึมซาบเข้าไปในร่างกายโดยตรง!”
อวี้ ซานโค้งคำนับด้วยความซาบซึ้ง“ขอบพระคุณท่านปรมาจารย์ที่ชี้แนะ! ข้าจะคงไว้ซึ่ง 'วิถีแห่งความเรียบง่าย' ในการปรุงโอสถของข้าต่อไปเ้าค่ะ!”
ชิงซวนรู้สึกโล่งใจที่อวี้ซานไม่ได้โกรธ และคิดในใจ: “ข้าต้องให้หลี่ิช่วยทำอาหารเช้าให้ข้ากินแล้วนะ!”
ชิงซวนเดินไปหยิบรูปแกะสลัก 'คู่รัก' ที่ทำเสร็จแล้ว (อักขระเซียนแห่งการรวมใจ)และห่อด้วยผ้าฝ้ายธรรมดา ๆ เตรียมส่งไปรษณีย์ไปให้เพื่อนในเมืองหลวงโดยไม่รู้เลยว่า สมบัติเซียนชิ้นนี้กำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเมืองหลวง