เลี่ยงหลิ่งเริ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ลำดับก่อนหลังของเื่ทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น นางจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของครอบครัวนางให้แคล้วคลาดได้อย่างไร ตอนนี้นางเพิ่งจะอายุ 9 ขวบคงทำอะไรยังไม่ได้มากนัก
คิดได้ดังนั้น เลี่ยงหลิ่งจึงนำสมุดบันทึกมาเขียนร่างเื่ราวที่พอนึกออก ทำแผนผังเื่สำคัญที่ต้องทำก่อนและหลัง ป้องกันการผิดพลาด เื่ราวใดที่ไม่แน่ใจก็จะแอบให้บ่าวรับใช้สืบข่าวคราว สอบถามเื่วันเวลาและเหตุการณ์เ่าั้ ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดหรือแอบสอบถามบิดามารดาบ้าง
จนเมื่อวันเกิดของนางมาถึง บิดาได้จัดงานเลี้ยงฉลองในครอบครัวเล็กๆ ให้นาง ไม่ได้เชิญแเื่มามากมายนัก มีเพียงสหายไม่กี่คนมาร่วมดื่มกินรับประทานอาหารในตอนค่ำแล้วกลับไป
เลี่ยงหลิ่งเอ่ยขอบิดาไปก่อนหน้าแล้วเื่ของขวัญวันเกิดนาง เลี่ยงหลิ่งขอเป็บ้านหลังใหญ่และที่ดินติดกับบ้านไม่ต่ำกว่า 100 หมู่ ซึ่งบิดาก็ไม่ขัดนางแม้แต่นิดเดียว ซ้ำบิดานางยังให้นายหน้าหาที่ดินให้นางได้ถึง 500 หมู่พร้อมบ้านหลังใหญ่ติดกัน ด้วยคนแถบนั้นอพยพออกไปมาก ผู้คนล้วนอยากขายบ้านเรือน ทำให้หาบ้านและที่ดินได้ไม่ยากในราคาถูก ที่ดินแถบนั้นแห้งแล้งทำการเกษตรไม่ค่อยได้ ยิ่งขายในราคาเหมือนให้เปล่าด้วยซ้ำ บิดานางจึงสามารถซื้อได้มากมายจากหลายๆ คน คนที่มีที่ดินใกล้เคียงกับบ้านของนางที่บิดาซื้อให้รู้ข่าวว่า้าที่ดินติดกับบ้านหลังนั้นอีกมากก็รีบติดต่อนายหน้าเพื่อขายที่ดินให้มากมาย จนรวมกันเป็แปลงใหญ่เช่นนี้
ท่านแม่ทัพมีเงินทองทรัพย์สินมากมาย ทุกอย่างล้วนต้องส่งต่อให้บุตรสาวคนเดียวผู้นี้อยู่แล้ว นางบอกอยากได้บ้านหลังใหญ่และที่ดินแปลงใหญ่ไว้ทดลองทำสวนทำไร่ในพื้นที่แห้งแล้งแร้นแค้นเช่นนั้นดู เขาจึงไม่ว่าอันใด หากนางทำได้จริงๆ สามารถทดลองปลูกพืชผลทำไร่ทำสวนงอกงามขึ้นได้กับสภาพดินเช่นนั้น ย่อมช่วยเหลือชาวบ้านยากไร้ที่ขาดอาหาร ผลผลิตทางการเกษตรแทบไม่มีให้อยู่ดีกินดีได้
หากสำเร็จเขาย่อมภูมิใจในตัวนาง และดีใจที่นางสนใจทำสิ่งเหล่านี้ั้แ่เด็ก เด็กบางคนชอบเล่นขายของ ชอบเล่นดิน เล่นน้ำ เล่นแต่งตัวสวยๆ ให้ตุ๊กตา แต่ลูกสาวเขาอยากเล่นปลูกผักแปลงใหญ่ เขาก็จะตามใจนาง ทั้งมันยังเป็ประโยชน์ ดีกว่าให้นางไปสนใจสิ่งอื่นเสียอีก นางยังย้ำให้เขาใส่ชื่อนางในโฉนดบ้านและที่ดินแถบชายแดนเหนือแห่งนี้ด้วย ด้วยกลัวว่าคนจะมายึดทรัพย์ที่อยู่ในนามของเขาหากเขาทำผิดอันใด ทำเอาเขาอดขบขันกับความหวงสมบัติของบุตรสาวไม่ได้ แต่อย่างไรของทุกอย่างย่อมเป็ของนางอยู่แล้ว เขาจึงไม่ขัดนาง อีกเพียง 5-6ปี นางก็จะถึงวัยปักปิ่นออกเรือนได้แล้ว ถือว่าเป็สินเดิมของนาง เขาตามใจนางสักหน่อยคงไม่เป็ไร
"ท่านพ่อเ้าคะ ข้าอยากรีบไปทดลองปลูกพืชผักที่ชายแดนเหนือ ท่านจะพาข้าไปได้เมื่อไหร่เ้าคะ ท่านขอย้ายไปอยู่ที่นู่นได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากรีบปลูกไวๆ"
เลี่ยงหลิ่งออดอ้อนกอดแขนบิดานางเขย่าไปมา ทำสายตาอ้อนวอนเหมือนลูกแมวน้อย คางเกยที่แขนของบิดาอยู่ไม่ยอมปล่อย นางอยากให้บิดารีบพาย้ายไปเร็วๆ ก่อนจะมีเหตุการณ์อื่นมาแทรกแซง ทำให้บิดานางต้องโทษเช่นเดิม
"เ้าอยากย้ายไปเลยหรือ ที่นั่นกันดารแร้นแค้น เราจะอยู่ได้หรือลูก รอเ้าโตกว่านี้ดีหรือไม่?"
"ข้าอยากรีบลองไปศึกษาและทดลองปลูกดูเลยเ้าค่ะ ข้าเริ่มเพาะต้นกล้าเตรียมไว้แล้ว แต่เพราะตอนนี้ข้ายังเด็กนัก อายุเพียงแค่ 9 ขวบ ท่านทำใจปล่อยข้าไปเผชิญโลกภายนอกตัวคนเดียวได้หรือเ้าคะ หากท่านพ่อและท่านแม่ไม่พาข้าไป ข้าจะหนีไปผู้เดียว!"
เลี่ยงหลิ่งแกล้งยื่นคำขาดข่มขู่บิดา ด้วยกลัวเขาไม่ยอมพานางไป ตอนนี้นาง 9 ขวบแล้ว หากอายุครบ 10 ขวบเมื่อใดก็จะเกิดเหตุการณ์ก่อกบฎนั้นขึ้น ท่านพ่อจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไม่รู้ตัว เพราะมีคนหมายจะยึดตำแหน่งแม่ทัพของท่านนานแล้ว นางต้องให้บิดาออกไปจากเมืองหลวง เช่นนี้จึงจะไม่มีใครสามารถโยนข้อหาเหล่านี้ให้บิดานางได้
เลี่ยงกู้เฉิงไม่รู้จะตอบบุตรสาวตนอย่างไร เขาคิดว่านางคงไม่รีบร้อนอยากทำไร่ทำสวนเร็วนัก เขาเพียงซื้อบ้านและที่ดินไว้รอนางโตกว่านี้ก่อนค่อยพานางไป แต่นางอยากไปทั้งที่อายุ 9 ขวบ เขาจะทำเช่นไร
"เ้ารอพ่อก่อนได้หรือไม่ พ่อจะยื่นฎีกาขอย้ายไปเป็แม่ทัพชายแดนเหนือ แถบนั้นไม่ค่อยมีแม่ทัพอยากไปอยู่ประจำ หากพ่อขอไปประจำที่นั่นอาจจะไม่ยากเย็นนัก ด้วยคงมีคนเต็มใจย้ายกลับมาแทนพ่อ"
เลี่ยงกู้เฉิงกล่าวไปพลางลูบหัวบุตรสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู
เลี่ยงหลิ่งอมยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่แผนการขั้นแรกของนางผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้ได้แต่หวังว่าจะได้ย้ายไปเมื่อไหร่เท่านั้น
"ท่านพ่อดีที่สุดเลยเ้าค่ะ"
เลี่ยงหลิ่งเอ่ยชมเชยบิดาตนก่อนที่จะกอดหอมแก้มซ้ายขวาอย่างดีใจ ทั้งคู่หยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนานในเรือน มารดาเพียงนั่งนิ่งมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาอ่อนโยนและขบขันกับสามีตน ที่ไม่เคยเอาชนะบุตรสาวได้ เขาใจอ่อนเสมอเมื่อนางร้องขอสิ่งใด ตามใจจนนางกลัวบุตรสาวจะเสียคน นางต้องคอยดุท่านแม่ทัพอยู่บ่อยๆ เื่นิสัยชอบตามใจบุตรสาวเช่นนี้
เื่ย้ายไปชายแดนเหนือและปลูกพืชทำไร่ทำสวนนั้น นางเห็นด้วยกับบุตรสาว นางเองเป็ธิดาเทพโอสถอาศัยอยู่ในป่าในเขา ปลูกพืชสมุนไพรมามากมาย เคยชินกับการอยู่แต่กับธรรมชาติและความสงบ เมืองหลวงแห่งนี้ไม่เหมาะกับนาง เมื่อลูกสาวร้องขอบ้านและที่ดินแถบชายแดนเหนือที่ห่างไกลความวุ่นวายนั้น ต่อให้มันจะแร้นแค้นไปบ้าง แต่ก็น่าจะดีกว่าเมืองหลวงแห่งนี้ ที่มีผู้คนมากมายแต่ล้วนไม่จริงใจ ทั้งยังเห็นแก่ตัวอีกมาก จึงเห็นด้วยกับบุตรสาวที่จะย้ายออกไปห่างไกลผู้คนเช่นนี้
ในคราแรกจางิ่คิดเพียงว่าคงต้องรอบุตรสาวแต่งงานออกเรือนก่อน แล้วค่อยย้ายไปอยู่แถบชายแดนเหนือ แต่ตอนนี้บุตรสาวอยากไปเร็วขึ้นเช่นนี้นางดีใจนัก ทั้งเอ็นดูในความช่างออดอ้อนของนาง
เสียงหัวเราะของสองพ่อลูกที่พูดคุยเย้าแหย่กันดังออกไปนอกเรือนไม่หยุด
เหล่าบ่าวไพร่แอบอมยิ้มกันถ้วนหน้า ท่านแม่ทัพรักบุตรสาวยิ่ง นางขออะไรล้วนได้ทั้งนั้น พวกเขายังใที่ของขวัญวันเกิดคุณหนูปีนี้คือโฉนดบ้านและที่ดินแถบชายแดนเหนือ พื้นที่มากมายใหญ่โตนัก จนพวกเขาเริ่มคิดว่าอาจจะต้องติดตามครอบครัวท่านแม่ทัพไปด้วยหรือไม่