หลี่ลู่เอินเดินออกมาจากโรงหมอมาได้นางก็ชักชวนหลี่ลู่เสียนให้ไปเดินสำรวจดูกิจการร้านค้าต่างๆที่มีอยู่ภายในเมือง นางเดินไล่ดูั้แ่กิจการที่มีขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านค้าขนาดเล็ก
เท่าที่เห็นจากการสังเกตของนางกิจการขนาดใหญ่นั้นโดยมากแล้วมักจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีผู้คนสัญจรไปมากันอย่างพลุกพล่าน หรือเรียกว่าทำเลทองของการค้าขายนั่นเอง
ซึ่งจะมีกิจการขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดให้บริการในย่านนี้กันอย่างเนืองแน่นเช่น เหลาอาหารขนาดใหญ่หลายแห่งที่เปิดให้บริการในพื้นที่ใกล้เคียงกันชนิดที่เรียกได้ว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว
ไม่เพียงแค่เหลาอาหาร ไม่ว่าจะเป็ร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายผ้า ร้านยา หรือแม้แต่โรงเตี๊ยมเองก็มีอยู่หลากหลายร้าน ที่ตระกูลพ่อค้าหลายตระกูลเปิดให้เหล่าบรรดาเศรษฐีคนมีเงินได้เลือกใช้งานกันอย่างหลากหลายกันเลยทีเดียว หากนางมีเงินก็อยากจะเปิดกิจการในละแวกนี้เช่นเดียวกัน
ที่หัวมุมถนนยังมีหอสุราที่ขึ้นชื่อของที่นี่อีกด้วย เรียกว่าหอพันราตรี ซึ่งยังไม่เปิดให้คนเข้าใช้บริการในเวลานี้ ดูท่าแล้วคงจะคล้ายกับหอโคมเขียวในหนังในซีรีย์ที่นางเคยดูกระมัง
เมื่อเดินออกมาจนถึงทางโค้งก็เป็ที่สิ้นสุดของย่านการค้าแล้ว ก็จะเห็นร้านค้าขนาดเล็กมากมาย ซึ่งในย่านนี้นั้นเหมาะสำหรับลูกค้าที่เป็ชาวบ้านธรรมดาที่มีฐานะยากจนไปจนถึงผู้มีเงินที่ชื่นชอบความเรียบง่ายใช้จ่ายอย่างพอเพียงไม่นิยมความฟุ้งเฟ้อก็สามารถมาเลือกซื้อของในย่านนี้ได้เช่นเดียวกัน
ร้านค้าในละแวกนี้นั้นไม่ได้ถูกตกแต่งจนดูหรูหราเฉกเช่นในย่านการค้าที่นางเพิ่งผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ถูกละเลยจนดูเก่าแก่ซอมซ่อมากจนเกินไป เรียกได้ว่ายังพอใช้ไปวัดไปวาได้อยู่
ในย่านนี้ก็มีเหลาอาหาร ร้านเครื่องประดับ ร้านผ้า ร้านยา หรือโรงเตี๊ยมเช่นเดียวกัน และยังมีร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง ร้านขายเครื่องเขียน ร้านขายอุปกรณ์ และร้านค้าอื่นๆอีกมากมาย
เดินไปเดินมาหลี่ลู่เอินก็สะดุดตาเข้ากับร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง ซึ่งมีลูกค้าผู้หญิงอยู่ภายในร้านราวสี่ถึงห้าคนได้ แต่ละคนก็อยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกันคล้ายเพื่อนสาวที่ชักชวนกันมาซื้อของกันเสียมากกว่า นางจึงลองแวะเข้าไปดูเสียหน่อย เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านแล้วนั้น ก็มีเครื่องประดับที่งดงามแปลกตามากมาย
อีกทั้งราคาของเครื่องประดับเ่าั้ยังไม่ได้สูงมากจนเกินไป หญิงสาวชาวบ้านธรรมดายังสามารถจับจ่ายซื้อของภายในร้านได้โดยไม่ลำบากจนเกินไป ภายในร้านไม่ได้ขายแค่เครื่องประดับเพียงอย่างเดียว ยังมีเครื่องประทินผิวสำหรับสตรีที่รักสวยรักงามอีกด้วย
หลี่ลู่เอินไม่รอช้าที่จะเข้าไปสำรวจสินค้าเ่าั้ในทันที โดยมีหลี่ลู่เสียนคอยยืนอยู่ข้างๆนางด้วยความเก้อเขินเนื่องจากภายในร้านมีแต่สตรีและมีเขาที่เป็บุรุษเพียงหนึ่งเดียวนั่นเอง ดวงหน้าคมเข้มของเด็กชายวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่มที่มีสีผิวคล้ำจากการตากแดดนั้นปรากฎสีแดงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างยากที่จะสังเกตเห็นจนหลี่ลู่เอินอดที่จะหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของพี่ชายไม่ได้
"พี่ใหญ่ไปรอข้าข้างนอกเถิดเ้าค่ะ ข้าขอดูสิ่งนี้สักครู่"
เด็กชายจึงรีบพยักหน้ารับด้วยความยินดีปนโล่งใจ และเดินออกไปรอน้องสาวที่นอกร้านในทันที
หลี่ลู่เอินจึงหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางต่อ เครื่องประทินผิวของหญิงสาวในยุคนี้นั้นยังเป็เพียงแค่แป้งฝุ่นผัดหน้าธรรมดาอยู่ ซึ่งไม่ได้มีสรรพคุณในการบำรุงผิวหน้าของผู้ใช้เลย
เมื่อนางได้มองผิวหน้าที่ถูกปกปิดด้วยแป้งจนดูหนาเตอะของสาวๆที่เข้ามาซื้อสินค้าภายในร้าน พบว่าผิวหน้าภายใต้การแต่งเติมนั้นกลับเต็มไปด้วยตุ่มสิวบนใบหน้าซึ่งไม่สามารถที่จะใช้สิ่งใดมาปกปิดไปได้ เห็นแบบนี้แล้วนั้นนางจึงมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาภายในหัวของนาง ดวงตากลมโตของนางสว่างวาบขึ้นมาด้วยความยินดี นางคิดออกแล้วว่าจะทำการค้าประเภทใด ในยุคนี้สิ่งที่นางพอจะสามารถทำออกมาได้นั้นคงหนีไม่พ้นสบู่
หากนางทำสบู่ที่มีสรรพคุณสามารถบำรุงรักษาผิวหน้าและผิวกายให้มีความขาวกระจ่างใสขึ้นและยังสามารถรักษาตุ่มสิวลดรอยหมองคล้ำขึ้นมาได้คิดดูเถิดว่ามันจะสร้างรายได้ให้นางได้มากมายเพียงใด แค่คิดหัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวอยู่ภายในอกด้วยความตื่นเต้นกับความคิดนี้ของตนเอง
ด้วยความตื่นเต้นนางจึงรีบเดินออกจากร้านเพื่อไปหาหลี่ลู่เสียนในทันที นางอยากจะกลับไปทดลองทำสบู่เสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ต้องพยายามอดกลั้นความตื่นเต้นที่มีอยู่ล้นอกเอาใว้เสียก่อน นางยังมีอีกภารกิจหนึ่งที่ยังต้องทำเสียก่อนในวันนี้
"พี่ใหญ่!ข้ามาแล้ว"
"อืม! เสร็จแล้วหรือ"
เนื่องจากหลี่ลู่เสียนผู้เป็พี่ชายสามารถที่จะขับรถวัวเทียมเกวียนได้แล้ว นางจึงอยากที่จะซื้อรถกลับไปด้วยเสียเลย เพื่อความสะดวกสบายในการเข้ามาทำการค้าขายภายในเมืองในวันข้างหน้า สิ่งที่จำเป็ที่ต้องมีในเวลานี้คือวัวหรือไม่ก็เป็ม้าสักตัว แต่สำหรับพี่ชายของนางในยามนี้คงจะสามารถมารถซื้อได้เพียงวัวเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็ไรวันข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก คิดเสร็จหลี่ลู่เอินจึงเอ่ยชวนพี่ชายในทันที
"เสร็จแล้วเ้าค่ะ เราไปโรงค้าสัตว์กันต่อเถิด"
"เช่นนั้นก็ไปกันเถิด"
ทั้งสองคนถามทางไปยังโรงค้าสัตว์กับชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้น เมื่อได้คำตอบที่้าแล้วสองคนพี่น้องจงมุ่งหน้าไปที่นั่นในทันที