ผ่านเวลาไปร่วมๆ สองชั่วยาม กลุ่มของจอมยุทธ์ไร้สังกัด เริ่มเดือดดาล อย่างไรพวกเขาก็ไม่ได้รับเชิญเข้าไปภายในมิติ หุบเหวสวรรค์เสียที หน้าบูดหน้าเบี้ยวกันจนไม่น่ามอง บางคนถึงกับจากไปด้วยความจำยอม ครั้นเห็นสายตาของฝูงชนรอบๆ มองดูถูกดูแคลนพวกเขาด้วยความเย้ยหยัน ประหนึ่งพวกเขาเป็นส่วนเกิน ของโลกใบนี้
ทว่าฉับพลัน อยู่ๆ มิติ ที่ถูกเปิดมิติแยกค้างไว้ ร่วมๆ สองชั่วยาม ดูสงบนิ่งมาตลอด แต่ในยามนี้ มันกลับส่องแสงสว่างขึ้นมา ราวกับมีบางอย่างกำลังจะออกมาจากมิติที่แตกร้าว ผู้คนโดยรอบต่างจับจ้องไปที่ มิติ ผ่าแยกนั้นอย่างไม่วางตา อยากจะรู้ว่า เกิดเหตุใดขึ้น
จู่ๆ ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ถูกส่งออกมา จากประตูมิติ หุบเหวสวรรค์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือดฝาด กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ กายาบาดเจ็บไม่น้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่จำยอม "บัดซบ บัดซบ ไอ้เจ้าเวรเอ่ยกล้าลอบโจมตีข้างั้นหรือ"
ทว่าเมื่อชายหนุ่มได้สติกลับมา พบว่าตนเองถูกส่งออกมาสู่โลกภายนอก ตัวเขาหน้าเหยเก ไม่น่ามองในทันที "นี่ข้าถูกฆ่า ออกมาเป็นคนแรก หรือ" ปากของเขาแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันอย่างรุนแรง ครั้นเห็นฝูงชนจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ความเขินอายก็ผุดพลายขึ้นมาในทันที
ผู้อาวุโสชราผู้ที่ทำหน้าที่ คุ้มกัน ไต่ถามชายหนุ่มที่บาดเจ็บ กลับมา "เจ้าโดนอะไรมางั้นหรือ พ่อหนุ่ม ช่วยเล่าเหตุการณ์ภายในให้พวกเรารับฟังได้หรือไม่" กลุ่มคนโดยรอบเองก็อยากรู้ ทว่าพวกเขาต่างรับรู้ดี ว่าชายหนุ่มโดนอะไรถึงถูกส่งตัวออกมา ยกยิ้มเย้ยหยันชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มเผ่าพันธุ์อาชาเมฆา ถึงกับหน้าบูดเบี้ยว ปากกัดกรามไว้แน่น "ข้ายังไม่ยอมแพ้ หรอกนะ" ก่อนเขาจะเข้าไปภายใน มิติ หุบเหวสวรรค์อย่างไม่มีท่าที หวาดเกรง
ชายชราผู้นำสำนักเมฆา ครั้นเห็นชายหนุ่ม เต็มไปด้วยความดื้อรั้นถึงกับถอนหายใจออกมายาว "เจ้านี่นะไม่ประเมินตนเองเลย"
"ศิษย์ของท่านเองหรือเจ้าสำนักเมฆา เกรงว่าท่านได้เสียศิษย์คนหนึ่งไปแล้วล่ะ"ผู้อาวุโสคุมค่ายกล กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียง เห็นใจชายชราสำนักเมฆา อยู่ไม่น้อย
ฝูงชนเองก็ต่างพากันยกยิ้ม ไม่คิดเพียง2ชั่วยามก็จะมี คนถูกส่งออกมา ยังโลกภายนอก
...ก่อนผู้อาวุโสชรา ที่รับหน้าที่ดูแล หน้าทางเข้ามิติ จะขานเรียก กลุ่มคนไร้สังกัดเข้าไป "พวกเจ้าพร้อมหรือไม่ ..คงรู้แล้วสินะว่าภายในอันตรายถึงเพียงใด แม้แต่ศิษย์สำนัก4ดาว ก็อาจจะเพลี่ยงพล้ำตายตกได้อย่างง่ายดาย หากพวกเจ้าคิดถอยหนีก็คงมีแต่ช่วงเวลานี้เท่านั้น" ผู้อาวุโสชรา คุมค่ายกลเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความเย้ยหยัน
หลายคน เองก็ใจฝ่อไม่น้อย มีแม้บางคนเดินถอยห่างออกไป แต่ก็มีหลายๆ คนไม่สนใจคำข่มขู่เหล่านั้น เดินปรี่กันเข้าไปอย่างไม่หวาดเกรง
จนผู้อาวุโสชราถึงกับต้องเอ่ยอีกครั้ง ใบหน้าบึ้งตึงไม่น้อย ไม่คิดคำข่มขู่ของเขาจะไม่ได้ผล "พวกเจ้าไม่กลัวกันจริงๆ ใช่ ไหม ข้าถามหน่อยพวกเจ้าจะเข้าไปหาอะไร สมุนไพรก็ไม่น่าจะหลงเหลือให้พวกเจ้าแล้ว" พวกเขายกยิ้ม เย้ยหยันมาที่กลุ่มคนพวกนี้อยู่ไม่น้อย ก่อนชี้นิ้วไต่ถาม มาที่ชายหนุ่มอัปลักษณ์
อี้เฉินที่เห็น ใบหน้าแก่ชรา ผู้อาวุโสชรา คุมค่ายกล เขาอยากจะตะบันหน้าไอ้พวกนี้จริงๆ หากพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในขั้นเทพสวรรค์ เกรงว่าเขาได้พลั้งมือ เผลอตบหัวไอ้พวกชายชราแก่ พวกนี้ จนหัวแดงเถือก ไปแล้วเป็นแน่ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของผู้อาวุโสชราเอ่ยถามมาที่ตัวเขา ประหนึ่งในยามนี้พวกเขา ถูกสั่งให้เล่นละครปาหี่ต่อหน้าผู้คน ผู้ชมเองก็ดูจะชมชอบอยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นกลุ่มคนส่วนน้อยโดนกักตัวไม่ยอมให้เข้าไปภายในมิติ หุบเหวสวรรค์
"ข้าแค่อยากไปหาของล้ำค่าให้ได้สักชิ้นสองชิ้น แล้วคงออกมากระมัง" อี้เฉินเอ่ยตอบออกไปด้วยความไม่จำยอม
ฝูงชนที่ได้ยิน พวกเขาต่างส่ายหัว ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ไม่มีความทะเยอทะยาน
ผู้อาวุโสชราคุมค่ายกล เขาแอบส่งสัญญาณ ไปให้ เจ้าสำนักตำหนักเทพ ประหนึ่งเป็นการบอกว่าไม่อาจ ยื้อผู้คนไว้ภายนอกได้อีกต่อไป
เจ้าสำนักตำหนักเทพ เขาพยักหน้าให้ชายชรามือขวาของเขาในทันที เป็นสัญญาณปล่อยพวกมดปลวกลงไป ภายในหุบเหวสวรรค์ได้ กลุ่มคนพวกนี้อย่างมากก็แค่เข้าไปแย่งชิงสมุนไพรแล้วกลับออกมา คงไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไร หนักหนาภายใน มิติ หุบเหวสวรรค์
ผู้อาวุโสชราคุมค่ายกล เอ่ยตอบอี้เฉินในฉับพลัน "เจ้าไปได้"
อี้เฉินเดินปรี่เข้าไปภายในมิติที่แตกแยกเปล่งแสงสีม่วงที่น่าคร้ามเกรงในทันใด มือของเขากำหมัดไว้จนแน่น แค้นกลุ่มคน ที่มองดูถูกเขา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติเขาไม่ได้ใส่ใจ แต่ครานี้มันมากเกินไป กว่าที่เขาจะรับไหว
ฉับพลันที่ร่างของเขาถูกแสงนำทางส่ง ลงไปยังหุบเหวสวรรค์ ด้านใต้ อี้เฉินตื่นตะลึงในทันที เมื่อเห็นสภาพด้านใต้หุบเหวสวรรค์แห่งนี้ มันราวกับเป็นก้นสะดือโลก รอบทิศทางเต็มไปด้วยความมืดมิด มองเห็นแสงสลัว รอบๆ ตัวเท่านั้น ไม่อาจมองออกไปได้ไกลกว่านั้น
แม้แต่ดวงตาแห่งการหลับใหลของเขาที่ดีเลิศก็ยังไม่อาจมองออกไปไกลๆ ได้ แถมภูมิศาสตร์ยังเต็มไปด้วย ต้นไม้ต่างๆ ที่แห้งตาย แม้ว่าจะมีธารน้ำไหลผ่านก็ตาม แต่ก็ไม่อาจทำให้ต้นไม้เหล่านั้นมีชีวิตได้ภายในพื้นที่แห่งนี้ กลิ่นสาบของสิ่งมีชีวิตที่ตายตกลงไป ลอยคละคลุ้ง ติดจมูกอยู่ไม่น้อย ประหนึ่งเป็นดินแดนแห่งความตายไร้สิ่งมีชีวิต มันทำให้อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นอยู่ไม่น้อย
ทว่าเมื่ออี้เฉิน ค่อยๆ เริ่มเดินสำรวจ กลับพบแมลงพิษมีชีวิตอยู่หลายสิบชนิด เข้ามาโจมตีเขาอยู่บ่อยครั้ง ทว่าเมื่อฆ่าสังหารมันได้ กลับพบว่า แมลงพวกนี้ มันมีสรรพคุณ ช่วยในการกลั่นหลอมกายา เพิ่มการต้านทานเรื่องพิษให้กลับร่างกาย เขาไม่รอช้า ในระหว่างเดินทางไปเขาก็มักจะฆ่าสังหารมันแล้วเก็บสะสมมันไว้ภายในแหวนมิติ
หากเขาต้านพิษพวกนี้ได้ การจะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ 3เดือนก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทว่าเมื่อมองลงไปที่เท้าของเขาในยามนี้ เหมือนว่าเขาจะเจอสิ่งปลูกสร้างบางอย่าง ที่อยู่ด้านหน้า อี้เฉินตาลุกวาวในทันที ก่อนจะเดินตรงปรี่ไปยังสถานที่แห่งนั้น
ครั้นเมื่อเห็น ซากโบราณขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยซากประหลักหักพังของกาลเวลา ประหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเกิดศึกต่อสู้ครั้งใหญ่ มันทำให้อี้เฉินหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง แม้เวลาจะผ่านไปยาวนาน แต่สถานที่แห่งนี้ ก็ยังปรากฏ ร่องรอยของความรุ่งโรจน์ของคนผู้นี้ เขาน่าจะเป็นจักรพรรดิโลหิต ที่ผู้คนกล่าวขาน เป็นแน่
ทว่ายิ่งเดินเข้าไปภายในส่วนลึกของโบราณสถาน อี้เฉินกลับรู้สึกถึงกลุ่มคนด้านหน้า รวมตัวกันอยู่ หลายสิบคน ประหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นรวมตัวกันแย่งชิงอะไรบางอย่าง อี้เฉินปรี่เข้าไปตรวจดูในทันที ทว่าเมื่อเห็น สมุนไพรหลายสิบต้น ขึ้นอยู่เหนือซากศพ ของชายผู้หนึ่ง ปล่อยปราณพลังที่น่าคร้ามเกรงออกมาเป็นระลอกคลื่น ปัง! ปัง!ดังออกมาไม่ขาด
อี้เฉินตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เหมือนว่าซากศพนั้นจะเป็นซากศพของเซียนสวรรค์โบราณ ทว่ามันกลับถูกสมุนไพร หลายสิบต้นเหล่านั้น ดูด เอาความวิเศษ ของเซียนสวรรค์โบราณ ไปเสียจนหมด จนลำต้นของมันแดงฉาน มันก็คือสมุนไพร โสมเลือด ปรสิต ระดับเทพแถมยังมีอยู่ด้วยกันหลายสิบต้น
ที่พวกเขาไม่อาจเข้าไปเก็บได้ก็เนื่องมาจาก ซากศพของเซียนสวรรค์โบราณแผ่ปราณพลังออกมาไม่สามารถเข้าไปเก็บได้ ครั้นอี้เฉินเห็นสภาพของหลายๆ คน บาดเจ็บไม่น้อยใบหน้าเต็มไปด้วยความอิดโรยเขารู้ได้ในทันที ว่าพวกเขาคิดจะสลายปราณพลังของซากศพเซียนสวรรค์ ที่แพร่ปราณพลัง น่าคร้ามเกรงออกมา หมายจะเข้าไปเอาสมุนไพรเหล่านั้น
อี้เฉินเขาจึงคิดจะรอคอยโอกาส ไม่บุ่มบ่ามเข้าไปแย่งชิง ทว่าเขากลับคิดผิดถนัด จู่ๆ ชายผู้หนึ่ง ก็จับสัมผัสถึงตัวตนของอี้เฉินได้ ชายหนุ่มผู้นั้นที่เหมือนทำหน้าที่ คุมกลุ่มคน อยู่ห่างๆ ปาหอกที่ถือไว้ในมืออัดแน่นไปด้วยปราณพลังพุ่งเข้าใส่อี้เฉินในฉับพลัน ก่อเกิดเสียงแหวกอากาศดังหวีดแหลม มาพร้อมเสียงปัง!! ดังออกมาก้อง เสาหินที่อี้เฉินแอบซ่อน อยู่ถึงกับพังทลาย
"เจ้าไอ้หนูโสโครก เผยตัวออกมาเสีย ช่างรนหาที่ตายนัก กล้าคิดจะมาชุบมือเปิบ"เทพสายฟ้าน้อย กวนซีกล่าวออกมา ด้วยความเดือดดาล
อี้เฉิน ครั้นเห็น กวนซีแห่งตำหนักเทพ เขายกยิ้มในทันที ยังจดจำได้ดี เรื่องในโลกปราณจิต ก่อนเขาจะปรากฏตัว สู่สายตา เทพสายฟ้าน้อย กวนซี
แววตาอี้เฉินแปรเปลี่ยนเป็นใสซื่อ ในทันที "สหาย กวนซี ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านไม่น้อย สู้เราแบ่งปัน สมุนไพรให้กันแล้วผูกมิตร ไว้จะไม่ดีกว่าหรือ"