ตอนที่12 การเผชิญหน้า...ตัวตนของแต่ละฝ่าย
ฉันกำลังจะโดนสอบปากคำสินะ
อ้ายสบประสานดวงตากับชายหนุ่มที่นั่งยันคางไขว่ห้างสุดปลายโต๊ะฝั่งตรงข้ามข้างหลังเขามีกุนซือวัยกลางคนยืนเอาพัดป้องปาก เธอแอบสังเกตเห็นว่าเขาดูจะสนุกสนานไม่น้อยหวนฉีนิ่งเงียบราวกับกำลังรอให้เธอเปิดประเด็นก่อน
“ทำไมถึงไม่บอกข้า”
“เื่อะไรคะ”อ้ายตีหน้าซื่อ เพราะคำถามเขาตีความคำตอบได้หลายเื่
“ถ้าเ้าอยากออกรบ”
“ท่านจะให้ข้าตามมาด้วยเหรอ”เด็กสาวแสดงความสนใจอย่างชัดเจน แต่อีกฝ่ายนิ่งเงียบๆ ไม่ตอบอะไร
กวนประสาทชะมัดแล้วจะถามเพื่ออะไร...
“ประหลาดใจจริงๆที่รู้ว่าเ้าอยากจะเป็แม่ทัพ”แววตาคมเข้มจ้องเขม็งราวกับ้าล้วงลึกเข้าไปยังใจจริงของอีกฝ่าย
“ข้าก็พึ่งรู้ความ้าตัวเองวันนี้นี่แหละ”อ้ายพึมพำเสียงเบากับตนเองซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อาจได้ยิน
“ข้าขอถามได้มั้ย”เกาชุนโค้งให้เธอน้อยๆ และไม่รอการอนุญาต “ท่านเข้าร่วมทัพกับแม่ทัพหวังซินตลอดเลยหรือ”
“ท่านพ่ออนุญาตก็ตอนอายุ10 ย่าง 11 ละมั้ง แต่เขาก็พาข้าไปสนามรบั้แ่เริ่มจำความเรียกว่าข้าเกิดและเติบโตมากับสนามรบเลยก็ว่าได้”น้ำเสียงของอ้ายเต็มไปด้วยความห่วงหาแก่บุคคลที่ล่วงลับไปแล้วแววตาของเธอเศร้าลงอย่างชัดเจน
“ท่านก็เลยอยากเป็แม่ทัพเหมือนท่านหวังซิน”
ไม่ได้อยากเป็เฟ้ย! คนกำลังรำลึกความหลังอย่างตั้งใจดันขัดอารมณ์กันซะได้!
“ข้าไม่อนุญาตให้เ้าเข้าร่วมทัพนั่นไม่ใช่หน้าที่ของเ้า” หวนฉีสั่งห้ามอย่างเฉียบขาดสีหน้าของอ้ายกระตุกด้วยความไม่สบอารมณ์
“แล้วใครกำหนดเหรอคะว่าหน้าที่ของข้าคืออะไรหรือสำหรับท่านคิดว่าผู้หญิงอย่างข้าไม่สมควรอยู่ในสนามรบนอกจากบนเตียงคอยปรนนิบัติผู้ชายในเมื่อทัพท่านยังมีนายกองผู้หญิงเลยอ้อ—หรือว่าจะควบสองตำแหน่งทั้งศึกในสนามรบและบนเตียงกันด้วยคะ”ปากที่ไวกว่าความคิด ทว่าอ้ายจ้องเขากลับโดยไม่กริ่งเกรงเกาชุนกลั้นหายใจใบหน้าหวั่นวิตกไม่คิดว่าเ้าจะหล่อนกล้าต่อปากต่อคำกับหวนฉีผู้ซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้
ในสมัยก่อนสำหรับสตรีแล้วหน้าที่ของพวกเธอก็คือเป็เมียที่คอยดูแลปรนนิบัติสามีน้อยนักที่จะได้รับการยอมรับเทียบเท่ากับบุรุษ
แต่หวังซินไม่้าเช่นนั้นเขา้าให้บุตรสาวของตนมีความรู้ความสามารถทั้งด้านบุ๋นและบู๊และเคารพความ้าของเ้าหล่อนทุกอย่างการอยู่ภายใต้คำสั่งของผู้หญิงคือสิ่งที่เหล่าบุรุษส่วนมากคิดว่าไม่เหมาะสมพวกเขาควรเป็ผู้นำและพวกเธอเป็ผู้ตาม ทว่าความคิดเหล่านี้ใช้กับทัพหวังซินไม่ได้เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับฝีมือและความสามารถพอได้ยินคำสั่งห้ามของหวนฉีเธอจึงคิดว่าเขาด้อยค่าความเป็ผู้หญิงของตน
“เ้านี่ถนัดพูดเองเออเองดีนะ”รอยยิ้มเย็นผุดขึ้นบนริมฝีปากหนา “ข้าชอบคนมีความสามารถ และชอบผู้หญิงที่เก่งกาจ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงห้ามข้าละคะ”เธอจ้องเขาเขม็งเพื่อขอคำตอบ
“เ้าคิดว่าตัวเองเก่งอย่างนั้นเหรอ”
“มากกว่าที่ท่านคิดก็แล้วกัน”อ้ายเชิดหน้าท้าทายมีหลายคนที่อวดดีต่อหน้าหวนฉีและเขาเ่าั้มักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเสมอจะเรียกว่ากล้าหรือเพราะว่ายังเด็กเกินกว่าจะคิดวิเคราะห์อะไรได้หวนฉีไม่มีทางปล่อยให้ใครทำอะไรตามอำเภอใจภายใต้การปกครองของตนเองเกาชุนคิดว่าเธอคงจบสิ้นเพียงแค่นี้
“เ้าคงจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับตัวข้ามามากมายสินะ”
“ค่ะ”
“คิดว่ายังไง”
“จริงทุกประการค่ะ”อ้ายทำหน้าปุเลี่ยนๆ ตามปกติแล้วข่าวลือมักจะต้องหารครึ่งแต่ในกรณีของเขาจริงแท้แน่นอนทุกอย่าง
“แล้วเ้าตอบตกลงคำขอแต่งงานของข้าทำไม”
“แล้วท่านส่งคำขอมาทำไมละคะ”อ้ายยังคงสวนกลับอย่างยียวน เกาชุนคิดว่าเธอทิ้งชีวิตตนเองแล้วสินะ “อะไรทำให้ท่านสนใจในตัวข้าที่มีข่าวลือมากมายและยังไม่เคยเจอกันแม้สักครั้งเหรอคะ” ในที่สุดเธอก็ได้พูดในสิ่งที่คาใจมาตลอดช่างน่าแปลกที่ครั้งนี้สามารถเอ่ยออกมาได้อย่างง่ายดาย
หวนฉีมักจะมีรอยยิ้มที่คาดเดาได้ยากแต้มบนใบหน้าเสมอครั้งนี้เองก็เช่นกันเธอไม่ชอบเอาเสียเลยกับสีหน้าเ้าเล่ห์ที่เหมือนกับว่ารู้แจ้งทุกอย่างของเขา
“พ่อของเ้า”
ว่าล่ะ...ส่วนมากก็เพราะจากพ่อข้าสินะแต่เขาสนใจพ่อข้าด้วยเหรอเนี่ย ดูเหมือนท่านจะมีอิทธิพลค่อนข้างมากทีเดียวแต่จะบอกว่าหวนฉีนับถือท่านก็คงไม่น่าใช่ แล้วมันเพราะอะไรกันแน่เนี่ยเมื่อมองหน้าของเกาชุนที่ออกอาการเลิ่กลั่กน้อยๆ เธอก็คิดได้ว่าคงไม่ใช่ความจริงร้อยเปอร์เซ็นแน่ๆ
เสียงกรีดร้องจากนอกกระโจมทำเอาอ้ายสะดุ้งเฮือกทว่าคนตรงข้ามเธอกลับเงียบสงบราวกับว่ามันคือเสียงร้องของนกกาทั่วไปอ้ายรู้ดีว่านั่นคืออะไร...การทรมานเชลยของทัพหวนฉีพวกเขามักจะเล่นกับเชลยที่จับมาได้
“เกาชุน ไปบอกพวกข้างนอกทีว่ามันรบกวนการสนทนาของข้าตัดลิ้นของเ้าพวกนั้นทิ้งซะ”คำสั่งโเี้ไร้ความปราณีหลุดออกจากปากอย่างง่ายดายคนตรงหน้าเธอยังเป็มนุษย์ธรรมดาอยู่มั้ยนะ
“รับทราบ”เกาชุนโค้งให้หวนฉีก่อนจะไพล่มายังอ้ายซิน
และแล้ว...ก็มีเพียงพวกเขา2 คนอยู่ภายในกระโจม เ้าหล่อนเพิ่งจะสังเกตว่ามันช่างกว้างและวังเวงเสียเหลือเกิน
“ท่านแม่ทัพข้าขอท่านไม่ได้หรือคะ ข้าอยากไปร่วมรบกับท่านพี่ถิงเซียว ข้าคิดถึงครอบครัวของข้าคิดถึงสิ่งที่ข้าเคยทำมาตลอด”เธอมีสีหน้าอ้อนวอนสลัดคราบความดื้อรั้นเมื่อก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไร้หัวใจขนาดไหนก็ตาม
“ข้าก็ไม่ได้ห้ามนี่แต่เ้าเลือกที่จะไม่บอกข้าก่อน” เป็ความจริงทุกประการจนเ้าหล่อนเถียงไม่ออกถึงอย่างนั้นหากเธอไม่ขอตรงๆ คนอย่างเขาจะอนุญาตหรือ
หวนฉีลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนอ่อนวัยเธอสะดุ้งใอยากจะลากเก้าอี้หนีเสียเหลือเกิน มือใหญ่ยื่นตรงมาใกล้เธอมองมันอย่างหวั่นวิตกราวกับเป็อาวุธที่หมายจะปลิดชีพตน
“เลิกทำตัวดื้อดึงกับข้าก่อนแล้ววางตัวให้เหมาะสมเ้าไม่ใช่เด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบ ตอนนี้เ้าคือภรรยาของข้าอย่าทำตัวให้คนอื่นต้องดูแคลนเอาได้” หวนฉีวางมือบนหัวเธออย่างแ่เบาน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนทำเอาเธอไม่เชื่อหูตนเอง “มันไม่ใช่เพียงแค่เ้าที่จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะทั้งข้ารวมถึงพ่อของเ้าด้วย”
พอได้ฟังคำพูดของเขาเธอก็เริ่มเรียบเรียงการะกระทำของตนเองที่ผ่านมาั้แ่วันั้แ่งงานจนถึงปัจจุบันเมื่อได้วิเคราะห์ดีๆ แล้วเป็เธอเองนั่นแหละที่ตั้งแง่กับเขาก่อนตามข่าวลือ(ใครไม่เป็ก็แปลกแล้วมั้ย) เธอไม่เคยทำตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งภรรยาของแม่ทัพไม่เคยสังเกตสายตาของเหล่าทหารว่ามองตนเองแบบไหนและไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใคร(นอกจากหม่าเฉา) เด็กสาวรู้สึกกระดากอายกับการทำตัวเองที่ผ่านมาเธอคิดเพียงแค่ว่าจะใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่ให้อยู่ในครรลองสายตาของหวนฉีจนลืมไปว่าตนเองเลือกที่จะตอบรับคำขอแต่งงานของเขาแล้วก็ควรที่จะต้องปรับตัวกับเส้นทางชีวิตใหม่คงเพราะบรรดาพี่ชายมักจะคอยดูแลเอาอกเอาใจและให้ท้ายเสมอเธอจึงคิดว่าจะทำตัวแบบไหนก็ได้ความคิดของเธอช่างตื้นเขินเสียเหลือเกินในขณะที่พยายามหาวิธีหย่าขาดจากชายหนุ่มเธออาจจะเก่งกาจในการรบ แต่สอบตกในการใช้ชีวิตจริงๆ
“อยากจะให้ข้าสอนการเป็ภรรยาเต็มตัวก่อนมั้ยล่ะ”มือใหญ่เลื่อนระดับลงมาที่แก้มนวล เธอผลักมือเขาออกอย่างแรง
“ในหัวท่านมันมีแต่เื่แบบนี้อย่างเดียวรึไง”เธอแหวใส่ แต่แก้มขึ้นสีอ่อนระเรื่อ เขาดูจะพอใจกับการแสดงออกของเธอมากทีเดียว
“เห...ข้าบอกแล้วเหรอว่าเื่อะไรมีแต่เ้าที่คิดไปเองฝ่ายเดียวนะ” หวนฉียิ้มพรายอ้ายอ้าปากจะเถียงเขาแต่ไม่อาจสรรหาคำพูดใดออกมาได้
“ข้าเกลียดท่าน--แม่ทัพหวนฉี”เธอทำหน้าปั้นปึ่ง ถึงอย่างไรเธอก็คิดว่าตนเองไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาแบบสงบได้แน่นอน
“หึ จนกว่าจะเคลื่อนทัพกลับข้าจะอนุญาตให้เ้าไปอยู่ที่ค่ายของแม่ทัพถิงเซียวก็ได้แต่ถ้าข้ากลับเมื่อไหร่เ้าต้องกลับพร้อมข้า”
คำถบทด่าในใจทั้งหลายที่ร่ายยาวเหยียดเตรียมพร้อมจะพรั่งพรูออกมาถูกลบทิ้งภายในเวลาไม่กี่วินาทีเด็กสาวยักยิ้มออกมาแทบจะในทันที
“จริงเหรอคะ”เธอถามย้ำให้แน่ใจ เขาพยักหน้าน้อยๆ
“ข้าเป็คนให้ความสำคัญในคำพูดนะ”
โกหก...ใครกันที่บอกไม่มีสัจจะในหมู่โจรแต่ช่างเถอะ ไหนๆ เขาก็อนุญาตแล้ว รีบไปก่อนจะเปลี่ยนใจดีกว่า
อ้ายซินเคลื่อนตัวไปยังทางออกของกระโจมอย่างรวดเร็วเธอตื่นเต้นดีใจจนเก็บอาการแทบไม่อยู่ก่อนที่จะก้าวออกไปเธอก็นึกบางอย่างขึ้นได้พอดี
“ท่านแม่ทัพ” เธอหันมาหาเขาชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงสงสัยว่าเธอ้าอะไร
“ขอบคุณค่ะ” คำสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่เป็ธรรมชาติต่างจากปกติการปรับเปลี่ยนหลากหลายอารมณ์ของเธอทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ็นดูอยู่ลึกๆเธอช่างไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกมันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าคนแบบเธอจะก้าวเข้าสู่สนามรบอันเต็มไปด้วยสิ่งอันตรายได้อย่างไรหรือเ้าตัวดียังมีเื่ที่ปิดบังเอาไว้อีกกันแน่...ทว่า...เขาไม่จำเป็ต้องรีบร้อนอะไรยังคงมีเวลาอีกนานให้ได้ศึกษาค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอในเมื่อเ้าหล่อนยังได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของเขาเขาจะทำให้เธอเปิดเผยทุกอย่างออกมาให้ได้