“กริ๊ง.. กริ๊ง.. กริ๊ง..”
เสียงโทรศัพท์มือถือของ นายหัวครรชิต ที่วางอยู่บนข้างเตียงดังขึ้น ชายหนุ่มยื่นมือไปหยิบขึ้นมารับสายอย่างงัวเงีย
“ฮัลโล! นายหัวครับ ลุงเอกโดยซ้อมอาการหนักมาก เป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลครับ” สรชัย โทรเข้ามาแจ้งข่าวบิดาของวิรดา ให้ นายหัวครรชิต ได้รับทราบ
“โอเคๆ ฉันจะรีบกลับไป” นายหัวครรชิต เมื่อได้ยินข่าวที่nสรชัย แจ้งก็ตาสว่างขึ้นมาทันที หันไปมองคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหลับใหล อยู่ในอ้อมกอดของตนด้วยความสงสารจับใจ
“ดา.. ดา.. ตื่นเถอะคนดี” นายหัวครรชิต ปลุกเรียกคนในอ้อมแขนแกร่งให้ตื่น
“อื่ออ!..ขอนอนต่อได้ไหมคะ? ดาเหนื่อย พึ่งได้นอนไปนิดเดียวเอง” วิรดา ทำเสียงอู้อี้ตอบกลับชายหนุ่ม
“ดาตื่นเถอะ เราต้องกลับบ้านโดยด่วน พ่อดาตอนนี้อยู่โรงพยาบาล” นายหัวครรชิตเอื้อนเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ทำให้คนตัวเล็กหายงัวเงียในทันที
“พี่ชิต ว่าไงนะคะ?” วิรดา เอ่ยถามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ ว่าตัวเองฟังไม่ผิด
“พ่อดาโดนซ้อมอาการสาหัส ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล อาการเป็นตายเท่ากัน” นายหัวครรชิต กลั้นใจเอ่ยบอกข่าวสารที่ได้รับฟังมาออกไป
“พะ พ่อดาเข้าโรงพยาบาล ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ใครทำพ่อคะพี่ชิต?” วิรดา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจ มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูกเอาเลยทีเดียว
“พี่ก็ยังไม่รู้ แต่เราต้องรีบกลับกันตอนนี้เลย ดารีบไปอาบน้ำแต่งเก็บของนะ แล้วเราจะกลับกันเลย” นายหัวครรชิต สั่งการเสร็จสรรพ วิรดา จึงลุกขึ้นจากเตียงนอน เร่งรีบทำตามคำสั่งที่ชายหนุ่มบอกด้วยอาการที่ร้อนรน
พอทั้งสองจัดการธุระส่วนตัว และเก็บเสื้อผ้าลงในกระเป๋าเดินทางเสร็จ นายหัวครรชิต ก็ถือกระเป๋าออกมา โดยมี วิรดา เดินตามหลังมาติดๆ
“ชิตจะไปไหนกันคะ?” แววดาว ที่ได้ยินเสียงดังเข้ามาข้างในห้องที่เธอนอนอยู่ รู้สึกรำคาญและหงุดหงิดที่มีใครมาทำอะไรตั้งแต่เช้า เพราะเธอพึ่งกลับมาถึงและได้นอนหลับไปแค่นิดเดียวเอง จึงเปิดประตูห้องออกไปดู ก็เห็น นายหัวครรชิต และวิรดา กำลังเดินลงบันได ซึ่งทั้งสองอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่พร้อมจะออกเดินทาง
“พอดีผมกับดา ต้องรีบกลับน่ะ พ่อดาเข้าโรงพยาบาล ดาวนอนต่อเถอะ ถ้าอยากอยู่ต่อก็ได้นะผมไม่ว่า เดี๋ยวผมจะบอกแม่บ้านไว้ให้” นายหัวครรชิต กล่าวกับ แววดาว แล้วก็เดินถือกระเป๋าลงไปชั้นล่าง ตรงไปยังที่จอดรถทันที
“อะไรกันเนี้ย จะรีบร้อนอะไรนักหนานะ เราอุตส่าห์ถ่อมาหาถึงที่นี่ ทำไมไม่ให้ความสำคัญกันเลย บ้าที่สุดเลย” แววดาว บ่นไล่หลัง นายหัวครรชิต เพราะเธอยังหงิดหงุดไม่หายที่เมื่อคืนชายหนุ่มไม่ให้ความสนใจเธอเลย ไปสนใจแม่ วิรดา อะไรนั้น ซึ่งมีอะไรดีนักหนาก็ไม่รู้ และแถมยังปล่อยเธอให้อยู่ในงานคนเดียว และให้คนอื่นมาส่งเธออีกต่างหาก คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หายเลย
นายหัวครรชิต พา วิรดา ตรงไปยังโรงพยาบาลที่ เอกวิน เข้ารับการรักษาอยู่ทันที และเมื่อถึงโรงพยาบาล วิรดา ก็รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในโรงพยาบาลทันที “ฉันเป็นลูกสาวของคนไข้ที่ชื่อเอกวินค่ะ พ่อฉันอยู่ห้องไหนคะ?” วิรดา เอ่ยถามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่อยู่หน้าเคาเตอร์
“สักครู่นะคะ” เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทำการค้นหาข้อมูล นายหัวครรชิต ก็ตาม วริดา มาทันพอดี
“ตอนนี้คนไข้อยู่ในห้อง I.C.U. ค่ะ” เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเงยหน้ามองและแจ้งห้องที่คนป่วยได้เข้าพักรักษาตัวให้ทราบ
“ขอบคุณค่ะ” วิรดา กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแล้ว ก็รีบเดินไปยังห้อง I.C.U. ทันทีโดยมี นายหัวครรชิต เดินตามมาติดๆ ซึ่งที่หน้าห้อง I.C.U. ก็มี สรชัย ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“พ่อดาเป็นไงบ้างคะ?” วิรดา เอ่ยถามถึงอาการของบิดาจาก สรชัย ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้
“เอ่อ! ลุงเอกอาการสาหัส ยังไม่ได้สติเลย น้องดาทำใจดีๆ ไว้นะ ตอนนี้หมอกำลังช่วยอยู่ อย่าพึ่งคิดอะไรมากนะ” สรชัย เอ่ยให้กำลังใจ วิรดา ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อปิดกั้นเสียงสะอื้น จากการร้องไห้เอาไว้
นายหัวครรชิต จึงดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก พลางใช้มือลูกศรีษะคนตัวเล็กเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลม
“แล้วใครมันเป็นคนทำวะ?” นายหัวครรชิต เอ่ยถามลูกน้องของตน
“เห็นว่าเป็นพวกเสี่ยกำพลครับนายหัว ลุงแกกลับไปเล่นการพนันอีก จึงมีเรื่องกันขึ้นและก็ออกมาเป็นสภาพนี้ครับ” สรชัย บอกกับ นายหัวครรชิต ให้ทราบถึงสาเหตุที่ เอกวิน ต้องเป็นอย่างนี้
“ทำไมพ่อต้องทำอย่างงี้ด้วย ทำไมพ่อยังไม่เข็ดอีก ถ้าพ่อเป็นอะไรไปแล้วดาจะอยู่กับใคร อยู่ยังไง” วิรดา ร้องไห้โหออกมาอย่างอดกลั้นไว้ไม่อยู่ ปากก็พร่ำบ่นออกมาอย่างเวทนาเป็นอย่างยิ่ง เธอทั้งช็อค ทั้งตกใจ ทั้งเสียใจ สับสนจนตีกันวุ่นวายไปหมด สักพักเสียงร้องไห้ก็หยุดลง พร้อมกับร่างบางอ่อนเปรี้ยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง และสติก็ดับวูบหายไป
“ดา.. ดา” นายหัวครรชิต ตกใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กในอ้อมแขนหมดสติล้มพับอยู่ในอกแกร่งบึกบึนของตน
“ดา อย่าเป็นอะไรนะ/พยาบาล!.. เมียผมเป็นลม” นายหัวครรชิต ร้องตะโกนเรียกพยาบาลให้เข้ามาช่วย ซึ่งพยาบาลที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้นก็รีบเดินเข้ามาหา และพาตัวหญิงสาวไปยังห้องฉุกเฉิน เพื่อทำการปฐมพยาบาลในทันที
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔