แต่ก็นะ! นกที่ไหนจะพูดได้กันล่ะ ไม่มีทางที่นกจะพูดภาษาคนได้หรอก
ซานจี๋ได้แต่ฉุกคิดในใจอย่างสิ้นหวังจนในที่สุดบนปลายขอบฟ้าที่อยู่ตรงยอดไม้พุ่มสูงก็เกิดแสงสว่างวาบคล้ายกับมีใครเอาไฟฉายมาส่องตาซานจี๋ตอบสนองแสงสว่างสายนั้นด้วยการหลับตาสนิท พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ารอบกายของซานจี๋เต็มไปด้วยความมืดมิด
ไม่นานก็ได้รับรู้ว่าหลิวซานจี๋คนนี้สิ้นลมหายใจลงแล้วต่อมาก็ได้รู้อีกว่าสถานที่อันมืดมิดและเงียบสงัดนี้คือประตูปรโลกที่เชื่อมไปสู่ภพชาติใหม่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นเสาร์หยกขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยกระแสสายฟ้าซานจี๋เห็นคนจำนวนมากกำลังต่อแถวเพื่อเดินเข้าไปในนั้น
เมื่อเดินผ่านเข้าไปในนั้นทุกคนจะหายไป แล้วหายไปไหนกันล่ะ ใช่หายไปเกิดใหม่หรือเปล่า?
“เอ๋? ผู้หญิงคนนั้นคือ?”
ใช่แล้วล่ะผู้หญิงคนที่พยายามกวักมือเรียก และไม่ยอมเดินต่อแถวเข้าไปในห้วงเสาร์หยกคือมารดาตัวจริงของหลิวซานจี๋ต่อให้ซานจี๋ไม่ได้เติบโตมาในความดูแลของแม่แท้ ๆและต่อให้ในความทรงจำของซานจี๋ไม่ได้มีความอบอุ่นของแม่แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาซานจี๋โหยหาความรักจากแม่เสมอ
สารภาพว่าซานจี๋แอบไปเห็นภาพถ่ายเก่าๆ สองสามใบซึ่งพ่อบุญธรรมเป็คนพับเก็บไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นแท้ ๆ ซานจี๋จึงไปค้นเจอภาพถ่ายพวกนั้นพอถูกจับได้คาหนังคาเขาพ่อบุญธรรมถึงได้บอกว่า ผู้หญิงในภาพคือหลิวเนี่ยนซินเป็แม่แท้ ๆ ของซานจี๋
พอซานจี๋ถามว่าแม่ไปไหนพ่อก็ตอบแค่ว่า แม่ไปทำงานอยู่ที่ต่างเมือง แล้วต่างเมืองที่ว่าก็เป็เมืองใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปตั้งหลายอำเภอแทบจะเรียกได้ว่าอยู่กันคนละภูมิภาค อย่างที่รู้กันดีว่าจีนแผ่นดินใหญ่มันกว้างขวางขนาดไหนดังนั้นการเดินทางกลับบ้านหนึ่งหนจะต้องใช้เงินจำนวนมากเพราะแบบนี้แม่ของซานจี๋จึงไม่ได้กลับมาที่นี่บ่อย ๆ การส่งจดหมายก็เช่นกันมันล่าช้าและใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงมือคนที่อยู่ปลายทาง
ในตอนนั้นซานจี๋ไม่ได้รู้สึกว่าพ่อบุญธรรมกำลังโกหกซานจี๋รู้แค่ว่าที่พ่อบุญธรรมพูดมามันดูสมเหตุสมผล ก็ถูกแล้วนี่ แม่ไปทำงานตั้งไกลจะกลับมาที่นี่บ่อย ๆ ก็คงไม่ได้ นอกจากนี้พ่อชุนหลางยังบอกอีกว่าแม่มาเยี่ยมซานจี๋ครั้งล่าสุดก็คือตอนที่ซานจี๋ยังไม่รู้ประสีประสาเพราะแบบนั้นซานจี๋ถึงจำไม่ได้ยังไงล่ะ ว่าแม่ของตัวเองหน้าตาเป็ยังไง
่เวลานั้นซานจี๋เข้าใจว่าพ่อบุญธรรมคือเพื่อนสนิทของแม่เพราะแม่ต้องไปทำงานหนักในต่างเมือง ไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง เลยต้องฝากซานจี๋ไว้ที่บ้านเจาชั่วคราวพอตั้งตัวได้แล้วแม่ก็จะกลับมารับซานจี๋ไปอยู่ด้วยกันระหว่างนี้ซานจี๋ควรเป็เด็กดีตั้งใจรอแม่มารับอยู่ในตำบลกุ้ยหนานโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
นี่คือสิ่งที่พ่อบุญธรรมปลูกฝังไว้ในหัวของซานจี๋ตลอดมาลำพังซานจี๋จะไม่มีทางรู้ว่าอะไรเป็อะไรเลยถ้าพ่อบุญธรรมไม่ได้ออกจากบ้านไปเป็ทหารและป้าบุญธรรมม่านหรงไม่ได้เล่าเื่ราวในอดีตให้ซานจี๋ฟัง
พอได้รับรู้เื่ราวทั้งหมดทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับคนเป็แม่ั้แ่ต้นยันจบจึงไม่แปลกที่หลิวซานจี๋จะจำแม่ตัวเองได้แม่นั้แ่แรกเห็นและสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า มันก็บ่งชี้ได้ชัดเจนแล้วว่าแม่ของซานจี๋ตายไปแล้วจริงๆ ป้าม่านหรงไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ พ่อชุนหลางต่างหากที่พูดเพ้อเจ้อพ่อชุนหลางโกหกซานจี๋มาโดยตลอด...
ใจหนึ่งไม่ลืมตำหนิว่าพ่อบุญธรรมเป็คนนิสัยไม่ดีขี้โกหกแต่ใจหนึ่งก็เข้าใจความหวังดีของพ่อบุญธรรมซานจี๋ยอมรับและเข้าใจดีว่าตัวเธอเองเกิดมามีเคราะห์กรรมซ้ำซ้อนทั้งยังไร้วาสนาที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่จนโตเป็สาวแต่ตอนนี้ซานจี๋ไม่เสียใจเลยสักนิดที่ตัวเองหมดอายุขัยก่อนวัยอันควรเพราะอย่างน้อยซานจี๋ก็ได้หลุดพ้นจากวงจรชีวิตที่แสนบัดซบนั่น
จะเสียดายอยู่อย่างเดียวก็คือซานจี๋ไม่มีโอกาสได้บอกลาพ่อบุญธรรมต่อให้ไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อ และต่อให้คนบ้านเจาปฏิบัติกับซานจี๋ไม่ดีเท่าที่ควรแต่ซานจี๋ก็รับรู้ได้ด้วยใจว่าพ่อบุญธรรมรักซานจี๋และดีกับซานจี๋มาก ๆถ้าชาติหน้ามีจริง ซานจี๋ขออธิษฐานให้ได้เกิดมาเป็ลูกสาวแท้ ๆของพ่อบุญธรรมก็แล้วกัน…
เด็กหญิงอธิษฐานในใจ ก่อนจะวิ่งโผเข้ากอดมารดาตัวจริงเพื่อเติมเต็มความรักความอบอุ่นที่ซานจี๋โหยหามานานจากนั้นสองแม่ลูกก็พูดคุยกันจอแจตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานแต่เดี๋ยวเดียวสองแม่ลูกก็พยักหน้าหงึก ๆแล้วจูงมือกันเดินหายเข้าไปในห้วงเสาร์หยกที่อยู่สุดทางเดิน…