บทที่ 11 ล้างมลทิน (รีไรต์)
ตอนค่ำหลินเนี่ยนตามหวงเจี้ยนกั๋วไปบ้านของผอ.จางอย่างว่าง่าย ท่าทางเชื่อฟังของเด็กสาวทำให้หวงเจี้ยนกั๋วโล่งใจไม่น้อย
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้เห็นหลินเนี่ยนอยู่ในสายตาเท่าไหร่นัก เดิมทีเขาไม่เชื่อคำพูดทำนองิญญาชั่วร้ายอะไรที่จางชุ่ยฟางพูดอยู่แล้ว
เด็กสาวคนนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าถูกสอนให้เป็คนเลว เธอแค่อยากได้เงินและเสื้อผ้าติดตัวก่อนจะไปชนบทก็เท่านั้น เพียงเหตุผลนี้ก็เข้าใจได้
ต้องโทษจางชุ่ยฟางทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่เขาบอกเธอตั้งนานแล้วว่าให้ส่งหลินเนี่ยนไปชนบทแทนหวงลี่ลี่
ตอนนี้พวกเขาปฏิบัติรุนแรงกับหลินเนี่ยนไม่ได้ เพราะกลัวเธอจะก่อเื่ขึ้นมา
จางชุ่ยฟางรับปากเสียดิบดีว่า ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร หลินเนี่ยนก็จะไม่จะมีวันขัดคำสั่ง และยังบอกว่ามั่นใจมาก
มั่นใจกับผีน่ะสิ!
เขาไม่น่ายอมทำตามที่พวกเธอบอกเลยจริง ๆ!
“เนี่ยนเนี่ยน เดี๋ยวถึงบ้านผอ.จางแล้ว ให้พูดตามที่อาหวงสอนนะ จำได้ไหม ขอแค่เธอแสดงให้แเี เดี๋ยวฉันจะแอบให้เงินเธอเพิ่มอีกสามร้อยหยวน!”
หลินเนี่ยนอยากได้เงินไม่ใช่เหรอ
งั้นเขาก็ใช้เงินล่อเธอซะ!
ถึงเวลานั้นก็ยัดเธอขึ้นรถส่งไปชนบท เื่เงินอะไรนั่นช่างมันเถอะ เธอจะไม่ไปเพียงเพราะไม่มีเงินได้เหรอ
ถึงตอนนั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ!
“อืม!” หลินเนี่ยนตอบตกลง
เมื่อถึงบ้านผอ.จางแล้ว หวงเจี้ยนกั๋วก็จัดแจงผมเผ้าและเสื้อผ้า ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตู
“ใครน่ะ?” เสียงหญิงคนหนึ่งดังแว่วมาจากด้านใน
หวงเจี้ยนกั๋วรีบพูดขึ้นพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าหยางครับ ผมหวงเจี้ยนกั๋วที่อยู่โรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยไงครับ ผอ.อยู่ไหมครับ ผมมารายงานเื่กับผอ.นิดหน่อยน่ะครับ!”
ประตูเปิดออกแล้ว คนที่เปิดประตูคือคนที่หวงเจี้ยนกั๋วเรียกว่าหัวหน้าหยาง หัวหน้าแผนกสูตินรีเวชในสถานพยาบาลประจำโรงงาน ผู้เป็ภรรยาของผอ.จาง
“สวัสดีครับหัวหน้าหยาง เนี่ยนเนี่ยน รีบทักทายสิ!”
หลินเนี่ยนก้มหน้าก้มตาไม่มองคนอื่น เปล่งเสียงแ่เบาราวกับยุงว่า “คุณย่าหยาง”
หวงเจี้ยนกั๋วไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ตอนนี้อยู่ที่บ้านตระกูลจาง เขาจะตำหนิหลินเนี่ยนก็คงไม่ดี จึงทำได้เพียงอธิบายว่า “หัวหน้าหยาง คุณอย่าไปใส่ใจเลยครับ เธอเป็เด็กขี้อายน่ะครับ”
หัวหน้าหยางยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “เด็กคนนี้ท่าทางสงบเสงี่ยมแบบนี้ดีทีเดียว รีบเข้าบ้านกันเถอะ เข้าไปคุยกันในบ้าน!”
เธอเชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านพลางะโเข้าไปข้างในว่า “เหล่าจาง ไห่หยาง มีแขกมา!”
ภายในห้องรับแขก
ผอ.จางกับจางไห่หยางต่างลุกขึ้นยืน จางไห่หยางมองไปที่หลินเนี่ยนที่ก้มหน้าก้มตา สองมือกำลังดึงชายเสื้อด้วยความประหม่า สิ่งที่ผุดอยู่ในหัวคือภาพที่เธอะโน้ำอย่างสิ้นหวังในวันนั้น
สายตาอันว่างเปล่า
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้ารันทด
ตอนที่ช่วยชีวิตเธอขึ้นมา ยามนั้นราวกับฟางข้าวเส้นหนึ่ง เบาจนทำให้คน...ปวดใจอย่างไร้สาเหตุ
หลังจากที่จางไห่หยางช่วยเธอ เขาก็ยังไม่วางใจอยู่เล็กน้อย จึงให้คนแอบไปถามสถานการณ์ของหลินเนี่ยน ได้ยินว่าชีวิตเธอไม่มีความสุขนัก จึงบอกคุณปู่ไปสองสามประโยค
คุณปู่บอกว่า ตอนนี้ทุกบ้านทุกครัวเรือนต่างลำบากยากเข็ญกันหมด เด็กตระกูลหวงเองก็มีมากมาย แน่นอนว่าย่อมมีการลำเอียงเกิดขึ้นอยู่แล้ว
แต่อย่างน้อยตระกูลหวงก็มีให้หลินเนี่ยนได้กินได้ใช้ ทุกปีในโรงงานเองก็ต้องไปเยี่ยมเยียนปลอบขวัญให้กำลังใจครอบครัวของผู้สละชีพ หลินเนี่ยนบอกเองว่าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาตลอด และอาหวงก็ดีกับเธอมาก
ทางโรงงานจึงไม่มีเหตุผลให้ยื่นมือเข้าไปช่วย
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร หลินเนี่ยนเองก็แข็งแกร่งกว่าเด็กที่ไม่มีข้าวกินและไม่มีเสื้อผ้าให้สวมใส่
ตระกูลหวงไม่ได้ทำการร้ายแรงเกินขอบเขต ครอบครัวนี้เก็บเนื้อเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร การไม่ยื่นมือเข้าไปแทรกนับว่าเป็เื่ที่ดีที่สุด
จางไห่หยางรู้ว่าคุณปู่พูดจามีเหตุผล มันคงไม่ดีหากเขาจะพูดอะไรออกไป
“สวัสดีครับผอ.จาง ขอโทษที่มารบกวนคุณตอนค่ำมืดขนาดนี้ อันที่จริงผมเองก็รู้สึกผิดนิดหน่อย ของพวกนี้เป็น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผม บางอย่างก็ยกขึ้นบนโต๊ะไม่ได้ หวังว่าคุณจะอภัยให้ผมด้วยนะครับ” จางไห่หยางวางถุงตาข่ายไว้บนโต๊ะชา สองมือยื่นไปจับมือผู้อำนวยการจาง
เหมาไถสองขวด อาหารกระป๋องสองกระป๋อง นมมอลต์สองขวด และนมผงสองกระป๋อง
มือเติบสุด ๆ
นี่ไม่ใช่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว
สายตาของผู้อำนวยการจางมองผ่านถุงตาข่ายที่มีการบรรจุข้าวของมาจนเต็มแน่น เขาพยักหน้าเชิญให้หวงเจี้ยนกั๋ว อีกฝ่ายยิ้มพลางยื่นมือไปจับกับจางไห่หยาง แล้วพูดขึ้นอย่างเป็มิตรว่า “ไห่หยาง ไม่เจอกันนานเลยนะ เด็กหนุ่มคนนี้สุดยอดจริง ๆ ได้เป็ผู้กองั้แ่อายุยังน้อย อนาคตไกลแบบนี้ พอนายแก่ก็รอเสพสุขได้แล้ว...” เขาพูดพลางมองไปทางผอ.จาง พยายามชื่นชมสุดความสามารถ
“ลูกนอกคอกสองคนนั้นของผมน่ะ ถ้าอนาคตประสบความสำเร็จได้สักหนึ่งในสิบของไห่หยาง ผมคงจะนอนตายตาหลับแล้ว!”
ผู้อำนวยการจางหัวเราะพลางพูดขึ้นว่า “เหล่าหวง นายอย่าชมเขาเกินไป เดี๋ยวเขาจะเหลิงเอาได้!”
หวงเจี้ยนกั๋วรีบพูดขึ้นว่า “ผมไม่ได้ชมเกินไปสักหน่อย ผมก็แค่ขยายความไปตามความจริง!”
ผู้อำนวยการจางโบกไม้โบกมือ ปัดจบบทสนทนานี้แล้วพูดกับหวงเจี้ยนกั๋วว่า “เหล่าหวง นายมาหาฉันเวลานี้มีเื่อะไรเหรอ นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอ้อมค้อม พูดมาตามตรงเถอะ!”
ในขณะนี้เอง หัวหน้าหยางก็ยกน้ำชาออกมา ส่งให้หวงเจี้ยนกั๋วก่อนคนแรก
หวงเจี้ยนกั๋วรีบใช้สองมือรับมา
จากนั้นหัวหน้าหยางก็ส่งอีกถ้วยให้หลินเนี่ยนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา หวงเจี้ยนกั๋วจึงเอ่ยเตือนเธอว่า “เนี่ยนเนี่ยน คุณหยางยกน้ำชาให้เธอ ยังไม่รีบรับมาแล้วขอบคุณอีก!”
หลินเนี่ยนรีบรับถ้วยน้ำชามา สุดท้ายบางทีอาจจะเพราะลนลานเกินไปจึงถืออย่างไม่มั่นคง ทำให้ถ้วยชาร่วงลงมา น้ำสาดโดนตัวเธอทั้งตัว
จางไห่หยางลุกขึ้นทันที สายตาเผยความเป็ห่วง “หลินเนี่ยน เธอเป็อะไรหรือเปล่า?”
หัวหน้าหยางรีบลากแขนเธอเดินเข้าไปทางห้องที่อยู่ด้านใน “ให้ตายเถอะ ดูฉันสิ แก่แล้วมือก็เลยไม่ค่อยมีแรง สาวน้อย เธอร้อนหรือเปล่า?”
หลินเนี่ยนส่ายหน้าไปมา “ไม่ค่ะ”
“ไปเถอะ เดี๋ยวย่าหาเสื้อผ้าสะอาด ๆ มาให้เปลี่ยนนะ”
หวงเจี้ยนกั๋วที่นั่งอยู่บนโซฟาเดือดดาลจะแย่อยู่แล้ว ช่างเป็ของที่เอาขึ้นโต๊ะไม่ได้จริง ๆ พอพามาก็มีแต่จะทำให้ขายหน้า
“หัวหน้าหยางไม่ต้องลำบากหรอกครับ เรานั่งกันอีกสักพักก็จะไปแล้ว!” เขารีบลุกขึ้น
หัวหน้าหยางพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย “อากาศหนาวแล้ว จะปล่อยให้เธอหนาวไม่ได้ พวกนายคุยเื่ของพวกนายไปเถอะ เราไม่รบกวนเวลาแล้ว” เธอพูดจบก็พาหลินเนี่ยนเข้าไปในห้อง จากนั้นก็ปิดประตู
ผอ.จางเร่งเร้าให้หวงเจี้ยนกั๋วเข้าประเด็นอีกครั้ง หวงเจี้ยนกั๋วจึงถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า “อันที่จริงก็ไม่มีเื่อะไรหรอกครับ ก็แค่อยากมาขอบคุณไห่หยาง ถ้าเขาไม่ช่วยเนี่ยนเนี่ยนของเราเอาไว้ ไม่แน่ว่าเด็กคนนี้ก็คง...เนี่ยนเนี่ยนเด็กคนนี้ ไม่ชอบพูดจามาั้แ่เด็ก มีเื่ในใจอะไรก็ไม่เคยมาบอกพวกเรา ภรรยาผมเองก็ถามออกมาไม่ได้ พวกเราเองก็จนปัญญาแล้ว ปกติก็งานยุ่งอยู่ตลอด เลยดูแลแกได้ไม่ดีเท่าที่ควร เฮ้อ...ทำไมถึงมีเื่แบบนี้ขึ้นมานะ!”
“พูดตามตรงเลยนะครับ ผมกลัวมาก ๆ กลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับเด็กคนนี้ แล้วผมจะไปอธิบายกับเหล่าหลินไม่ได้!”
“บวกกับลูกสาวคนโตที่ไม่รู้ความของผม คิดว่าเนี่ยนเนี่ยนสร้างปัญหาให้ครอบครัวก็เลยมีอคติกับเธอ ด่าเธออย่างไม่สนใจไยดี อันที่จริงเป็พี่สาวก็ควรเป็ห่วงน้องสาว เธอช่างใจร้อนจริง ๆ! ผมตำหนิลี่ลี่ไปแล้วครับ กับเด็กอย่างเนี่ยนเนี่ยน ทำได้เพียงแค่ปลอบเท่านั้น ถ้าตำหนิเธออีก เธอจะไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจะดุด่าเธอไม่ได้”
“ตอนนี้เด็กคนนั้นสำนึกผิดแล้ว และขอโทษเนี่ยนเนี่ยนไปแล้ว สองพี่น้องก็คืนดีกันแล้วด้วย”
ผู้อำนวยการจางพยักหน้าพลางพูดว่า “เด็กน่ะสอนยาก นายต้องใส่ใจเขาให้มากหน่อย สองพี่น้องคืนดีกันก็ดีแล้ว!”
และเมื่อเห็นหลินเนี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา ผู้อำนวยการจางก็ถาม “นายยังมีเื่อื่นอีกหรือเปล่า?”
หวงเจี้ยนกั๋วรีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ไม่มีเื่อะไรแล้วครับ ก็แค่พาเนี่ยนเนี่ยนมาขอบคุณไห่หยางด้วยตัวเองเท่านั้น!”
พูดจบเขาก็โบกมือเรียกหลินเนี่ยนพลางยิ้มแย้มอย่างเป็มิตร “เนี่ยนเนี่ยนรีบมาเร็วเข้า คำนับขอบคุณพี่ไห่หยางสิ!”
หลินเนี่ยนคำนับขอบคุณอย่างเชื่อฟัง
ผู้อำนวยการจางถามหลินเนี่ยนว่า “เนี่ยนเนี่ยน ถ้าเธอมีความทุกข์ใจอะไรก็มาบอกปู่จางได้นะ ที่โรงงานเราไม่มีทางไม่สนใจเธอแน่นอน!”
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หวงเจี้ยนกั๋วก็พลันอกสั่นขวัญแขวน
สายตาของทุกคนในห้องล้วนจับจ้องไปยังหลินเนี่ยน