บทที่ 20 ข้าแพ้แล้ว
เย่อู๋เชวียมองดูแผนผังค่ายกลัพิโรธในมืออย่างสงสัยเขาไม่สนใจตำแหน่งศีรษะ ลำตัว หรือส่วนหางของัเขาสนใจแค่ว่าพวกเขาทั้งสามจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างกลมกลืนและแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของค่ายกลัพิโรธนี้ได้หรือไม่!
หลินอิงหลัวจ้องมองที่ม้วนกระดาษสีดำในมือด้วยสายตาเ็าโดยไม่มีใครรู้ว่าในใจของนางกำลังคิดอะไรอยู่
ความเย่อหยิ่งในดวงตาของซือหม่าอ๋าวปรากฏขึ้นอีกครั้งเขามุ่งมั่นที่จะครองตำแหน่งศีรษะัั้แ่เริ่มต้นเพราะเขาเชื่อมั่นว่าพลังคือกฎที่แข็งแกร่งที่สุดดังนั้นเขาจึงเริ่มแบ่งแยกหน้าที่ของแต่ละคนไว้ภายในใจของตัวเองทันที
อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากหลินอิงหลัวก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าจะเป็หางัให้เอง”
น้ำเสียงของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหนักแน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นๆปฏิเสธได้เลย
ซือหม่าอ๋าวผงะไปครู่หนึ่งและเย่อู๋เชวียซึ่งกำลังศึกษาค่ายกลัพิโรธก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
หลินอิงหลัวรับหน้าที่ควบคุมส่วนหางของัซึ่งเป็ตำแหน่งที่อันตรายที่สุดการกระทำของนางทำให้เย่อู๋เชวียรู้สึกว่าเขาต้องมองหญิงสาวคนนี้ใหม่อีกครั้ง
“อิงหลัว! เ้าจะเป็หางของัได้อย่างไรเื่นี้ข้าไม่ยอมเด็ดขาด ข้าจะเป็หัวของัและเ้าจะเป็ลำตัวของมันส่วนหางของันั้น...เย่อู๋เชวีย เ้าต้องรับหน้าที่นี้ไป”
น้ำเสียงของซือหม่าอ๋าวแข็งกร้าวและไม่อนุญาตให้ใครปฏิเสธเมื่อเขากล่าวประโยคสุดท้ายสายตาที่มองไปยังเย่อู๋เชวียมีความดุร้ายปรากฏขึ้นเล็กน้อย!
เย่อู๋เชวียค่อนข้างตกตะลึงกับคำพูดของซือหม่าอ๋าวจากนั้นเขาพบว่าซือหม่าอ๋าวดูเหมือนจะหลงรักหลินอิงหลัวและไม่้าให้นางควบคุมตำแหน่งหางของัซึ่งเป็ส่วนที่อันตรายที่สุด
“ซือหม่าอ๋าวระวังคำพูดของตัวเองด้วยพวกเราไม่ได้สนิทสนมกันถึงขนาดนั้นเ้าจะเรียกข้าว่าคุณหนูหลินหรือเรียกว่าหลินอิงหลัวก็แล้วแต่เ้าแต่อย่ามาเรียกชื่อของข้าตรงๆ ส่วนข้าจะเลือกตำแหน่งไหนมันยังไม่ถึงรอบให้เ้าตัดสินใจแทน!”
เย่อู๋เชวียััได้ถึงความหนาวเย็นจากคำพูดที่เ็าของหลินอิงหลัวแม้แต่ซือหม่าอ๋าวก็ยังมีท่าทีหมดหนทางเล็กน้อยเมื่อเขาไม่สามารถทำให้หลินอิงหลัวเปลี่ยนใจได้เขาจึงหันมองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยดวงตาที่ดุร้าย เห็นได้ชัดว่าเขา้าให้เย่อู๋เชวียเสนอตัวแย่งชิงตำแหน่งหางัแทน
“เย่อู๋เชวียไม่ต้องกังวลข้าซือหม่าอ๋าวจะไม่ปล่อยให้เ้าตกอยู่ในอันตรายใดๆตราบใดที่เ้าติดตามอยู่ด้านหลังของข้าอย่างใกล้ชิดหลินอิงหลัวควรได้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด เ้าเป็ลูกผู้ชายคนหนึ่งคงไม่คิดจะแย่งตำแหน่งของนางอย่างไร้ยางอายหรอกนะ?”
ซือหม่าอ๋าวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกดดันเย่อู๋เชวียโดยตรงท้ายที่สุดต่อให้เย่อู๋เชวียมีพร์ไม่ธรรมดาเขาก็เป็เพียงผู้บ่มเพาะอาณาจักรวีรชนเท่านั้น แม้ว่าจะเกิดการต่อสู้กันขึ้นจริงๆเขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเขาสามารถจัดการชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างง่ายดาย
หลังจากได้ยินสิ่งที่ซือหม่าอ๋าวกล่าวเย่อู๋เชวียก็หันกลับไปมองฝ่ายตรงข้ามอย่างใจเย็นอันที่จริงเย่อู๋เชวียไม่สนใจตำแหน่งใดๆ ั้แ่แรกเพียงแต่คำพูดของซือหม่าอ๋าวค่อนข้างก้าวร้าวดังนั้นเย่อู๋เชวียจะไม่ยอมทนต่อท่าทีเช่นนี้อย่างแน่นอน
“ไม่ว่าจะเป็ลำตัวหรือหางของัข้าคิดว่ามันยังไม่ถึงรอบให้เ้าตัดสินใจแทนแต่ในเมื่อเ้าพูดถึงเื่ความเป็ลูกผู้ชาย เ้าก็ควรรับตำแหน่งหางของัไปส่วนข้าจะเป็คนควบคุมัตัวนี้จากส่วนหัวเอง เื่นี้เ้าคิดอย่างไร?”
คำพูดที่แหลมคมนี้ทำให้ใบหน้าของซือหม่าอ๋าวเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาของเย่อู๋เชวียนั้นเหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิงในสายตาของเขา เย่อู๋เชวียเป็เพียงผู้บ่มเพาะตัวเล็กๆที่เขาจะสั่งการอย่างไรก็ได้ แต่สุดท้ายผู้บ่มเพาะตัวเล็กๆคนนี้กลับกล้ายั่วยุเขา!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อคำพูดหลุดจากปากของเย่อู๋เชวียซือหม่าอ๋าวมองเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินอิงหลัวอย่างชัดเจนเื่นี้ต่างหากที่ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด
“เย่อู๋เชวียข้าประเมินความกล้าของเ้าต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าฝีมือของเ้าจะยอดเยี่ยมเหมือนปากหรือไม่!ในเมื่อไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เราก็ควรใช้ความแข็งแกร่งเป็เครื่องตัดสินเ้าเห็นว่าอย่างไร?”
คำพูดของซือหม่าอ๋าวเห็นได้ชัดว่า้ายั่วให้เย่อู๋เชวียโกรธจนต้องยอมรับการท้าประลองของเขาจากนั้นซือหม่าอ๋าวจะแสดงให้เย่อู๋เชวียเห็นว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร!
ในตอนที่เย่อู๋เชวียกำลังจะตอบโต้กลับไปเสียงของฉีซื่อหลงก็ดังขึ้นในหูของเขาอย่างแ่เบาและทำให้ดวงตาของเย่อู๋เชวียเปล่งประกายสดใสเล็กน้อย
“ดูเหมือนไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องตำแหน่งศีรษะัให้ได้!”
ความคิดดังกล่าวแวบเข้ามาในหัวของเย่อู๋เชวียและดวงตาที่เคยสงบนิ่งของเขาก็เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยจากนั้นเขาก้าวไปข้างหน้าและกล่าวว่า!
“ซือหม่าอ๋าวในเมื่อเ้า้าทดสอบฝีมือของข้าจริงๆ ถ้าเช่นนั้นเราก็มาประลองกันสามกระบวนท่าหากข้าไม่สามารถเอาชนะเ้าภายในสามกระบวนท่าได้ข้าจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของเ้าทุกอย่าง แต่ถ้าข้าโชคดีได้รับชัยชนะข้าจะรับหน้าที่ควบคุมตำแหน่งศีรษะของัในขณะที่เ้าต้องควบคุมส่วนหางของค่ายกล”
คำพูดของเย่อู๋เชวียเป็เหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟซือหม่าอ๋าวหัวเราะเสียงดังลั่นและจิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
“เย่อู๋เชวียข้ารู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของเ้าจริงๆ มาเถอะแสดงให้ข้าเห็นดูหน่อยว่าเ้าจะเอาชนะข้าในสามกระบวนท่าได้อย่างไร!”
หัวใจที่เคยเ็าของหลินอิงหลัวเริ่มร้อนระอุจากคำพูดที่ห้าวหาญของเย่อู๋เชวียในส่วนของซือหม่าอ๋าวนางรู้ดีว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหนแต่สำหรับเย่อู๋เชวียนางอยากรู้จริงๆว่าชายหนุ่มที่อยู่ในจุดเริ่มต้นของอาณาจักรวีรชนจะสามารถเอาชนะอัจฉริยะในอาณาจักรหลอมรวมิญญาได้จริงๆหรือไม่?
ฉีซื่อหลงมองไปยังเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวซึ่งกำลังจะทำการประลองด้วยรอยยิ้มเขาไม่ได้ขัดขวางความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งยังคอยผลักดันให้เกิดการต่อสู้จากด้านข้างอีกด้วย
อัจฉริยะมักมีความหยิ่งผยองและไม่คิดจะก้มหัวให้กับใครด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมันจึงเป็เื่ยากที่พวกเขาจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้
ฉีซื่อหลง้าให้ซือหม่าอ๋าวและเย่อู๋เชวียตัดสินความแข็งแกร่งกันั้แ่ตอนนี้เพราะหากให้พวกเขาเกิดความขัดแย้งในสมรภูมิร้อยเมืองความร่วมมือระหว่างพวกเขาก็จะพังทลายลงโดยสิ้นเชิง
นั่นเป็เหตุผลให้ฉีซื่อหลงออกคำสั่งให้เย่อู๋เชวียลดทอนความแหลมคมของซือหม่าอ๋าวซึ่งมีบุคลิกเย่อหยิ่งั้แ่เนิ่นๆในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็โอกาสสำคัญที่เย่อู๋เชวียจะได้พิสูจน์ด้วยว่าเขามีคุณสมบัติที่จะค้นหาต้นกำเนิดของตัวเองในเมืองหลักแห่งแรกได้หรือเปล่า?
ฉีซื่อหลงรู้ว่าเื่นี้เป็สิ่งที่เย่อู๋เชวียให้ความสำคัญมากที่สุดดังนั้นเขาจึงใช้มันเป็เหยื่อล่อเพื่อควบคุมเย่อู๋เชวียให้ต่อสู้กับซือหม่าอ๋าว
อย่างไรก็ตามการที่เย่อู๋เชวียประกาศว่าจะเอาชนะซือหม่าอ๋าวในสามกระบวนท่านั้นแม้แต่ตัวเขาก็ไม่เชื่อว่าเย่อู๋เชวียจะทำสำเร็จได้!
“บางทีการสังหารซือหม่าอ๋าวให้ตายยังฟังดูง่ายยิ่งกว่าการทำให้เขายอมจำนนด้วยซ้ำต่อให้ซือหม่าอ๋าวพ่ายแพ้จริงๆ แต่ถ้าเขาปฏิเสธ เย่อู๋เชวียก็ไม่มีทางทำอะไรได้ความคิดของเด็กน้อยคนนี้ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน!”
ฉีซื่อหลงส่ายหน้าอย่างขบขัน
…
ิญญาจันทราสีเงินเข้มลอยขึ้นอย่างช้าๆจากด้านหลังซือหม่าอ๋าวและคลื่นแห่งความผันผวนที่เกิดจากพลังของผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมิญญาก็แผ่ออกไปรอบทิศทางทันที!
ซือหม่าอ๋าวมองไปยังเย่อู๋เชวียและกล่าวด้วยความภาคภูมิว่า“โจมตีเข้ามาเถอะ ไม่เช่นนั้นเ้าจะไม่มีโอกาสลงมือแม้แต่กระบวนท่าเดียว!”
“อย่าห่วงเลย เ้าทำอะไรไม่ได้หรอก!”เย่อู๋เชวียเย้ยหยัน
“เช่นนั้นก็ได้ หัตถ์เมฆาทะลวงใจ!”
ด้วยความเดือดดาลถึงขีดสุดซือหม่าอ๋าวจึงลงมือโจมตีทันที เสียงคำรามของเขาทำให้สนามประลองสั่นะเืเบาๆก่อนที่มือขนาดใหญ่จะถูกควบแน่นขึ้นกลางความว่างเปล่าพร้อมกับพุ่งเข้าหาเย่อู๋เชวียที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว!
หัตถ์เมฆาทะลวงใจ!
นี่เป็ทักษะเลื่องชื่อของตระกูลซือหม่ามันสามารถควบแน่นพลังปราณของตัวเองให้กลายเป็มือและใช้โจมตีคู่ต่อสู้จากระยะไกลได้อย่างทรงประสิทธิภาพความแข็งแกร่งของทักษะนี้ว่ากันว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับกรงเล็บัฟ้าของตระกูลมู่หรงเลยด้วยซ้ำ!
ในการโจมตีครั้งนี้ซือหม่าอ๋าวใช้พลังมากกว่าเจ็ดส่วนเขาตั้งใจที่จะเอาชนะเย่อู๋เชวียอย่างเด็ดขาด แต่ยังคงไว้ไมตรีและไม่คิดจะฆ่าคู่ต่อสู้จากความขัดแย้งเพียงเท่านี้
“ครืน”
มือใหญ่ที่มีความยาวกว่าห้าวาตัดผ่านความว่างเปล่าอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามทักษะนี้เป็การควบแน่นพลังปราณเพื่อให้มันกลายเป็สิ่งที่สามารถจับต้องได้ดังนั้นพลังทำลายล้างของทักษะจึงขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว!
เมื่อเผชิญหน้ากับการเคลื่อนไหวของซือหม่าอ๋าวเย่อู๋เชวียก็ยิ้มอย่างเ็าในขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมั่นใจ!
“ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าตอนนี้ข้าแข็งแกร่งแค่ไหนแล้ว!”
ภายใต้สายตาแห่งความประหลาดใจของซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวเย่อู๋เชวียกระแทกหมัดขวาออกไปต่อต้านฝ่ามือขนาดใหญ่โดยไม่มีการหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย!
“ปัง!”
เมฆหมอกสีขาวปกคลุมร่างเย่อู๋เชวียอย่างสมบูรณ์!
ซือหม่าอ๋าวไม่รู้ว่าทำไมเย่อู๋เชวียถึงเลือกที่จะหักหาญด้วยความแข็งแกร่งตรงๆโดยไม่หลบเลี่ยง แต่เขาก็มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการโจมตีครั้งแรกของเขาเพียงพอที่จะบดขยี้เย่อู๋เชวียได้อย่างเหลือเฟือ
แม้ว่าตอนนี้เขาจะใช้พละกำลังเพียงเจ็ดในสิบส่วนแต่มันย่อมเพียงพอที่จะเอาชนะผู้บ่มเพาะอาณาจักรวีรชนอย่างเย่อู๋เชวียได้แน่นอนแม้ว่าเย่อู๋เชวียจะหลบหลีกอย่างสุดกำลัง เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝ่ามือนี้ได้นับประสาอะไรกับการปะทะโดยตรง!
ดวงตาอันงดงามของหลินอิงหลัวทอประกายลึกล้ำนางรู้ถึงความแข็งแกร่งของซือหม่าอ๋าวเป็อย่างดีแม้ว่านางจะไม่เข้าใจว่าทำไมเย่อู๋เชวียถึงไม่หลีกเลี่ยงแต่จากรัศมีพลังที่นางััได้ก่อนหน้านี้มันก็ทำให้นางเชื่อมั่นว่าเย่อู๋เชวียจะไม่พ่ายแพ้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
เมื่อซือหม่าอ๋าวคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วเสียงหัวเราะที่เ็าก็ดังขึ้นจากใจกลางเมฆหมอกสีขาว “ซือหม่าอ๋าวนี่คือพลังทั้งหมดของเ้าหรือ?”
“ครืน”
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์กระจายออกมาจากร่างของเย่อู๋เชวียและปิดกั้นรัศมีพลังที่เกิดจากหัตถ์เมฆาทะลวงใจทั้งหมดตอนนี้เย่อู๋เชวียยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างมั่นคงโดยที่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย!
“เป็ไปได้อย่างไร!”
ซือหม่าอ๋าวตกตะลึงกับภาพที่เห็น แม้ว่าเขาจะใช้พลังในการโจมตีเพียงเจ็ดในสิบส่วนแต่นั่นคือหัตถ์เมฆาทะลวงใจซึ่งเป็ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลซือหม่าต่อให้มันไม่สามารถฆ่าเย่อู๋เชวียได้แต่อย่างน้อยมันก็ควรจะสร้างผลกระทบให้กับฝ่ายตรงข้ามบ้าง!
ใบหน้าของซือหม่าอ๋าวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธต่อให้เขารู้อยู่เต็มอกว่าเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งไม่เป็รองเขาแต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถยอมรับเื่นี้ได้อยู่ดี!
“เย่อู๋เชวีย ยังเหลืออีกสองกระบวนท่าครั้งนี้ข้าจะไม่แสดงความเมตตาอีกต่อไป หัตถ์เมฆาทะลวงใจ!”
“ตัง!”
ิญญาจันทราสีเงินเข้มซึ่งลอยอยู่เื้ัซือหม่าอ๋าวได้ปลดปล่อยแสงที่สว่างสดใสให้ครอบคลุมร่างกายของเขาอย่างแ่าจากนั้นฝ่ามือที่มีความยาวมากกว่าสิบวาก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า!
“ตาย!”
ซือหม่าอ๋าวะโเสียงดังพร้อมกับควบคุมฝ่ามือั์ให้กระแทกเข้าหาเย่อู๋เชวียที่อยู่อีกฟากหนึ่งโดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามมีเวลาตั้งตัว!
หลินอิงหลัวััได้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของซือหม่าอ๋าวและรู้สึกว่าต่อให้เป็ตัวนางก็ต้องต่อต้านด้วยพลังทั้งหมดเท่านั้นถึงจะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้!
“มาได้ดีจริงๆ ฮ่าๆๆ หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐี!”
“ครืน”
ิญญาจันทราสีเงินซีดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในขณะเดียวกันภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองก็ถูกควบแน่นขึ้นที่เื้ัเย่อู๋เชวีย!
“โฮก!”
พยัคฆ์สีทองคำรามยาวและกระโจนเข้าหาฝ่ามือพลังปราณของซือหม่าอ๋าวโดยไม่เกรงกลัว!
“ตัง!”
ในทันทีที่เกิดการปะทะใบหน้าของซือหม่าอ๋าวก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเขาััได้ถึงอันตรายที่กำลังพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว!
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของทุกคนพยัคฆ์สีทองตัวนั้นได้ฉีกฝ่ามือเมฆาออกเป็ชิ้นๆก่อนที่มันจะกระโจนเข้าหาซือหม่าอ๋าวอย่างโเี้ ไร้ความปรานี!
“ปัง!”
ซือหม่าอ๋าวถูกกระแทกถอยกลับไปทางด้านหลังห้าก้าวและก่อนที่เขาจะทรงตัวได้พยัคฆ์สีทองอีกตัวก็ถูกควบแน่นขึ้นที่เื้ัของเย่อู๋เชวียแล้ว!
“นี่คือกระบวนท่าสุดท้าย ซือหม่าอ๋าวเ้าระวังตัวด้วย!” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏที่มุมปากของเย่อู๋เชวีย
ในขณะเดียวกันร่างของพยัคฆ์สีทองตัวนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็สองเท่าภายใต้เสียงคำรามที่สั่นะเืจิตใจพยัคฆ์สีทองของเย่อู๋เชวียก็กระโจนเข้าหาคู่ต่อสู้ในทันที!
ซือหม่าอ๋าวตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเมื่อครู่นี้เขาได้โจมตีอย่างเต็มกำลังแล้วแต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างผลกระทบให้ฝ่ายตรงข้ามได้
ในเวลานี้การโจมตีของเย่อู๋เชวียเห็นได้ชัดว่ามีพลังมากกว่าครั้งก่อนไม่ต่ำกว่าสองเท่าแล้วเขาจะไม่เกิดความหวาดหวั่นได้อย่างไร!
“โฮก!”
“ตัง!”
ร่างสีทองของพยัคฆ์ตัวใหญ่ถูกหัตถ์เมฆาทะลวงใจทำลายกลางสนามรบและคลื่นที่เกิดจากการปะทะของพวกเขาก็รุนแรงมากพอที่จะผลักให้ยอดฝีมืออาณาจักรวีรชนหลายสิบคนล้มลงกับพื้น!
“ตึง ตึง…”
ร่างของใครบางคนถอยกลับไปทางด้านหลังก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างทุลักทุเล ใบหน้าของซือหม่าอ๋าวซีดขาวไร้สีเืและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
แม้จิตใจของเขาจะไม่ยอมรับเื่นี้แต่สุดท้ายด้วยศักดิ์ศรีของนักสู้ เขาจึงกล่าวด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
“ข้าแพ้แล้ว...เย่อู๋เชวีย…เ้าจะเป็ผู้ควบคุมศีรษะั!”