เมื่อผลคะแนนประกาศต่างก็มีทั้งคนที่เป็สุขและเป็ทุกข์
แต่เมื่อเห็นผลคะแนนของหลี่ตู้ทุกคนก็ตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา
ฝูิเก็บคทาของตนเองแล้วจ้องไปที่ม่านแสงนั้นพึมพำกับตัวเองว่า “ปกติคะแนนที่ดีที่สุดแค่ 10.3วินาที คะแนนของฉันต้องเป็อันดับหนึ่งแน่”
เธอเป็อัจฉริยะชื่อดังแห่งนครเทียนไห่แท้จริงแล้วเธอได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยมานานแล้วไม่จำเป็ต้องสอบระดับชาติ หรือแม้แต่สอบคัดเลือกอิสระ
แต่เธอมีใจที่หยิ่งทะนงไม่้าใช้ทางลัด เธอจึงเลือกที่จะเข้าร่วมการสอบคัดเลือกอิสระต่อไปโดยมีเป้าหมายคือการทำคะแนนเป็อันดับหนึ่งอย่างขาดลอยเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอสามารถก้าวข้ามผู้อื่นได้ด้วยความสามารถของตนเอง!
ไม่นานการจัดอันดับบนม่านแสงก็ปรากฏขึ้น
ฝูิถึงกับอึ้งในสิ่งที่เห็น
“นั่น... มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน ฉันไม่ใช่ที่หนึ่ง!”
“คนชื่อหลี่ตู้คนนี้เป็ใครกัน? ใช้เวลา 1.2 วินาที... หลอกกันใช่ไหม?”
ฝูิเบิกตากว้างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
อีกด้านหนึ่งเจี่ยงเหยียนิโกรธจนแทบกระอักเื
“หลี่ตู้! ไอ้สารเลว! ไอ้หลี่ตู้เวรนั่น!”
“มันโกง มันต้องโกงแน่ ๆ ! 1.2 วินาที? มันจะเป็ไปได้ยังไง!”
เขาแทบรับไม่ได้หลี่ตู้เป็แค่ขยะคนหนึ่ง ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?
แม้จะแลกชีวิตเพื่อเปลี่ยนอาชีพก็ไม่ควรจะถึงขั้นนี้หรือเปล่า?
หลี่ตู้ไม่สนใจ
ไม่นานเสียงอันทรงอำนาจก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ยินดีด้วย นักเรียนที่ผ่านการสอบด่านแรกทุกคนได้พิสูจน์แล้วว่าตัวเองมีพละกำลังที่เหนือกว่าผู้อื่น”
“แต่ยังไม่จบแค่นั้น การสอบด่านต่อไปที่โหดร้ายกว่ากำลังรอทุกคนอยู่!”
“การสอบด่านนี้จะเป็จุดเปลี่ยนที่จะทำให้ทุกคนโดดเด่นเหนือผู้อื่น!”
“และการสอบด่านนี้มีความเสี่ยงสูง โปรดประเมินกำลังตัวเองด้วย!”
ทันทีที่เสียงนั้นเงียบลงข้อมูลหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้านักเรียนทุกคนที่ผ่านการสอบด่านแรก
[การสอบด่านที่สอง: ทดสอบการต่อสู้เป็กลุ่ม]
[โปรดเลือกระดับความยาก: ระดับธรรมดา ระดับสูง ระดับยาก ระดับฝันร้ายระดับนรก]
[ยิ่งระดับความยากสูงเท่าไร ยิ่งได้รับคะแนนสูงเท่านั้น]
การสอบคัดเลือกอิสระของมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยมีทั้งหมดสองด่านด่านแรกเป็เพียงอาหารเรียกน้ำย่อย ส่วนด่านที่สองคือของจริง
ในอดีตอัจฉริยะนับไม่ถ้วนต้องล้มเหลวในการสอบด่านที่สองนี้
ต่างจากด่านแรกการสอบด่านนี้มีการแบ่งระดับความยากด้วย
หลี่ตู้ไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาก็เลือก ‘ระดับนรก’ ทันที
[เลือกระดับความยากสำเร็จ]
[เนื้อหาการสอบของคุณคือ: ป้องกันการโจมตีจากกองทัพก็อบลิน!]
[เวลาทดสอบ: 30 นาที]
เมื่อการสอบเริ่มต้นขึ้นหลี่ตู้ก็ปรากฏตัวในสมรภูมิแห่งหนึ่ง จากนั้นฝุ่นควันก็ฟุ้งตลบก็อบลินนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าใส่เขาประหนึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก
[ทหารก็อบลิน]
[ประเภท: สัตว์อสูรระดับสูง]
[เลเวล: 15]
[พลังชีวิต: 2,380]
[พละกำลัง: 160]
ค่าสถานะสูงเกินคาดทหารก็อบลินตัวเดียวมีค่าสถานะสูงกว่าหมีปฐีเสียอีก!สมกับการสอบที่มีความยากอยู่ในระดับสูงสุดจริง ๆ
ภายนอกผู้คุมสอบหลายคนต่างจับจ้องไปยังหลี่ตู้
เมื่อเห็นว่าหลี่ตู้เลือก‘ระดับนรก’ พวกเขาก็เผยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“น่าเกรงขามจริง ๆ เด็กหนุ่มคนนี้ น่ากลัวนัก เขาเลือก ‘ระดับนรก’ เชียวนะ”
“ในระดับความยากนี้ค่าสถานะของสัตว์อสูรระดับสูงแต่ละตัวมากกว่าสัตว์อสูรระดับสูงทั่วไปถึง 50%ตลอดหลายปีที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครผ่านระดับนี้ได้เลย”
“ถูกต้องแล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านระดับฝันร้ายได้”
“แม่หนูจากสมาคมเทียนไห่ก็เลือก ‘ระดับฝันร้าย’เหมือนกัน”
การแบ่งระดับความยากของการสอบรอบที่สองนี้แท้จริงแล้วสอดคล้องกับคุณภาพของอาชีพระดับฝันร้าย้าอาชีพระดับตำนานเป็อย่างน้อยจึงจะมีโอกาสผ่านได้แต่ก็เป็เพียง ‘โอกาส’ เท่านั้นส่วนระดับนรกนั้นเตรียมไว้สำหรับอัจฉริยะที่มีอาชีพระดับมหากาพย์
แต่หลี่ตู้เป็เพียงนักรบพื้นฐานทำให้ผู้คุมสอบหลายคนแทบไม่เชื่อสายตา
“รอดูผลงานของเขาเถอะ นักรบพื้นฐานที่สามารถสังหารหมีปฐีได้ในพริบตาผมยังรู้สึกเหมือนฝันไปอยู่เลย”
“ถ้าเขาผ่านด่านนี้ได้ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าฝันไปจริง ๆ”
ผู้คุมสอบหลายคนส่ายหน้าคิดว่าหลี่ตู้ประมาทมากเกินไป
เพราะว่าสัตว์อสูรในระดับฝันร้ายมีค่าสถานะสูงกว่าหมีปฐีมากโข!
ฟู่วววว—
ฟู่วววว—
ทหารก็อบลินมีจำนวนมากเหลือเกินจนแทบจะทำให้เกิดเป็กระแสลมพัดโหมกระหน่ำ
หลี่ตู้ถึงกับรู้สึกว่าพื้นดินสั่นะเืไปหมด
“ไม่รู้ว่าพอฆ่าพวกมันจะช่วยเพิ่มอายุขัยของฉันได้หรือเปล่า”
หลี่ตู้พึมพำในตอนนี้ทหารก็อบลินได้พุ่งเข้าใส่แล้ว เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป
“หมื่นดาบปลิดิญญา!”
ทันทีที่หลี่ตู้ะโก้องวงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าในทันที
จากนั้นคมดาบนับไม่ถ้วนก็ร่วงหล่นลงมาประหนึ่งห่าฝน
ทหารก็อบลินที่พุ่งเข้ามาถูกคมดาบนับไม่ถ้วนแทงทะลุร่างในทันทีแล้วก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาดังระงม
และภาพฉากนี้ก็ทำให้ผู้คุมสอบหลายคนอึ้งไปตามๆ กัน
“นั่น…มัน…นั่นมันสกิลอะไรกัน เขาถึงกับร่ายสกิลนี้ได้!”
“อย่างน้อยนั่นก็ต้องเป็ระดับตำนานแน่! ผมดูความแข็งแกร่งของสกิลนี้แล้วมันแทบจะเทียบเท่าระดับมหากาพย์เลย!”
“เขาถึงกับมีท่าไม้ตายนี้ด้วย”
“ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็อันดับหนึ่งของการสอบครั้งนี้แล้วละ”
ผู้คุมสอบหลายคนตรงนั้นไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว
หลี่ตู้ยืนอยู่ใต้กลุ่มคมดาบบังคับดาบให้สังหารทหารก็อบลิน โดยที่ตัวเขาเองแทบไม่ขยับเลย
คมดาบทุกเล่มที่ร่วงหล่นลงมาจะต้องมีทหารก็อบลินล้มตายอย่างแน่นอนไม่มีดาบแม้แต่เล่มเดียวที่เสียเปล่า
ผ่านไปครู่หนึ่งเหล่าผู้คุมสอบจึงหันไปมองคนอื่น ๆ บ้าง
อีกด้านหนึ่งผลงานของฝูิก็ดีเยี่ยมเช่นกัน
เธอร่ายเวทมนตร์ขนาดใหญ่สร้างวงเวทขนาดมหึมาบนพื้นและวงเวทเหล่านี้ก็คอยกัดกร่อนพลังชีวิตของสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่องจากนั้นเธอก็ใช้สกิลเคลื่อนย้ายหลบหลีกไปเรื่อย ๆจนสัตว์อสูรไม่สามารถทำอันตรายเธอได้
ด้วยวิธีนี้เธอสามารถบดขยี้สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่นิดเดียว
นอกเหนือจากนี้ฝูิยังมีสกิลอีกมากมาย ไม่เพียงแต่มีสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตแต่ยังมีสกิลฟื้นฟูมานาด้วย ตราบใดที่เธอควบคุมจังหวะได้ดีก็สามารถปล่อยสกิลได้อย่างต่อเนื่องราวกับเครื่องจักรที่ไม่มีวันดับ
“เด็กสาวคนนั้นก็ไม่เลวเหมือนกันนะถ้าไม่มีไอ้หนุ่มที่ชื่อหลี่ตู้ซึ่งน่าเหลือเชื่อเกินไปเธอน่าจะเป็ผู้เข้าสอบที่โดดเด่นที่สุดในการสอบครั้งนี้เลยก็ได้”
“ฮ่าฮ่า ไม่รู้ว่าเธอจะทำหน้ายังไงตอนที่ได้เจอหลี่ตู้เด็กคนนี้มักจะหยิ่งผยองเสมอ พวกเราเหล่าคนแก่เชิญเธอมาก็ยังไม่เต็มใจและยังยืนยันว่าจะเข้าร่วมการสอบให้ได้”
“ฝูซางมีลูกสาวที่ดีจริง ๆ”
นอกจากฝูิแล้วยังมีผู้มีอาชีพอีกหลายคนที่มีผลงานดีเยี่ยม
แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คุมสอบได้เลย
โดยเฉพาะผู้เข้าสอบที่อยู่อันดับท้ายๆ ผู้คุมสอบเพียงแค่เหลือบมองแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้เหลือความประทับใจใด ๆ เอาไว้เลย
ผู้คุมสอบคนหนึ่งถึงกับวิจารณ์เจี่ยงเหยียนิอย่างเผ็ดร้อนว่า
“เอาแต่สนุกสนาน ไม่รู้จักออมแรง ดูท่าจะยืนหยัดได้ไม่ถึงสิบนาที”
“เป็โรคที่พบได้บ่อยในหมู่วัยรุ่นนั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็เป็แบบนี้ทั้งนั้น”
“เอามาเทียบกันแล้ว หลี่ตู้กับฝูิมีวุฒิภาวะมากกว่ามาก”
หลังจากได้เห็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งแล้วพอมองไปทางอัจฉริยะทั่วไป พวกเขาก็แทบจะไม่สนใจเลย
ไม่นานสายตาของพวกเขาก็กลับไปอยู่ที่หลี่ตู้
ตอนนี้เวลาผ่านไปยี่สิบนาทีแล้ว
กลุ่มคมดาบของหลี่ตู้ถูกปล่อยออกมาจนหมดแถบมานาของเขาก็ว่างเปล่าแล้วเช่นกัน
แต่หลี่ตู้ก็ยังคงถือดาบเหล็กฟันสังหารทหารก็อบลินต่อไปหนึ่งดาบหนึ่งคน การเคลื่อนไหวของเขาสง่างามและรวดเร็ว ท่วงท่านั้นราวกับงานศิลปะ
ผู้คุมสอบหลายคนตรงนั้นเห็นแล้วก็อดชื่นชมอีกครั้งไม่ได้
เวลายังล่วงเลยไปอย่างต่อเนื่อง
ในระหว่างนี้ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่ไม่ว่าจะด้วยาเ็หรือหมดแรงต่างก็เลือกที่จะถอนตัวจากการสอบไปแล้วซึ่งทำให้พวกเขาพลาดโอกาสที่จะได้เข้าเรียนฟรี
รวมถึงเจี่ยงเหยียนิด้วยเขาก็เหมือนที่ผู้คุมสอบกล่าวไว้ สิบนาทีผ่านไป มานาของเขาก็หมดเกลี้ยงและทำอะไรไม่ได้เลย หากไม่มีสกิลเขาก็ไม่มีทางต่อสู้กับสัตว์อสูรจำนวนมากขนาดนั้นไหว จึงต้องถอนตัวไปอย่างอับอาย
ในที่สุด30นาทีก็ผ่านไป
เสียงประกาศหนึ่งดังขึ้น
“หมดเวลาสอบ!”