บทนำ
“แทนคุณ ของมึงเองสินะ” ผมที่เพิ่งวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้าตึกเรียนก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น เพราะคนที่ดักรออยู่หน้าประตูกำลังชูไดอะรี่ของผมไปมา แล้วเลิกหน้าถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้
“เอ่อ เหนือ มึงขึ้นมาบนนี้ทำไม” ผมไม่ได้ตอบ แต่ยิงคำถามอึกอักกลับไปแทน พร้อมกำกระดาษในมือไว้แน่น
อย่าบอกนะว่ากระดาษที่นัดผมขึ้นมาเจอบนดาดฟ้าเป็ของเหนือ
“บนนี้ลมพัด เย็นดีว่ามั้ยแทน” เหนือเดินไปนั่งบนโต๊ะที่ถูกตั้งไว้กลางดาดฟ้า ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมาถาม
“มึงไม่ได้ขึ้นมา เพราะไดอะรี่เล่มนี้เหรอ” ผมลอบมองหน้าเหนือด้วยความไม่เข้าใจ นี่เหนือคงไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรผมอยู่หรอกใช่มั้ยเพราะสีหน้าที่เหนือมองมาทำเอาผมต้องเม้มปากเข้าหากันแน่น
แล้วเหนืออยากได้คำตอบแบบไหนจากเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้สนิทกันแบบผมกันล่ะหรือผมควรจะสารภาพไปเลยดี ถึงยังไงเนื้อหาในไดอะรี่ที่อยู่ในมือเหนือ มีแต่เื่ราวที่ผมเขียนถึงมันทั้งนั้น
ผมยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองด้วยประหม่า ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า ในใจอยากเข้าไปแย่งไดอะรี่ในมือเหนือคืนมาแทบแย่ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
ผมกลัวจริงๆ กลัวว่าพอเหนือรู้แล้วมันจะเอาเนื้อหาไดอะรี่เล่มนั้น กลับมาเล่นงานผม แต่ที่กลัวมากไปกว่านั้นคือกลัวเหนือไม่ได้คิดแบบเดียวกัน กลัวจะโดนเกลียดขี้หน้าเข้าและกลัวว่าเหนือจะเอาเื่นี้ไปป่าวประกาศให้คนอื่นๆ รู้ไปด้วย
“ทำหน้าแบบนั้น ของมึงจริงๆ สินะ นายแทนคุณ พัฒนคุณการ” เหนือทำทีเป็เปิดอ่านแล้วโดดลงจากโต๊ะเดินตรงมาหน้า โดยที่ผมได้แต่ก้มหน้างุดลง
ผมควรยอมรับมันหรือเปล่า ผมลืมไปได้ไงว่าเขียนชื่อตัวเองไว้ในหน้าแรกของไดอะรี่ด้วย
ฟอดดดด
เหนือใช้จังหวะที่ผมกำลังนึกโทษตัวเอง ก้มตัวลงมาหอมแก้มผมไปฟอดใหญ่ ทำเอาผมต้องเบิกตากว้างยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองไว้ แล้วจ้องหน้าเหนือด้วยความใ
“อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเลย จนกูคิดว่ามึงไม่ชอบหน้ากู แต่ที่ไหนได้” เหนือชูไดอะรี่ขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง ผมเลยยิ้มแห้งให้ไปแบบที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อดี
ก็เป็อย่างที่เหนือว่านั่นแหละอยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ แต่กลับไม่เคยคุยกันเลย เหตุผลที่เป็อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรมากแค่มีคนหนึ่งคิดไม่ซื่อ ผลมันก็เป็อย่างที่เห็น ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าคุย
แล้วอีกอย่างคนแบบเหนือ คงไม่มีทางหันมามองผมแน่
“ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ก็มาบอกกูแล้วกัน จะรอฟังข่าวดีนะแทนคุณ” เหนือก้มลงมากระซิบข้างหู ก่อนจะยื่นไดอะรี่คืนให้แล้วลงจากดาดฟ้าไป
“อ๊ากกกก” ผมแหกปากกรี๊ดร้องออกไป เพื่อระบายความรู้สึกหลายๆ อย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น
ทำไมนะแทน พออยู่ต่อหน้าเหนือแล้วถึงพูดอะไรไม่ออกเลย นี่มึงเป็ใบ้หรือไงแทนคุณ ทำไมถึงไม่พูดอะไรออกไปบ้าง แล้วที่เหนือพูดว่าพร้อมเมื่อไหร่ จะรอฟังข่าวดีนั่นอีก มันคืออะไร!!
ผมก้มมองไดอะรี่ในมือแล้วกอดมันไว้แน่น เหนือคงรู้หมดแล้วสิ ว่าผมคิดอะไรกับมันอยู่ ถ้าอย่างนั้น...
โอ้ยยย บ้า บ้าที่สุดเลยแทนคุณ แล้วแบบนี้ผมจะกล้าสู้หน้าเหนือได้ยังไง
“จะทำยังไงดีแทน ฮื่ออออ” ผมเบะปากให้ความโง่เขลาของตัวเองพลางยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองด้วยความเขิน ตะกี้อีกผมโดนเหนือหอมแก้มไปฟอดใหญ่เลยนิ แล้วทำไมผมถึงไม่โวยวายหรือตอบโต้อะไรเหนือกลับไปบ้าง
อย่างน้อยๆ ได้หอมแก้มเหนือคืนสักครั้งก็ยังดี เดี๋ยวก่อน นี้ผมคิดอะไรของผมอยู่เนี่ย!! อ๊ากกกกกกก
ผมเดินคอตกลงจากดาดฟ้าด้วยจิตใจห่อเหี่ยว เอาแต่นึกถึงตอนที่เหนือมันหอมแก้มด้วยความแปลกใจ เหนือทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันนะ หรือว่าเหนือเองก็ชอบผมอยู่เหมือนกัน
แต่คนอย่างเหนือคนนั้นอะน่ะ จะมาชอบคนแบบผม ตลกแล้ว…
“เลิกคิด เลิกคิด” ผมสลัดความคิดที่ว้าวุ่นอยู่ในหัวออกไป ผมแอบมองเหนือมาตั้งนานไม่เห็นว่ามันจะมีปฏิกิริยาอะไรแบบนั้นกับผมเลยด้วยซ้ำ
เหนือคงจะแกล้งผมเล่นเหมือนที่ชอบทำกับคนอื่นละมั้ง แล้วถ้าอย่างนั้น ถ้าเกิดว่าเหนือไม่ชอบผมแล้วเอาเื่ในไดอะรี่ไปบอกคนอื่นขึ้นมาจริงๆ ล่ะ
ฮื่ออออออ จบแล้วชีวิตอันแสนสดใสของผม
แทนคุณไหนมึงบอกจะแอบชอบเหนือไปเรื่อยๆ จนเรียนจบแล้วจากกันไปแบบเงียบๆ ไง ทำไมถึงสะเพร่าทำไดอะรี่ตกไปอยู่ในมือของเหนือได้
ถึงตอนนี้จะได้คืนมาแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเหนืออ่านไปแค่ไหนแล้ว พอนึกถึงแล้วก็อยากเอาหัวทุบกำแพงให้ลืมๆ มันไปซะ
“อ้าว แทนคุณไปไหนมา แล้วทำไมต้องทำหน้าทำตาแบบนั้นละ มีเื่อะไรหรือเปล่า” ผมเดินลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย ก็ต้องเงยหน้ามองเ้าของเสียงที่ทักขึ้น
“มิน มินกูตายแน่ๆ เลย มันรู้แล้ว มันต้องเอาเื่กูไปบอกคนอื่นแน่เลย” ผมเบะปากใส่ ซบหัวเกยไปที่ไหล่เพื่อนแล้วพร่ำขึ้นอย่างคนเสียสติ
“แทนพูดเื่อะไร มันเป็ใคร บอกเรามานะ เดี๋ยวมินคนนี้จะไปจัดการให้” มินพูดขึ้นด้วยความมั่นใจทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าผมพูดถึงเื่อะไร
ผมเงยหน้าขึ้นพร้อมฉีกยิ้มจนตาปิดให้มินไป เมื่อได้ยินอย่างนั้น คนอย่างมินนะเหรอจะไปมีเื่กับใครเขาได้
“อย่างมินเนี่ยนะ จะไปจัดการใครได้” มินไม่ได้ตอบแต่เบะปากใส่ ก่อนจะเบนสายตามองไดอะรี่ในมือ
“แทนหาเจอแล้วเหรอ ไปเจอที่ไหน ใครเอาไป แล้วคนที่เอาไปได้อ่านข้างในมั้ย” มินสาดคำถามกลับมารัวๆ ผมเลยงอแงใส่มันอีกครั้ง
จะให้บอกไปได้ยังไงว่าไดอะรี่ตกไปอยู่ในมือของเหนือ แบบนั้นคงโดนมินล้อตายพอดี
“มิน กูจะล้อมั้ย มันจะเอาบอกคนอื่นมั้ย กูว่าจะเก็บเื่นี้ไว้เงียบๆ รู้แค่กูกับมึงแล้วเชียว แต่มันกลับ ฮื่อออ”
“ใจเย็นก่อนสิแทนคุณ มันอาจจะไม่เป็แบบที่คิดก็ได้นะ ดีสะอีก ถ้าคนนั้นเอาไปบอกคนอื่น เหนือก็จะได้รู้ไงว่าแทนชอบ” ผมส่ายหน้าแล้วฉีกยิ้มให้มินอีกครั้ง
ก่อนจะรีบหันหลังเดินตรงไปที่ห้องเรียน เพื่อไม่ให้มินคาดคั้นเอาคำตอบมากไปกว่านั้น มินนะมิน ถ้ามันง่ายแบบที่มึงคิดก็ดีสิ ฮื่อออออ
“อ้าวแทนคุณ รอด้วยสิ” มินทำหน้างงเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ ผมเดินหนีมันเสียดื้อๆ ก่อนจะวิ่งตามมาขนานข้างแล้วรบเร้าเอาคำตอบอย่างที่ผมคิดไม่มีผิด
แล้วจะให้ผมตอบมินไปว่ายังไงดีละ ขนาดผมยังไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับรู้เลย
...
“พ่อค่ะ พี่แทนยังไม่ออกมาเลย เข้าไปตามดีไหมคะ” แทนใจเอ่ยขึ้น เมื่อมารอรับพี่ชายกลับบ้านแต่เลยเวลามาเกือบจะยี่สิบนาทีแล้วยังไม่มีวี่แววจะออกมาจากโรงเรียน
“ใจเย็นๆ สิลูก พี่เขาอาจยังใช้เวลากับเพื่อน เดี๋ยวพี่เขาก็ออกมา” คนเป็พ่อเอ่ยขึ้นพลางลูบไปที่หัวลูกสาวเบาๆ
“หนูบอกพ่อแล้วก็ไม่เชื่อ ให้หนูย้ายมาเื่โรงเรียนนี้กับพี่ก็ไม่ยอม” ลูกสาวพูดขึ้นด้วยความน้อยใจ เธออยากเรียนที่เดียวกับพี่ชายมากแต่ติดที่ว่าโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่มันใกล้บ้าน พ่อเลยอยากให้เรียนที่นั่นมากกว่า
“ไม่เอาน้าลูก อีกปีเดียวก็ได้มาเรียนที่นี่แล้วไง ถ้าลูกไม่อยากต่อที่โรงเรียนเดิม พ่อก็ไม่ห้าม” พ่อตอบกลับอย่างใจเย็น
“โถ่พ่อค่ะ หนูมาเรียนนี่พี่แทนก็จบออกไปแล้วอะ” ลูกสาวพูดก่อนจะเบะปากใส่คนเป็พ่อ พ่อเห็นท่าทางลูกก็ได้แต่ลูบหัวปลอบด้วยความเอ็นดู
“นั่นสินะ พ่อว่าพี่ชายเราออกมาช้าไปจริงๆ” คนพ่อยกมือขึ้นดูเวลาแล้วมองออกไปนอกรถ ดูยังไงลูกชายก็ยังไม่มีวี่แววจะมาสักที
“พี่แทนคงไม่ลืมใช่มั้ยคะ ว่าวันนี้พ่อจะมารับ” ลูกสาวหันมองหน้าพ่อแล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่ลืมหรอกครับ สวัสดีครับพ่อ ขอโทษครับที่มาช้าไปหน่อย เป็ไงบ้างเรา หืม” แทนคุณเปิดประตูหลังแล้วเข้ามานั่งในรถ แล้วยื่นมือไปลูบหัวน้องนั่งหน้าคู่กับพ่ออย่างเอ็นดู
“พี่แทนอะช้า” น้องใจหันมามองแล้วทำหน้างอนๆ ใส่ ผมกำลังจะเอ่ยปากตอบน้องพ่อกลับทักขึ้นก่อน
“เรียนเป็ไงบ้างล่ะ”
“ก็เรื่อยๆ ครับ ว่าแต่ทำไมถึงมารับผมกันล่ะ ผมบอกแล้วไงว่าผมกลับเองได้” ผมมักจะบอกทั้งสองแบบนี้ทุกครั้งเพราะไม่อยากรบกวน แต่เหมือนจะไม่ฟังกันเลย
“วันนี้จะไปเยี่ยมแม่แก แล้วอีกอย่างฉันก็สัญญากับแม่แกว่าจะดูแลพวกแกให้ดี เื่แค่นี้ถือว่าสบายมาก”
“ครับ”
“พ่อค่ะ งั้นวันนี้เราซื้อของเข้าไปกินดีมั้ยคะ พี่แทนจะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย” น้องใจพูดกับพ่อแล้วหันมามองผมเหมือน้าถามแบบเดียวอย่างที่ถามพ่อไป
“แล้วแต่เลยครับ” ผมยกยิ้มขึ้นพร้อมตอบน้องกลับไป เพราะถ้าน้องได้พูดอะไรออกมาแล้ว พ่อคงไม่ปฎิเสธ
พอมาถึงที่หมายพ่อก็ให้ผมกับน้องนำหน้าไปหาแม่ก่อน เพราะพ่อต้องไปหาที่จอดรถ วันนี้คนมาที่นี่เยอะเป็พิเศษทั้งๆ ที่มันไม่ใช่วันอะไรที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเทือกๆ นั่นเลย
“แม่ค่ะ พวกเรามาเยี่ยม แม่สบายดีมั้ยคะ” น้องใจวางดอกไม้ลงหน้าหลุมศพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นหันไปมองพ่อที่เพิ่งเดินมาถึง
“แม่เป็ยังไงบ้างครับ คิดถึงพวกเราบ้างหรือเปล่า” ผมนั่งลงจับไปที่รูปแม่บนป้ายหน้าหลุมศพพร้อมเอ่ยขึ้นเสียงสั่น
ผมรู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่มาเจอแม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม่แทบจะเป็ทุกอย่างเป็โลกทั้งใบของพวกเรา แต่ตอนนี้กลับ...
“คุณไม่ต้องห่วงไปนะ ผมจะดูแลเด็กๆ ให้ดี เหมือนตอนที่คุณดูแลเลย คุณไม่ต้องห่วง” ผมเงยหน้าขึ้นมองพ่อหลังจากได้ยินคำพูดนั้น น้ำตาก็ตื้นขึ้นมาเสียดื้อๆ
“พวกเราจะเป็เด็กดีค่ะแม่ หนูจะเชื่อฟังพ่อ จะเชื่อฟังพี่แทน และจะรักทั้งสองคนมากๆ แทนแม่เอง” น้องใจพูดจบก็ดึงตัวผมขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนที่พ่อจะเข้ามากอดด้วยอีกคน
มาถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมชื่อแทนคุณนะครับ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เรียกแทน ผมอยู่กับพ่อและน้องสาว ส่วนแม่อย่างที่เห็น แม่เสียไปั้แ่สองปีก่อนเพราะอุบัติเหตุ
พวกเรามาเยี่ยมแม่ค่อนข้างบ่อย แค่นึกถึงก็พากันมาหาตลอด แต่ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อหรอกนะเป็ลูกติดแม่หน่ะ แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็ดูแลเป็อย่างดี ไม่เคยมองผมเป็คนอื่นเลยและยังมีน้องสาวที่รักผมมากๆ ด้วย
ส่วนชีวิตที่โรงเรียนก็เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีอะไรหวือหวา ถ้าไม่รวมเื่ที่ผมแอบรักเพื่อนร่วมห้อง แล้วมันดันเจอสมุดไดอะรี่ของผมที่เขียนเพ้อถึงเื่มันเต็มไปหมด
ไม่รู้ด้วยว่ามันรับรู้เื่ราวที่ผมเขียนไปมากน้อยแค่ไหน แค่ผมนึกถึงก็อยากจะร้องไห้ออกมา
ผมไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้เวลาเจอหน้าเหนือจะต้องทำตัวยังไงหรือต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วใช้ชีวิตแบบเดิมอย่างที่เคยทำมาตลอดั้แ่รู้ตัวว่าแอบชอบ...
ชีวิตในรั้วโรงเรียนของผมจะเป็ไปด้วยความราบรื่นหรือเปล่าเอาใจช่วยผมด้วยนะครับและผมก็หวังว่าหลังจากที่เหนือได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนลงในไดอะรี่แล้ว มันจะทำให้ผมกับเหนือสนิทกันมากขึ้น แต่มันกลับไม่เป็แบบนั้น มันตรงกันข้ามกันสุดๆ ไปเลยหล่ะ
แต่ถึงยังไงผมก็ยังคงชอบเหนืออยู่ดีและเหมือนจะชอบมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ