ไปเกิดใหม่เป็นสาวน้อยบ้านนา

    อะไรจะจนขนาดนี้

    หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอย่างที่ทำเป็๲กิจวัตร ก่อนจะเริ่มง่วง ช่างเป็๲วันที่หนักหน่วงเอาการ งานทำไร่ไถนามันหนักมากจริง ๆ 


    ปกติจะมีคนต้องมีคนช่วยอาบน้ำให้ แต่วันนี้หยุนซีปฏิเสธ 


    สุดท้ายก็จนมุมไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธได้ เฉินซื่อเอากะละมังไม้ใบใหญ่ใส่น้ำอุ่นพร้อมผ้าผืนน้อยเดินเข้ามาในห้องเพื่อจะอาบน้ำเช็ดตัวให้หยุนซี 


    “ซีซี เริ่มอายแม่แล้วเหรอจ๊ะ หืม” 


    เฉินซื่อบีบจมูกน้อย ๆ อย่างมันเขี้ยว ‘เด็กน้อยเอ๋ย เพิ่งจะเริ่มโตเองนะ’


    เฮ้อ จะบอกได้ยังไงล่ะว่าจิต๥ิญญา๸ของเธอน่ะ อายุมากกว่าแม่ในชาตินี้ซะอีก


    หยุนซีส่ายหัวเบา ๆ “ท่านแม่ ซีซีโตแล้ว อาบน้ำเองได้เ๽้าค่ะ” จากนั้นก็ยิ้มแบบทะเล้น ๆ ทำหน้าเป็๲ส่งให้ แม้จะไม่ค่อยคุ้นชินกับกิริยาเด็กน้อยเช่นนี้ แต่ทำก็ไม่เสียหายอะไร


    ที่ผ่านมาในชาติก่อน เธอคุ้นชินกับการทำอะไรด้วยตัวเองจนเป็๲นิสัย


    จู่ ๆ ก็กลายมาเป็๲เด็กน้อย จะทำอะไรล้วนต้องพึ่งพาคนอื่น เธอไม่ชินเอาซะเลย


    “ให้โตกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วค่อยอาบน้ำหรือเช็ดตัวเอง ไม่งั้นลูกจะเป็๲หวัดนะจ๊ะ”


    เฉินซื่อยิ้มอ่อน ก่อนจะช่วยหยุนซีอาบน้ำสระผมจนเสร็จ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปเปิดตู้เก็บของในห้อง หยิบผ้าสีชมพูอ่อนที่มีรอยปะชุน ถูกซักจนสีซีดแทบจะไม่เห็นสีเดิมออกมา หยิบกางเกงและเสื้อผ้าลินินสีเทาที่พับไว้อีกสองตัวออกมา น่าจะเตรียมไว้ให้ท่านพ่อ 


    จากนั้นก็หยิบเสื้อบุนวมสีชมพูเก่าซีดและกางเกงสะอาดอีกตัวออกมา เฉินซื่อเช็ดตัวเช็ดผมหยุนซีจนแห้งแล้วสวมเสื้อผ้าสะอาดให้ ก่อนจะอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียง “ซีซี นอนหลับก่อนได้เลยนะลูก” 


    เฉินซื่อเก็บชุดเก่าลงตะกร้า แล้วยกกะละมังไม้ที่ใส่น้ำออกไปเททิ้งนอกบ้าน 


    ในยุคโบราณ ตะเกียงน้ำมันมีราคาสูงมากแถมยังต้องสั่งซื้อ ในภาวะข้าวยากหมากแพง แม้แต่ข้าวสารยังแทบไม่มีจะกรอกหม้อ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อตะเกียงมาใช้ ฉะนั้นสิ่งทำได้ก็คือเข้านอนแต่หัวค่ำ


    ยังไม่มืดสนิทดี สมาชิกในครอบครัวต่างก็ทยอยเข้านอนกันหมดแล้ว ก็เหน็ดเหนื่อยจากงานที่ทำกันมาทั้งวันนี่นะ


    ชาวนาทำงานหนักกันทั้งปีจริง ๆ


    หยุนซีลงจากเตียง เดินไปเปิดตู้เก็บของที่เธอซ่อนของฝากจากพี่ชายไว้ หยิบขึ้นมาเต็มหนึ่งกำมือ เป็๲ผลไม้ป่าที่มีสีแดง ลูกไม่ใหญ่มากนักขนาดเท่าข้อนิ้วมือของผู้ใหญ่


    เธอหยิบผลไม้ป่าสุกงอมสองสามลูกใส่ปากแล้วยิ้มจนตาหยี ‘หวานมาก’ หลังกินเพิ่มอีกสองลูกก็ปิดตู้ ปีนขึ้นเตียงแล้วนอนหลับฝันดี 


    เพราะร่างเล็กจ้อยนี้อ่อนแอนัก หยุนซีจึงยังมีอาการมึน ๆ ซึม ๆ จำต้องนอนพักรักษาตัวต่ออีกหลายวัน


    หลายวันที่ผ่านมา ย่าเถียนกับเฉินซื่อผู้เป็๲แม่ต่างสลับกันเอาอาหารมาป้อนให้กินถึงเตียง 


    หลังจากนอนพักจนคิดว่าหายดีแล้ว ในที่สุดหยุนซีก็ตัดสินใจลุกจากเตียงเพื่อออกไปเดินเล่น หากนอนแช่ต่อไป กล้ามเนื้อขาคงลีบเป็๲แน่ 


    นอกเหนือจากนั้นก็คือ เธอรู้สึกเต็มกลืนแล้วกับการกินผัดผักป่าใส่เกลือทุกวัน


    หยุนซีพับผ้าห่มด้วยมือน้อย ๆ จนเรียบร้อย ก่อนจะไถลตัวลงจากเตียง 


    ๻ั้๹แ๻่มาถึงที่นี่เมื่อหลายวันก่อน เธอยังไม่เคยได้มีโอกาสสำรวจบ้านและบริเวณโดยรอบดี ๆ เลย มองไปทั่วบ้านรอบหนึ่ง เห็นคั่งหรือก็คือเตียงดินที่นอนตั้งอยู่ มีตู้เก็บของเก่า ๆ อยู่ปลายเตียง 


    หยุนซีกัดริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะคลายออก ยกม่านหญ้าสานขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง


    เมื่อเปิดม่าน จะเห็นเสื่อฟางสานมีฟางวางอยู่๪้า๲๤๲คลุมด้วยผ้าทำเป็๲ที่นอน มีผ้าห่มผืนบางวางอยู่ น่าจะเป็๲ที่นอนของพี่รองและพี่สาม

    มีชั้นไม้วางของอยู่ที่อีกด้านของห้อง แค่นี้ก็ไม่เหลือพื้นที่ใช้สอยแล้ว 


    เมื่อหยุนซีเปิดประตูไม้ที่โอนเอนไม่แข็งแรงออก 


    สิ่งที่เห็นคือลานบ้านที่แม้จะดูแห้งแล้งทรุดโทรมแต่สะอาดสะอ้าน มีต้นทับทิมเก่าแก่สูงใหญ่เป็๞ศูนย์กลาง


    บ้านอิฐดินเหนียวประตูไม้สามหลังปลูกเรียงต่อกัน หน้าต่างทุกบานเปิดกว้าง ห้องใหญ่เป็๞ของท่านปู่ท่านย่า อยู่ติดกับบริเวณที่นอนของพี่ชายทั้งสอง ห้องเล็กด้านข้างทั้งสองฟากเป็๞ของครอบครัวเธอและอารอง ครอบครัวละห้อง


    มีกระท่อมดินเล็ก ๆ อีกหลังอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้าน หน้าต่างเปิดอยู่ น่าจะเป็๞ห้องของอาเล็กและพี่ใหญ่


    ถัดจากกระท่อมดินหลังน้อยก็เป็๞ห้องครัวเล็ก ๆ ด้านหลังเป็๞แปลงผักขนาดใหญ่เกือบสองหมู่ ปลูกกะหล่ำปลีและหัวไชเท้าไว้ประปราย มีห้องเก็บฟืนอยู่ไม่ไกล


    ‘อืมมม ตัวเลือกอาหารค่อนข้างน้อย สงสัยต้องไปหาต้นหอม ต้นกระเทียมมาปลูกเสริมสักหน่อย’


    กลางสวนผักไม่ไกล มีคอกสัตว์สร้างไว้หยาบ ๆ หลังหนึ่ง ในยุคที่ยังไม่รู้จักปุ๋ยและคนที่เลี้ยงสัตว์มีน้อย ฉะนั้นชาวบ้านจึงไม่สนใจหรือให้ความสำคัญกับคอกเลี้ยงสัตว์มากนัก


    “โครก……” ท้องน้อย ๆ ของหยุนซีร้องประท้วงซะแล้ว เธอลูบท้องไปมาพร้อมกับเม้มริมฝีปากใช้ความคิด


    พอแหงนมองท้องฟ้า ตอนนี้น่าจะเป็๞เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง ถ้านับแบบชาติก่อน เธอเดินด้วยขาสั้นป้อมตรงไปยังห้องครัวเพื่อดูว่ามีอาหารหลงเหลือให้กินประทังความหิวหรือไม่


    เมื่อเปิดประตูครัวเข้าไปก็เห็นหม้อนึ่งตั้งอยู่บนเตา ในหม้อมีชามโจ๊กที่อุ่นร้อนวางไว้ หยุนซีหยิบชามอย่างระมัดระวัง รู้สึกอุ่นใจและกินโจ๊กช้า ๆ กินอิ่มก็ล้างชามโดยตักน้ำจากถังน้ำใกล้ ๆ เตา 


    หลังจากมองสำรวจห้องครัวอย่างละเอียด หน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเตาถูกเปิดออกแล้วใช้ท่อนไม้ค้ำไว้ มีถังน้ำใบใหญ่สองใบที่มีน้ำเต็มถังวางใกล้เตา 


    ด้านหลังฝั่งตรงข้ามเตามีชั้นวางของและโต๊ะตัวยาว บนโต๊ะมีกระบอกไม้ไผ่ใส่แป้งหมี่ประมาณ 5-6 ชั่ง ข้าวกล้องถุงเล็กหนึ่งถุงวางอยู่ บนชั้นมีกระบอกใส่เกลือที่เหลือไม่มากนักและโถใส่น้ำมันหมูใบเล็ก เครื่องมือทำสวนวางอยู่ที่พื้นอีก 2-3 ชิ้น และมันฝรั่งที่มีต้นอ่อนงอกออกมาอีก 3-4 หัววางอยู่มุมหนึ่งในห้องครัว


    หยุนซีกรอกตามองฟ้า เอามือประสานกันไว้ที่ท้ายทอยแล้วถอนหายใจ : อะไรจะจนปานนี้


    ครอบครัวนี้ยากจนกว่าที่คิด


    มองดูมันฝรั่งที่มีต้นอ่อนงอก ใช้มือเท้าคางพลางครุ่นคิด มันฝรั่งนี้กินไม่ได้ ไม่รู้ว่าคนในยุคนี้ปลูกมันฝรั่งยังไง สวนด้านนอกยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมาก ยังไงก็ลองลงมือปลูกไปก่อนแล้วค่อยบอกให้คนในบ้านทราบก็แล้วกัน


    จะคิดมากไปทำไม ทั้งครอบครัวรักเธอขนาดนั้น ทำไมจะไม่อนุญาตให้เธอปลูกมันล่ะ


    เธอหามีดมาหั่นมันฝรั่งส่วนที่งอกเป็๞ชิ้น ๆ เอาเศษขี้เถ้ามาคลุก ค้นหาจนเจอพลั่วอันเล็กเอามาขุดหลุม ใส่มันฝรั่งลงไป กลบหลุมแล้วรดน้ำ เป็๞อันเสร็จ


    หยุนซียกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก บีบนวดแขนอันเมื่อยล้า รู้สึกเหนื่อยจนหมดแรง การปลูกมันฝรั่งสำเร็จไปด้วยดี ปลูกลงดินจนหมดทุกชิ้นเป็๞แนวยาว


    ร่างนี้ยังอ่อนแอมากนัก ต้องค่อย ๆ บำรุงกันไป


    งานในมือเมื่อทำเสร็จก็ย่อมรู้สึกสบายใจ