แสงอรุณแรกของวันใหม่สาดส่องผ่านทิวต้นหลิวริมลำธารเมืองชิงสุ่ย ชวนให้บรรยากาศดูสงบเงียบ ทว่าความสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกีบม้าที่ควบตะบึงเข้ามาจากทางหลวงอย่างเร่งรีบ ทหารม้าเร็วในชุดเครื่องแบบของทางการตัวอำเภอเมฆาคล้อยโบกธงสีเหลืองในมือ พลางป่าวร้องเสียงดังลั่นไปตามตรอกซอกซอย
“ประกาศ! ประกาศจากท่านผู้ว่าอำเภอเมฆาคล้อย! งานเทศกาลอาหารและของหวานประจำปีระดับภูมิภาคกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า! ขอเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้า อัจฉริยะนักปรุง และสำนักอาหารจากทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลในเขตปกครอง เข้าร่วมการประชันฝีมือเพื่อชิงความเป็หนึ่งในใต้หล้า พร้อมเงินรางวัลนับร้อยตำลึงทอง!”
ทหารม้าควบผ่านไปพร้อมกับโปรยใบปลิวสีเหลืองทองอร่ามลงมาดั่งสายฝน ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันวิ่งรุมล้อมเข้าไปเก็บใบปลิวนั้นมาอ่านด้วยความตื่นเต้น แผงลอยท้ายตลาดที่เคยเงียบเหงาพลันเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์
หลินเสี่ยวฟานซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าร้านรถเข็น คว้าใบปลิวแผ่นหนึ่งที่ลอยมาตกตรงหน้าขึ้นมาดู ดวงตากลมโตฉายแววเ้าเล่ห์พินิจข้อความบนกระดาษอย่างละเอียด มุมปากของเขาค่อย ๆ กระตุกยิ้มกวนโทสะออกมาทีละน้อย
“ไอหยา... งานเทศกาลอาหารระดับอำเภองั้นรึ? มีเงินรางวัลนับร้อยตำลึงทอง แถมยังรวบรวมยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ...” เสี่ยวฟานดีดนิ้วดัง เป๊าะ! พลางสะบัดชายเสื้อป่านตัวยาวลุกขึ้นยืน ยืดอกกอดอกด้วยท่าทางองอาจเกินเบอร์ “นี่แหละ! นี่คือเวทีที่ฟ้าประทานมาเพื่อรองรับความหล่อเหลาและความอัจฉริยะของข้า หลินเสี่ยวฟาน! เมืองชิงสุ่ยแห่งนี้มันเล็กเกินไปสำหรับัซุ่มอย่างข้าแล้ว!”
เเถ่าแก่เนี้ยโจว แม่ค้าขายผักแผงข้าง ๆ ได้ยินเข้าถึงกับเบ้ปาก เอามือตบเข่าฉาด “เ้าแสบเสี่ยวฟาน! แกอย่าเพิ่งฝันหวานไปหน่อยเลย งานระดับอำเภอน่ะมีแต่เหลาอาหารั์ใหญ่ ของหวานชาววังราคาแพงระยับเขาไปแข่งกัน รถเข็นไม้ผุกับขนมสายไหมข้างถนนของแก ไปถึงนู่นคงโดนเขาเหยียบแบนเป็แผ่นแป้งแน่ ๆ!”
“โธ่ ท่านป้าโจว พูดเช่นนี้แสดงว่าท่านยังเข้าไม่ถึงจิติญญาแห่งสำนักไหมฟ้า” เสี่ยวฟานยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างมีเลศนัย “ขนมของข้ามันคือศาสตร์ชั้นสูงระดับทะลวงิญญา คอยดูเถอะ ข้าจะลากรถเข็นคันนี้ไปขยี้พวกเศษเหล็กในตัวอำเภอให้ดู!”
ทว่า ก่อนที่จะเดินทางได้ ด่านแรกที่เขาต้องเผชิญและน่ากลัวที่สุดในชีวิตไม่ใช่คู่แข่งระดับอำเภอ... แต่เป็ ท่านแม่หลิน (เสิ่นชิวเยว่) ผู้กุมบังเหียนการเงินและไม้เรียวค้ำฟ้าของตระกูลหลิน
เมื่อเสี่ยวฟานวิ่งหน้าตั้งกลับมาถึงบ้านและเล่าแผนการบุกตัวอำเภอให้ฟัง ท่านแม่เสิ่นชิวเยว่ที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ถึงกับหยุดมือ นางหรี่ตาเรียวยาวสแกนมองลูกชายั้แ่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเยือกเย็น รังสีอำมหิตจาง ๆ เริ่มแผ่ออกมาจากร่าง
“จะไปตัวอำเภองั้นรึเ้าเสี่ยวฟาน?” น้ำเสียงของมารดาเรียบนิ่งชวนขนลุก “แกไปเปิดร้านท้ายตลาดสามสัปดาห์ หาเงินเข้าบ้านได้ไม่กี่ร้อยอีแปะ แถมยังผลาญทุเรียนป่าของแม่ไปจนหมดคลัง คราวนี้นึกอย่างไรจะขยับไปขาดทุนระดับอำเภอฮะ?! แกมีเงินค่าเดินทาง ค่าวัตถุดิบ และค่าเช่าแผงมหาโหดในงานแล้วรึไง?”
“โธ่ ท่านแม่ขอรับ... ลูกชายท่านกำลังจะไปกู้ชื่อเสียงระดับภูมิภาคให้ตระกูลหลินนะขอรับ!” เสี่ยวฟานรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากอดขาตั้งสำออย “หากลูกชนะเลิศ เงินรางวัลตั้งร้อยตำลึงทองจะตกเป็ของท่านแม่ทั้งหมด! ลูกขอเบิกเงินทุนสำรองของบ้านล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นขอรับ!”
ท่านแม่หลินถอนหายใจยาว รู้ดีว่าห้ามลูกชายตัวแสบคนนี้คงยาก นางจึงงัดข้อเสนอหน้าเืออกมา “ก็ได้! แม่จะให้แกยืมเงินทุน 5 ตำลึงเงิน... แต่มีเงื่อนไขว่าแกต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบต่อสัปดาห์! และถ้ายงานนี้แกขายขาดทุนจนไม่มีเงินมาคืนคลังบ้าน... แม่จะยึดเตียง ยึดตำรานิยาย และจะสั่งให้แกคัดอักษรโบราณวันละหนึ่งหมื่นตัวจนกว่าจะเปิดเทอม!”
“อุบ! ดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ... ท่านแม่ช่างเป็หน้าเื เอ๊ย เป็นักลงทุนผู้ชาญฉลาดขัดเกลาลูกยิ่งนัก!” เสี่ยวฟานกอดอกรับคำท้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ตกลงขอรับท่านแม่! คอนเซปต์ของลูกคืออะไร? ขาดทุนไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้! หนี้สินเื่เล็ก แต่ถ้าไม่ได้ไปขิงคนระดับอำเภอ... ข้า ยอม ตาย!”