ปี A.G.07
ในตอนนี้นั้นเด็กทั้งสามคนได้เติบโต้ขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายมาจากอาฮาชิเช่นเื่ราวของประวัติศาสตร์ต่างๆที่ผ่านมาั้แ่เริ่มต้นยุคสมัยแห่งการเดินทางในอวกาศ จนมาถึงากาแลคซี่ครั้งที่1 เื่ราวหลังจากที่าได้จบลงจนมาถึงการก่อตั้งสภากลางแห่งกาแลคซี่ขึ้นมาที่ดาวเคราะห์อาร์คแลนโดนมีชื่อว่าสภาแห่งอาร์คแลนและหลังจากนั้นยุคสมัยแห่งการเดินทางระหว่างกาแลคซี่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในชื่อของยุคสมัยว่า A.G.นั่นเอง มันเป็ยุคสมัยแห่งการผจญภัยและเดินทางค้นหาดวงดาวที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
นอกจากนั้นพวกเขายังได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู่ต่างๆมากมายมาจากอาฮาชิอีกด้วย ทั้งการต่อสู่มือเปล่าทั้งการใช้อาวุธต่างๆหลากหลายชนิด
ยูโตะนั้นถนัดการต่อสู้ระยะประชิดโดยเฉพาะการใช้ดาบกับชาโดว์เบลดปลอกแขนที่ติดใบมีดโลหะเอาไว้นั้นเอง
ส่วนวีวแลนนั้นถนัดการต่อสู่มือเปล่าด้วยการเคลื่อนไหวที่ว่องไวและผิวไหวดุจดังสายลมของตัวเขา
ทางลาน่านั้นถนัดการต่อสู่ระยะไกลและการสนับสนุนทีมเป็หลัก โดยส่วนมากเธอนั้นมักจะใช้เอนเนอจี้กันในการยิงสนับสนุนในการซ้อมรบอยู่บ่อยๆ เอนเนอจี้กันนั้นก็คือปืนที่สามารถยิงะุพลังงานที่มีความร้อนสูงออกมาได้จากแกนพลังงานที่อยู่ตรงกลางของตัวปืนนั่นเอง
ใน่ระยะเวลา2ปีที่ผ่านมาพวกเขาทั้งสามคนค่อยๆสนิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าในวันแรกที่มาถึง ในเวลาว่างจากการฝึกฝนการต่อสู้กับการเรียนรู้ความรู้ต่างๆจากอาฮาชิพวกเขาทั้งสามคนนั้นมักจะไปปีนูเาลามัดเล่นด้วยกันและในวันนี้เองนั้นก็เช่นเดียวกัน
ณ ูเาลามัด
ูเาลูกนี้นั้นเป็ูเาที่สูงที่สุดบนดาวดวงนี้ มันสูงขนาดที่ว่ายอดเขานั้นอยู่สูงยิ่งกว่าเมฆบนท้องฟ้าเสียอีก ที่้าของยอดเขานั้นเมื่อมองลงมาจะสามารถมองเห็นสถานที่ต่างๆของดาวดวงนี้ได้อย่างชัดเจน ูเาลามัดนั้นไม่สามารถใช้ยานหรือเครื่องบินบินขึ้นมาได้นั่นก็เพราะว่าทีู่เาลูกนี้นั้นมีพายุสายลมที่รุนแรงล้อมรอบอยู่ตลอดเวลาพายุพวกนั้นที่สามารถตัดเหล็กกล้าได้อย่างง่ายดายเพียงแค่พัดผ่านเท่านั้น ถ้าจะขึ้นมาบนยอดได้นั้นจำเป็จะต้องปีนขึ้นมาด้วยตัวเองเท่านั้น และในตอนนี้นั้นที่ตรงส่วนหนึ่งของูเากำลังมีเด็กสามคนที่กำลังปีนูเาขึ้นมาอยู่
"อีกแค่นิดเดียว! เหลืออีกแค่ไม่ถึง50เมตรก็จะถึงยอดเขาแล้วนะ! ยังไหวอยู่มั้ยวีวแลน"
ลาน่าที่สะพายตะกร้าสานที่ปิด้าเอาไว้ด้วยผ้าขาวกำลังปีนูเาลูกนี้ขึ้นไปพร้อมกับได้ะโลงมาถามวีวแลนที่อยู่ด้านล่างของตัวเธอด้วยความเป็ห่วง
"อย่ามาล้อเล่นนะ! ฉันแค่ดื่มด่ำกับบรรยากาศระหว่างเดินทางต่างหากล่ะไม่ได้เหนือยซักหน่อย!"
วีวแลนที่มองขึ้น้าได้ตอบกลับมาด้วยใบน่าที่เต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหล่ออกมาและที่สำคัญก็คือบนหลังของตัวเขานั้นไม่ได้แบกอะไรเอาไว้เลยแม้แต่อย่างเดียว
"ถ้าไม่ไหวล่ะก็ไปรอที่ข้างล่างก่อนก็ได้นะ"
ลาน่าได้ถามออกมาด้วยความเป็ห่วงอีกครั้งพร้อมกับปีนขึ้น้าไปพร้อมกันด้วย
"ถ้านายกำลังจะตกลงไปละก็ะโบอกด้วยล่ะ เดี๋ยวตัวข้าจะะโลงไปช่วยขึ้นมาเอง"
ยูโตะที่ปีนอยู่ข้างๆกับลาน่าพร้อมกับบนหลังที่สะพายตะกร้าสานที่มีผ้าสีขาวปิด้าเอาไว้ ได้พูดออกมาด้วนนํ้าเสียงที่นิ่งสงบในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"เ้าบ้าเอ๊ย! ใครมันจะตกลงไปกันฮ่ะ! อย่ามาดูถูกกันนะ!"
วีวแลนได้ะโตอบกลับในขณะที่ตัวเขานั่นกำลังปีนเขาขึ้นไปตามทั้งสองคนมาแบบติดๆ
"ไม่ต้องอายไปหรอกน่า ถ้าจะตกลงไปจริงๆแล้วล่ะก็เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะเป็คนลงไปช่วยเองนะ"
ลาน่าส่งเสียงแซววีวแลนในขณะที่ตัวเธอนั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"ใครจะตกลงไปกันฮะ! อย่ามาแช่งกันน่ะ! แต่เดี๋ยวก่อนนะใครเป็พี่สาวกัน? พวกเราสองคนอายุเท่ากันนะเฮ้ย!"
วีวแลนได้ตอบกลับไปด้วยเสียงที่สูงขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"แต่ฉันอยู่ที่นี่มาก่อนนะ! ก็ต้องได้เป็พี่สาวสิ! เนอะยูโตะ"
ลาน่าได้ตอบกลับวีวแลนแล้วหันมาหายูโตะที่ปีนอยู่ข้างๆ ในขณะที่ตัวเธอนั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"อื่อ ถึงตัวข้าจะไม่รู้อายุของตัวเองแต่ที่รู้แน่ๆก็คือลาน่านั้นเป็พี่สาวของตัวข้าอย่างแน่นอนและวีวแลนก็เป็น้องชายของตัวข้าอย่างแน่นอนด้วย"
ยูโตะได้หันมาหาลาน่าแล้วตอบกับด้วยนํ้าเสียงที่นิ่งสงบในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"แล้วทำมั้ยฉันถึงได้กลายเป็น้อยเล็กไปได้เล่า! ทีลาน่ายังได้เป็พี่ใหญ่เลยไม่แฟร์เลย! ฉันอยู่ที่นี่มานานกว่านายนะ!"
วีวแลนได้ตอบกลับมาด้วยเสียงที่สูงเช่นเดิมในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"ก็นายดูไม่มีออล่าความเป็พี่เลยนิ"
ยูโตะได้ตอบกลับแบบนิ่งๆในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"ว่าไงนะ!ไอ้เ้าเด็กใหม่นี่---!"
วีวแลนได้ตอบกลับด้วยเสียงที่สูงเช่นเดิมในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"ฮะฮะฮะ!!! พวกนายสองคนเนียดูสนิทกันดีนะ"
ลาน่าได้หยุดปีนแล้วหัวเราะออกมาเสียงที่ดังลั่นพร้อมกับพูดออกมาด้วยความร่าเริง
"ไม่สนิทกันเลยสักนิด!"
วีวแลนได้ตอบกลับมาด้วยเสียงที่สูงมากในขณะที่กำลังปีนเขาขึ้นมาพร้อมกันด้วย
"ใช้แล้วพวกเรานั้นสนิทกันมากเลยล่ะ"
ยูโตะได้ตอบกลับแบบนิ่งๆเช่นเดิมพร้อมกับหยุดปีนเพื่อรอลาน่านั้นปีนต่อ
"เห็นมั้ยแค่ความคิดของพวกเรายังต่างกันขนาดนี้เลยนะ"
วีวแลนได้ตอบกลับด้วยเสียงที่เบาลงในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังปีนเขาขึ้นไปพร้อมกันด้วย
"ก็นั้นเเหละที่เป็สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างพวกนายยังไงล่ะ"
ลาน่าได้ตอบกลับมาด้วยท่าทีที่ดูมีความสุขในขณะที่ตัวเธอนั้นได้เริ่มปีนเขาต่อ
หลังจากนั้นไม่นาน...
"ดูสิ!ข้างหน้านั้นก็จะถึงยอดเขาแล้วนะ"
ลาน่าได้พูดออกมาพร้อมกับได้ใช้มือขวาชี้ไปยังยอดเขาที่อยู่ตรงหน้า
และแล้วในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็ปีนขึ้นมาถึงบนยอดเขาได้ในสุด
"วีวแลนจับมือของฉันไว้สิ เดี๋ยวจะดึงขึ้นมาให้เองนะ"
ลาน่าที่ขึ้นมาถึงเป็คนแรกได้ยื่นมือขวาของตนเองให้กับวีวแลนที่รั้งท้ายสุดเพื่อที่จะช่วยดึงตัวเขาขึ้นมา
"ใช้แล้วจับมือเธอเอาไว้ซะสิหรือถ้าไม่อยากจะจับมือตัวข้าแทนก็ได้นะ"
ยูโตะที่ขึ้นมาเป็ที่สองก็ได้พูดออกมาแบบนิ่งๆแล้วยื่นมือซ้ายของตนเองออกไปให้กับวีวแลนที่รั้งท้ายสุด
"โถ่เอ้ย! ครั้งนี้ก็แพ้อีกแล้วงั้นเหรอ-คราวหน้าจะต้องเอาชนะให้ได้เลย!"
วีวแลนที่พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่บงบอกถึงความเจ็บใจในความพ่ายแพ้ ที่จริงแล้วตัวเขานั้นอยากที่จะปีนขึ้นมาให้ได้ด้วยตัวเองแต่ตัวเขานั้นแทบจะไม่มีแรงเหลือพอที่จะทำแบบนั้นแล้ว ตัวเขาจึงยอมที่จะจับมือทั้งสองคนที่ยื่นออกมาให้แล้วขึ้นยอดเขาไปในที่สุด
ในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็ได้ขึ้นมาถึงนะบนสุดของยอดเขาลามัดได้สำเร็จ
ลาน่ากับยูโตะนั้นพวกเขากำลังจองมองไปยังวิวทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างด้วยใบหน้าที่ปารกฎรอยยิ้มออกมา ส่วนวีวแลนนั้นตัวเขาได้ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้า
"วันนี้ที่นี่ก็ยังคงเป็วิวที่ดีเหมือนเดิมเลยนะ ฉันน่ะชอบวิวที่มองลงมาจากที่นี่มากที่สุดเลยล่ะเพราะมันทำให้จิตรใจที่กำลังสับสนอยู่นั้นสงบลงได้ยังไงล่ะ"
ลาน่าที่จ้องมองลงไปยังเบื้องล่างได้พูดออกมาพร้อมกับยืนกางแขนออกทั้งสองข้างเพื่อรับสายลมที่พัดผ่านร่างกายของตัวเธอไป มันเป็สายลมอ่อนๆที่ฟัดผ่านไปอย่างช้าๆแตกต่างจากพายุสายลมที่ล้อมรอบูเาลูกนี้อยู่อย่างสิ้นเชิงเลย
"อื่อ ตัวข้าก็ชอบวิวนั่นเช่นกันรวมถึงวิวทั้งหมดของดาวดวงด้วย พวกมันเป็ภาพที่สวยที่สุดเท่าที่ตัวข้าเคยได้เห็นมาก่อนเลย"
ยูโตะที่นั่งแกว่งขาอยู่ที่ตรงปลายขอบของยอดเขาได้พูดออกมาด้วนนํ้าเสียงที่นิ่งสงบพร้อมกับสายตาที่กำลังจ้องมองลงไปยังสถานที่ต่างๆของดาวดวงนี้ที่อยู่ด้านล่างของูเาลามัดแห่งนี้
"อือ!ฉันก็ด้วย ั้แ่ที่มายังดาวดวงนี้ก็คิดว่าที่นี่แหละคือที่ๆสวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยล่ะ!"
ลาน่านั้นได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับหลับตาลงเพื่อฟังเสียงของสายลมที่พัดผ่านร่างกายของเธอไปให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"นี่----! ลาน่า~~~~ยูโตะ~~~ฉันหิวแล้วล่ะมากินข่าวเที่ยงกันเถอะ~~~"
วีวแลนที่หลับตานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นที่ด้านหลังของพวกเขาได้พูดออกมาโดยที่ไม่ได้ดูบรรยากาศโดยรอบในตอนนี้เลย
"โธ่!วีวแลนเนียไม่มีความโรแมนติกเอาสะเลยนะ"
ลาน่าที่ไม่พอใจที่วีวแลนพูดขึ้นมาทำลายบรรนยากาศดีๆลงไปได้พูดออกมาพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างอื้มไปยังที่ด้านหลังเพื่อหยิบตะกล้าที่เธอสะพายเอาไว้ลงมาว่างเอาไว้ที่ตรงหน้าของวีวแลนอย่างแรง
“อะไรล่ะเธอโกรธอะไรอีกล่ะเนีย”
“ก็เป็เพราะนายมันไม่มีความโรแมนติกนั่นแหละ!”
"ใช้แล้วนายไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลยนะวีวแลน"
ยูโตะที่เห็นลาน่าพูดออกมาแบบนั้นตัวเขาจึงพูดแซววีวแลนออกไปแบบนั้นเช่นกัน พร้อมทั้งใช้มือหยิบตะกล้าที่สะพายอยู่ที่ด้านหลังของตนเองออกมาว่างเอาไว้ที่ตรงข้างๆกับตะกล้าของลาน่า
"เช๊อะ! ไม่เห็นจะน่าสนใจเลยภาพแบบนั้นนะเคยเห็นมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วไม่ใช้หรือไงล่ะ! แต่จะว่าไปพวกนายดูสนิทกันดีนะเป็แฟนกันแล้วหรือไงเนียฮะ!"
วีวแลนที่โดนแซวมาจึงได้แซวทั้งสองคนกลับ
"..บะ...บ้าน่าแฟนอะไรกันพวกเราน่ะไม่ใช้แฟนกันสักหน่อยเป็พี่น้องกันต่างหากล่ะ!"
ลาน่าที่น่าแดงทำตัวลุกลี้ลุกลนได้ตอบกลับวีวแลนไปในทันที
"อื่อ ลาน่าไม่ได้เป็แฟนกับตัวข้าแต่เป็เพียงแค่พี่สาวของตัวข้าเท่านั้นแหละ....”
ยูโตะที่เห็นลาน่าตอบกลับไปแบบนั้นตัวเขาจึงตอบกลับไปแบบนั้นเช่นกันด้วยท่าทางที่ไม่ได้คิดอะไรเป็พิเศษ แต่เป็เพราะสีหน้าที่ดูนิ่งเชยแบบนั้นทำให้ลาน่านั้นเกิดไม่พอใจขึ้นมา ยูโตะที่ไม่ได้รู้สึกตัวว่าตนเองนั้นตอบพลาดไปได้หันไปหาลาน่าเพื่อดูว่าเธอนั้นจะเอายังไงต่อแต่กลับได้เห็นตัวเธอที่น่าแดงส่งสายตาที่ไม่เป็มิตรจ้องเขม่นมายังตัวเขาแบบที่ว่าเหมือนจะฆ่าให้ตายเลยที่เดียว ยูโตะที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้ถามออกไปแบบซื่อๆว่า
“ทำมั้ยเธอถึงมองตัวข้าด้วยแววตาที่ดูโกรธและน่ากลัวแบบนั้นล่ะลาน่า…?"
"ป่าวนิ! ไม่มีอะไรหรอก!มากินข้าวกันเถอะ!"
ลาน่าได้หันหน้าหนียูโตะไปยังตะกล้าของเธอที่ว่างอยู่แล้วใช้มือของเธอเปิดตะกล้านั้นออกมาและที่ด้านในนั้นได้มีแซนวิชใส่อยู่มากมายเรียงรายกันอย่างงดงาม วีวแลนที่ได้กลิ่นหอมของแซนวิชตัวเขาจึนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆกับลาน่าแล้วพูดออกมาเบาๆด้วยนํ้าเสียงที่มีความกวนตีนและน่าโมโหว่า
"หือแซนวิชน่ากินดีนะ แต่จะว่าไปเธอโกรธอะไรอยู่กันล่ะลา--น่า--บอกฉันได้นะฉันไม่เอาไปบอกยูโตะหรอ-------อือ..."
"เอาแซนวิสไปกินซะ!วีวแลน"
ลาน่าได้ใช้มือหยิบแซนวิชที่อยู่ในตะกล้าขึ้นมา1อันแล้วยัดแซนวิสอันนั้นใส่เข้าไปในปากของวีวแลนที่กำลังพูดอยู่อย่างจัง
"อึก….โอ๋!...อร่อยดีนิ รสชาติดีกว่าที่ผ่านๆมาซะอีกนะ ฝีมือของเธอดีขึ้นมากเลยไม่ใช้หรือไงเนียลาน่าเมื่อก่อนไม่เห็นจะได้เื่เลยแท้ๆ"
วีวแลนที่กินแซนวิสที่ยัดปากของตัวเขาอยู่จนหมดได้กล่าวชมออกมาถึงรสชาติของมันที่อร่อยมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
"ไม่วีวแลนอันนั้นลาน่าไม่ได้เป็คนทำตัวข้าเป็คนทำต่างหากล่ะ"
ยูโตะได้พูดขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ความเข้าใจผิดของวีวแลน
"นายทำงั้นเหรอ! จริงดิ"
วีวแลนได้ถามออกมาด้วยท่าทีที่ไม่อยากที่จะเชื่อหูของตนเอง
"อือ ตัวข้าทำมันขึ้นมาั้แ่ขั้นตอนการเืวัดถุดิบจนไปถึงการจัดใส่ตะกล้าเลยล่ะ"
ยูโตะตอบกลับมาแบบมันใจเต็ม100%ว่าตัวเขานั้นทำขึ้นมาเองั้แ่ต้นจนจบคนเดียวเลย
"เอ๋-ขนาดยูโตะยังทำอาหารได้เก่งกว่าเธอสะอีกนะลาน่-----อือ..."
พอวีวแลนรู้แบบนั้นตัวเขาเลยจะหันไปแซวลาน่าอีกรอบด้วนนํ้าเสียงที่กวนประสาทยิ่งกว่าเดิม แต่ก็พูดออกมาได้ไม่เต็มคำก็โดนลาน่ายัดแซนวิชใส่เข้าปากไปอีก3ชิ้นจนในตอนนี้นั้นตัวเขาไม่สามารถพูดออกมาไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว
"ขอโทษด้วยก็แล้วกันที่ทำอาหารไม่ได้เื่ ถ้านายชอบถึงขนาดนั้นล่ะก็กินพร้อมกันสัก2-3ชิ้นคงไม่เป็ไรสินะ"
ลาน่าได้พูดออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมกัยดันแซนวิชที่อยู่ตรงปากของวีวแลนเข้าไปด้วยความสะใจ
"วีวแลนนายไม่ต้องรีบกินถึงขนาดนั้นก็ได้ยังมีเหลืออยู่อีกเยอะเลยนะ"
ยูโตะที่ไม่รู้อะไรได้พูดออกมาแบบซื่อๆเช่นเดิม
"มะ..ไม่..ดะ...ได้…อะ....อยากจะ…ระ...รีบกิน…..สะ..สักหน่อย….."
วีวแลนพยายามที่จะพูดแก้ตัวออกมาในขณะที่มีแซนวิชอยู่เต็มปากของตัวเข้า
หลังจากความวุ่นวายทั้งหมดได้จบลงพวกเขาทั้งสามคนนั้นก็เริ่มกินข้าวเที่ยงกันต่ออย่างสนุกสนาน แล้วหลังจากที่พวกเขากินกันจนเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ได้มานอนลงบนพื้นของยอดเขาลามัดแห่งนี้พร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่อยู่้าของพวกเขาทั้งสาม
ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังนอนจ้องมองท้องฟ้าอยู่วีวแลนก็ได้เริ่มพูดขึ้นมาว่า
"นี่!พวกนายได้ดูข่าวนั้นเมื่อว่านก่อนรึป่าว?"
"ไม่ตัวข้าดูแต่หนังกับการ์ตูนและรายการวาไรตี้เท่านั้นไม่ดูข่าว"
ยูโตะได้ตอบกลับไปในทันทีที่ได้ยินคำถามพร้อมกลับหลับตาทั้งสองข้างลง ต่างจากลาน่าเธอนั้นพอได้ยินคำถามของวีวแลนตัวเธอนั้นจึงหยุดคิดไปคู่นึงก่อนที่จะตอบกลับไปว่า
"ถ้าเป็ข่าวเมื่อวานก่อนล่ะก็....นายหมายถึงข่าวที่ว่าสภาแห่งอาร์คแลนได้ประกาศจัดตั้งองก์รักษาความสงบสุขแห่งกาแลคซี่ขึ้นมาในชื่อว่าอาร์คนั่นอะนะ แต่จะว่าไปนายดูข่าวด้วยเหรอ?วีว--แลน---"
"ในตอนนั้นฉันก็ดูอยู่ข้างๆกับเธอนั่นแหละไม่ใช้หรือไงฮะ!"
วีวแลนได้ตอบกลับในทันที่ด้วยความเร็ว
"อือ~จริงด้วยสิเนอะ ลืมไปเลยนะเื่แบบนั้นน่ะ"
ลาน่าได้ตอบกลับในทันที่พร้อมกลับแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยพร้อมกับหลับตาข้างหนึ่งลงด้วย
"อะไรกันเธอเนียนะ!"
"แล้วข่าวนั่นมันทำมั้ยงั้นเหรอ?"
ลาน่าได้ถามออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไม่ให้วีวแลนสวนแซวเธอกลับได้นั่นเอง
"เฮ้ย~เื่นั้นน่ะนะพอฉันได้เห็นข่าวนั่นแล้วก็รู้สึกว่ามันเท่เอามากๆเลยล่ะ ผู้ผดุงความยุติธรรมที่เดินทางไปทั่วทุกหนทุกแห่งในกาแลคซี่ผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้คนมากมายที่เดือดร้อนให้รอดพ้นจากภัยอันตรายที่ตาหน้าเข้ามา ในอนาคตฉันก็อยากที่จะเป็แบบนั้นมั้ง ฉันจึงตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าอาร์คแล้วจะกลายเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมที่เก่งกาจที่สุดในจักรวาลให้ได้เลย!"
วีวแลนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้นพร้อมกับชูมือขวาของต้นเองขึ้นฟ้าแล้วแบบออกทำท่าเหมือนกับว่ากำลังจะคว้าจับอนาคตที่อยู่ตรงหน้าของตนเองยังไงอย่างงั้นและที่ดวงตาของตัวเขานั้นมันได้เป็ประกายขึ้นมาในแบบที่ว่าไม่เคยเป็มาก่อนเลย ล่าน่าที่เห็นแบบนั้นตัวเธอจึงพูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยน
"เอ๋~~นายเนียก็มีรสนิยมแบบนี้ด้วยงั้นเหรอเนียน่าแปลกใจจริงๆเลยนะ”
“..อะ..อะไรของเธอล่ะ”
“ป่าวสักหน่อย ผู้ผดุงความยุติธรรมที่ช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากภัยอันตรายงั้นเหรอก็ฟังดูไม่เลวนะ!"
ลาน่าที่หยุดคิดไปคู่นึงก่อนที่จะได้พูดชมวีวแลนออกมาทำให้ตัวเขานั้นดีใจเป็อย่างมากเพราะนานๆจะโดนลาน่าชมสักครั้งนึง
"ใช้มั้ยล่ะ! สุดยอดไปเลยใช้มั้ยล่ะ! นี่!ในอนาคตพวกเราทั้งสามคนไปเข้าอาร์คและกลายเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมด้วยกันเถอะ!"
วีวแลนได้พูดะโออกมาพร้อมกับได้ชูมือทั้งสองข้างขึ้นฟ้า
"ฟังดูดีนะ! ก็เอาสิพวกเราทั้งสามคนไปเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมด้วยกันเถอะเนอะยูโตะ"
ลาน่าที่เห็นด้วยกับวีวแลนได้พูดออกมาพร้อมกับได้หันไปถามความเห็นของยูโตะที่นอนอยู่ข้างๆ
"หึ! อื่อ..ถ้าวีวแลนกับลาน่าว่าดีก็เอาตามนั้นแหละ"
ยูโตะที่ลืมตาตื่นขึ้นมาได้ตอบกลับทั้งสองคนด้วยนํ้าเสียงที่ดูใเล็กน้อย
"ดีล่ะ! ถ้างั้นพวกเรามาทำสัญญาร่วมกันเถอะ!"
วีวแลนได้พูดขึ้นมาพร้อมกับยืนขึ้น ลาน่ากับยูโตะที่เห็นแบบนั้นพวกเขาจึงได้ยืนขึ้นมาเช่นกัน พวกเขาทั้งสามคนได้ยืนล้อมวงกันแล้วหันหน้าเข้าหากันและเริ่มพูดคำสัญญาออกมาพร้อมๆกัน
"พวกเราจะกลายเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมที่เก่งกาจที่สุด!"
วีวแลนที่พูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังได้ยื่นมือขวาที่กำหมัดอยู่ออกไปที่ตรงกลางวง
"อืม! พวกเราจะกลายเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมที่เก่งกาจที่สุด!"
ลาน่าที่พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเช่นเดียวกันได้ยื่นมือขวาที่กำหมัดอยู่ออกไปที่ตรงกลางวงเช่นกัน
"พวกเราจะกลายเป็ผู้ผดุงความยุติธรรมที่เก็งกาจที่สุด..."
ยูโตะพูดออกมาด้วยความงงนิดๆก็ได้ยื่นมือที่กำหมัดอยู่ออกไปที่ตรงกลางวงเช่นเดียวกัน
หลังจากที่พวกเขาทั้งสามคนได้กว่าคำสัญญาออกไปแล้ว พวกเขาทั้งสามคนก็ได้ชนหมัดกันที่ตรงกลางวงแล้วชูมือข้างนั้นขึ้นสู่ฟ้าแล้วแบบออกมาไฮไฟฟ์กันที่้า
หลังจากที่ทำทุกอย่างจนเสร็จแล้วคู่นึงก็ได้มีเสียงพูดดังขึ้นมาจากตัวของยูโตะที่กำลังยืนทำหน้างงๆอยู่ตรงนั้น
"แล้วผู้ผดุงความยุติธรรมเนียมันคืออะไรกันงั้นเหรอ?...."
ยูโตะที่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย
"ฮะ----!"
"เอ๋------!"
วีวแลนกับลาน่าได้ร้องออกมาด้วยความใพร้อมกับความคิดที่อยู่ในใจว่าที่ผ่านมานายไม่ได้ฟังเื่ที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่เลยใช้มั้ยเนีย
และแล้ววันเวลานั้นก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั้ง10ปีต่อมา