ผ่านการทดสอบ
“วางมือลงที่ลูกแก้ว” เมื่อสู่เส้าเดินมาหยุดลงตรงหน้าของเขา เฝิงสงก็พลิกมือวูบหนึ่ง แหวนช่องว่างมิติของเขาเปล่งแสงจางๆ ลูกแก้วสีขาวลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในมือ ยื่นไปตรงหน้าของสู่เส้า
“ขอรับ ท่านผู้าุโเฝิง” สู่อ้าวพยักหน้า ไม่ลังเลที่จะวางมือลงบนลูกแก้ว
ทันใดนั้น ภาพที่น่าหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา เขาพบว่าพ่อและแม่ของเขาถูกฆ่าตายด้วยปีศาจร้ายอันน่าสะพรึงกลัว
ใบหน้าของสู่เส้าซีดขาวลงอย่างรวดเร็ว ชนิดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากนั้นเขาก็แผดเสียงร้องออกมา ดวงตาเหลือกขาวขึ้น หมดสติไป ร่างกายล้มลงพื้นทันที
สิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ความคาดหวังของสู่อ้าวแตกออกเป็เสี่ยงๆ พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าของเขาถึงกับแสดงความว่างเปล่าออกมา
ทางด้านของเหล่าผู้คนที่มาดู ต่างพากันเงียบไปหมด โดยเฉพาะพวกที่พูดก่อนหน้านี้ว่าสู่เส้าจะผ่าน
เฝิงสงสงบมาก แต่ภายในใจอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ลูกชายของสู่อ้าว เป็ขยะอย่างสิ้นเชิง แค่ภาพลวงตาง้อยๆ เช่นนี้ ยังหวาดกลัวจนหมดสติ
มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่สำนักกระบี่ดาราของเขาหรือไม่?
แน่นอนว่าไม่!
เฝิงสงรู้สึกว่าตัวเองเสียแรงเปล่าซะจริงที่จัดให้สู่เส้าเป็คนแรกในการทดสอบ
“พาตัวไป!” ในเวลานี้ ความว่างเปล่าบนใบหน้าของสู่อ้าวได้หายไป มันถูกแทนที่ด้วยความมืดมน เขาออกคำสั่งผู้ช่วยของเขาในทันที
อีกฝ่ายไม่รอช้า รีบไปพาสู่เส้าจากไปอย่างรวดเร็ว
สู่อ้าวรู้สึกว่าตัวเองเสียหน้ามากวันนี้ และไม่มีหน้าที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป เขารีบขอตัวจากเฝิงสง รีบรุดไปจากที่นี่ โดยไม่สนใจว่าใครจะมองเขายังไง
เฝิงสงแน่นอนว่าไม่สนใจอยู่แล้วว่า สู่อ้าวจะอยู่หรือไป เขาพลันเริ่มการทดสอบต่อไป
“ยู้กู๋ อายุสิบแปด ระดับฝึกปราณขั้นกลาง ไม่ผ่าน”
“บ่อฝ้ง อายุสิบเจ็ดปี ระดับฝึกปราณขั้นต้น ไม่ผ่าน!”
“ซายวง อายุสิบแปดปี ระดับฝึกปราณขั้นกลาง ไม่ผ่าน!”
“จู้พวน อายุสิบหก ระดับฝึกปราณขั้นกลาง ผ่าน!”
...........
เหล่าผู้คนมากกว่าพันคนอดสูดลมหายอย่างเย็นเยือกไม่ได้ เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไป แล้วพบว่าจากร้อยกว่าคน ผ่านมาถึงเก้าสิบคนแล้ว แต่กลับมีคนผ่านเพียงแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น
นี่เป็จำนวนที่น้อยยิ่งกว่าน้อย แสดงให้เห็นถึงว่าการที่จะเข้าเป็ศิษย์ของสำนักกระบี่ดารานั้น ไม่ใช่เื่ง่าย
“คนต่อไป เย่เฟิง อายุสิบหก ระดับฝึกปราณขั้นปลาย” เฝิงสงพูดพลางมีดวงตาเป็ประกายเล็กน้อย คนนี้อายุเพียงสิบหก แต่มาถึงระดับฝึกปราณขั้นปลายแล้ว นับว่าเป็ต้นกล้าที่ดีมาก
เย่เฟิงเป็ชายหนุ่มในชุดสีเขียว มีใบหน้าธรรมดาสามัญมาก แต่ใบหน้าของเขา ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาก้าวขึ้นไปบนเวที ทำการทดสอบ และผ่านได้อย่างง่ายดาย
“ดี!” เฝิงสงพอใจมากที่ต้นกล้าที่ดีคนนี้ผ่าน จากเก้าสิบคนที่ผ่านมาทั้งหมด เย่เฟิงคนนี้ เป็คนที่ดีที่สุดในสายตาของเขา
เย่เฟิงคารวะเฝิงสงเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปอยู่ในแถวของผู้ที่ทดสอบผ่าน
“คนต่อไป กู้เฉิน อายุสิบแปด ระดับฝึกปราณขั้นต้น”
กู้เฉินเดินขึ้นมาบนเวที เขาลอบเหลือบมองเย่เฟิงเล็กน้อย มีความสงสัยผุดขึ้นมาในใจ ‘เย่เฟิงคนนี้ คงไม่ใช่บุตรแห่งโชคชะตาอะไรเทือกนั้นหรอกนะ’
ไม่แปลกที่เขาจะมีความสงสัยแบบนี้ เพราะชื่อเย่เฟิง คือชื่อโหลๆ ที่บรรดานักแต่งนิยายในโลกเดิมของเขามักใช้เป็ชื่อตัวเอกกัน หรือรู้จักกันในนามบุตรแห่งโชคชะตา
ไม่ว่าคุณไปที่ไหน ก็จะมีตัวร้ายโผล่มาให้คุณตบหน้าอยู่เรื่อยๆ จนจบเื่แบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง!
กู้เฉินส่ายหน้า เลิกสนใจเื่นี้ ไม่เกี่ยวหรอกว่าเย่เฟิงจะเป็บุตรแห่งโชคชะตาหรือไม่ได้เป็ เพราะมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอยู่แล้ว
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าของเฝิงสง เขาก็วางมือลงที่ลูกแก้วสีขาว ทันใดนั้น ภาพอันน่าหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา มีผีร้ายน่าหวาดกลัว พุ่งเข้ามาหาเขาจากรอบทิศทาง
มุมปากของกู้เฉินกระตุกเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดี ภาพลวงตานี้ เทียบไม่ได้กับหนังผีที่เขาเคยได้ดูมาเมื่อชีวิตที่แล้วด้วยซ้ำ มันเทียบไม่ติดอย่างสิ้นเชิง
ไม่นาน ภาพลวงตาทั้งหมดก็หายไป
เฝิงสงมองกู้เฉินอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ราวกับว่าคิดไม่ถึงว่ากู้เฉินจะผ่าน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่ากู้เฉินคงโชคดีเท่านั้น
หลังโบกมือให้กู้เฉินเดินไปยังแถวของคนที่ทดสอบผ่าน เขาก็เริ่มการทดสอบต่อ
การทดสอบดำเนินต่ออยู่อีกสักพักใหญ่ๆ ก็จบสิ้นลง จากชายหนุ่มหญิงสาวที่สมัครเข้ารับการทดสอบร้อยกว่าคน มีคนผ่านเพียงยี่สิบห้าคนเท่านั้น
จำนวนนี้แน่นอนว่าน้อยมาก แต่มันก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของเฝิงสง เขาคาดเดาผลลัพธ์เช่นนี้ได้อยู่แล้ว
บรรดาผู้ที่มาดูต่างแยกย้ายกันไปเมื่อการทดสอบจบลง บางคนก็มีความสุข บางคนก็ผิดหวัง เหล่าคนที่ผิดหวัง ย่อมเป็ลูกหลานของตัวเองที่ไม่ผ่าน ส่วนเหล่าคนที่มีความสุข ย่อมเป็ลูกหลานของตัวเองท่ผ่าน
เฝิงสงพาชายหนุ่มหญิงสาวทั้งยี่สิบห้าคนไปที่เรือบินนอกเมืองในทันที เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมที่จะพาทั้งยี่สิบห้าคนกลับไปที่สำนักกระบี่ดาราเพื่อไปรายงานตัว
แต่เมื่อมาถึงที่เรือบินขนาดใหญ่ เขาก็ไม่ได้พาทุกคนไปในทันที เขาไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะไม่ให้เหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวกลับไปบอกลาคนในครอบครัวและไปเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมตัวไปยังสำนักกระบี่ดารา
เฝิงสงพลันบอกให้พวกเขาไปบอกลาคนในครอบครัวให้เรียบร้อย พร้อมกับเก็บข้าวของ โดยให้เวลาสองชั่วโมง
ยี่สิบในยี่สิบห้าคนได้จากไป มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่ไม่ได้ไป หนึ่งในห้าคนนี้ ย่อมมีกู้เฉิน ไม่เพียงแค่มีเขา ยังมีเย่เฟิงด้วย
กู้เฉินที่มาถึงโลกนี้ด้วยการกลายเป็ขอทานน้อย ย่อมไม่มีครอบครัวให้กับไปบอกลาหรือเก็บของเป็ธรรมดา
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ไป ส่วนอีกสี่คนรวมถึงเย่เฟิงที่ไม่ได้ไป เกรงว่าคนเหล่านี้ จะมาจากเมืองอื่น จึงไม่สามารถกลับไปบอกที่ครอบครัวได้
สายตาของกู้เฉินหยุดลงที่เรือบินขนาดใหญ่ ในสายตาของเขา น่าจะบรรทุกคนได้มากกว่าห้าสิบคน และมันน่าจะเป็ของวิเศษระดับสี่เป็อย่างต่ำ เพราะมีแต่ของวิเศษระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะสามารถบินได้
ในขณะที่กู้เฉินสนใจเรือบิน เย่เฟิงก็เข้าไปพูดคุยกับเฝิงสงด้วยความกล้าหาญ จนเฝิงสงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ รู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของเย่เฟิงมากที่กล้าเข้ามาพูดคุยกับเขา ยิ่งมองดูเย่เฟิง เขาก็ยิ่งรู้สึกพอใจมากขึ้นเท่านั้น
จบบทที่ 13