ตลอดทางฉันชวนเขาคุยเจื้อยแจ้วสารพัดเื่ กลั้นความเจ็บช้ำจนกระทั่งเวลาที่ก้าวขาลงจากรถ สูดลมหายใจเข้าปอดไม่ยอมให้น้ำตาซักหยดไหลลงมาไม่อยากแสดงความอ่อนแอ แต่แล้วทำนบกลั้นน้ำตาก็พังทลายลงเมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และไม่คาดคิดว่าจะมีใครอีกคนเห็น
ฉันรีบปาดน้ำตาด้วยหลังมือเมื่อปราดสายตาเจอกับร่างสูงของไนล์
เขาผละจากโต๊ะอาหารที่เพิ่งวางมื้อเย็นร้อนๆ กำลังจะลงมือทานเพื่อเดินตรงเข้ามาหา
ฉันกลั้นสะอื้น พยายามอย่างยากเย็นที่จะแสร้งทำเหมือนทุกอย่างปกติดี แต่การแสดงไม่เก่งเอาเสียเลยจึงหลอกคนตรงหน้าให้เชื่อไม่ได้สักนิดเดียว ไนล์ไม่ได้ซักไซ้หากแต่กุมข้อมือฉันเอาไว้ เป็การล้ำเส้นที่เราตกลงกันไว้เป็ครั้งแรก โดยที่ฉันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็ฉันเสียเองที่ขยับเท้าเข้าไปใกล้เพื่อซบศีรษะกับแผ่นอกกว้างของเขา ไนล์ไม่ได้ถามหรือพูดอะไรสักคำเดียวทำเพียงแค่ยกมือขึ้นมาลูบผมอย่างปลอบใจ ยืนตรงนิ่งนานเป็ที่ให้พักพิงอย่างมั่นคง
“แปลกเนอะ ทั้งที่ไม่คาดหวังแต่ทำไมถึงต้องเสียใจด้วยก็ไม่รู้” ฉันพยายามเอ่ยแม้เสียงสั่นเครือฟังแทบไม่ได้ศัพท์ “เขาจะกลับไปคบกับแฟนเก่า”
ลมหายใจของไนล์เป่ารดผมเป็ระยะขณะรอฟังโดยไม่ตัดสิน ก่อนดันกายฉันออกเชื่องช้า เพื่อใช้หัวแม่โป้งมือปาดไล่น้ำตาให้อย่างแ่เบา
“ฉันไม่เคยรู้สึกกับใครแบบที่รู้สึกกับเขาเลย พี่เคเป็ผู้ชายคนแรกที่ฉันพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าตกหลุมรัก ฉันเกือบเผลอคิดว่าเขารู้สึกแบบเดียวกันแล้วรู้ไหม เพราะความน่ารัก ความใจดีของเขา”
“ความรักก็แบบนี้แหละ ไม่มีใครสุขสมหวังตลอดเวลาหรอกนะรู้ไหม” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน พอๆ กับแววตา
ไนล์ทั้งสอนและปลอบโยนในคราวเดียวกัน
“ฉันรู้... ฉันรู้...”
ฉันมองกลับเขาด้วยแววตาละห้อย น้ำตาปริ่มจะไหลอีกรอบ
ไนล์วางมือบนศีรษะฉันโดยปราศจากคำพูด ขยี้เรือนผมเล่นด้วยนิ้วโป้ง ย่อตัวเพื่อยื่นหน้าเข้ามาสำรวจใกล้ๆ เพียงแค่หวังจะช่วยซับน้ำตาหากแต่ระยะห่างระหว่างเราแคบเกินไป ลมหายใจของเขาจึงแทบเป่ารดแก้ม อีกทั้งหัวใจเ้ากรรมที่ชอกช้ำก่อนหน้านั้นกลับสั่นระรัวขึ้นอย่างไม่อาจหักห้าม เมื่อประสานกับดวงตาสีน้ำตาลล้ำลึกของคนตรงหน้าด้วยความบังเอิญ
อารมณ์ความรู้สึกฉันรวดเร็วราวกับนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
ความเศร้าสร้อยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ความวูบไหวอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันตั้งรับ
แทบได้ยินเสียงหัวใจสั่นระรัวของเราทั้งคู่ดังก้องในอก
มือของไนล์เริ่มขยับเคลื่อนไหว เลื่อนจากท่อนแขนไปยังเอวคอดเล็ก และทุกการแตะััเพียงเล็กน้อยก็ราวกับจุดกระแสไฟฟ้าให้เล่นช็อตอย่างไรอย่างนั้น
“หะหิวจัง” เมื่อเอ่ยจบจึงเบี่ยงตัวออกแล้วเดินตรงไปยังบริเวณครัว และนึกขอบคุณตัวเองเหลือเกินที่ยังไม่ลืมว่ากระเพาะยังว่างเปล่า และสติอันน้อยนิดร้องเตือนว่าเราจะกำลังจะก้าวล้ำเส้นที่ต่างขีดเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์นี้ยิ่งยุ่งยาก
“เธอนี่เปลี่ยนอารมณ์ไวชะมัด” ไนล์เดินตามมาติดๆ เปิดตู้เย็นหยิบบะหมี่ผัดซอสออกมา เขาจำได้ว่าฉันบ่นอยากทานเลยทำเตรียมเอาไว้แม้ฉันบอกแล้วว่าจะทานมาจากข้างนอก แต่เขาก็ยังมีน้ำใจเตรียมไว้ให้อยู่ดี
"ก็ฉันกลัวจะตกหลุมพรางคุณนี่คะ"
"หืม? "นายเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดนั้น คงเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจหว่านเสน่ห์ใส่แบบที่ฉันคิดไปเองคนเดียว คงมีแต่คนตายด้านเท่านั้นที่จะไม่รู้สึกรู้สาต่อสายตามีเสน่ห์ชวนฝันนั้น
"อร่อยมากเลยค่ะ" ฉันเสเปลี่ยนเื่ ชมฝีมือทำอาหารของเขาอย่างจริงใจ
ไนล์เคยใช้ชีวิตอยู่คนเดียวั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย เขาสามารถดูแลตัวเองได้เป็อย่างดี เก่งทั้งงานทำอาหาร งานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ยามมีเวลาว่าง นอกเหนือจากนั้นเขาสามารถเป็ที่พึ่งพิงให้คนอื่นได้อย่างยอดเยี่ยม
ถ้าไม่ใช่เขา… ฉันอาจไม่รู้สึกสบายใจเป็ส่วนหนึ่งกับที่นี่ราวกับบ้านอีกหลัง เขาดูแลอย่างดีจนเผลอคิดว่าเราเหมือนสามีภรรยากันด้วยซ้ำไปในบางครั้ง
เพียง 8 สัปดาห์เท่านั้นนับจากวันแรกที่เราพบกัน เรารู้จักกัน แต่เขากลับทำให้ฉันรู้สึกสบายใจราวกับเรารู้จักกันมาเนิ่นนานได้อย่างไรกันนะ
....
.
อยู่ใกล้ยิ่งหวั่นไหว แต่เื่คู่หมั้นเก่าก็ยังไม่หายคาใจเลยสักที >