บทที่ 5 ภูตแห่งกาลเวลา
ยามเช้าที่แสงแดดทอประกายผ่านแมกไม้
สัตว์มารที่แสดงความเป็สุนัขซื่อสัตย์โดยไม่คาดคิดนั้นยามนี้ได้ชื่อว่าโคทาโร่ (ตั้งชื่อโดยรูริ)และกำลังเดินหาอาหารหาสมุนไพรอยู่ในป่ากับรูริ
เธอยังไม่รู้ว่าสมุนไพรหรืออะไรบ้างในโลกนี้ที่กินได้แต่ภูตที่ติดตามมาก็คอยอธิบายอย่างละเอียด จึงไม่ต้องห่วงว่าจะเก็บของมีพิษกลับไป
“นี่ล่ะ”
‘อันนี้ได้’
‘เคี้ยวอร่อยด้วยละ’
ภูตไม่กินดื่มก็จริงแต่พวกเขามีตัวตนอยู่ในทุกที่และคอยแบ่งปันข้อมูลกัน จึงมีทั้งข้อมูลของภูตที่อาศัยอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่มีมนุษย์และที่อาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกับมนุษย์
ป่านี้มีสัตว์มารอาศัยอยู่มากมายและโคทาโร่นี่เองที่อยู่บนตำแหน่งสูงสุดของผู้ล่าในป่า พอเธอออกปากชมมันก็ร้องอย่างภูมิใจ
จากที่เคยหวาดๆหน้าตามันจนเข้าใกล้ได้ไม่สนิทใจเท่าไหร่ รูริในตอนนี้ก็เริ่มชินแล้ว เวลาโดนดุมันจะลู่หางตก เวลาชมก็จะส่ายหางไปมาอย่างดีอกดีใจเหมือนสุนัขโคทาโร่แสดงความรู้สึกออกมาเข้าใจง่ายเสียจนเธออดนึกเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้
รอจนตะกร้าที่โคทาโร่คาบอยู่เต็มแล้วพวกเธอก็กลับไปบ้านซึ่งเชลซีรออยู่
ก่อนนี้เพิ่งขอให้กางเขตแดนรอบบ้านใหม่เพื่อที่โคทาโร่จะได้เข้ามาได้
เชลซีปูผ้าผืนใหญ่รออยู่ที่หน้าบ้านนั่นเอง
“กลับมาแล้วค่ะ”
“เก็บมาได้เยอะเลยนี่นา”
เทของในตะกร้าลงบนผ้าแล้วคราวนี้ก็จับแยกไปตามประเภท
ของเหล่านี้จะนำไปขายที่ตลาดในเมืองสมุนไพรกับผลไม้ซึ่งเก็บได้รอบๆ บ้านเชลซีซึ่งอยู่กลางป่าไร้ผู้คนนี้ขายในเมืองได้ราคาดีทีเดียว
เมืองที่ว่ามีเผ่าโบราณอาศัยอยู่เป็จำนวนมากรูริจึงอารมณ์ดีแต่เช้าว่าจะได้เจอเผ่าโบราณเป็ครั้งแรก ซึ่งก็คงช่วยไม่ได้เพราะเธอจะได้เห็นคนที่มีหูแมวหูหมาของจริงเลยนี่นา
ขณะที่เธอฮัมเพลงไปแยกสมุนไพรไปเชลซีเห็นของที่รูริเก็บมาแล้วก็ได้แต่คิ้วกระตุก
“ต้องรีบสอนสามัญสำนึกให้เด็กนี้ก่อนจะกลายเป็เื่ใหญ่แล้ว...”
“หืม เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะคะ”
“รูริ มานี่หน่อยสิ”
พอเดินไปหาตามคำเรียกเชลซีก็อธิบายเื่สมุนไพรกับผลไม้ให้ฟัง
เธอไม่รู้อะไรเลยก็จริงแต่ของเกือบทั้งหมดที่เก็บมาตามคำแนะนำของภูตนั้นมีเป็สมุนไพรที่มีคุณค่าสูงหรือผลไม้หายากที่ไม่ค่อยมีขายในตลาดรวมอยู่ด้วยเป็จำนวนมาก
ทั้งหมดนั้นเป็ของหายากที่ต่อให้เป็แถบนี้ก็ใช่จะได้เห็นกันบ่อยๆเธอว่าตัวเองไม่ได้เดินไปไกล แล้วแต่ละอย่างก็ขึ้นอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ หากหลายวันก่อนตอนเชลซีเป็คนไปเก็บนั้นไม่มีอะไรแบบนี้อยู่เลย
พวกภูตคงอยากให้เธอดีใจจึงมีสมุนไพรที่ไม่มีทางขึ้นในฤดูนี้ปนอยู่ด้วย
หากนำของหายากเหล่านี้ไปขายเป็จำนวนมากราคาตลาดก็จะพังเอาได้ แถมยังกลายเป็ที่จับตามองของคนอื่นด้วย
ถ้าโดนคนคิดร้ายหมายหัวเอาก็จะเป็อันตรายเมืองที่ตั้งใจว่าจะไปนี้ชาวเมืองส่วนใหญ่เป็เผ่าโบราณนานครั้งจึงจะมีคนที่อื่นแวะมา หากก็อยู่ใกล้เมืองหลวงจึงไม่อาจฟันธงได้ว่าจะไม่มีมาเลยเชลซีตบท้ายอีกว่าถ้าจะเป็เื่ก็เวลาโดนคนที่มองไม่เห็นภูตหมายตัวเอานี่แหละ
ในกรณีนี้ ที่เชลซีห่วงไม่ใช่ตัวรูริโดยตรงแต่เป็ผลกระทบต่อคนรอบๆ เมื่อภูตลงมืออะไรเพื่อช่วยรูริมากกว่า
หญิงชราตัดสินใจว่าจะไม่ขายทั้งหมดแต่ขายแค่ครึ่งเดียวก็พอ
ว่าแล้วเชลซีก็กำส่วนที่เหลือขึ้นมาโยนไปข้างหน้า
ที่นั่นพลันเกิดรอยแยกซึ่งส่องแสงสว่างสมุนไพรที่ถูกโยนไปก็หายเข้าไปในนั้น
โดยไม่สนใจรูริที่ผงะไปเชลซีโยนผลไม้กับสมุนไพรเข้ารอยแยกไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก ผลไม้และสมุนไพรกองโตก็หายไปหมด
“คุณเชลซี เมื่อกี้มัน!? อะไรน่ะ!!”
“จะอะไรก็ข้าเปิดช่องมิติไง”
“ทำได้ไงน่ะ แล้วช่องมิติคืออะไร!?”
มองสีหน้าตื่นเต้นของรูริแล้วหญิงชราก็นึกได้ว่า “อ้อ รูริไม่รู้เื่อะไรของโลกนี้เลยนี่นะ” ก่อนจะอธิบาย
“อันนี้น่ะ คือเราขอให้ภูตแห่งกาลเวลาที่ไม่ได้อยู่ในโลกอื่นช่วยเชื่อมโยงมิติไปยังโลกของภูตแห่งกาลเวลา กลายเป็ช่องมิติขึ้นมาแล้วของที่ใส่ไว้ในช่องมิติที่ว่านี่จะถูกหยุดเวลาเอาไว้ไงละเราถึงเอาสมุนไพรกับผลไม้เก็บไว้ได้โดยไม่ต้องห่วงว่ามันจะเสียมนุษย์หนึ่งคนสามารถมีช่องมิติเป็ของตัวเองได้หนึ่งอัน ปริมาณพลังเวทและความเข้ากันของคลื่นกับภูตแห่งกาลเวลาจะเป็ตัวกำหนดขนาดของช่องมิติเวทมนตร์นี้น่ะง่ายๆ ขอแค่มีพลังเวท ขนาดเด็กยังใช้ได้เลย”
“ฉันก็ทำได้ด้วยเหรอ”
“ก็ลองดูสิ”
ด้วยประสบการณ์ที่เคยเล่นเกมทำให้เธอจินตนาการเวทมนตร์ประเภทนี้ได้ไม่ยากแล้วรอยแยกเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโดยไม่มีปัญหาอะไร
เธอรู้สึกได้ว่าพลังเวทลดลงไปมากกว่าทุกทีแต่เมื่อเห็นรอยแยกเรืองแสง นั่นก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย
“โอ้---!”
มันช่างง่ายดายดังที่เชลซีบอก
และทำให้เธอทึ่งว่าเวทมนตร์ช่างสะดวกจริงๆ
เท่านี้ก็ไม่จำเป็ต้องเหนื่อยแบกของหนักไม่ต้องห่วงว่าอาหารจะหมดอายุเมื่อไหร่ ช่างเป็เวทมนตร์ที่วิเศษอะไรอย่างนี้แม่บ้านทุกคนควรมีไว้ใช้
รูริจ้องรอยแยกนั้นอยู่พักหนึ่ง อยู่ๆก็มุดหัวเข้าไปในรอยแยก ทำเอาเชลซีตาถลน
มองจากคนอื่นแล้วมันเหมือนมีร่างไร้ศีรษะนั่งอยู่กับพื้นราวกับฉากหนึ่งในหนังสยองขวัญก็ไม่ปาน
เชลซีรีบคว้าคอเสื้อรูริดึงกลับมา
“หวา อยู่ๆ ทำอะไรน่ะ มึนไปหมดเลย”
“นั่นมันคำพูดของข้า! เ้านั่นแหละทำอะไร!!”
“ก็อยากรู้นี่นาว่าข้างในเป็ยังไง”
“ไม่มีใครบ้าพอจะมุดหัวเข้าไปดูหรอก!”
“เหรอคะ”
หญิงชราตัวสั่นเทิ้มหากรูริก็เพียงแต่ทำหน้างง
“แต่ว่า ข้างในกว้างมากแล้วก็สว่างดีด้วยนะคะ”
“หา?”
“คุณเชลซีก็ลองดูสิ”
เธอดันเชลซีที่ยังทำหน้างุนงงให้ไปยังรอยแยกเรืองแสง
อีกฝ่ายปฏิเสธเสียงแข็งแต่ความอยากรู้ก็ชนะไปได้ฉิวเฉียด หลังจากรีรออยู่ครู่หนึ่ง ก็กลั้นใจมุดหัวเข้าไป
“มองจากทางนี้ก็น่ากลัวจริงๆ แฮะ...”
เห็นเชลซีไม่มีหัวแล้วรูริจึงทำหน้าแหยด้วยเพิ่งเข้าใจว่าตอนตัวเองมุดนั้นเป็อย่างไร ไม่นานนักเชลซีก็ถอนศีรษะกลับมาด้วยสีหน้าตะลึง
“คุณเชลซี?”
เธอโบกมือตรงหน้าหญิงชราก่อนที่อีกฝ่ายจะได้สติ
“เป็ไรไหมคะ”
“อ้อ ไม่เป็ไรหรอก แต่ในิดหน่อยข้าไม่เคยนึกมาก่อนว่าข้างในจะเป็แบบนั้น”
“ไม่เคยเข้าไปดูจริงๆ เหรอคะ”
“คงเพราะมีคติฝังหัวไปแล้วว่าไม่มีทางเข้าไปได้อย่าว่าแต่ช่องมิติของข้าไม่ได้ใหญ่มาก ยังไงก็เข้าไปไม่ได้อยู่ดี”
รูริหยุดคิดเล็กน้อย
เธออยากลองเข้าไปทั้งตัว แต่ดูจากท่าทีของเชลซีแล้วก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า
ใจหนึ่งไม่อยากทำเื่เสี่ยงแต่เท่าที่ลองมุดหัวดูก็รู้แล้วว่ามีอากาศหายใจได้
“อืม อยากลองเข้าไปจังเลย ทำไงดีนะ”
ถ้าเข้าไปแล้ว ปากทางเกิดปิดออกมาไม่ได้จะทำยังไงดี
ความอยากรู้กับความกังวลปะทะกันอย่างสูสีให้เธอกุมขมับกลุ้มใจอยู่พวกภูตก็หัวเราะคิกคักขึ้นมา
‘ไม่ต้องห่วงหรอก’
‘เขาเรียกให้เ้าเข้าไปอยู่นี่ไง’
“เรียกให้เข้าไป....ใครเรียกเหรอ”
‘เข้าไปแล้วก็รู้เองแหละ’
เธอหันไปมองหน้ากับเชลซีก่อนจะสรุปได้ว่าถ้าพวกภูตรับรองแล้วก็คงไม่เป็ไรจริงๆเธอจึงทำรอยแยกให้ใหญ่ขึ้นแล้วกระโจนเข้าไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei