ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 19.1

             

            สองเท้าของสตรีโฉมงามและเด็กน้อยย่ำไปตามผืนป่าอันกว้างใหญ่การเดินทางรอนแรมแบบไร้จุดหมายดำเนินไปอย่างเชื่องช้าประหนึ่งหอยทากเดินขบวน

             

            ยามใดที่แสงแดดแผดเผาจนเหงื่อท่วมกาย หรือสองขาเริ่มประท้วงด้วยความเหนื่อยล้าเจียงลี่หยูก็จะล้วงมือเข้าไปในความว่างเปล่าหยิบเอาเศษใบไม้แห้งกรอบที่ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของออกมาส่งให้ลูกศิษย์ตัวน้อย

             

            กร้วม... กร้วม...

             

            เสียงเคี้ยวใบไม้ดังสลับกันไปมาทว่ารสชาติที่แผ่ซ่านในโพรงปากกลับเป็นความหวานฉ่ำของข้าวโพดต้มสุกใหม่ๆเมื่อกระเพาะอิ่มหนำและเรี่ยวแรงฟื้นคืน ทั้งสองก็ก้าวเดินต่อไปทำเช่นนี้วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนวันเวลาล่วงเลย

             

            กระทั่งแนวป่าเริ่มเบาบางลงภาพของกำแพงเมืองก่ออิฐสีมอซอขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาบ่งบอกว่าพวกนางได้รอนแรมมาจนถึงเมืองซานตง แห่งแคว้นโจวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

             

            เพื่อป้องกันไม่ให้รูปโฉมอันงดงามระดับเทพธิดาของตนเองและลูกศิษย์ไปสะดุดตาพวกมิจฉาชีพหรือขุนนางมักมากเข้าเจียงลี่หยูจึงจัดการรื้อเอาเศษผ้าคลุมเก่าๆมอซอมาคลุมทับศีรษะและใบหน้าของทั้งคู่เอาไว้มิดชิด ประหนึ่งผ้าขี้ริ้วห่อทองคำ

             

            บรรยากาศภายในเมืองซานตงคึกคักพอสมควรทว่าระหว่างที่เดินลัดเลาะไปตามแผงลอยริมทางหูของอดีตพนักงานออฟฟิศก็ดันไปรับฟังบทสนทนาซุบซิบนินทาของกลุ่มชาวบ้านเข้าอย่างจัง

             

            "พวกเจ้าได้ยินข่าวลือหรือไม่!วิหคเพลิงแห่งอุทยานหลวงจำแลงกายเป็นสตรีรูปงามล่มเมืองแล้วนะ! ซ้ำแคว้นต้าเฉียนนั่นกำลังจะจัดพิธีสมรสพระราชทานอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างองค์รัชทายาทกับวิหคเพลิงจำแลงด้วย!"

             

            เจียงลี่หยูลอบเบ้ปากอยู่ใต้ผ้าคลุมนัยน์ตากลมโตกรอกขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย

             

            'เหอะ...สัตว์เทพจำแลงกายเป็นคนได้แล้วมันน่าตื่นเต้นตรงไหนกัน ฉันที่เป็นแค่ห่านหน้าโง่ก็ยังกดสกิลสิงศพจำแลงกายเป็นสตรีงามล่มเมืองได้เหมือนกันนั่นแหละ!'

             

            หญิงสาวแค่นเสียงขึ้นจมูกไร้ซึ่งความอิจฉาริษยาต่อวาสนาอันสูงส่งของนกไฟนั่นแม้แต่น้อย

             

            'ใครจะอยากไปแต่งงานกับพวกรัชทายาทในวังหลวงให้ปวดสมองกันสู้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเป็นปลาเค็มตากแห้งนอนอืดรอวันเน่าเปื่อยอยู่กับยัยหนูหลินฮุ่ยโดยไม่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งมันยังจะมีความสุขประเสริฐกว่าเป็นไหนๆ'

             

            นัยน์ตากลมโตสาดส่ายสำรวจสภาพเมืองซานตงอย่างพินิจพิเคราะห์

             

            ถนนหนทางและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ดูทรุดโทรมและฝุ่นเขรอะบ่งบอกถึงร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่หลงเหลือเพียงเศษซากมันช่างห่างไกลจากความหรูหราอู้ฟู่ของเมืองหลวงที่เธอเคยจากมาลิบลับ

             

            'สภาพเมืองครึ่งๆ กลางๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่พลุกพล่านจนน่ารำคาญ เหมาะแก่การลงหลักปักฐานของปลาเค็มอย่างฉันที่สุด'

             

            สองเท้าภายใต้ชุดกระโปรงมอซอก้าวเดินนำลูกศิษย์ตัวน้อยลัดเลาะออกห่างจากใจกลางเมือง มุ่งหน้าสู่แถบชานเมืองที่ไร้ซึ่งผู้คนพลุกพล่าน

             

            กระทั่งพบเจอกับที่ดินรกร้างว่างเปล่าผืนหนึ่งซึ่งถูกโอบล้อมด้วยแนวป่าและลับตาคนอย่างสมบูรณ์แบบ

             

            เจียงลี่หยูชะงักฝีเท้าหันซ้ายแลขวาเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีสายตาของชาวบ้านคนใดจับจ้องมาก่อนที่มือเรียวขาวผ่องจะยื่นออกไปสัมผัสความว่างเปล่าเบื้องหน้า

             

            'เอาล่ะ...ได้เวลายกภูเขาออกจากอกเสียที!'

             

            วาบ!

             

            แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นบดบังทัศนียภาพชั่วพริบตา

             

            เมื่อแสงนั้นจางหายไปสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงโครงสร้างจนกลายเป็นเรือนปูนคอนกรีตเสริมเหล็กสุดหรูก็ถูกคายออกมาจากหน้าต่างโฮโลแกรมปรากฏกายขึ้นตั้งตระหง่านอยู่กลางที่ดินรกร้างอย่างหน้าตาเฉยประหนึ่งบ้านน็อกดาวน์สั่งประกอบที่ถูกนำมาวางแหมะทิ้งไว้แบบไม่เกรงใจกฎหมายผังเมือง!

             

            ยามค่ำคืนมาเยือนสองศิษย์อาจารย์กำมะลอจัดการยัดทะนานใบไม้แห้งกรอบทว่าอวลไปด้วยรสชาติหวานฉ่ำของข้าวโพดต้มลงกระเพาะจนอิ่มแปล้

             

            จากนั้นก็ทิ้งบั้นท้ายลงนอนหลับอุตุบนเตียงไม้กระดานเพื่อปล่อยให้ระบบชาร์จค่าพลังงาน SP ให้กลับมาเต็มหลอดดั่งเช่นทุกวัน

             

            เมื่อแสงตะวันของวันใหม่สาดส่องลอดหน้าต่างเจียงลี่หยูก็เริ่มปฏิบัติการผลาญค่ามานารายวันอีกครั้ง

             

            หญิงสาวจัดการลอกคราบชุดกระโปรงผ้าป่านสีซอมซ่อที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนหนาเตอะประหนึ่งแผนที่โลก ทั้งของตนเองและของลูกศิษย์ตัวน้อยโยนโครมเข้าไปดองในหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสง

             

            วิ้ง!

             

            นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนขยับจิ้มอากาศอย่างเพลิดเพลินกดคำสั่ง 'แก้ไข' รัวๆแบบไม่กลัวนิ้วล็อก

             

            เศษผ้าขี้ริ้วที่เคยเปื่อยยุ่ยจนแทบจะเอาไปทำผ้าเช็ดพื้นถูกรื้อโครงสร้างเส้นใยใหม่หมดจด บัดนี้มันแปรสภาพกลายเป็นชุดกระโปรงหรูหราที่ตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดีและแพรพรรณหายาก

             

            เนื้อผ้าพลิ้วไหวและทอประกายงดงามประหนึ่งชุดสั่งตัดพิเศษของพระชายาในวังหลวง

             

            'หึ... เสื้อผ้าพวกนี้ถ้านำไปเร่ขายในตลาด คงได้เงินมากพอจะเหมาเนื้อหมูสามชั้นมากินได้ทั้งตำบลแน่ๆ'

             

            ทว่าอารมณ์ศิลปินและความคันไม้คันมือของอดีตมนุษย์เงินเดือนยังไม่ยอมจบลงง่ายๆ

             

            สายตากลมโตหยาดเยิ้มเหลือบไปเห็นกิ่งไม้แห้งๆหน้าตาโง่เขลาที่หล่นร่วงอยู่หน้าประตูเรือนคอนกรีต

             

            เจียงลี่หยูเดินนวยนาดไปเก็บมันขึ้นมาแล้วสั่งโยนเข้าสล็อตช่องว่างในระบบหน้าตาเฉย

             

            วาบ!

             

            แสงสีฟ้าสว่างจ้า พร้อมกับค่าพลังงาน SPที่ถูกสูบฮวบออกไปเป็นค่าธรรมเนียม

             

            ไอคอนกิ่งไม้ไร้ค่าถูกระบบเล่นแร่แปรธาตุขั้นสุดยอดกลายสภาพเป็นปิ่นปักผมทองคำเหลืองอร่าม ประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดาสีสันแสบตาสลักลวดลายวิจิตรบรรจงประหนึ่งผลงานชิ้นเอกของช่างหลวงฝีมือฉกาจ

             

            สตรีผู้งดงามปานล่มเมืองจัดการสวมใส่ชุดแพรพรรณชั้นเลิศลงบนร่างอรชรอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเสียบปิ่นทองคำหนักอึ้งลงบนมวยผมสีดำขลับ

             

    คล้ายกับเรื่องห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง ที่คุณอ่าน