องค์ชายจื่อเหยาแม้จะรู้หัวใจตนเองว่ารักไป๋ลี่จิงเข้าให้แล้วนางไม่เพียงมีรูปโฉมงดงามยังมีความเฉลียวฉลาด
ความสามารถไม่ต้องพูดถึงเรียกได้ว่านางมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาหามีผู้ใดเทียบได้
เหนือสิ่งอื่นใดองค์ชายก็ถูกใจนางมากกว่าสตรีทุกคนที่พระองค์เคยรู้จักมาหากแต่พระองค์ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกกับนางตรงๆ พระองค์ดูไม่ออกว่านางมีใจให้หรือไม่คงต้องอาศัยเวลาจากนี้ให้มากหน่อยกระมัง
นางไม่ใช่สตรีที่ใครจะร่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดได้โดยง่าย องค์ชายอยากให้แน่ใจเสียก่อนว่านางมีใจตรงกันกับพระองค์อย่างไรเสียพระองค์ไม่มีทางที่จะบังคับจิตใจนางให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสตามคำสั่งพ่อแม่เป็อันขาด
หลังจากที่ไป๋ลี่จิงได้เหยี่ยวมานางก็ให้นางกำนัลสองพี่น้องคนสนิทคอยดูแลนางต้องออกไปที่ค่ายทหารทุกวันลงมือฝึกซ้อมทหารด้วยตนเองจนนางพอใจ
ยามนี้เมื่อไป๋ลี่จิงกลับมาถึงตำหนักนางอาบน้ำสวมใส่อาภรณ์ของสตรีมานั่งลงที่โต๊ะรับรองภายในสวนด้านหน้าตำหนักนางใจลอยหวนคิดนับย้อนวันเวลานี่ท่านพ่อจากไป
นับดูแล้วก็รวมครึ่งเดือนนางเริ่มไม่แน่ใจว่าจะปิดเื่การเสียชีวิตของท่านพ่อไปได้อีกสักกี่วันเมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงตัดสินใจว่าอีกสองวันนางจะต้องจัดการกับพวกฏแคว้นจ้าวให้สิ้นซากรอช้าไม่ได้อีกต่อไป
ระหว่างที่นางนั่งคิดแผนการในใจก็ได้ยินเสียงย้ำฝีเท้าหนักเข้ามานางมองไปตามเสียงเห็นเป็องครักษ์คนสนิทของเสด็จพี่รีบร้อนเดินเข้ามานางจึงะโเรียกเอาไว้
“ท่านมาหาเราใช่หรือไม่”
องครักษ์หนุ่มเดินมาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกล่าวรายงานว่า
“ทูลองค์หญิง...องค์ชายให้มาเชิญเสด็จไปที่ตำหนักเฟยเทียนตอนนี้ท่านอ๋องโจวทรงสิ้นพระชนม์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋ลี่จิงรีบลุกขึ้นเดินตามองครักษ์ตรงไปที่ตำหนักเฟยเทียนความรู้สึกหลายอย่างสับสนวุ่นวายภายในจิตใจของนางมาตลอดทาง
ด่านชายแดนเหนือจะขาดผู้นำไม่ได้ข่าวท่านอ๋องโจวสิ้นพระชนม์เสด็จพี่จื่อเหยาต้องรีบขึ้นรับตำแหน่งคราวนี้ข่าวการเสียชีวิตของท่านพ่อก็ไม่อาจปิดบังไว้ได้อีกต่อไป
เดิมทีที่นางคาดการณ์ไว้ว่าอีกสองวันจะเคลื่อนทัพคงเป็ไปไม่ได้เสียแล้วนางต้องเคลื่อนพลช้าสุดคือวันพรุ่งนี้ฉะนั้นคืนนี้นางต้องนำกำลังบุกเข้าค่ายศัตรูรอช้าไม่ได้
บรรยากาศภายในตำหนักเฟยเทียนเต็มไปด้วยความโศกเศร้าพระชายาทรงนั่งอยู่ที่ข้างพระศพของท่านอ๋องโจวพระนางทรงร้องไห้ปานจะขาดใจ
องค์ชายทรงประคองร่างพระนางไว้ปากก็ตรัสปลอบใจให้พระนางทรงคลายความเศร้าโศกเสียใจ
“เสด็จแม่โปรดถนอมพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อทรงเหน็ดเหนื่อยมามากให้พระองค์ได้ทรงพักให้สบายเทอญพ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋ลี่จิงมองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเ็ปครั้งแรกที่นางได้พบท่านอ๋องโจวนางก็ััได้ว่าพระองค์ทรงมีเมตตาต่อนางทรงมีพระราชหฤทัยงดงามเป็มหาบุรุษที่ทุกคนควรเอาเป็เยี่ยงอย่าง
ยิ่งคิดนางก็ยิ่งคับแค้นใจเหตุใดคนดีๆ ถึงจากไปเร็วนักส่วนคนเลวกระหายอำนาจพวกนั้นกลับยังลอยหน้าลอยตา์ชั่งไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยนางก่นด่าอยู่ในใจ
“เสด็จพี่...หม่อมฉันมาแล้วเพคะ”
องค์ชายทรงประคองพระราชมารดามาประทับที่เก้าอี้องค์ชายนั่งคลุกเขาลงข้างๆทรงซับน้ำตาที่พระพักตร์ให้กับเสด็จแม่อย่างเบามือองค์ชายมีดวงเนตรเศร้าหมองมีน้ำตาคลออยู่หากแต่ถูกเก็บกันไว้ไม่ให้ไหลออกมา
“หม่อมฉัน...เสียใจด้วยเพคะ”
เมื่อพระชายาพอจะตั้งสติระงับความโศกเศร้าลงได้บ้างไป๋ลี่จิงก้มลงคุกเข่าเข้าไปหาพระชายานางจับมือพระองค์ไว้เป็การให้กำลังใจ
“เสด็จแม่ไม่ต้องกังวลเื่บ้านเมืองหม่อมฉันกับเสด็จพี่จะช่วยกันไม่ให้ผู้ใดยึดครองไปได้เป็อันขาดหม่อมฉันรู้ว่าเวลานี้ไม่ค่อยเหมาะสมแต่เรารอช้าไม่ได้หม่อมฉันขอประทานอนุญาตนำกำลังโจมตีข้าศึกคืนนี้เพคะ”
ความเจ็บแค้นฝั่งลึกภายในใจที่สูญเสียคนในครอบครัวทำให้ทั้งสองพระองค์ไม่คัดคาดเื่ที่ไป๋ลี่จิงจะลงมือกระทำการคืนนี้พระชายาทรงเอ่ยปากอนุญาตก่อนองค์ชายเสียด้วยซ้ำ
“เราอนุญาต!เ้าจงไปทำหน้าที่ของเ้าในฐานะองค์หญิงให้เต็มที่เรายินดีสนับสนุนเ้าทุกเื่ขออวยพรให้เ้าได้รับชัยชนะกลับมา”
องค์ชายเองก็ไม่อาจทัดทานพระราชประสงค์ของเสด็จแม่อีกทั้งวันพรุ่งนี้พระองค์ต้องส่งสาสน์ถึงเมืองหลวง
และจัดการงานพระราชพิธีศพท่านอ๋องโจวในพระทัยขององค์ชายนั้นอยากจะต่อต้านแต่ก็ไม่สามารถทำได้พระองค์ทำได้เพียงทำตามที่ไป๋ลี่จิงบอกเท่านั้น
องค์ชายเดินออกมาส่งไป๋ลี่จิงที่หน้าตำหนักพระองค์ทรงยกมือขึ้นจับไหล่นางทั้งสองข้างดึงเข้ามากอดเอาไว้แนบกาย
ไป๋ลี่จิงเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใดนางคิดว่าองค์ชายน่าจะทรง้ากำลังจากใครสักคนโดยที่นางหารู้ไม่ว่าเวลานี้องค์ชายทรงเป็ห่วงนางยิ่งกว่าผู้ใด
“ไป๋ลี่จิงเ้าจงดูแลตัวเองให้ดี...อย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายมากเกินไป...เข้าใจหรือไม่?”
“หม่อมฉันจะดูแลตัวเองให้ดีเพคะเสด็จพี่ทรงวางพระทัย น้องจะนำชัยชนะกลับมาอย่างแน่นอนเพคะ”
ไป๋ลี่จิงรู้ตัวอีกทีนางก็ตอบรับโอบกอดองค์ชายกลับอย่างแแ่เช่นกันทั้งสองคนต่างถ่ายทอดกำลังใจให้ซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้ตัว นางค่อยๆดันองค์ชายออกห่างแล้วหันหลังเดินจากไป
ในใจนั้นเฝ้าถามตนเองว่าความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่ได้อยู่ในอ้อมกอดขององค์ชายมันคือความรู้สึกใดกันแน่?
คิดเท่าไหร่นางก็คิดไม่ออกด้วยนิสัยที่ไม่เก็บเื่ใดมาคิดให้มากความในเมื่อยังคิดไม่ออกนางก็สลัดมันออกไปจากหัวได้ทันที
นางเดินมาถึงหน้าประตูวังก็ะโสั่งให้ทหารเตรียมม้านางจะไปค่ายทหาร
ไป๋ลี่จิงเปลี่ยนชุดสตรีออกแล้วแต่งกายด้วยชุดของบุรุษสวมเกาะอ่อนไว้ด้านในเดินออกมาจากกระโจมตรงไปที่กองบัญชาการ
นางเรียกแม่ทัพนายกองเข้ามาประชุมด่วนไม่นานทหารทุกนายก็มาพร้อมหน้าเตรียมรอรับคำสั่งไป๋ลี่จิงบอกแผนการที่นางวางไว้กับแม่ทัพนายกองเมื่อได้รับคำสั่งก็รีบดำเนินการตามแผนทันที!
แผนแรกที่วางไว้คือนางจะเป็ผู้นำหน่วยทหารฝีมือดีและหน่วยยิงธนูยิงลูกดอกไฟชุบน้ำมันเข้าไปเผาเสบียงอาหารและคลังเก็บอาวุธของศัตรูจนได้รับความเสียหายทั้งหมด
แผนสองให้ทัพใหญ่ที่ตั้งรออยู่นอกค่ายเคลื่อนพลเข้าโจมตีใน่ที่ศัตรูกำลังแตกตื่นจากไฟที่ลุกไหม้
แผนการสุดท้ายนางมีคำสั่งเจาะจงให้จับตัวแม่ทัพใหญ่แม่ทัพน้อยของพวกฏแคว้นจ้าวให้ได้ ตัดหัวพวกมันเสียบประจานที่หน้ากำแพงเมืองในเช้าวันรุ่งขึ้น
ให้ทหารฝ่ายศัตรูอกสั่นขวัญไขว้และประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่ามันผู้ใดขึ้นเป็แม่ทัพอาสาออกรบมันผู้นั้นจะมีชะตากรรมเดียวกัน
กองทัพแคว้นเ้าถูกกองทัพแดนเหนือเข้าโจมตีโอมล้อมไว้เมื่อแม่ทัพน้อยใหญ่ถูกจับกุมตัวทหารทั้งหมดของแคว้นเ้าก็วางอาวุธยอมจำนนแต่โดยดี
ยุทธวิธีที่นางใช้ในสายตาผู้อื่นแม้นจะดูเหี้ยมโหดไร้คุณธรรมแต่นางไม่สนว่าใครจะคิดเช่นไรนางได้แก้แค้นให้กับท่านพ่อ
และทหารที่าเ็ล้มตายไปเป็จำนวนมากเ่าั้สำเร็จถือว่าคุ้มค่าสำหรับนางนี้เป็สิ่งที่ศัตรูสมควรได้รับ
ข่าวท่านอ๋องโจวสิ้นพระชนม์ถูกส่งรายงานมาที่เมืองหลวงพร้อมกับรายงานการเสียชีวิตของท่านแม่ทัพใหญ่ไป๋ทำให้ขุนนางพากันตื่นตระหนกว่าถ้าเป็เช่นนี้ไม่นานเมื่อด่านชายแดนเหนือแตกไม่ช้ากองทัพแคว้นจ้าวต้องเคลื่อนทัพมาถึงเมืองหลวงเป็แน่
ไป๋ลี่จิงมีคำสั่งให้นำตัวเหล่าแม่ทัพแคว้นจ้าวที่จับตัวมาเมื่อคืนไปมัดไว้ที่นอกกำแพงเมืองรอให้ถึงยามอู๋(11.00-12.59น.) จะเริ่มทำการปะาด้วยการตัดหัวและเสียบประจาน
ทหารเข้ามารายงานผลการรบเมื่อคืนให้องค์ชายจื่อเหยาทรงทราบ
“องค์หญิงซูหนี่ทรงพระปรีชาเอาชนะข้าศึกได้แล้วพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงให้กระหม่อมมาส่งข่าวและให้เชิญพระองค์เสด็จไปที่ค่ายทหาร”
องค์ชายได้รับฟังรายงานก็มีความปีติยินดีที่ไป๋ลี่จิงได้รับชัยชนะกลับมาเพียงแต่สงสัยว่าแล้วทำไมนางถึงไม่กลับมาที่วังจึงตรัสถามต่อว่า
“องค์หญิงปลอดภัยดีหรือไม่?”
“องค์หญิงทรงปลอดภัยดีพ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วเหตุใดนางถึงไม่มาด้วยตัวเอง”
“องค์หญิงยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจพ่ะย่ะค่ะ”
“ภารกิจใดกัน...ไหนเ้าจงบอกเรามาสิ”
“องค์หญิงทรงกำชับกระหม่อมให้ทูลองค์ชายว่าเมื่อองค์ชายเสด็จมาถึงจะทรงทราบเองรีบเสด็จเทอญพ่ะย่ะค่ะจวนได้เวลาแล้ว”
องค์ชายเสด็จมาที่ค่ายทหารตามคำเชิญของไป๋ลี่จิงอดสงสัยไม่ได้ว่านางมีเื่ใดถึงเร่งร้อนเช่นนี้ทหารเชิญเสด็จองค์ชายขึ้นไปประทับที่บนกำแพงเมือง
องค์ชายมองออกไปที่นอกกำแพงเมืองด้านล่างมองจากระยะไกลเห็นคนสวมชุดทหารฝ่ายตรงข้ามจำนวนเกือบสามสิบคนเห็นจะได้ถูกมัดให้นั่งคลุกเขาตากแดงมีเพชฌฆาตถือดาบรอสำเร็จโทษ
องค์ชายทรงแปลกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่ามันเื่อะไรกันขณะที่พระองค์หันหน้ามาเพื่อจะทรงตรัสถามก็เห็นไป๋ลี่จิงกำลังเดินเข้ามานางเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆพระวรกาย
องค์ชายเมื่อเห็นสีหน้าของไป๋ลี่จิงก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นแต่พระองค์ก็ยังทรงใจเย็นตรัสถามว่า
“นี้มันเื่อะไรกัน? น้องพี่...เ้ากำลังคิดทำสิ่งใด”
ไป๋ลี่จิงไม่หันมามองสบตามองค์ชายแม้แต่น้อยสายตาจับจ้องไปที่แดนปะาที่อยู่ตรงหน้านางตอบองค์ชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เสด็จพี่จำที่น้องเคยพูดเื่แผนการนั้นได้หรือไม่?ว่าเมื่อถึงเวลาเสด็จพี่ห้ามใจอ่อนเป็อันขาดแผนการนี่จำเป็ต้องกระทำให้ได้เพื่อราษฎรจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็สุขเพคะ
ขอเสด็จทรงมีรับสั่งปะาเชลยศึกเหล่านี้แล้วตัดหัวพวกมันเสียบประจานด้วยเพคะ"
องค์ชายถึงกับมือไม้แข้งขาอ่อนแรง ไม่คิดว่าแผนที่นางบอกคือการสั่งปะาคนจำนวนมากเช่นนี้จะทำเช่นไร!
“เราทำไม่ได้ เราไม่อาจสั่งปะาพวกเขาได้เ้าบ้าไปแล้วหรือไป๋ลี่จิง เ้าจะให้เราถูกประณามว่าเป็คนโเี้อย่างนั้นหรือ?”
ไป๋ลี่จิงตอบองค์ชายด้วยน้ำเสียงเ็า“ใช่แล้วเพคะ เป็เช่นนั้นหม่อมฉัน้าให้ชื่อเสียงของท่านอ๋ององค์ใหม่ของด่านชายแดนเหนือมีความโเี้ไร้ซึ่งความปรานีเพคะ”
เมื่อทรงได้ยินคำตอบองค์ชายแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าสิ่งที่ได้ยินจะออกมาจากปากสตรีที่พระองค์หลงรักยกให้นางเป็ผู้ควบคุมบ้านเมืองและหัวใจของพระองค์
“หัวใจเ้าทำด้วยอะไรไป๋ลี่จิงคนพวกนี้แม้มีความผิดสมควรถูกปะาแต่เมื่อเขายอมแพ้แล้วเ้าก็ความไว้ชีวิตพวกเขามิใช่หรือ”
"ยอมแพ้หรือเพคะพวกมันไม่ได้ยอมแพ้แต่พวกมันแพ้ให้กับหม่อมฉันเพคะพระองค์ทรงทราบดีว่าพวกมันโเี้เพียงใด ทหาราเ็ล้มตายไปเท่าไหร่
แล้วที่เสด็จพ่อของพระองค์ต้องสู้รบมาทั้งชีวิตก็เพราะใจอ่อนกับพวกมันมากเกินไปพวกมันไม่เคยเกรงกลัวสิ้นคนเก่าก็มีคนใหม่ขึ้นมาแทนที่หากพระองค์้าหยุดพวกมันพระองค์ต้องทรงเชือดไก่ให้ลิงดูเพคะ"
ไป๋ลี่จิงรู้ดีว่าองค์ชายทรงมีน้ำพระทัยเมตตาเหมือนกับเสด็จพ่อของพระองค์แต่การจะกำจัดพวกชั่วช้าที่กระหายเงินทองลาภยศพวกนี้ให้สิ้นซาก
นางจำเป็ต้องทำให้องค์ชายมีชื่อเสียงที่โเี้น่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้ามาต่อกรถึงจะสามารถปกป้องแผ่นดินนี้ของพระองค์ให้สืบทอดต่อไปได้อย่างยาวนานนางจำต้องบีบบังคับให้องค์ชายทรงมีรับสั่งให้ได้
“เสด็จพี่เพคะหากเสด็จพี่ไม่ทรงรับสั่งน้องจะเป็คนสั่งเอง ไม่ว่าอย่างไรพวกมันก็ต้องตายเพคะ”
นางเป็เพียงสตรีจะแบกรับคำครหาว่าเป็คนจิตใจโเี้ได้อย่างไรนางยอมเสี่ยงชีวิตยกทัพไปขับไล่ข้าศึกแทนก็นับว่ามากพอแล้ว
องค์ชายหมดหนทางจำต้องออกรับสั่งให้ปะาตัดหัวเสียบประจานสิ้นกระแสรับสั่งพระองค์ก็เสด็จกลับทันที
การพบกันครั้งแรกขององค์รัชทายาทหลี่อี้เฟิงกับองค์หญิงโจวซูหนี่
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM
ebook วางจำหน่ายแล้วนะคะ https://www.mebmarket.com/ebook-239246-