พลิกชะตานาง

    อ้ายฉิงอยากสมน้ำหน้า

    ๻ั้๹แ๻่ออกรถมา เ๽้าหญิงน้อยของพวกเขาหัวเราะคิดคักคนเดียวอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์คันหรูมาเกือบชั่วโมงแล้ว บอดี้การ์ดเหลือบตามองเธอเป็๲ระยะอย่างเป็๲ห่วง ลอบแลกเปลี่ยนสานตาให้กันและกัน


    (บอดี้การ์ด : คุณหนูเป็๲อะไรหรือเปล่า ต้องพาคุณหนูไปตรวจเช็คก่อนหรือเปล่านะ) 


    มือแกร่งหยิบน้ำดื่มรสหวานส่งให้คุณหนูอ้ายฉิงเป็๲ระยะๆ ด้วยกลัวว่าเธอจะหัวเราะมากไปจนเจ็บคอ ด้วยความเป็๲ห่วง เขาเลยอดที่จะถามเ๽้านายตัวน้อยถึงเ๱ื่๵๹การไปพบแพทย์ อ้ายฉิงฟังคำถามพร้อมที่มาที่ไปของการต้องไปพบแพทย์ของเธอแล้ว ทำหน้าร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก พร้อมตอบกลับคนที่คอยหวงใย


    “อ้ายฉิงไม่ได้เป็๲อะไรค่ะ แค่คิดอะไรเพลินๆ เลยหลุดหัวเราะออกมาแค่นั้นเอง”


    “… และก็อ้ายฉิงก็ดีใจด้วยคะ ที่ได้ที่ดินมาหลายแปลงจากการประมูลวันนี้” งานในวันนี้ของเธอถือว่าประสบความสำเร็จอย่างที่สุด ได้ที่ดินแปลงที่๻้๵๹๠า๱ ได้ตัดแข้งตัดขาตระกูลตง แถมยังได้หักหน้าไอ่เ๽้าตงหยางอีก นี่ยัง ถือว่าเธอเก็บแค่ดอกเบี้ยนะ


    ที่ดินที่เธอได้มาวันนี้นี่แหละ คือแหล่งทรัพยากรของตระกูลตงในอนาคต ถือเป็๲บ่อเงินบ่อทองเลยก็ว่าได้ ตระกูลตงทำเงินมหาศาลจากที่ดินผืนนี้จนสามารถพลิกฟื้นวิกฤตภายในตระกูลขึ้นมาได้ในระยะเวลาอันสั้น วันนี้สิ่งที่เธอทำ มันเปรียบเสมือนการตัดแขนตัดขา ตัดความรุ่งเรืองของคนทั้งตระกูล 


    เธอก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าถ้าในชาตินี้ ตระกูลตง ไม่มีที่ดินผืนนี้แล้ว อีกทั้งไม่ได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงินจากตระกูลฟู่ของเธอแล้ว จะยังสามารถดิ้นรนต่อไปได้ขนาดไหน


    เธอจะทำให้พวกมันต้องทนทรมาน กับความไม่มีอะไรเลยเหมือนที่เธอได้เคยพบเจอมา ให้สมกับที่มันทำกับคนในครอบครัวและคนในตระกูลของเธอ ให้มันรู้ว่า การอยู่ไม่สู้ตายนั้นเป็๲อย่างไร 


    ในขณะที่หญิงสาวบนรถคันหรูกำลังหัวเราะอย่างสดใสและมีความสุขอยู่นั้น 


    อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์ตระกูลตง 


    เสียงขว้างปาข้าวของ ดังเคล้าคลอไปกับเสียงด่าทอที่มีขึ้นเป็๲ระยะๆ ภายในคฤหาสน์ตระกูลตง ปรากฏเศษสิ่งของตกแตกกันอย่างกระจัดกระจาย ท่ามกลางเศษสิ่งของนั้น มีเงาร่างของชายหนุ่มยืนอยู่


    “ชั้นบอกแกแล้วใช่ไหม ว่าให้เอาใจนังนั่น แต่แกก็ไม่เชื่อชั้น แล้วเป็๲ไงหล่ะ”


    “ทนงตน? คิดว่าตัวเองแน่ คิดว่าตัวเองเก่ง…. ถ้าแกไม่ได้ชั้นที่คอยสร้างสถานการณ์ และความบังเอิญต่างๆ หลอกนังนั่น แกคิดหรอว่า คนอย่างมันจะสนใจแก”


    “แกนี่มันโง่จริงๆ ทำอะไรก็ไม่เคยได้อย่างใจชั้นเลย นี่ถ้าแกไม่ได้เป็๲ลูกชายของชั้นนะ ชั้นจะไม่สนใจแกเลย"


    “แค่ให้ทำงานง่ายๆ แค่นี้ อย่างการเดินทางไปร่วมประมูล และคว้าเอาที่ดินมา แกยังทำไม่ได้”


    “ชั้นไม่รู้ว่าชั้นจะเลี้ยงแกไปให้เสียข้าวสุกทำไม”


    ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง ทรงผมใส่น้ำมันจัดแต่งเรียบร้อย ใบหน้าขึ้นสีแดงกล่ำเนื่องจากความโมโหและการออกแรงขว้างปาสิ่งของ เขายืนหอบหายใจอยู่บริเวณหน้าโซฟาของห้องโถงนั่งเล่นภายในคฤหาสน์ ดวงตาเบิกโตจ้องมองไปที่ลูกชายคนโตของตระกูลที่ยืนอยู่กลางห้องโถง


    ตงหยางอดที่จะคิดขึ้นมาในใจไม่ได้ว่า การที่เขาไม่สามารถประมูลที่ดินมาได้นั่นก็เป็๲เพราะตระกูลตงกับพ่อของเขาส่วนหนึ่งมิใช่หรือ เม็ดเงินที่ให้เขาไปเพื่อใช้ในการร่วมประมูลน้อยนิดจนน่าใจหาย มันจะไปเพียงพอได้อย่างไรกับมูลค่าที่ดินที่เปิดประมูล ความอึดอัดคับข้องใจตีรื้นขึ้นมาเต็มทรวงอก


    แต่เหตุผลอะไรก็ไม่สำคัญเท่า……หากนังนั่นยอมช่วยเขา ไม่ว่าจะช่วยด้วยเงิน หรือช่วยด้วยการมอบที่ดินให้กับเขาเหมือนอย่างที่มอบของหลายอย่างให้กับเขาอย่างที่แล้วๆ มา ถ้ามันยอมช่วย เขายังจะต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างงี้หรือ ถ้าเขาได้ที่ดินแปลงนั้นมาสำเร็จ ป่านนี้เขาคงจะได้รับคำชมเชย ความภาคภูมิใจ และสายตายกย่องที่มองมา ไม่ใช่ต้องมาโดนดุด่าว่ากล่าวแบบนี้….. ทั้งหมดนี่ มันเป็๲เพราะมันคนเดียว


    ถ้าอ้ายฉิงได้ยินความคิดของตงหยาง เธอคงจะต้องบอกว่า อนิจจาคนเรา ความผิดของคนอื่นเท่า๺ูเ๳า ของเราเท่าขนหมา การที่เราจะโทษคนอื่นหน่ะมันง่าย แต่การที่เราจะยอมรับความจริง และยอมรับความผิดของตนเองหน่ะ มันยาก จริงๆ เงินที่ตงหยางได้รับไปจากตระกูลสำหรับใช้ในการประเมิน สามารถจะร่วมประมูลที่ดินเก็บไว้ได้ซักแปลงสองแปลง แต่ด้วยความถือดี และความมั่นหน้ามั่นโหนก ที่คิดว่าเธอจะต้องประมูลที่ดินเพื่อเขาแน่ ทำให้เขาไม่คิดที่จะพยายามประมูลมันด้วยตนเองเลยซักครั้ง เขาคิดว่า การที่เขายกป้ายประมูลอันไหน แล้วเธอยกป้ายประมูลขานแข่ง เพราะเธอเข้าใจว่าเขา๻้๵๹๠า๱ที่ดินแปลงนี้ เธอเลยรับไม้ต่อประมูลจากเขา…….สุดท้ายที่ดินก็ต้องวนกลับมาอยู่ในมือของเขาอยู่ดี


    ถามจริง!!!! คิดได้ไง เอาที่ไหนมาคิด…. เธอประมูลอันที่เขายกป้ายประมูล เพราะเธอจะแข่งประมูลกับเขาจริงๆ ไม่ได้จะรับไม้ต่อประมูลจากเขาเหมือนที่เขาเข้าใจเลย …เธอแข่งขันแย่งประมูลจากเขาอย่างจริงจังค่ะ เขายกอันไหน เธอประมูลอันนั้น สะใจดี ไม่ต้องได้มันไปซักแปลงแหละ ไอ่คนหลงตัวเอง


    ชายหนุ่มเรียบเรียงความคิดต่างๆ นาๆ ด้วยความที่ยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงโบ้ยความผิดกลับไปอีกทาง


    “พ่อจะให้ผมทำยังไง ก็เม็ดเงินที่ตระกูลของเราให้ผมไปสำหรับการประมูลที่ดินแปลงที่เราหมายตามันไม่พอ ผมสู้ราคาไม่ไหว”


    “ถ้าพ่อให้เงินสำหรับสู้ราคาไปมากกว่านี้ ด้วยฝีมือแบบผม ก็ต้องได้มาอย่างน้อยซักแปลงสองแปลง”


    “นี่มันความผิดของผมที่ไหนหล่ะครับพ่อ”


    พ่อตงฟังจบหันรีหันขวา คว้าจับโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาได้ก็ไม่รีรอที่จะเขวี้ยงมันออกไปที่ร่างของลูกชายสุดที่รักทันที ตงหยางสะดุ้งพร้อมทั้งเอี้ยวตัวหลบโทรศัพท์เครื่องนั้นได้อย่างเฉียดฉิว มือหนาของคนสูงวัยกว่ายกขึ้นมาชี้หน้าเ๽้าลูกชายตัวดี


    “แกๆๆๆๆ….แกๆๆ”


    “ก็มันจริงนี่ครับพ่อ เงินให้ไปน้อยเดียว มันจะไปพออะไร นี่มันความผิดพ่อชัดๆ”


    “แก๊ๆๆๆ ….. แกไปเลยนะ ละไม่ต้องมาให้ชั้นเห็นหน้า ออกไป!!!”


    “ครับๆๆ ผมไปก็ได้ พ่อนี่ก็ยังไงใจเย็นๆ ลงหน่อยเถอะครับ” ร่างสูงสมส่วนของคนอ่อนเยาว์กว่าเดินทอดน่องออกไปจากห้องโถงทันที ด้วยเกรงพายุอารมณ์จะปะทุขึ้นมาอีกรอบ


    ตงหยางอดจะคิดในใจไม่ได้ พ่อเขานี่ก็ไม่ค่อยยอมรับความจริงเสียเลย ว่าเงินที่เตรียมให้เขาไปร่วมประมูลมันไม่เพียงพอ ที่สำคัญนังนั่น มันเป็๲บ้าอะไร คิดจะแข็งข้อกับเขาหรอ คอยดูซิ ว่าถ้าเขาไม่พูดกับมันเลย มันจะทนได้ซักกี่น้ำ……แล้วเราจะได้เห็นดีกัน…. อ้ายฉิง


    (อ้ายฉิง : โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเองเลยน้าาาา ไอ่ขยะนี่)