ในชั่ววินาทีที่ถังซิ่วกลิ้งตัวไปด้านหน้าก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่มีเส้นหวายที่หนาเท่าถังใบหนึ่งได้ฟาดมาทางเขา หากว่าเขาไม่ได้รีบกลิ้งตัวหลบออกไปก็คงจะต้องถูกมันฟาดลอยออไปอย่างแน่นอน
"ฮิส...ฮิส"
หลังจากล้มเหลวในการเหวี่ยงถังซิ่วออกไปก็เป็นตอนที่มีเสียงหนึ่งส่งออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว สิ่งที่จู่ๆก็แอบโจมตีเขานั้นคือร่างของอสรพิษร่างยักษ์ซึ่งการโจมตีของมันนั้นไม่เพียงแต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่เขาได้แต่มันยังได้รับบาดเจ็บที่ตาซึ่งเกิดจากการเตะกองไฟของเขาราวกับว่าเขาได้ยั่วยุความโกรธของมัน ร่างกายของมันได้ยกตัวขึ้นเหนือากาศสูงราวกับว่ามันกำลังโบยบิน ปากของมันพ่นหมอกสีแดงเข้มซึ่งปกคลุมพื้นที่โดยรอบกว่าสิบเมตรเอาไว้พลางพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วดุจดั่งลูกศร
ถึงแม้ว่าเขาจะกลั้นลมหายใจเอาไว้แต่ทว่าเขาก็ยังคงรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่พักหนึ่ง หมอกสีแดงได้กลายเป็นพิษที่รุนแรงซึ่งมันไม่จำเป็นต้องเข้าไปในร่างกายโดยการหายใจแต่สามารถเจาะผ่านชั้นผิวหนังของมนุษย์ได้ เขาไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาทั่วไปซึ่งตอนนี้ตัวเขาพยายามที่จะคิดหาหนทางในการระมัดระวังการโจมตีจากมันดังนั้นการกลั้นลมหายใจของเขามันดีมากก็จริงแต่ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้ก็ทำให้เขาไม่สามารถที่จะปิดกั้นรูขุมขนของตัวเองได้
ระหว่างที่กลิ้งไปมาเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของอสรพิษตัวนั้น ตัวเขาได้หยิบเอากริชสามแฉกออกมาจากกระเป๋านักเรียนและแทงเข้าที่ด้านหลังของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง แม้ว่าเขาจะสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายได้อีกครั้งแต่เขากลับมีสีหน้าที่ดูน่าเกลียดอย่างมาก แม้ว่าเขาจะยังคงปิดปากและปิดจมูกพร้อมอาศัยพลังใจในการกลั้นหายใจหลังจากการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงแต่รูขุมขนบนร่างกายของเขาก็เปิดออกและทำให้หมอกพิษซึมเข้าไปในร่างกายของเขาและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"ให้ตายเถอะ ฉันต้องรีบจัดการเจ้านี่โดยไวไม่เช่นนั้นฉันจะต้องเป็นคนที่ตายอยู่ที่นี่!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพิษที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขาก็ทำให้แววตาของเขากลายเป็นเย็นยะเยือกพลางมีสีหน้าท่าทางที่เคร่งขรึม หลังจากนั้นเองที่เขาได้คว้าสมุนไพรออกมาจำนวนมากและเคี้ยวมันพลางก้าวลงไปยังกองไฟ ระหว่างที่เขากำลังทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่เท้าของเขาเนื่องจากการยืนบนกองไฟก็ทำให้เขาจ้องมองออกไปทางร่างของอสรพิษตัวนั้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ก่อนหน้านี้ถังซิ่วมาที่หมู่บ้านหินล้อมนี้ก็เพื่อตามหาสัตว์ร้ายแต่เขาไม่ได้คาดการณ์เกี่ยวกับอันตรายและความเสี่ยงที่เกิดจากสัตว์ร้ายและงูหลามนี้ เห็นได้ชัดแล้ว่วามันเกินกว่าความเสี่ยงที่เขาคาดไว้และเขาไม่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้แม้แต่น้อย เขาเคยชินกับการมีพลังภายในดินแดนแห่งนิรันดร์จึงทำให้เขามั่นใจในการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายดังนั้นเขาจึงยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
โชคดีที่ถังซิ่วได้เลือกนำเอาสมุนไพรบางชนิดที่มีฤทธิ์ในการล้างพิษติดตัวมาด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกวางยาพิษ ถึงแม้ว่าสมุนไพรเหล่านี้จะไม่สามารถกำจัดสารพิษภายในร่างกายของเขาได้แต่ก็สามารถยับยั้งได้ชั่วคราว เหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้เหยียบลงบนกองไฟนั้นมันไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาต้องการทรมานตัวเองแต่เป็นเพราะเขาถูกบีบบังคับให้ทำเช่นนั้น กองไฟนั้นมีอิทธิพลกับพิษสีแดงนี้อย่างเห็นได้ชัดเพราะว่ามันไม่มีหมอกพิษสีแดงอยู่รอบกองไฟเลย
"ฮิส! ฮิส!"
งูหลามดำตระหนักได้ถึงเจตนาของถังซิ่วเป็นอย่างดีก่อนที่จะใข้หางของมันฟาดไปทางเขาอย่างรุนแรง ภายในดวงตาของมันแสดงให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างชัดเจนขณะที่ถังซิ่วได้กระโดดขึ้นไปในอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายก่อนที่จะตามมาด้วยเสียง ‘ตู้ม’ กองไฟได้ลอยขึ้นไปในอากาศโดยไม่มีไม้ชิ้นไหนเหลือไฟติดอยู่เลย กลับกลายเป็นว่าอสรพิษตัวนั้นพุ่งเป้าไปที่กองไฟบนพื้นดินไม่ใช่ตัวของถังซิ่ว
"สัตว์ชั่วร้าย ดูเหมือนว่าแกจะเข้าสู่ขั้นการรวมวิญญาณแล้วสินะ ฉันจะไม่ยอมให้แกมีชีวิตอยู่ได้!"
เมื่อได้เห็นถึงความฉลาดดังกล่าวจากงูนั้น ถังซิ่วก็แสดงออกถึงความตกใจและแสดงสีหน้าท่าทางที่หวั่นเกรงออกมา จิตสังหารที่รุนแรงได้พวยพุ่งออกมาจากตัวเขา
ตั้งแต่ถังซิ่วสามารถซ่อนตัวอยู่ภายในกองไฟได้ เขาก็สามารถป้องกันการโจมตีของงูที่ทำลายกองไฟได้ ด้วยประสบการณ์การต่อสู้อันยาวนานของเขาก็ทำให้เขาได้หลบเลี่ยงการโจมตีของงูหลามดำและในขณะเดียวกันก็พลิกตัวและแทงกริชสามแฉกของเขาเข้าไปใต้หัวของมันลึกเข้าไปถึงเจ็ดนิ้ว งูดำที่น่าสงสารซึ่งกำลังตกใจหลังจากที่ทำลายกองไฟนั้นกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างกะทันหันจนทำให้ร่างกายของมันแข็งค้างไป
ถังซิ่วดึงมีดออกมาและแทงซ้ำไปซ้ำมา หลังจากโดนแทงซ้ำไปถึงสามครั้งก็ทำให้มันเพิ่งจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงขณะที่ม้วนตัวและพลิกหางของมันเพื่อพยายามโอบรัดเขา ตอนนี้เขาได้ทำแผลขนาดเจ็ดนิ้วไว้ใต้ศีรษะของอสรพิษตัวนั้นจึงทำให้เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลของมันอย่างต่อเนื่อง
ถังซิ่วนั้นได้ศึกษาวิชาเชื่อมต่อศิลปะแห่งสวรรค์มานับไม่ถ้วนในหลายชาติในอดีตของเขาถึงขั้นที่ฝังแน่นจนกลายเป็นสัญชาตญาณของเขา สิ่งสำคัญแรกนั่นคือแก่นวิญญาณที่หลั่งออกมาจากแผลนั้นถือเป็นส่วนสำคัญมากๆ เขาไม่อยากที่จะพลาดมันแม้เพียงนิดเดียวถึงได้อ้าปากงับไปที่บาดแผลของมันเพื่อดูดเอาแก่นวิญญาณออกมาด้วยความไวดุจสายฟ้า ในขณะเดียวกันมือนี้เองที่มือของเขาได้ยึดร่างกายของอีกฝ่ายเอาไว้มั่นเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลุดออกจากตัวของมัน
งูหลามตัวนี้ไม่ได้คาดคิดเลยว่าการต่อสู้กำลังจะจบลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้และมันอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เมื่อตระหนักว่ามันกำลังเสียความได้เปรียบในการต่อสู้กับมดเช่นนี้และถึงขั้นเป็นภัยอันตรายต่อชีวิตของมันก็ทให้มันรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมากก่อนที่จะตามมาด้วยเสียง ‘ตู้ม’ หางของมันได้ฟาดไปที่แขนของถังซิ่ว ด้วยความเจ็บปวดนั้นทำให้ใบหน้าของเขาถึงกับบิดเบี้ยวซึ่งในความเป็นจริงแล้วหางของมันได้พุ่งเป้าไปที่ศีรษะของเขาแต่ตัวเขาก็ไม่ลังเลที่จะเบี่ยงศีรษะหลบออกไปด้านข้างเพื่อหลบการโจมตีนี้
"สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะไม่สามารถจัดการแกได้!"
เห็นได้ชัดว่างูหลามตัวนั้นได้หักแขนของเขาแล้ว เขาทำเพียงแค่อดทนอยู่กับความเจ็บปวดพร้อมเผยแววตาที่ดุร้ายออกมา เขาคาบมีดเอาไว้ในปากของตัวเองก่อนที่จะแทงเข้าที่แผลก่อนหน้านี้ของอีกฝ่าย เมื่อมีดนี้แทงเข้าไปก็ทำให้เขาเริ่มการดูดซับแก่นวิญญาณของอีกฝ่ายอีกครั้ง
ภายใต้ความเจ็บปวดนี้เองที่งูหลามดำได้กลิ้งไปมาพร้อมพ่นความพิษสีแดงออกมาทั่วทุกที่ เมื่องูหลามดำได้สะสมพลังเอาไว้เพื่อเตรียมใช้หางของมันโจมตีที่ถังซิ่วอีกครั้งก็ทำให้เขาโกรธจัดพร้อมทั้งใช้ปากของเขาเพื่อหมุนกริชเข้าไปภายในร่างของมัน เมื่ออยู่ภายใต้การเคลื่อนไหวของมีดนี้ก็ทำให้พลังที่สะสมไว้ของมันหายหมดไปในทันทีราวกับว่าการโจมตีของมันได้ถูกหักล้างไปแล้ว
เมื่อรู้ว่าหางของมันไม่สามารถโจมตีถังซิ่วได้ก็ทำให้มันคลุ้มคลั่งพร้อมเอาร่างกายฟาดไปตามหินและต้นไม้ ถังซิ่วได้สังเกตเห็นสภาพแวดล้อมอย่างรอบคอบแล้วจึงรีบแอบและหลบทุกครั้งที่งูนั่นพยายามจะฟาดเขาเข้ากับก้อนหินหรือต้นไม้ เขาพยายามที่จะลดความเสียหายทางร่างกายให้ได้มากที่สุดในขณะเดียวกันที่กำลังดูดเอาแก่นวิญญาณออกมาจากตัวมัน
เมื่อถังซิ่วดูดเอาแก่นวิญญาณมันออกมาแล้ว งูหลามดำนั้นรู้สึกเหมือนว่าร่างกายของมันกำลังอ่อนแอลงอย่างมาก ในที่สุดเมื่องูดำดูเหมือนจะรู้ว่าชะตาชีวิตของมันอาจจะสิ้นสุดลงแล้วก็ทำให้มันล้มเลิกความคิดที่จะต่อสู้อย่างดุเดือดแต่ขยับตัวและพุ่งตัวอย่างรุนแรงตรงไปยังทิศทางที่เฉพาะเจาะจง
เมื่อร่างของถังซิ่วบินขึ้นไปในอากาศ เขาก็ตื่นตระหนกอย่างมากพร้อมใบหน้าของเขาที่ซีดลง ปรากฏว่าคราวนี้งูนั้นไม่ได้คิดจะชนกับหินหรือต้นไม้ไปพร้อมกับร่างกายเขาอีกแล้วแต่มันกำลังพุ่งไปที่เนินเขาเพื่อกระโดดลงไป
งูหลามดำเหมือนว่าจะตระหนักแล้วว่ามันไม่สามารถทำอะไรถังซิ่วได้และแม้กระทั่งมันก็อาจสูญเสียชีวิตของมัน มันไม่ลังเลที่จะเลือกที่จะพินาศไปพร้อมกับถังซิ่ว
"นี่ฉันจะต้องตายไปพร้อมไอ้งูนี่งั้นหรือ?"
ในขณะที่กำลังได้ยินเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาในหูของเขาและมองพื้นที่เต็มไปด้วยความมืดมิดก็ทำให้ความรู้สึกสิ้นหวังพุ่งออกมาจากภายในจิตใจของเขา
"ไม่! ในที่สุดก็ได้กลับมาที่โลกใบนี้แล้ว ฉันได้อยู่กับแม่แล้ว ฉันจะต้องรอด!"
ในชั่วขณะต่อมานี้เองที่ถังซิ่วได้ปรับอารมณ์ของเขาพร้อมแววตาที่แน่วแน่ เขาหยิบเอากริชออกมาและในวินาทีต่อมานี้เองที่เขาดึงตัวเองออกจากร่างของงูหลาม
ในตอนนี้นั้นมันไม่เหลือแรงพอที่จะต่อต้านอะไรได้อีกแล้ว มันได้แต่ทนมองดูเขาสร้างบาดแผลร้ายแรงบนร่างของมัน อย่างไรก็ตามความตึงเครียดได้ปรากฏบนใบหน้าของเขาเพราะว่านอกเหนือจากการแทงเจ็ดนิ้วในช่วงก่อนหน้านี้นั้นตัวเขาก็ไม่สามารถที่จะสร้างบาดแผลใดๆให้กับอีกฝ่ายได้เลย
ถังซิ่วตระหนักแล้วว่าวันนี้นอกเหนือจากรอยแผลที่สร้างขึ้นโดยบังเอิญและการรับมือกับงูนี้อย่างไม่ได้เตรียมการนั้น ไม่เพียงแค่การที่เขาจะไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับมันได้แต่มันอาจที่จะทำให้เขาต้องเสียชีวิตได้ เขาเหม่อลอยอยู่พักหนึ่งซึ่งตัวเขาตกลงมาพร้อมกับร่างของงูตัวนี้กว่าหนึ่งร้อยเมตรแล้ว เขาสามารถมองเห็นตีนเขาได้อย่างเลือนรางแล้ว
"ร่างกายของฉันตอนนี้ไม่ต่างกับร่างกายของมนุษย์ การตกลงจากที่สูงด้วยความเร็วระดับนี้จะต้องทำให้ร่างของฉันกลายเป็นเศษชิ้นเนื้ออย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นว่าร่างกายของเขากำลังใกล้จะถึงพื้นเรื่อยๆแล้วก็ทำให้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
ดวงตาของเขาคมกล้าดุจดั่งนกอินทรีที่กวาดสายตามองอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะหาโอกาสรอด เขามองไปที่พื้นดินเบื้องล่างพร้อมมองเห็นได้เพียงแค่ก้อนหินเท่านั้น มันไม่มีต้นไม้หรือหนองน้ำใดๆถึงได้ทำให้เขาแทบที่จะตกอยู่ในความสิ้นหวัง
เมื่อเขากำลังคิดว่าความตายกำลังใกล้เข้ามาแล้วก็เป็นตอนที่น้ำฝนตกลงมากระทบใบหน้าของเขาอย่างนุ่มนวลและทำให้เขาได้แต่เหม่อลอยไป อยู่ดีๆฝนจะตกลงมาได้ท่ามกลางท้องฟ้าที่แจ่มใสได้อย่างไร ความรู้สึกงงงวยนี้อัดแน่นไปทั้งดวงตาของเขาขณะที่เขาแหงนมองขึ้นไปเหนือม่านฟ้าและมองเห็นท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวและแสงจันทร์อันแพรวพราวสว่างอยู่เหนือศีรษะของเขา
"ฉันเจอแล้ว!"
สายตาของถังซิ่วเปล่งประกายขึ้นมาหลังจากที่พบว่าน้ำที่หยดลงบนใบหน้าเขาไม่ใช่หยาดฝนตกแต่เป็นแก่นวิญญาณที่ไหลออกมาจากร่างของงูหลามดำ