หมื่นน้ำแข็งผนึกพิภพ

    บทที่ 2 บรรลุขั้นสาม

    บทที่ 2 บรรลุขั้นสาม




              ยามกลางดึกภายในป่าแห่งหนึ่ง มีเงาร่างวูบไหวไปมาบนต้นไม้ รวดเร็วปานลมกรด เงาร่างนั้นก็คือเสวี่ยซานนั่นเอง เขาเดินทางไปอย่างไร้จุดหมาย พรางครุ่นคิดไปว่าควรทำเช่นไรกับอนาคตของตนเองดี 




              "เห้อ ตอนนี้ก็ใกล้รุ่งเช้าแล้ว ข้าควรหาที่พักสักหน่อย"




              พูดจบเด็กหนุ่มก็เริ่มสอดส่องหาที่พักให้กับตอนเอง สุดท้ายก็ไปเจอถ้ำแห่งหนึ่ง เขาจึงค่อยๆเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยก็เริ่มนั่งทำสมาธิพักผ่อน





              เมื่อตื่นขึ้นเด็กหนุ่มเริ่มล้างหน้าด้วยสายน้ำที่เย็นฉ่ำเพื่อให่ร่างกายตื่นได้เต็มตา





              "มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของข้ากันแน่นะ เหตุใดถึงไม่สามารถขึ้นเป็๲ระดับมนุษย์ขั้นสามได้กัน" เสวี่ยซานทำได้เพียงครุ่นคิดแต่ก็ไม่สามารถหาเหตุผลได้ นี่คือสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาตลอดหลายปี




              "งั้นข้าควรเริ่มฝึกวิชาที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ได้แล้วละมั้ง?" พูดจบก็หยิบตำราเก่าๆเล่มนึงออกมาจากห่อผ้า สภาพของมันเหมือนพร้อมจะแหลกสลายไปได้ทุกเมื่อ




              "เหตุใดท่านแม่จึงย้ำยักย้ำหนาว่าต้องรอข้าอายุสิบหกปี บริบูรณ์ถึงจะสามารถฝึกวิชานี้ได้กัน?" เสวี่ยซานได้แต่สงสัย เพราะก่อนที่ผู้เป็๲มารดาจะจากไป ก็ได้กำชับเขาอย่างหนักแน่นว่าต้องรอถึงอายุสิบหกปี ถึงจะฝึกวิชาได้ ขณะเดียวก็ได้พิจารณาตำราเล่มนั้นไปด้วย บนปกของมันเขียนว่า 'กายาเทพเหมันต์' 




              "อื้ม เป็๲ชื่อที่ดูยิ่งใหญ่ดี" เสวี่ยซานได้เปิดตำราเพื่อศึกษามัน นาทีต่อมาเสวี่ยซานก็เริ่มทำสมาธิอีกครั้ง โดยที่มีตำราเล่มนั้นลอยอยู่เหนือฝ่ามือ การฝึกวิชานี้จำจะต้องมีสมาธิในการฝึกอย่างสูง




              วิชากายาเทพเหมันต์ของเขา มีอยู่เจ็ดขั้น ขั้นแรกจะเป็๲การฝึกพื้นฐาน โดยที่เขาต้องซึมซับพลังปราณไปหล่อเลี้ยงร่างกายและเส้นชีพจรทุกเส้น เสวี่ยซานทำการฝึกได้พักนึงก็รู้สึกว่ามันได้ผลน้อยมาก




              "เหตุใดถึงไม่ได้ผลกัน หรือท่านแม่หลอกข้า?" เสวี่ยซานได้แต่คิดและก็สงสัย ต่อมาเขาคิดว่า อาจจะเกี่ยวข้องกับสถานที่ เพราะมีเคล็ดวิชาบางอย่างที่ต้องฝึกในสถานที่ที่มีพลังธาตุที่เหมาะสมกับเคล็ดวิชา แต่วิชาพวกนั้นก็มักนะเป็๲เคล็ดวิชาระดับสูง




              คิดได้ดังนั้นเสวี่ยซานก็ออกเดินทางอีกครั้ง โดยครั้งนี้เพื่อออกตามหาสถานที่ฝึกฝนของตนเอง และเคล็ดวิชา แต่ไม่ว่าเขาจะหายังไงก็ไม่เจอสถานที่ที่เหมาะสม แต่เมื่อเดินไปอีกสักพัก ก็เจอกับบ่อน้ำแห่งนึงในป่าลึก เขาคิดแล้วคิดอีกว่าจะเลือกตรงนี้ดีหรือไม่ เพราะในป่าลึกล้วนมีสัตว์ที่ขั้นบำเพ็ญสูงและดุร้าย 




              แต่ในเมื่อไม่เจอสถานที่ที่ดีกว่านี้ เขาจึงตัดสินใจลงไปในบ่อน้ำ และเริ่มฝึกเคล็ดวิชาอีกครั้ง แต่ครั้งนี่ได้ผล รอบตัวของเขาเริ่มมีน้ำวนอยู่ หากสังเกตดีๆแล้วจะเห็นว่า น้ำวนเ๮๣่า๲ั้๲คือพลังหยินที่อยู่ในน้ำ 




              ผ่านมาหนึ่งชั่วยามเสวี่ยซานถึงได้ลืมตาขึ้น เขาพบว่าร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก แถมระดับพลังก็ขึ้นมาถึงจุดสูงจุดของขั้นสองแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะบรรลุขั้นสาม




              "ได้ผลดีเกินคาดแหะ ข้าว่าแล้วเชียวว่าวิชาที่ท่านแม่มอบให้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน" ทันได้นั้นท้องของเขาก็ส่งเสียงแปลกประหลาด




              "....." 




              "ข้าคงต้องไปหาอะไรกินสักหน่อยแล้วล่ะ ไม่มีอะไรตกถึงท้อง๻ั้๹แ๻่เมื่อวานแล้ว" 





               เด็กหนุ่มพูดด้วยใบหน้าที่เคอะเขิน เสวี่ยซานตัดสินใจเดินขึ้นจากน้ำมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วใช้ท่าเท้าล่องวารี ท่าร่างระดับต่ำเพียงหนึ่งเดียวที่เขาสามารถฝึกได้ในตอนอยู่ที่ตระกูลมู่ 





              หลังจากที่เสวี่ยซานเก็บผลไม้ตามต้นไม้มากินจนอิ่มท้องแล้ว เขาก็เดินทางต่ออีกครั้ง ตอนนี้ร่างกายเขาแข็งแกร่งมากขึ้น เขาก็คิดว่าควรจะฝึกวิชาการต่อสู้ที่เขาขโมยก่อนออกมาจากตระกูลมู่ เพื่อใช้ในการป้องกันตัวในเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เสวี่ยซานเดินทางต่อมาสองชั่วยาม เขาก็เจอกับน้ำตกแห่งนึง เด็กหนุ่มตัดสินใจที่จะฝึกฝนที่นี่




              ทันทีที่หาสถานที่ฝึกฝนได้แล้วเขาก็เปิดห่อผ้าอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าภายในห่อผ้านั้นมีตำราอยู่อีกสองเล่ม โดยไม่รวมกับเคล็ดวิชากายาเทพเหมันต์ ภายในนั้นยังมีเสื้อผ้ากับเงินอีกนิดหน่อย




              "เอิ่ม ข้าจะฝึกเคล็ดวิชาอะไรก่อนดีละ" เขาครุ่นคิดสักพักก็หยิบตำราที่หน้าปกเขียนว่า 'กระบี่วารี' ออกมา "อื้มเอาวิชานี้ก็แล้วกัน แต่ข้าไม่มีกระบี่" เขาคิดได้ดังนั้นจึงไปหากิ่งไม้ที่พอเหมาะมือมา เพื่อใช้ในการฝึกวิชา




              ในตอนนี้เสวี่ยซานกำลังฝึกเคล็ดวิชากระบี่วารีท่ามกลางน้ำตก เด็กหนุ่มตวัดกิ่งไม้ในมือ โดยที่รอบตัวมีวารีลอยล้อมกายและพุ่งออกไปตามทิศทางที่เขาตวัดกิ่งไม้ ยามเขาใช้เคล็ดวิชาทำให้เขาดูสง่างาม ผมสีดำคลับ ดวงตาสีฟ้าภายใต้น้ำตก ท่วงท่าองอาจผ่าเผย ทำให้เขาดูเหมือนภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ




              สองชั่วยามผ่านไป เสวี่ยซานก็หยุดฝึกเคล็ดวิชาและมานั่งทำสมาธิเพื่อหวังที่จะเพิ่มขั้นบำเพ็ญของตนเอง แต่ตอนนี้เขาก็ฝึกมาสักพักแล้ว ก็ยังไม่บรรลุขั้นสามสักที ในที่สุดเขาก็ออกจากสมาธิ เพื่อหาของกินบรรเทาความหิวของตน




              หลังจากกินเสร็จ เสวี่ยซานก็กลับมานั่งฝึกเคล็ดวิชากายาเทพเหมันต์อีกครั้ง นั่งฝึกไปไม่นานร่างกายของเสวี่ยซานก็เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เพราะร่างกายของเขามีแสงสีฟ้าน้ำเงินสว่างออกมา 




              เสวี่ยซานลืมตาขึ้นทันที ในแววตาของเขาแสดงความตื่นเต้นและดีใจอย่างปิดไม่มิด เพราะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขา ก็คือการบรรลุขั้นที่สามที่เขาหวังมานาน 




              หลังจากบรรลุ เสวี่ยซานปล่อยลมปราณสำแดงฤทธิ์ด้วยการต่อยอากาศออกไปทางก้อนหินขนาด๾ั๠๩์บนริมฝั่ง ทันใดก็เกิดเสียงดัง




              ปัง!!!




              ก้อนหินแตกกระจุยในทันที เสวี่ยซานเห็นดังนั้นก็ดีใจ นี่ไม่ใช่ความฝัน! สิ่งนี้คือการปลดพันธนาการเขาอย่างแท้จริง ในอนาคตเขาจะสามารถฝึกฝนตนและเคล็ดวิชาเพื่อที่จะเป็๲ใหญ่ในหล้าได้อย่างแน่นอน 




              "ในที่สุดข้าก็บรรลุสักที ข้าไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแค่ไหนแล้วนะ" ชายหนุ่มเดินลมปราณตามเส้นลมปราณอีกครั้ง ก็รู้สึกถึงพลังปราณที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และพลังปราณก็หนาแน่นมากขึ้น "ต้องขอบคุณท่านแม่ที่มอบตำราเก่าๆนี่ให้ข้า" พูดจบเขาก็เริ่มฝึกพลังอย่างหนักอีกครั้ง