ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 25 : ศิษย์ฆ่าอาจารย์!

    ศิษย์ฆ่าอาจารย์!
    เย่กู่เฉินกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่ เขากลับเข้าห้องของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนที่เตียง หวนนึกถึงจูบอันดูดดื่มกับถังม่านหยา เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
    รสชาติของการจูบนั้นยากที่จะลืมลง ทั้งยังเป็นจูบแรกของเขาด้วย เขาพลันค่อยๆ หลับไหลไป คาดว่าวันนี้ตัวเขาคงจะฝันดีไม่ผิดอย่างแน่นอน
    โดยที่เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าระบบสุนัขวางแผนการสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง ไม่รู้ว่าเขาจะแสดงสีหน้ายังไง ถ้าหากได้รู้ถึงความชั่วช้าไร้ยางอายของระบบสุนัข!
    อีกด้านหนึ่ง ขณะที่เย่กู่เฉินนอนหลับไป ภายในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่งในปักกิ่ง หวางเฟิงพลันลืมตาขึ้นมา ตอนนี้ดวงตาเขาดูลึกล้ำเล็กน้อย
    ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็เอาแต่ฝึกตน ทำให้ในตอนนี้เขามีระดับพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับปราณจิตขั้นกลางแล้ว เหนือกว่าเถียนปินผู้เป็นอาจารย์ของเขาถึงสองขั้น
    เรื่องนี้ทำให้เถียนปินที่นั่งอยู่ไม่ไกลยิ้มอย่างมีความสุข แต่นอกจากความสุขแล้ว เขายังมีความทุกข์และความอิจฉาด้วย
    บอกตามตรงว่าพรสวรรค์ของหวางเฟิง ทำให้เขารู้สึกอิจฉาอย่างแท้จริง หากเป็นไปได้ เขาอยากที่จะเปลี่ยนตัวกับหวางเฟิงด้วยซ้ำ
    “ท่านอาจารย์ มีทักษะต่อสู้อะไรหรือไม่?” หวางเฟิงพลันถาม จากการที่เขาเคยดูหนังกำลังภายในมา นอกจากพื้นฐานฝึกตนแล้ว ทักษะต่อสู้และเคล็ดวิชา ไม่อาจขาดได้
    “ตอนนี้ยังไม่มี” เถียนปินตอบ ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย
    ด้วยพรสวรรค์ของหวางเฟิง เถียนปินย่อมไม่อยากให้เขาเรียกทักษะการต่อสู้ตอนนี้ เพราะมันจะดูเกินหน้าเกินตาเขาเกินไป
    ‘ไอ้แก่นี่!’ หวางเฟิงลอบสบถในใจ เขาจะดูไม่ออกได้ยังไงว่าเถียนปินมีทักษะการต่อสู้หรือเคล็ดวิชาอยู่ แต่ไม่อยากให้เขา
    ทันใดนั้น ความคิดชั่วร้ายหนึ่งก็วาบเข้ามาในหัวของหวางเฟิง ซึ่งความคิดชั่วร้ายที่ว่านี้ก็คือการฆ่าเถียนปิน!
    ถูกต้อง หวางเฟิงในตอนนี้คิดแบบนี้อยู่จริงๆ หากว่าเถียนปินตายของทุกอย่างของเถียนปินก็จะตกเป็นของเขา
    การฆ่าเถียนปินสำหรับเขาแล้ว มันง่ายดายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เนื่องจากตัวเขากลายเป็นผู้ฝึกตนระดับปราณจิตขั้นกลางแล้ว แข็งแกร่งกว่าเถียนปินมาก
    ‘ฆ่ามันเลยดีกว่า’ ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ หวางเฟิงจึงมีนิสัยอยากที่จะได้อะไรก็ต้องได้ เขาสามารถใช้ได้ทุกวิธี เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่เว้นแม้แต่การฆ่าคน!
    เห็นแบบนี้ เขาเคยฆ่าคนมาแล้วหลายคน ส่วนมากเป็นพวกอันธพาลที่มักจะมาไถเงินเขา ด้วยความรำคาญ เขาจึงฆ่าพวกมันทั้งหมด!
    ด้วยความคิดนี้ หวางเฟิงไม่รอช้า เพ่งสายตามองไปที่เถียนปิน เขาตั้งใจที่จะใช้ปราณจิตในการฆ่าเถียนปิน
    พลังปราณจิตไร้รูปร่างพลันพุ่งออกจากสายตาของหวางเฟิง ตรงไปยังเถียนปิน หวังบดขยี้หัวใจของเขาจากภายใน!
    ใบหน้าของเถียนปินเปลี่ยนไป เขาสัมผัสรับรู้ได้ถึงอันตราย แต่อยากที่จะหลบตอนนี้ มันก็ไม่อาจทัน เขาต้องคำรามออกมาสุดเสียง
    “เดรัจฉานหวางเฟิง! เจ้ากล้าเนรคุณข้า!”
    เถียนปินไม่ใช่คนโง่ เขารู้ได้ไม่ยากว่าคนที่ลงมือต่อเขาก็คือหวางเฟิง
    “ถ้าข้าจะตาย ก็มาตายไปด้วยกัน!” เถียนปินทำท่าคว้าจับไปที่ร่างกายของหวางเฟิง “ฝ่ามือเหล็ก!”
    พริบตานั้น เงาร่างฝ่ามือที่จางเป็นอย่างมากได้พุ่งเข้าหาหวางเฟิง
    สีหน้าของหวางเฟิงเปลี่ยนไป เขารู้ว่านี่ต้องเป็นทักษะการต่อสู้อย่างแน่นอน โดยไม่ลังเล เขากระโดดหลบอย่างรวดเร็ว
    ทว่าเขากลับไม่อาจหลบมันได้พ้นทั้งหมด เงาร่างฝ่ามือเหล็กที่จางมากได้ตะปบเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของเขา เจ้าโลกของเขาได้ขาดออกมา!
    “อ้ากกก!” หวางเฟิงร่างล้มลงกระแทกพื้นนอนดิ้นทุลนทุลายไปมาอย่างเจ็บปวดทรมาน เขาใช้สองมือกุมหว่างขาที่มีเลือดไหลออกมาไม่ขาดสายไว้ไปด้วย
    ทางด้านเถียนปินที่มองเห็นภาพนี้ เขาก็สาแก่ใจยิ่ง เป็นในเวลานี้เองที่ปราณจิตของหวางเฟิงพุ่งเข้าไปภายในร่างกายของเขา บดขยี้หัวใจของเขาจนแหลกเละ!
    ใบหน้าของเถียนปินแสดงความเจ็บปวดออกมา มุมปากมีเลือดไหลทะลักออกมาจำนวนมาก ร่างกายของเขาล้มลงพื้น สั่นกระตุกอยู่สองสามครั้ง ก็แน่นิ่งไปตลอดกาล
    เป็นที่แน่นอนว่าเถียนปินตายแล้ว!
    ทางด้านหวางเฟิง เขาพยายามสะกดข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ใช้พลังปราณห้ามเลือดไว้ สีหน้าของเขาในตอนนี้ซีดขาวมาก ทั้งยังบิดเบี้ยวไม่น่ามอง เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
    “บะ...บ้าชัดๆ!” หวางเฟิงสบถออกมา เขาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ภายในใจผุดความเสียใจขึ้นมาไม่รู้จบ
    หากว่าเขารู้จะเป็นแบบนี้ เขาน่าจะลอบฆ่าเถียนปินทีเผลอมากกว่า ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไม่สูญเสียความเป็นชาย กลายเป็นขันทีแบบนี้
    แต่มาคิดได้ในตอนนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา หวางเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ตอนนี้เลือดของเขาหยุดไหลแล้ว แต่ความเจ็บปวดยังคงอยู่
    เขาพยายามเดินไปหาร่างของเถียนปินและเริ่มค้นตัวอีกฝ่าย เขาพบของไม่กี่อย่างอยู่ในชุดของเถียนปิน
    มีตำราทักษะการต่อสู้สองตำรา ตำราเล่มแรกมีชื่อว่าฝ่ามือเหล็ก ส่วนตำราอีกเล่มหนึ่งมีชื่อว่าดาบเหล็ก นอกจากนี้ยังมีตำราแพทย์หนึ่งตำรา รวมไปถึงขวดเม็ดยาสองขวด และของจิปาถะอีกเล็กน้อย
    หวางเฟิงได้แต่กัดฟันแน่น รู้สึกว่ามันไม่คุ้มเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม ในความคิดของเขา มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
    “ก่อนอื่น เราต้องไปโรงพยาบาลก่อน” หวางเฟิงพูดกับตัวเองเสียงเบา “แล้วค่อยคิดหาวิธีรักษาอีกที”
    เขาเชื่อว่ามันต้องมีวิธีรักษาที่สามารถทำให้เจ้าโลกของเขางอกขึ้นมาได้ใหม่ ในโลกนี้มีการฝึกตนอันลึกลับ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามันจะไม่มีปาฏิหาริย์
    เกี่ยวกับเรื่องนี้ หวางเฟิงเลือกที่จะไปโรงพยาบาลก่อน จากนั้นค่อยกลับมาจัดการกับศพของเถียนปินและลบร่องรอยต่างๆ ที่นี่
    ที่นี่เป็นบ้านหลังเก่า คงไม่มีใครมาสนใจอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงเลยว่าจะมีคนมาพบศพของเถียนปินแล้วนำเรื่องไปแจ้งความกับตำรวจ
    หวางเฟิงไม่รอช้ารีบออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลในทันที
    หลังผ่านไปสามชั่วโมง หวางเฟิงก็กลับมาด้วยสีหน้าอับอาย พยาบาลและหมอหลายคนล้วนมองเขาด้วยความเวทนาสงสาร
    เวทนาสงสารที่เขาจะกลายเป็นขันที ไร้ทายาทสืบสกุล หากมีผู้หญิงสาวๆ สวยๆ มาอยู่ตรงหน้า เขาก็คงจะไม่สามารถกินได้
    “ทำไมมันต้องเกิดเรื่องบัดซบนี่กับคนพิเศษอย่างฉัน!” หวางเฟิงคำรามออกมาอย่างหดหู่ จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าไปมา พร้อมทั้งเริ่มจัดการกับศพของเถียนปิน
    ในเรื่องจัดการศพ เขามีคนรู้จักอยู่ ให้คนนี้เอาศพของเถียนปินไปโยนลงทะเล เป็นอาหารปลาฉลามก็จบแล้ว
    จบบทที่ 25