ท่าเรือหลวง เมืองตันเหมยหลิง
“เกิดมาจะห้าสิบปีไม่เคยพบเคยเห็นผู้ใดล่องเรือกลางทะเลโดยไร้ใบสำเภา” พ่อค้านิ่วหน้าเดินบ่นงึมงำขณะลงจากสะพานเรือ
“เถ้าแก่พวกเขามีกองเรือเป็สิบลำ ชายรูปร่างกำยำทั้งนั้น” ลูกน้องเสริมความเสียงกังวล“ข้าเห็นแต่ผู้ชายผมยาวเต็มเรือ”
“กวนเจ๋งข้าไม่เคยเห็นเรือเรียงกันอย่างกับเซียน์จับวาง” ฮวนเซี่ยงส่ายหน้าพลางถอนหายใจฮึดฮัด“ก็ว่าจะได้วิธีเดินเรือ แต่ต้องเหนื่อยแทนเขา”
“เฒ่าแก่ฮวนคนพวกนี้น่ากลัวจะเป็พวกโจรนะขอรับ” กวนเจ๋งผูกเรือแน่น พลางส่งความเป็ห่วงผ่านแววตาให้นายผู้กำลังเดินลงสะพานเรือ
“ใช่โจรหรือคนบ้าเราจะได้เห็นกัน”เขาโบกมือสั่งลูกน้องให้เตรียมเดินทาง
กระนั้นฮวนเซี่ยงก็เอาแต่ส่ายหน้าตามองทางเดิน ใจลอยไปกับความคิด
“อาฮวน! ลื้อกลับมาทำไม!”เสียงแผดร้องทักเมื่อฮวนเซี่ยงเดินพ้นจากท่าเรือ
กุลจางพ่อค้าจับกังหน้าท่าเรือ นิ่วหน้าแสดงความกังวล
“ลื้อเพิ่งออกเรือเมื่อเช้าตรู่นี่”พ่อค้าชาวจีนเท้าเอวยืดอกขึ้นจากแคร่ไม้
“อากุล! โชคดีจริง!” ฮวนเซี่ยงปรี่เข้าไปหาร้านค้าแรงงานชาวต้าิ“ถ้าอั๊วช้ากว่านี้คงได้ไปควานหาตัวเ้าทั่วทั้งเมือง”
“มีเื่อะไรหรือเปล่าหน้าเ้าไร้แวว” กุลจางถามน้ำเสียงแข็ง สีหน้าเรียบ
“อากุล ลื้อพาอั๊วเข้าเฝ้าเ้าพระยาเมืองโฮลิงได้หรือไม่”
สีหน้าของกุลจางใ “ลื้อจะไปหาเ้ากรมท่านสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร!”
“ข้ามีเื่ต้องหารือกับท่านเ้ากรม”ฮวนเซี่ยงทำเสียงอ้อน “ช่วยหน่อย”
กุลจางหรี่ตา “ลื้อโดนปล้นหรือ”
ฮวนเซี่ยงตบหลังกุลจางหนึ่งทีพร้อมหัวเราะเสียงดังก่อนจะจ้องหน้าด้วยแววตาจริงจังเตือน “อั๊วพบกองเรือร่วมห้าสิบลำอยู่นอกทะเล”
“โจรหรือ!” กุลจางแผดเสียงดังก้องไปทั้งลานท่าเรือ
ทหารนุ่งโจงกระเบนแดงเดินรี่มาทันใด“เ้าว่ามีเรืออริอยู่นอกฝั่งหรือ!”
“เป็พวกใด” ทหารอีกคนถามอย่างไม่รอคำตอบ
“อั๊วเองก็ไม่รู้”ฮวนเซี่ยงชิงตอบก่อนนายทหารทั้งสองจะตั้งคำถามต่อ “พวกเขาบอกเพียงว่ามาจากตะวันตกจะมาขอพึ่งใบบุญพระยาเมืองตั้งรกราก”
นายทหารทั้งสองพาฮวนเซี่ยงไปยังจวนนายกองเมื่อแจ้งความเสร็จแล้วก็พาไปต่อที่จวนเ้าหัวเมืองแล้วก็ขี่ม้าข้ามเมืองไปต่อยังจวนเ้าเมือง กว่าจะมาถึงเ้าพระยาเมืองโฮลิงก็เกือบค่ำมืด
ฮวนเซี่ยงหมอบคลานตามเ้าเมืองเข้าเขตราชฐานเขาแทบไม่ได้กล่าวอะไร มีเพียงเหล่าเ้าเมืองทั้งหลายกล่าวรายงานเื่ของตนเอง
เ้าพระยาเมืองโฮลิงอยู่บนบัลลังก์ยกสูงจนฮวนเซี่ยงมองไม่เห็น
“บอกนายเรือคนต้าิพาพวกเขาเข้าฝั่ง” เสียงสั่งแว่วผ่านช่องประตู
ครู่หนึ่งเ้าเมืองก็เดินเปลือยอกผ่านประตูมาพร้อมนายทหาร
“ได้ยินแล้วใช่ไหม”เ้าเมืองขึ้นเสียง “ไปพาพวกเขาขึ้นฝั่ง”
“ขุนท่านจะรีบเตรียมการรอเ้าบนฝั่ง”นายกองรับใช้ขึ้นเสียงอีกคน
“ถ้าเ้าเอาโจรเข้าเมืองข้าจะตัดเท้าเ้า” เ้าเมืองชี้หน้าฮวนเซี่ยง
“อั๊ยหยา!”พ่อค้าต้าิหน้าเสีย “อั๊วก็แค่นำความมาแจ้ง”
ดวงตาดุหันมาทั้งสองคน“เ้าอาสาเป็ธุระก็ต้องรับผิดชอบ”
“อั๊วก็แค่หวังว่าพวกเขาจะบอกวิธีแล่นเรือโดยไร้ใบสำเภา”ฮวนเซี่ยงเดินตามชายทั้งสองออกจากพระราชฐาน “พรุ่งนี้พวกคุณท่านจะเห็นเอง”
“เ้าหลอกข้าหรือไร”เ้าเมืองหันมาดุ “ไม่มีหรอกเรือไร้ใบสำเภา”
“ก็อั๊วเห็นด้วยสองตา”ฮวนเซี่ยงถอยตัวหลบไม้เท้าที่กำลังยกสูง “อั๊ยหยา! ได้! ได้! อั๊วจะพามาให้คุณท่านชม”
เช้าตรู่ฮวนเซี่ยงอาศัยลมทะเลออกจากฝั่งกลับไปหากองเรือต่างชาติ
“นายท่าน! ลมหายอีกแล้ว”นายเรือกล่าวเมื่อล่องไปถึงเขตของดันเต้
“คลื่นทะเลหายหมดสงบนิ่งอย่างกับทะเลสาบ” ฮวนเซี่ยงมองผิวน้ำนิ่ง“เ้าแน่ใจนะว่าครั้งที่แล้วก็เป็เช่นนี้” แสงตะวันส้มแดงกำลังลาลับฟ้า
“แน่ใจสิขอรับ”นายเรือตอบเสียงมั่นใจ “เราไปดูพวกเขาก็เพราะทะเลไร้คลื่น”
ดวงตาสีเข้มมองไปยังกลุ่มเรือไม้ไกลตา“พวกเขากำลังจับปลาเหรอ”
“นายท่าน! พวกเขาจับลิ้นัตัวเป็ๆ” ลูกเรือป้องตามองคนตะวันตก
พ่อค้าป้องตามองมายังถังไม้ที่กำลังสาดสัตว์หนวดสีขาวลงทะเลแล้วนิ่วหน้าพร้อมกับส่ายศีรษะ “อั๊ยหยา เขาทิ้งของมีค่าดังทองลงทะเลเลยเหรอ!”
สีดำเข้มบนหัวเรือลำหนึ่งทำให้พ่อค้ารีบยิ้มตอบโดยเร็ว
“คงต้องถามวิธีจับลิ้นัด้วย”ฮวนเซี่ยงพยักหน้าทักทายดรูน
“หวังว่าจะมีข่าวดี”ดรูนยิ้มบนมุมปาก ดวงตายังขุ่นไร้แวว
“ท่านนายเรืออย่าทำหน้าแบบนั้น” ฮวนเซี่ยงหัวเราะกว้าง “เื่ยินดีต้องหัวเราะ เื่มงคลต้องยิ้มกว้าง”พ่อค้ากล่าวเมื่อเดินข้ามสะพานเรือเข้าไปใกล้
ดรูนมองลงสบตากับชายผู้สูงเพียงระดับอกแล้วพยายามทำอย่างที่บอก แต่สีหน้าย่นดุของเขาก็ทำให้ฮวนเซี่ยงหัวเราะดังกว่าเดิม
“เอาเถอะ ๆคงเป็สีหน้ายินดีที่สุดเท่าที่ท่านทำได้” ฮวนเซี่ยงยืดอกภูมิใจ “ท่านเ้าเมืองอนุญาตให้พวกท่านขึ้นท่าน้ำได้”
“เป็เื่ดีจริง ๆ”ดรูนดวงตาเป็ประกาย “ขอบคุณท่านมาก”
“เื่นี้ไม่เกินแรงข้าหรอก”ฮวนเซี่ยงโน้มตัวเข้าไปใกล้ “ท่านจะบอกข้าสักหน่อยได้ไหมว่าเรือของท่านเดินทางได้อย่างไร”
“ก็ล่องมาตามน้ำ”ดรูนตอบดวงตาสดใส
“นายท่านเรือก็ต้องล่องตามน้ำอยู่แล้ว” ฮวนเซี่ยงหัวเราะเบา ๆ พร้อมหรี่ตา“ข้าหมายถึง พวกท่านเล่าให้ฟังได้ไหมว่าเรือเดินหน้าได้อย่างไร”
“เื่นี้เหรอ” ดรูนมองไปยังดันเต้“ท่านชาล์ พวกเขาบอกว่าขึ้นฝังได้”
“พรุ่งนี้รอลมทะเลเป็ใจพวกท่านก็สามารถขึ้นฝั่งยามสายได้” พ่อค้ายิ้ม
“เราสามารถขึ้นฝั่งได้เลยไหม”ดันเต้ถามผ่านดรูน “คนของเรา้าเสบียงอาหารถ้าสามารถขึ้นฝั่งวันนี้เราจะไปทันที”
“ไม่ได้หรอก”ฮวนเซี่ยงโบกมือ “ลมบกจะทำให้เรือพวกท่านเข้าฝั่งไม่ได้”
ดันเต้มองตาดรูนครู่หนึ่ง“ถามเขา เราเทียบท่าได้ไหม” เขาถามย้ำ
“ได้สิ” ขณะที่ฮวนเซี่ยงกำลังจะอธิบายหัวเรือทุกลำก็หันไปทางตะวันออก
“ยังเช้าอยู่หรือเปล่า เรือเลยไหลไปตามน้ำเข้าฝั่ง”ฮวนเซี่ยงชี้ไปมาตามแนวคลื่นเตี้ยที่กำลังพัดเรือทุกลำไปทางเมืองตันเหมยหลิง“เขาใช้ทิศทางลมบกเหรอ”
ระหว่างฮวนเซี่ยงกำลังงุนงงฉงนกับวิธีการเดินเรือ ดรูนก็ตบไหล่พ่อค้าแ่เบา
“เข้ามาพักก่อนดีกว่า” ดรูนเดินนำเข้าไปยังเรือนไม้
เมื่อพ่อค้าตาใสเดินผ่านเข้ามาก็พบาาหนุ่มกำลังนอนคว่ำหน้าเท้าแขนอยู่บนพื้นไม้มีเด็กหญิงสองคนกำลังเล่นถ่านดำวาดรูปคนและบ้านเรือนพูดคุยกันงึมงำ
พลันดวงตาน้ำเพชรก็ดึงความสนใจจากพ่อค้าไปยังสตรีผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้
“เชิญท่านฮวนเซี่ยงนั่งก่อน”ดรูนเลื่อนเก้าอี้ให้ชายร่างท้วมพร้อมส่งยิ้ม
พ่อค้ายิ้มอ่อนตอบดรูนแต่เขาไม่หันมองใบหน้าสตรีผู้อยู่ตรงข้าม
ในกระแสความงดงามผ่านเรือนผมสีแดงเพลิงและใบหน้าขาวผ่องนั้นสร้างกระแสความไม่สบายใจแก่เขาฮวนเซี่ยงรู้สึกอึดอัด เขารู้ดีว่าเสียมารยาทจึงละสายตาไปยังผ้าคลุมขนแกะผืนใหญ่หนานุ่มบนตักของนาง
ดรูนเดินไปยืนข้างหญิงสาว“ชายผู้นี้นามว่าฮวนเซี่ยง”
สายตาตวัดมาพร้อมกระแสอึดอัดราวมีมือกำลำคออวบไว้พ่อค้าเหงื่อจับหน้าจนขึ้นเม็ด ปากอ้าไร้เสียงผ่านเป็คำ
“ท่านฮวนเซี่ยงผู้นี้คือฮองเฮาของเรา นามว่ากีเนเวีย” ดรูนหรี่ตาเตือน
“โอ้!” ฮวนเซี่ยงรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทำความเคารพตามธรรมเนียม
ราชินีสาววางมือจากไม้ถัก“ถามเขาให้ที ว่าเป็คนจากเมืองใด”
“เรียนแม่นางกิ๋นเจียวข้าน้อยมาจากฉางอาน เดิมเป็คนลั่วหยาง” สายตามองเพียงระดับมือกีเนเวียซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมขนสัตว์ผืนใหญ่
“กิ๋นเจียว”กีเนเวียอดหัวเราะในลำคอไม่ได้ “เขามาเพื่อวิธีการเดินเรือ”
ดันเต้ดันตัวขึ้นมานั่งกอดบุตรสาว“เ้าเมือกขาวนั่น ราคาดังทอง”
“จริงเหรอ” กีเนเวียดวงตาเบิกกว้าง“จริงด้วย”
ทั้งสองหัวเราะพูดคุยกันอย่างเข้าใจเพียงสองคน
“ท่านแม่ทัพถามเขาว่า้าสิ่งใดตอบแทนสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้” ดวงตาสวยจ้องเขม็งบอกให้เขาถาม“เขายังไม่บอกความ้าเลย อย่าลืมบอกว่าข้าขอบคุณเขาด้วย”ราชินีสื่อสารผ่านแม่ทัพผิวสี
ฮวนเซี่ยงโยกตัวไปมาครู่หนึ่ง
“ท่านอยากได้สิ่งใดแจ้งพระองค์ได้เลย” ดรูนเร่งความจากพ่อค้าหน้าเขิน
“หากท่านมีน้ำใจสอนข้าเื่การเดินเรือจะเป็พระคุณอย่างยิ่ง”พ่อค้าอ้อนเสียงใส “พวกท่านทำอย่างไร ถึงเคลื่อนเรือโดยไร้ใบสำเภา”
“กลวิธีต้องใช้เวลาเรียนรู้เช่นเดียวกับการค้าขายหินอ่อนมรกต”ราชินีสาวกล่าวพลางส่งยิ้มไปด้วย “เขามีหินสีราคาแพงหลายหีบใต้ท้องเรือ”
“พ่อค้าอัญมณีเหรอ” คำพูดของดันเต้เป็ภาษาในตลาดไบเซนธิริก
ฮวนเซี่ยงหน้าซีดเผือด “ท่านทราบได้อย่างไร”พ่อค้าอ้าปากค้าง
“บอกเขาว่าอย่ากลัวไปเลย”กีเนเวียโบกมือสั่งให้ดรูนพาแขกขึ้นนั่ง
แม่ทัพหนุ่มประคองฮวนเซี่ยงขึ้นจากความกลัว“ฮองเฮาไม่้าปล้นชิงทรัพย์ท่านหรอก” เขาผ่อนเสียงคลายความกังวล
“เพื่อเป็การไถ่โทษ” กีเนเวียดึงมีดเงินจากใต้กองขนสัตว์ยื่นให้แก่ดรูน“หวังว่ามีดเงินเล่มนี้จะทำให้เขาอภัยแก่พวกเรา”
ดรูนมองครู่หนึ่งก่อนจะเคลื่อนตัวไปรับมีดเงินเขากระชับอุ้งมือหนากำปลอกไม้ไว้ “ด้วยมีดเล่มนี้ ท่านจะปลอดภัยจากทุกสิ่ง”
“ขอบคุณ”พ่อค้าหันไปคำนับให้แก่กีเนเวียอีกหลายครั้ง
“ขอให้ท่านเก็บรักษามีดนี้ให้จงดีไม่มีสิ่งใดแทนค่าได้” ดวงตาเข้มจ้องขมึง
เรือล่องผ่านแสงเดือนเลื่อนไหลฮวนเซี่ยงเดินกลับเรือนตนเอง สายตามองทะเลราบเรียบ “เกิดมาหลายปีดีดักไม่เคยเห็นทะเลนิ่งจนสะท้อนผืนฟ้ามาก่อน”
“นายท่านพวกเขาบอกวิธีล่องเรือไหม” ลูกน้องรับนายที่ปลายสะพานเรือ
“ไม่”ฮวนเซี่ยงตอบเสียงแ่ พลางกวาดสายตามองทะเลสีม่วงเหมือนแผ่นฟ้า
“แล้ววิธีจับลิ้นัล่ะขอรับ”ลูกน้องยังคงถามตาใสจ้องหน้าเ้านาย
“ไม่!” ฮวนเซี่ยงตอบด้วยหางเสียงรำคาญก่อนจะสะบัดแขนเดินเข้าเรือนพัก
“อั๊ยหยา! งานแล่เนื้อแทะกระดูกหรือนายท่าน!”ไร้คำตอบจากเ้านาย
แสงตะวันในยามฟ้าอ่อนพาให้เห็นเส้นขอบฟ้า
“เห็นฝั่งแล้ว!” เสียงยามจากหัวขบวนปลุกทุกชีวิตบนเรือ
ดันเต้ลุกขึ้นยืนพร้อมพยักหน้าให้แก่ภริยา“ลูกพ่อ อยู่กับแม่ก่อน”
“เพคะ” เมสิน่าจูงมือเยลิน่าไปหามารดา
ฮวนเซี่ยงรอดันเต้และดรูนที่หัวเรือ“นั่นท่าเมืองตันเหมยหลิง” พ่อค้ายิ้มกว้าง “ตอนนี้ยังเช้าตรู่เรือไม่สามารถเข้าไปได้”
ขบวนเรือชะงักจอดห่างจากชายฝั่งเสียงตีกลองดังรัวแว่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ตอนนี้ลมบกกำลังพัดออกทะเลเรือของพวกท่านต้องรอ” พ่อค้าพยักหน้า
ดรูนหรี่ตามองฝั่งครู่ใหญ่“พวกเขากำลังรวมตัว”
“ยามเช้าตรู่เป็่ออกเรือท่านมายามนี้มีแต่เรือกำลังออกจากท่า” ฮวนเซี่ยงส่ายหน้า“พวกเขาคิดว่าพวกท่านอาจมาถึงเย็นวันนี้”
าาหนุ่มพยักหน้าให้ดรูน“เวลานี้เหมาะสมแล้ว”
ภาพแสงสว่างพลันบังเกิดในฝ่ามือดันเต้หยุดท้องฟ้า นำแสงตะวันเปล่งแสงทองเปลี่ยนฟ้าขลิบหมู่สุวรรณเมฆา
ดาบเดสติโอเนลเคลื่อนออกจากความว่างเปล่าเมื่อตวัดดาบก็ดึงกระแสน้ำทะเลแตกฟุ้งหยดน้ำใหญ่เล็กลอยขึ้นฟ้ารวมตัวเหนือกองเรือ
ท้องฟ้าทองอร่ามถึงครามืดมิดในทันทีแสงไฟแล่นเหนือเมฆานำเสียงฟ้าคำรามลั่นฟาดลงบนผืนน้ำ เปลี่ยนทิศลมและน้ำในฉับพลัน
ลมพัดผ่านใบหน้าาาหนุ่มผู้ยืนอยู่หน้าหัวเรืออันเคลื่อนเร็วไวไปหาฝั่ง
ฮวนเซี่ยงหมอบต่ำลงตามสัญชาตญาณกายท้วมสั่นเทา
“อั๊ยหยา!ฮ่องเต้ทำอย่างนี้ใครเขาจะต้อนรับ” เสียงบ่นอยู่ตรงกราบเรือซ้าย
เสียงกรีดร้องดังอื้ออึงจากชายฝั่ง
พ่อค้าจึงดันตัวขึ้นมามองข้ามกราบเรือเขาเห็นผู้คนวิ่งแตกกลุ่มหายเข้าไปในป่า ทุกคนต่างหนีภัยธรรมชาติไม่สนใจสงสัยเรือของดันเต้
ไม่เหลือแม้แต่กองต้อนรับใดบนชายฝั่งดันเต้จึงปล่อยดาบสลายไปในอากาศ
ท้องฟ้าดำมืดพลันสลายตัวเปิดนภาฟ้าสดใสในยามเช้า
“เขาเป็อย่างไรบ้าง”าาหนุ่มมองไปยังฮวนเซี่ยงผู้กำลังหมอบต่ำ
“ท่านฮวนเซี่ยง”ดรูนเดินข้ามกราบเรือมาลูบหลังพ่อค้าผู้กำลังสั่นเทา
ฮวนเซี่ยงคลานถอยหนี “ท่านอยากได้อะไรเอาไปเลย”
“ใจเย็นก่อนท่านฮวนเซี่ยง”ดรูนดึงแขนอีกฝ่ายไว้หยุดยั้งการะโลงจากเรือ
“ปล่อยข้าน้อยไปเถิด”พ่อค้ากอดกราบเรือแน่น “ข้าไม่กล้าขอสิ่งใดจากเหล่าเซียน (仙) หรอก” เขาโวยวายดังแต่คนบนเรือสำเภากลับหมอบนิ่ง
“เขาสติแตกไปแล้ว”าาหนุ่มส่ายหน้า “บอกเขาว่าไม่มีใครตายในวันนี้”
ดรูนพยักหน้า “ท่านฮวนเซี่ยง”
พ่อค้ากรีดร้องไม่สนใจว่าดรูนจะพยายามให้เขากลับเรือ
“เขากลัวมาก” กีเนเวียอุ้มเยลิน่าโผล่ตัวออกมาจากเรือนมือข้างหนึ่งโอบหลังเ้าหญิงเมสิน่าไว้แนบขา“ไม่ต่างกับเหล่าสังฆราชเมื่อครั้งที่ท่านแสดงดาบในไบเซนธิริกพวกเขาวิ่งหนีออกจากเมืองเกือบหมด” ราชินียื่นมือให้สามี
“สุดดินแดนตะวันออกแล้ว”ดันเต้ดวงตาชื้น “ไม่เห็นเหมือนสิ่งที่เราเห็นผ่านดาบโพวิดิเอล” มือหยาบกุมมือภริยาบีบเป็จังหวะแ่เบา
“สิ่งที่เราเห็นเป็จริงเสมอ”ราชินีสาวยกมือหนาขึ้นจูบก่อนมองไปยังแม่ทัพ
ดรูนส่ายหน้า เขาไม่สามารถปลอบผู้ที่กำลังกลัวจนหูดับตาปิดได้
าาหนุ่มหันกลับมาด้วยดวงตาดุ“บอกให้เขาลงจากเรือได้แล้ว”
“หากอยู่นานเกินไปผู้คนที่วิ่งหายไปเมื่อครู่อาจยกทัพกลับมามากกว่าเดิม” กีเนเวียเน้นคำพร้อมส่งสายตาจริงจังแก่แม่ทัพ“ความกลัวไม่ใช่เื่ที่ควรประมาท”
“ท่านฮวนเซี่ยง!” ดรูนตบไหล่พ่อค้าเต็มแรง“ฮ่องเต้ของข้าจะเดินทางแล้ว โปรดกลับเรือด้วย”
ฮวนเซี่ยงก็เงยหน้าขึ้น“พวกท่านไม่ได้้าทำร้ายเราหรือ” ไม่รู้ว่าเขาเอาความกล้าจากไหนถึงกล้ามองหน้าดันเต้“แล้วเมื่อครู่ท่านทำสิ่งใด”
“ฟ้าลองใจ” ดรูนกอดอก“ฮ่องเต้เพียง้ารู้จักคนบนฝั่ง”
“สิ่งที่ท่านทำนั้นน่ากลัวยิ่งนัก”กายของฮวนเซี่ยงยังคงสั่นเทา
ดรูนผลักหลังร่างหนาให้เดินไปทางสะพานเรือ“เป็วิธีการของฮ่องเต้เรา”
เมื่อเข้าใกล้ดันเต้ผู้ยืนอยู่กับภริยาพ่อค้าก็คุกเข่าลงทันที
“บอกเขาว่าข้าเพียงหาแผ่นดินตั้งรกรากไปได้แล้ว” ดันเต้ส่ายศีรษะ
ฮวนเซี่ยงลูบมือไปมาน้ำตาไหล สีหน้าหวาดกลัว “พวกท่าน้าสิ่งใด ข้าน้อยจะหามาถวายท่านเซียนขอให้ข้าน้อยได้กลับไปพบลูกกับเมีย”
“ให้ตายสิ” ดรูนกลับขำในลำคอ“ขอท่านฮวนเซี่ยงกลับเรือด้วย”
แม่ทัพผิวสีขาดความอดทนจึงหิ้วปีกฮวนเซี่ยงส่งข้ามสะพานเรือ
“นายท่านๆ” ลูกเรือกุลีกุจอรอนายตนอยู่อีกฝั่ง ต่างหน้าตาตื่นกางใบสำเภอรอ
เมื่อฮวนเซี่ยงเดินข้ามไปถึงเรือตนเองได้ก็หันกลับมามองดรูนทันใด“พวกท่านเดินทางมาปราบพวกเมิงเกว๋ยหรือ”
คำว่า ‘เมิงเกว๋ย’ (魔鬼) ดรูนเองก็ไม่เข้าใจความหมาย จึงหันมาหาดันเต้
“เขาหมายถึงคนมีบาปคนทำกรรมชั่วร้าย คนไม่ดี” ดันเต้สรุปความหมาย
“พวก...เซียนที่ทำตัวไม่ดีเหรอ”ดรูนหันไปหาพ่อค้า
“ใช่! ใช่! พวกเซียนที่ทำตัวไม่ดี”พ่อค้าก้มลงคำนับ
“หากข้าพบคนพวกนั้นข้าจะสังหารให้สิ้น” ดรูนทุบบนอกเคารพ “ลาก่อน”
ดวงตาของฮวนเซี่ยงเป็ประกายมีความหวังแล้วเดินข้ามสะพานเรือกลับมา
เหล่าข้าทาสบนเรือต่างหยุดเรียกนายตนเองเมื่อเห็นว่าฮวนเซี่ยงได้คุกเข่าก้มลง
ฮวงเซี่ยงคำนับดันเต้อีกครั้ง “ท่านเซียนโปรดช่วยเมืองข้าน้อยด้วย”