ตอนที่ 5 หวังฉิง
“โอ๊ย พ่อบรรพบุรุษน้อยของฉัน เมื่อวานมือนายเพิ่งจะบวมไปเองไม่ใช่เหรอทำไมวันนี้ขาเป๋มาอีกแล้วล่ะ”
เจียงฉือเพิ่งจะมาถึงห้องเรียนหวังฉิงก็วิ่งเข้ามาหาพลางบ่นฉอดๆ เจียงฉือได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ โชคดีที่ทั้งสองคนคุ้นเคยกันเป็อย่างดีเพราะถ้าหากเป็คนอื่นพูดเช่นนี้ละก็ อาจจะมองว่าคำพูดเมื่อกี้นี้ของเธอเป็การเยาะเย้ยอย่างโจ่งแจ้งเอาได้
“ไม่มีอะไร ฉัน…เมื่อกี้ฉันแค่เดินเร็วไปหน่อยไม่ทันระวังก็เลยสะดุดล้มน่ะ” เจียงฉือพูดพลางเกาหัวอย่างอายๆ
“พวกเราไปห้องพยาบาลกันเถอะ” หวังฉิงเอ่ยขึ้นอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็ไร สำหรับลูกผู้ชายแมนๆ แผลเล็กน้อยแค่นี้จะเป็อะไรได้”เจียงฉือพูดพลางตบหน้าอกเดินไปที่โต๊ะเรียน พอนั่งลงเขาก็หันไปมองด้านหลังแต่กลับพบว่ากู้ชวนไม่ได้มาเข้าเรียน คิ้วกระบี่ของเขาขมวดเล็กน้อย นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้นี้อีกฝ่ายาเ็อาจจะไปที่ห้องพยาบาลแล้วก็ได้! คิดได้ดังนั้นก็รู้สึกเบาใจลง
่บ่ายหวังฉิงก็ทำเหมือนกับว่าเจียงฉือป่วยหนักมากอย่างไรอย่างนั้นเห็นว่าเขาหิวน้ำก็ไปเอาน้ำมาให้ ถึงเวรเขาทำความสะอาด เธอก็ไปถูพื้นให้ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็ผู้ชายเกรงว่าเธอคงจะตามเข้าห้องน้ำไปเป็เพื่อนด้วยแน่ๆ
เจียงฉือเห็นท่าทางของหวังฉิงก็ทำหน้าไม่ถูกหวังฉิงดีกับเขามาั้แ่เด็กๆ เห็นเขากินไม่อิ่ม ก็แบ่งของว่างของตัวเองมาให้เขา พอมีคนมารังแกเขาเธอก็จะปกป้องเขาราวกับลูกเจี๊ยบ ทั้งที่ก็เห็นกันอยู่ว่าเขาอายุมากกว่าเธอหนึ่งปีแท้ๆแล้วยังมีครั้งหนึ่งที่เธอถึงขนาดกล้าขโมยเงินแม่ตัวเองมาให้เขา หลังจากนั้นก็บอกว่าตัวเองเป็คนใช้หมดแล้วสุดท้ายก็ถูกตีจนก้นเจ็บไปหลายวัน
มีบางครั้งที่เจียงฉือแทบจะคิดไปว่าบางทีหวังฉิงอาจจะเป็แม่ที่หายไปหลายปีของเขาก็ได้
ทันใดนั้นเจียงฉือก็นึกถึงเคราะห์ร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับหวังฉิงขึ้นได้หลังจากนั้นเขาจึงเอาสมุดขึ้นมาบันทึกมันเอาไว้
ใน่สองวันมานี้เจียงฉือตั้งใจฟังสิ่งที่ครูสอนมากเป็พิเศษชาติก่อนผลการเรียนของเขาไม่ได้แย่ เพียงแต่ยังไม่ทันจะจบมัธยมปลาย เขาก็ต้องหยุดเรียนกลางคันไปเสียก่อนดังนั้นเจียงฉือจึงใฝ่ฝันถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ครั้งนี้ต้องใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้วเขาจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ สักแห่งให้ได้
“เฮอะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหยิ่งอะไรนัก อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีแท้ๆยังไม่รู้จักซาบซึ้ง ดูท่าแล้วคงไม่รู้จักประมาณตนละมั้ง”
เสียงของพวกหลี่เวยดังมาจากด้านหลังเจียงฉือไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่หวังฉิงที่อยู่ข้างกายกลับทนใจเย็นไม่ได้ เธอหันหลังกลับตั้งใจจะด่ากลับไปทว่าก็ถูกเขารั้งเอาไว้ “ก็แค่การแสดงปาหี่เด็กๆ ของพวกไม่รู้จักโตน่า”
หวังฉิงผงะกับคำพูดของเขาก่อนจะเอ่ยถามอย่างขบขัน “นายเองก็พูดไม่ดูอายุตัวเองเลยนะ ทำไมถึงได้พูดจาดูเป็ผู้ใหญ่มากประสบการณ์ได้ขนาดนี้กันเจียงฉือ นายรู้สึกบ้างไหมว่านายไม่ค่อยเหมือนก่อนหน้านี้เลยน่ะ ถึงแม้จะยังไม่ชอบพูดคุยกับคนอื่นเหมือนเดิมก็เถอะแต่ว่า…อืม…จะพูดยังไงดีล่ะ” คิ้วของหวังฉิงขมวดมุ่นเป็ปม
“ฉันหล่อขึ้นละมั้ง!”เจียงฉือพูดติดตลก ทว่าหวังฉิงก็ตอบกลับมาอย่างจริงจัง “เจียงฉือ ฉันคิดว่านายเองก็หล่อใช้ได้เลย แต่ติดตรงที่รูปร่างผอมไปหน่อยผิวก็เหลืองไปนิด ถ้าหากว่า…”
“เอาละ หยุดเถอะ รีบเขียนเร็วเข้า คาบหน้าก็เป็คาบคณิตของเหล่าหวังแล้วนะ”เจียงฉือขู่
“อะไรนะ! น้องชาย รีบเอาการบ้านของนายมาให้ฉันลอกเร็ว ฉันไม่อยากถูกทำโทษให้คัดยี่สิบจบอีกแล้วพระเ้า ฉันจะบ้าตาย”
พูดจบหวังฉิงก็ดึงกระดาษคำตอบของเจียงฉือไปลอกทันที
จนกระทั่งถึงตอนที่หวังฉิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างภาคภูมิเพื่อเตรียมรับคำชมที่เหมือนกับแสงอาทิตย์ผลลัพธ์ก็คือ…
“หวังฉิง กลับไปคัดมายี่สิบจบ” ทั้งห้องเรียนดังลั่นไปด้วยเสียงหัวเราะ“ทำไมล่ะคะ” หวังฉิงถามอย่างไม่พอใจ “ทำไมงั้นเหรอ เธอลองถามตัวเธอเองสิว่าสมองของเธอคิดอะไรอยู่ ลอกการบ้านมาก็เื่หนึ่งแต่กระทั่งชื่อของเจียงฉือก็ยังลอกมาด้วย เธอนี่เก่งจริงๆ นะ น่าทึ่งมากจริงๆ! เก่งขนาดนี้ ทำไมเธอไม่ลอยขึ้นฟ้าไปเลยล่ะ!” ครูวิชาคณิตศาสตร์ตบหน้าอกที่สั่นเทาของตัวเองอย่างโกรธเคือง
ด้วยเหตุนี้ ทั้งชั้นเรียนจึงเหมือนอยู่ในพายุฝนฟ้าคะนองไปจนจบคาบเนื่องจากเจียงฉือและหวังฉิงนั่งอยู่แถวแรก ทั้งสองคนจึงยิ่งถูกบ่นจนหน้าชา…
หลังเลิกเรียน หวังฉิงเดินตามเจียงฉือไปยังประตูโรงเรียนด้วยใบหน้าขมขื่นก้มหน้าต่ำ ท่าทางไร้ชีวิตชีวาคล้ายกับติดหนี้ใครอยู่อย่างไรอย่างนั้น เจียงฉือรู้สึกขบขันมากเขาจึงตบไหล่พลางปลอบใจเธอ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8