“เธอกำลังจะออกไปไหน แล้ว...เธอนัดกับใครไว้” หลินเว่ยฉิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปนกระด้างเล็กน้อย “ช่วงนี้ที่เธอไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ใช่ว่าเธอแอบออกไปหาพี่เฮ่าจงของฉันนะ”
“ฉันจะไปหาผู้ชายคนนั้นทำไมกัน อีกอย่างนะฉันก็ไม่ได้ทำตัวไร้สาระเหมือนเธอนี่ที่คอยแต่จ้องระแวงคนโน้นคนนี้เขาไปทั่ว ระวังเถอะ...ดีแต่ทำตัวไร้ประโยชน์ไปวันๆ พอเฉินเฮ่าจงเรียนจบ เขาอาจจะไปเจอผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่งกว่าเธอก็ได้ อ้อ...ไม่แน่ว่าช่วงนี้เขาอาจจะไปถูกใจผู้หญิงคนใหม่แล้วก็ได้นะ ฉันได้ยินมาว่าสาวๆ ในมหาวิทยาลัยน่ะมีแต่สวยๆ ทั้งนั้น” หลินซูลี่ยิ้มกว้าง “หรือที่เธอมาคอยระแวงฉันอยู่อย่างนี้ก็เพราะเฉินเฮ่าจงเริ่มไม่มีเวลาให้เธอแล้วอย่างนั้นสิ”
“หลินซูลี่! เธออย่ามาพูดจาไร้สาระ ฉันกับพี่เฮ่าจงยังรักกันดี”
“ถ้าพวกเธอยังรักกันดีแล้วเธอจะต้องมากังวลทำไมว่าฉันจะออกไปไหนมาไหนกับใคร”
“เอ่อ...ฉันแค่อยากรู้ เธอไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องหรอก เธอบอกฉันมาก่อนว่าเธอกำลังจะออกไปไหน”
“เฮ้อ...ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันไม่ว่างพอที่จะมาทำตัวไร้สาระไปวันๆ เหมือนเธอหรอกนะหลินเว่ยฉิง ตอนนี้ฉันเปิดร้านขายอาหารว่างอยู่ และฉันก็กำลังจะออกไปดูแลร้านของฉันน่ะสิ”
“ร้านของเธอเปิดอยู่แถวไหน”
“แถวๆ โรงเรียนมัธยมเก่าของเรา”
“แสดงว่าร้านอาหารของเธอก็อยู่แถวบ้านของพี่เฮ่าจงน่ะสิ ไหนเธอบอกว่าเธอไม่สนใจคู่หมั้นของฉันแล้วยังไงล่ะ แล้วทำไมเธอต้องไปเปิดร้านขายอาหารแถวนั้นด้วย” หลินเว่ยฉิงเริ่มโวยวายขึ้นอีกรอบ
“เธอช่วยมีเหตุผลกว่านี้หน่อยได้ไหมหลินเว่ยฉิง ตอนที่ฉันตัดสินใจเปิดร้านที่นั่น ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องคู่หมั้นของเธอเลยสักนิด ฉันคิดแค่เรื่องทำเลและลูกค้า”
“ไม่คิดก็ดี แล้วเธอไปเอาเงินจากไหนมาเปิดร้านอาหาร หรือว่าเธอแอบขโมยเงินแม่ฉันไป”
“เธอคิดที่จะหาเรื่องฉันให้ได้เลยใช่ไหม” หลินซูลี่ถอนหายใจ “เอาเป็นว่าฉันไม่ว่างมาคุยกับเธอแล้วล่ะ ฉันจะออกไปข้างนอกแล้ว หลีกทางให้ฉันด้วย”
หลินเว่ยฉิงยังยืนขวางประตูอยู่ ทุกวันนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเฉินเฮ่าจงจะมีเธอแค่คนเดียว เพราะช่วงนี้เขาจะอนุญาตให้เธอไปหาเขาได้แค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ไม่เหมือนกับช่วงแรกหลังจากที่เธอกับเขามีสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ตอนนั้นเขามักจะนัดให้เธอไปหาเขาทุกครั้งที่เขามีเวลาว่าง ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าเฉินเฮ่าจงอาจจะมีผู้หญิงคนใหม่ และคนแรกที่เธอนึกสงสัยก็คือหลินซูลี่
เพราะหลินซูลี่เองก็ไม่ค่อยอยู่บ้านเหมือนกัน เธอมักจะออกจากบ้านแต่เช้าและกลับมาช่วงดึก อีกทั้งหลินซูลี่ก็ทั้งสวยและดูดีกว่าเมื่อก่อนมากด้วย หลินเว่ยฉิงจึงอดที่จะระแวงในตัวพี่สาวกับคู่หมั้นของตัวเองไม่ได้ ยิ่งรู้ว่าตอนนี้พี่สาวกำลังเปิดร้านขายอาหารมีกิจการเป็นของตัวเอง หลินเว่ยฉิงก็เลยอิจฉาพี่สาวเข้าไปใหญ่ ‘นังซูลี่ คนอย่างแกจะต้องเป็นรองฉันไปตลอด อย่างน้อยตอนอยู่ในบ้านหลังนี้ แกก็ต้องเป็นคนคอยรองมือรองเท้าให้ฉัน’
หลินเว่ยฉิงพูดเปลี่ยนเรื่องและเริ่มหาเรื่องหลินซูลี่อย่างไม่มีเหตุผล เมื่อก่อนเธอก็ข่มเหงพี่สาวคนนี้อยู่ตลอด ตอนนี้เธอก็อยากจะทำอย่างเดิมบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อความสะใจ “เธอจะเปิดร้านขายอาหารหรือจะมีงานทำที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่งานบ้านเธอจะบกพร่องไม่ได้ เพราะหน้าที่ทำความสะอาดทั้งหมดมันเป็นของเธอ ดูซิเนี่ยใบไม้ร่วงเต็มหน้าบ้านไปหมดแต่เธอก็ไม่มากวาดให้เรียบร้อย แล้วไหนจะในบ้านอีก เธอไม่ได้มาทำความสะอาดนานแล้วนะ ฉันกับคุณแม่ก็แทบจะอยู่กันไม่ได้แล้ว”
“เธออยู่บ้านว่างๆ เธอก็ทำเองสิ เดี๋ยวพอเธอแต่งงาน งานพวกนี้เธอก็ต้องเป็นคนทำอยู่ดี เธอคงจะไม่ปล่อยให้พ่อกับแม่สามีของเธอเป็นคนทำความสะอาดให้หรอกนะ”
“แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้แต่งออกไป เพราะฉะนั้นงานบ้านก็ยังเป็นหน้าที่เธอ ถ้าเธอไม่ทำฉันจะฟ้องคุณแม่ เธออย่าคิดว่าคุณแม่จะไม่กล้าทำโทษเธอเหมือนตอนเด็กๆ นะ เพราะถึงยังไงเธอก็ยังอยู่ในความดูแลของคุณแม่ฉันอยู่” หลินเว่ยฉิงพูดอย่างเป็นต่อ
หลินซูลี่มองหน้าหลินเว่ยฉิงด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้ “แต่ว่าวันนี้ฉันไม่ว่างแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยหยุดงานเพื่ออยู่ทำความสะอาดบ้านก็แล้วกัน”
“ทำไมต้องรอพรุ่งนี้ ฉันอยากให้เธออยู่ทำความสะอาดบ้านวันนี้เลย”
“อย่าให้มันมากเกินไปนะเว่ยฉิง ถึงยังไงฉันก็ยังเป็นพี่สาวของเธอ หรือเธอคิดว่าเธอมีแม่หนุนหลังแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอ ฉันไม่ใช่หลินซูลี่คนเดิมอีกแล้วนะ” หลินซูลี่เดินหน้าเข้าหาหลินเว่ยฉิงช้าๆ ด้วยท่าทางคุกคาม “เธออย่าลืมสิว่าฉันไปใช้ชีวิตอยู่ที่ชนบทตั้งหลายปี มือเล็กๆ ของฉันก็สัมผัสใบหน้าของคนมาแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ อืม...ถ้าเธอไม่เชื่อเธอจะลองดูก็ได้”
หลินเว่ยฉิงรีบถอยหลังกลับ “พรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้เธอจะไปไหนก็รีบไสหัวไปเลย”
หลังปิดร้าน หลินซูลี่ แม่ซ่ง ฟางหมิง และฉั่วปิงปิง ก็มานั่งรวมกลุ่มกันทานข้าวและประชุมกันเหมือนเช่นทุกวัน นอกจากพวกเธอทั้งสี่คนแล้ว ซ่งจื่อหยวนและฟางซินเยว่ก็มาทานข้าวเย็นที่นี่ด้วย
“ตอนนี้ร้านอาหารของเราขายดีมากเลยนะคะ ฉันคิดว่าจะจ้างพนักงานชายหญิงเพิ่มมาอีกอย่างละคน” หลินซูลี่บอกกับทุกคน
“แม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ งานในครัวของเรายังขาดคนอยู่ ถ้ามีคนมาช่วย แม่กับซูลี่ก็จะมีเวลาทำอาหารและขนมใหม่ๆ ออกมาขายอีก” แม่ซ่งเห็นด้วย “แต่ว่างานที่หน้าร้านก็ยุ่งอยู่เหมือนกัน อาเจียงกับปิงปิงล่ะพวกเธออยากได้ผู้ช่วยเพิ่มไหมจ๊ะ”
“ผมกับปิงปิงดูแลได้ครับคุณน้า ความจริงผมอยากเสนอเรื่องนี้มานานแล้วครับ เพราะผมเห็นคุณน้ากับน้องซูลี่ยุ่งอยู่ในครัวจนไม่มีเวลาได้พักเลย” ฟางเจียงพูดเสริม
“นอกจากฉันจะจ้างคนงานเพิ่มแล้ว ฉันยังทำตารางวันหยุดมาให้ทุกคนดูด้วยนะคะ ฉันกับคุณแม่จะหยุดพร้อมกัน พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็หยุดพร้อมกัน ส่วนคนงานที่จะรับเข้ามาก็จะให้พวกเขาสลับวันหยุดกัน” หลินซูลี่พูดต่อ
“พี่ว่าเรื่องวันหยุดมันไม่น่าจะจำเป็นเท่าไหร่นะ เมื่อก่อนตอนที่พี่ยังทำอยู่ที่โรงงาน งานมันหนักกว่านี้อีก” ฟางหมิงรีบท้วง
“นั่นสิลูก แม่เห็นด้วยกับอาหมิงนะ ตอนที่พวกเราต้องไปใช้แรงงานข้างนอก มีวันไหนที่พวกเราได้หยุดพักบ้างล่ะ ตอนนี้แค่ทำขนมขาย หนูจะให้วันหยุดกับแม่ทำไมกัน” แม่ซ่งรีบพูดเสริมฟางหมิง
“หรือว่าเธอเหนื่อยหรือซูลี่ ถ้าอย่างนั้นให้พี่กับพี่หมิงอยู่เฝ้าร้านให้ก็ได้ รับรองว่าเงินทุกบาทพี่จะลงบัญชีไว้ให้เธอให้เรียบร้อยเลย ส่วนเรื่องอาหาร พี่ก็จำสูตรที่เธอบอกมาได้เกือบหมดแล้ว พี่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ฉั่วปิงปิงพูดเสริมขึ้นมาอีกคน
“ฉันรู้ว่าทุกคนห่วงงานและกังวลเรื่องรายได้แทนฉัน แต่ฉันก็ยังอยากให้ทุกคนมีวันหยุดอยู่ดีค่ะ อย่างน้อยก็ให้มีวันหยุดทุกๆ ครึ่งเดือน ถึงงานที่พวกเราทำอยู่จะไม่หนักหนาเหมือนตอนที่เราไปใช้แรงงาน แต่ฉันก็ยังอยากให้ทุกคนได้มีเวลาพักผ่อนเป็นของตัวเอง ฉันอยากให้พวกเราทำงานด้วยความผ่อนคลายสบายใจ อีกอย่างคุณแม่ก็ต้องหาเวลาไปเยี่ยมลุงซูบ้างนะคะ ถึงแม้ลุงซูจะมากินข้าวที่นี่บ่อยๆ แต่มันก็ไม่เหมือนกับตอนที่คุณแม่ได้ไปใช้เวลาว่าง นั่งอ่านหนังสือ ดื่มน้ำชา และพูดคุยกับลุงซูอย่างสบายๆ หรอกใช่ไหมคะ” หลินซูลี่หันไปยิ้มกับฟางหมิงและฉั่วปิงปิง ”พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็เหมือนกัน พวกพี่ต้องหาเวลาออกไปเที่ยวเล่นบ้าน เช่นไปเดินดูของ ไปดูหนัง หรือจะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก็ได้ พอพวกพี่อารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่แน่ว่าฉันกับซินเยว่อาจจะได้เป็นคุณอากันเร็วๆ ก็ได้นะคะ”
“ความคิดของซูลี่ก็ดีเหมือนกันนะคะพี่ใหญ่ พี่ดูอย่างฉันสิ ฉันยังมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์เลย ถ้าให้ฉันไปนั่งเรียนแล้วยังต้องมานั่งทำรายงานเยอะๆ ทุกวันโดยไม่ได้พัก ฉันคิดว่าป่านนี้ฉันหมดแรงไปนานแล้วล่ะค่ะ” ฟางซินเยว่สนับสนุนความคิดของเพื่อน
หลินซูลี่กับฟางซินเยว่ช่วยกันพูดอยู่นานกว่าที่ฟางหมิงและฉั่วปิงปิงจะเห็นด้วย ก็เหมือนกับซ่งจื่อหยวนที่พยายามโน้มน้าวแม่ซ่งด้วยอีกคน กว่าทุกคนจะเห็นด้วย หลินซูลี่ก็เกือบจะต้องประกาศให้ร้านมีวันหยุดและงดขายของในวันนั้นกันไปแล้ว